• Sydneychocolatier
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : gprclr@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-17
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 450710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 100 คน
Bakingclub
เรื่องของเชฟเบเกอรี่ที่อยู่ไม่สุข ไม่เพียงแต่ชอบทำขนมแต่ชอบเจ๋อไปทำอาหารอยู่เรื่อยเลยอ่ะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bakingclub
วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน 2553
Posted by Sydneychocolatier , ผู้อ่าน : 14110 , 18:00:44 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ขอกลับมารายงานตัวกันอีกครั้งนึงนะครับ หลังจากที่ห่างหายไปเป็นปีๆ ด้วยเหตุผลทางอารมณ์และการงาน ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆแฟนๆ ชาวบล็อกที่ยังส่งความคิดถึงให้กันอยู่แม้ว่าจะหายหน้าหายตาไปนานสองนาน  กลับมาคราวนี้ก้อขอชวนเพื่อนๆ ไปลองชิมอาหารต่างที่ต่างถิ่นกันหน่อย คราวนี้ไปถึงต่างประเทศเชียวนา ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่ ขับรถไปแค่ 140 กม.หรือสองชั่วโมงจากหาดใหญ่ ก็คือ มาเลเซีย นั่นเอง 

    เมืองที่ผมจะชวนไปชิมของหรอยบ้านเค้านั้น เพิ่งได้รับยกฐานะเป็นมรดกโลกเมื่อสองปีที่ผ่านมาทำให้รู้สึกว่า เออ..นะ พอเป็นเมืองมรดกโลกขึ้นมาแล้ว อะไรๆ ก็กลายเป็นเรื่องท่องเที่ยวไปซะทั้งนั้น ของที่ธรรมดาๆ ผ่านหูผ่านตาอยู่ทุกวันก็พลันดูดีมีราศีขึ้นมาทันที เมืองที่ว่านี้ก็คือ ปีนัง Penangหรือ Pulau Pinang  ในภาษามลายู ซึ่งก็แปลเป็นไทยว่า เกาะหมาก ตามชื่อดั้งเดิมที่ชาวสยามเรียกขานกันแต่เก่าก่อน เลยทำให้มาเลเซียมีเมืองมรดกโลกทั้งสิ้นสองแห่งคือ ปีนัง และมะละกา Malacca ซึ่งดูแล้วยิ่งทำให้น่าอิจฉายิ่งนัก หันมาดูมรดกโลกของไทยที่ทำท่าจะหลุดแผงอยู่รอมร่อแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเซ็งนะครับ ไทยเราก็ชอบทำอะไรแบบไทยๆ ไอ้ที่ควรจะเป็นมรดกโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทำได้ดีที่สุดก็คงเป็นมรดกแบบไทยๆล่ะครับ

   ปีนัง เป็นเกาะเล็กๆทางฝั่งทะเลอันดามัน ขนาดไม่ได้ใหญ่ไปกว่าเกาะภูเก็ตเลยแต่เป็นศูนย์กลางทางการค้ามาร่วมสองร้อยกว่าปี นับตั้งแต่อังกฤษขอเช่าเกาะนี้จากสุลต่านไทรบุรี จึงเป็น first British Settlement แห่งแรกของอังกฤษในอุษาคเนย์ ปีนังจึงมีวัฒนธรรมผสมผสานหลากหลายเชื้อชาติทั้งมลายู จีน อินเดีย สยาม พม่า เปอร์เซีย ฯลฯ สังเกตได้จากถนนหนทางในปีนังที่มีชื่อถนนหลากหลายเชื้อชาติ ย่านใดที่มีชนชาติใดอาศัยอยู่ก็มักจะตั้งชื่อถนนตามผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านนั้น

 Masjid Sultan Ismail Penang

มัสยิด Sultan Ismail ที่ถนน Sultan Ismail

Assumsion church Jalan Burma 

 โบสถ์อัสสัมชัญ ที่ถนน Burma

Guan yin Shrine Penang

ศาลเจ้าแม่กวนอิม ถัดมาจากมัสยิด Sultan Ismail

 ดังนั้นปีนังจึงเป็นรัฐที่แตกต่างจากรัฐอื่นๆในมาเลเซียก็คือ เป็นรัฐที่มีพลเมืองเชื้อสายจีนอาศัยอยู่มากที่สุด มากกว่าชาวมลายู มีมุขมนตรีเป็นคนเชื้อสายจีน ชาวจีนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน (แต่ถ้าไปเมืองหลวง กัวลาลัมเปอร์ จะพบว่าชาวจีนที่อยู่ในเมืองหลวงจะเป็นเชื้อสายกวางตุ้งกันเสียส่วนใหญ่) อาหารพื้นเมืองของปีนังจะมีลักษณะคล้ายๆกับอาหารพื้นเมืองของภูเก็ตอยู่มากทีเดียว ซึ่งเป็นลักษณะของอาหารสไตล์ Nonya หรือ Peranagan ลูกผสมของอาหารพื้นเมืองมลายูกับอาหารจีนฮกเกี้ยน เอาไว้วันที่ไปเที่ยวภูเก็ตผมจะเปรียบเทียบอาหารภูเก็ตกับอาหารปีนังให้ฟังกันอีกครั้งนึงนะครับ

    อาจจะมีหลายคนที่เขียนถึงแหล่งท่องเที่ยวในปีนังกันมามากแล้ว ผมก็ขอเว้นไม่ฉายหนังซ้ำกับท่านอื่นนะครับ แม้ว่าเรื่องเที่ยวก็เป็นเรื่องโปรดของผมอย่างนึงแต่ที่โปรดกว่าคงจะเป็นเรื่องกิน อิอิ  ฉะนั้นเมื่อมากับผมแล้ว คงต้องวนเวียนหาของแปลกของอร่อยทานกัน ทริปนี้ได้รับเกียรติจากพี่ชายและพี่สะใภ้ ผู้จุดประกายผมในเรื่องการสรรหาของกินมาร่วมทริปด้วย และทริปนี้จัดว่าเป็นทริปกินกันจริงๆ แต่เราไม่สรรหาของแพงๆกินกัน เพราะแบบนั้นมันง่ายและหรูไปแถมยังสิ้นเปลืองไปเปล่าๆ อยากรู้ว่าชาวปีนังเค้ากินอยู่กันอย่างไรก็ต้องกินแบบชาวปีนังใช่ไหมครับ?

   Hotel Heritage 1926

  เที่ยวนี้เราเช็คอินที่โรงแรม 1926 Heritage Hotel ที่ถนน Burma ราคาห้องก็ไม่แพง โรงแรมดัดแปลงจากอาคารตรวจคนเข้าเมืองเก่า สร้างมาร่วม 80 ปีแล้วล่ะ วางกระเป๋าเสร็จก็เริ่มหาของหรอยกันเลย...

  ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ ไอ้ผมก็ขับรถมั่วๆออกมา ดีที่พี่สะใภ้แกจำได้ว่าของโปรดแกอยู่ที่สามแยกบริเวณพุทธสมาคมแห่งปีนัง ก็เลี้ยวรถไปหาที่จอดกันเลย สภาพร้านรวงก็คล้ายกับตลาดโต้รุ่งบ้านเราแต่เค้าเริ่มขายเริ่มกินกันตั้งแต่ยามบ่าย

จำไว้นะครับ ร้านหรอยอยู่ริมสุดต้องร้านท่งกี่ ลก ลก ขายดีสุดฤทธิ์

    เห็นร้านรวงมากมายคนทานกันหนาตาแต่เราก็เดินเลยเข้าไปร้านริมสุด ซึ่งพี่สะใภ้ผมบอกว่า อร่อยสุด อ้า..มื้อแรกของวันนี้ประเดิมด้วยอาหารที่เรียกว่า Lok Lok ล๊ก ล๊ก ในภาษาฮกเกี้ยนหรือ เล่อ เล่อ ในภาษาจีนกลาง ผมว่ามันน่าจะตรงกับภาษาไทยว่า ลวก ลวก นะเพราะว่าลักษณะมันก็คล้ายๆกับเราไปทานสุกี้นั่นแหละ แทนที่จะมาเป็นถาดคอนโด มันจะมาในแบบเสียบไม้มาให้เราได้ลวก ลวก กันพร้อมน้ำจิ้มสองสามแบบ คือน้ำจิ้มคล้ายเครื่องแกงที่มลายูเรียกว่า Sambal รสชาติคล้ายๆน้ำจิ้มสะเต๊ แล้วก็น้ำจิ้มพริกมะนาว (อันนี้น่าจะได้อิทธิพลจากบ้านเราแต่ไม่แซ่บเท่า..)  

  Lok Lok

 โฉมหน้าของลก ลก หม้อตรงกลางน่ะ เอาไว้ลวกมันอย่างเดียว ไม่ต้องตักน้ำมาซดนะครับ ชอบซดน้ำซุปล่ะก็เค้าจะมีน้ำซุปมาให้ต่างหาก

yong tow fu

 ติดกันก็คือร้านเย็นตาโฟ..มั้ง?? ที่ปีนังเค้าเรียก Yong tow fu เจ้านี้ก็แซ่บ...

   ลก ลก เนี่ย เวลาไปทานก็หาโต๊ะนั่งกันไปเลย ไม่ต้องเรียกไม่ต้องสั่ง เดี๋ยวอาเจ๊ อาตี๋ก็จะจัดให้เอง ทานเสร็จก็นับไม้คิดตังค์กันไป ราคาแต่ละอย่างไม่เท่ากัน...แล้วจะคิดตังค์ยังงัยล่ะ?? เค้าก็ทาสีที่ปลายไม้ว่าเป็นสีอะไร ราคาเท่าไหร่ ลองสังเกตปลายไม้สิครับจะเห็นสีฟ้า สีดำ สีแดงฯลฯ วันนั้นก็ลวกกันเพลินสี่คนก็หลายไม้อยู่ คิดตังค์เบ็ดเสร็จสามสิบกว่าริงกิต (สามร้อยกว่าบาท.) ถูกกว่ากินสุกี้แฟรนไชส์บ้านเราเป็นไหนๆ  ไหนๆก้อนั่งติดกับร้าน yong tow fu แล้วไม่สั่งก็ไม่ถึงที่อีก ว่าแล้วก็เดินไปสั่งมาซักสองชาม ลักษณะของอาหารชนิดนี้ก็คล้ายๆกับเย็นตาโฟบ้านเราแต่เค้าไม่กินเส้นกัน (ไม่ลงรอยกันมั้ง?? อิอิ ) จะมีหม้อน้ำซุปใบใหญ่ เคี่ยวน้ำต้มกระดูกกับเครื่องในหมูเอาไว้แล้วก็มีกับอย่างอื่นๆเช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น ผัก กุ้ง ปลาให้เราเลือกกัน (ผมไม่ได้ถ่ายรูปใกล้ๆ กลัวมือถือตกหม้อน้ำซุปเจ๊แก..อีกอย่างเจ๊คนขายก็อยู่ในสภาวะโกลาหล อาจจะโดนเม้งได้ ) เราก็คีบๆๆๆ ใส่จานแล้วยื่นให้เจ๊ เจ๊ก็จะหั่นๆ ใส่ถ้วยแล้วเทน้ำซุปให้ เสริฟมากับซอสเย็นตาโฟ น้ำซุปงี้หอมอร่อยมาก แต่หลักการกินของพวกนี้ให้ได้ปริมาณมากๆ เราควรเลี่ยงการซดน้ำซุปเพลินๆ เพราะจะทำให้อิ่มเร็ว ทานสู้คนอื่นไม่ได้นะครับ อิอิ

Char Kauy teaw

    ร้านขายก๋วยเตี๋ยวผัดสไตล์ปีนัง ของโปรดผมเลยล่ะ ต้องสั่งๆๆๆ 

  ระหว่างทางเดินไปยังร้านลกลก และหย่งเต้าฟูก็เจอกับกลิ่นหอมชวนน้ำหมากน้ำพลูไหลอีก แถมมีคนสั่งทานกันหนาตา ย่อมรับประกันได้ว่าต้องอร่อยแหงมๆ นั่นก็คือ ร้านขายก๋วยเตี๋ยวผัด Char Kuay teow ฉ่าก๋วยเตี๋ยว (ฉ่าก็แปลว่าผัดงัย ง่ายๆตรงๆ)  อาหารจานนี้เป็นของโปรดผมตั้งแต่ไหนแต่ไร เข้ามาเลย์ทีไรต้องไปหาเจ้าอร่อยทานทุกที เจ้านี้ก้อเด็ดครับ ราคาไม่แพง จานนึง 2.5 -3.5 ริงกิต ซึ่งราคาประมาณ 25-35 บาท ว่าไปแล้วในหาดใหญ่บ้านผมจะหาก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วที่ขายจานละ 25 บาททานเนี่ย ไม่ง่ายแล้วนะครับ ก๋วยเตี๋ยวผัดแบบปีนังจะใส่หอยแครง กุ้ง ถั่วงอก กุยช่าย ไข่ไก่ผัดใส่ซีอิ๊วและน้ำพริกมาเลย์ Sambal จะมีรสเผ็ดมาด้วย บอกให้นึกรสชาติออกก็ต้องบอกว่า คล้ายๆกับขนมผักกาดหรือกอก๊วย บ้านเรา จบมื้อนี้แล้วขอบอกว่าอิ่มมากๆๆ แต่ก็ยังมีของอร่อยอีกหลายเจ้ารอให้ผมไปชิมอยู่นะเนี่ย..

   

           จบมื้อทานเล่น?? แล้วขอไปชมวิวทะเลปีนังหน่อยนะครับ ตรงนี้เป็นหาด ferringi พระอาทิตย์ตกพอดี ทะเลฝั่งอันดามันเหมือนภูเก็ตแต่สวยไม่สู้ภูเก็ตของเราเลยครับ  

 รอบเย็นพี่สะใภ้ของผมนึกขึ้นได้ว่า มันมีถนนสายนึงขายของทอดเจ้าอร่อยที่ไม่ได้มาทานนานมากแล้ว จะเป็นของทอดประเภทปอเปี๊ยะ แป้งทอด ไอ้ผมก็เรียกไม่ถูกเหมือนกันเนอะ เพราะบ้านเรามันไม่มีนี่นา ว่าแล้วก็ลองขับมั่วๆ ไปดู ปรากฏว่าไปเจอจนได้ (ต้องขอบคุณความจำอันเลือนรางของพี่ชายผมจริงๆ) ร้านที่ว่าอยู่บนถนน Chulia ซึ่งเป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็น Little India ของเกาะปีนัง แต่ร้านขาย Dragonball จะอยู่เลยโซนอินเดียไปหน่อยนึง เรียกได้ว่าสายนี้เป็นสายที่มีของอร่อยชุกชุมสายนึงเลยทีเดียวทั้งจีนทั้งอินเดียมีให้กินตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยล่ะ

 

 ร้านขาย Dragonball ทอดที่พี่สะใภ้ผมคิดถึงเป็นนักเป็นหนา หน้าตามันเป็นอย่างงี้ครับ..มีไส้เผือก ไส้หมูแดง ไส้ผัก ลูกใหญ่ยังกะขนมไข่หงส์ แต่มีไส้ด้วย อร่อยทุกไส้เลย ราคาก็ไม่แพงด้วย คนรุมซื้อกันเนืองแน่นมั่กๆๆ

ร้านนี้ก็เป็นร้านหมี่เกี๊ยว น่าจะเป็นเจ้าดังเจ้าอร่อย ผมชิมแล้วก็อร่อยจริงๆสมกับที่มีคนไปมุงกัน ราคาก็ไม่แพง ชามเล็กสองเหรียญห้าสิบ ชามใหญ่สามเหรียญห้าสิบ

  ถัดมาอีกหน่อยเป็นร้านขายติ่มซำ หาดใหญ่เราก็เรียกว่า แต่เตี๊ยม ขายขนมจีบซาลาเปา ฮะเก๋า ตามแต่จะเลือก คนเยอะอีกนั่นแหละทั้งจีนทั้งฝรั่งมุงกินกันให้ตรึมเชียว

 บรรยากาศยามค่ำคืนบนถนน Chulia ที่คึกคักเพราะมีโต้รุ่งและย่านที่พักของบรรดา Backpacker ทั้งหลาย มีบ.ทัวร์ขายตั๋วรถเข้าไทย รับทำวีซ่าเข้าไทยอยู่ย่านนี้มากมาย

ถ้านึกครึ้มอยากนั่งซาเล้งชมเมืองก็มีบริการนะครับ ท่าทางคนนั่งจะร้อนหน่อย เพราะตำแหน่งร่มดูท่าจะกางให้คนขับซะมากกว่า

    ร้านอาหารย่านนี้รับรองได้ว่า อร่อยแทบทุกร้าน คืนถัดมาผมและพี่ๆก็ยังวนเวียนฝากท้องกับอาหารย่านนี้ ขอแนะนำว่าในซอยจะมีร้านขายบะหมี่ปลาอีกร้านนึง (จริงๆเค้าก็ขายหลายอย่างนะ แต่สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ เลยได้บะหมี่ปลามากิน เหอ เหอ..) กว่าจะพูดกันให้รู้เรื่องต้องใช้หลายภาษาทั้งจีนกลาง อังกฤษ แล้วก็มามั่วแต้จิ๋วหน่อยๆ พอสั่งได้ (จีนแต้จิ๋วกับฮกเกี้ยนก็คล้ายกันครับ คนฮกเกี้ยนก็เลยพอฟังออก )

   มาถึงย่าน Little India แล้วใจคอกันนั่งกินอาหารจีนกันเนี่ย ก็มาไม่ถึง Little India ซะที งั้นขอแนะนำร้านนี้เลย จัดว่าดังมากร้านนึงเปิดขาย 24 ชม. มีขายทั้งอาหารอินเดียและอาหารมลายู แต่แนะนำให้ชิมอาหารอินเดียเลยครับ แล้วจะรู้ว่าของเค้าหรอยจริง..

  ร้านชื่อ Kapitan's  ของดังของเค้าเห็นจะเป็นไก่ทันดูรี ไก่ย่างติกก้าและข้าวหมกบริยานี รอบๆร้านนี้จะมีร้านอาหารทำนองเดียวกันนี้หลายร้าน แต่ต้องร้านนี้เท่านั้น เพราะดังระดับสุลต่านมาสั่งไปกินเลยอ่ะ

  Garlic Naan เจอเข้าแผ่นเดียวจอด อย่าเผลอทานเยอะ เดี๋ยวจะอดชิมอย่างอื่นนะคร้าบบ..

    สั่ง Naan มาจิ้มกันกับ Chicken Marsala โห..กินกันลืมอิ่มไปเลย รู้สึกตัวอีกทีอิ่มเกือบออกรูหูเลยทีเดียว อิอิ

  อันนี้เป็นเซ็ท Chicken Tikka เสริฟมาพร้อมกับ Mango Chutney และ Mint sauce, Yogurt sauce มีอาจาดแบบแขกๆ มานิดนึง ไก่อาจจะแดงเกินจริงไปหน่อยแต่รับรองว่าอร่อยครับ

  จานนี้ก็สุโค่ยอีกจาน Chicken Briyani เป็นข้าวหมกไก่แบบอินเดีย หอมเครื่องเทศมากๆ รสชาติดีทีเดียวครับ อีนี่..ไม่ชิมแล้วจาเสียใจนานายจ๋า...

 เครื่องดื่มแบบอินเดียซะหน่อย Mango Lassi เป็นมะม่วงปั่นกับโยเกริ์ต รสชาติอร่อยแต่ขออย่าให้เห็นตอนทำเลยเดี๋ยวจะกินไม่ลง เหอ เหอ

   คงจะสงสัยว่าทำไมผมถึงสั่งแต่ไก่มาทาน จริงๆเค้าก็มีแกงแพะ แกงแกะ ด้วยนะแต่ผมไม่สันทัดจริงๆ อยากจะกินเนื้อวัวแต่แขกอินเดียเค้าก็ไม่ทำเนื้อวัวซะนี่ ไอ้เนื้อหมูคงไม่ต้องถามถึงเพราะถ้าเค้าขายคนมาเลย์เรื่องเนื้อหมูนี่ตัดไปเลย มื้อนี้เป็นมื้อที่เหมาะสำหรับคนชอบลองจริงๆ เพราะบางคนไม่โฉลกกับอาหารประเภทนี้คงต้องขอบายไปกินร้านคนจีนอีก  ว่าไปแล้วขอแนะนำอีกร้านนึงแล้วกันแต่ไม่มีภาพประกอบนะครับ ถัดจากร้าน Kapitan ไปไม่ไกล เป็นร้านข้าวมันไก่สไตล์จีนปีนัง ( ขอเรียกอย่างงี้แล้วกัน เพราะข้าวมันไก่ที่ปีนังเค้าเรียก Hainan Chicken rice  คือข้าวมันไก่ไหหลำ แต่ทำไม่เห็นเหมือนข้าวมันไก่ไหหลำบ้านเราเลยก็ไม่รู้ว่าแบบไหนคือ ไหหลำแท้??)  ผมจำชื่อร้านไม่ได้ แต่ให้ดูว่าเป็นร้านที่มีคนทานเยอะมาก ไก่ที่ขายก็จะเป็นไก่ย่างผิวตึง สับมาเป็นชิ้นราดน้ำซีอิ๊วและน้ำมันงาเสริฟพร้อมข้าวมัน ก็อร่อยอีกนั่นแหละ

   สรุปว่าทริปนี้เป็นทริปที่จัดขึ้นเพื่อกินโดยเฉพาะ  กลับมาแล้วก็ยังคิดถึงของอร่อยที่นั่น และยังมีร้านอีกหลายร้าน อาหารอร่อยๆอีกหลายอย่างที่ผมหมายตาเอาไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ชิม เอาไว้ทริปหน้าไปปีนังอีกครั้ง...

               ........จะกินให้ออกทางจมูกเลยทีเดียว อิอิ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
GUSTO วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gusto

ห่างหายจากบล็อคไปนานเลยนะครับ อาจารย์เจี๊ยบ พาไปเที่ยวสนุกดีครับอาหารก็น่ากิน แต่ตอนนี้เป็นช่วงกินเจ ต้องหักห้ามใจครับ อาจารย์สบายดีนะครับ ส่วนบล็อคผม เขาไม่ลบทิ้งก็บุญแล้วครับ อิอิ ไม่ได้เข้ามาอับเลย ไม่รู้จะอับไรดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 24/09/2010 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

สวัสดีค่ะ เข้ามาอ่านเรื่องอาหารการกิน น่าทานมากเลย ยิ่งเมนูสุดท้ายที่ไม่มีภาพ นึกแล้วสงสัยจะอร่อยแน่ ๆ ไก่ย่างหนังเกรียม ราดซิอิ้วและน้ำมันงา เข้าท่าจริง ๆ

เคยไปดูเอ็นทรี่ที่คุณเขียนเรื่องจัดเลี้ยง นับถือฝีมือจริง ๆ ค่ะ
ขออนุญาติ add blog ไว้ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kokuril วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kokuril

หายไปนานเลยนะพี่เจี๊ยบ
ผมก็ไม่ได้โพสบล็อค เป็นปีแล้วเหมือนกัน
(ไม่ได้เม้นใครด้วย เพิ่งมาเม้นพี่แหละ)

เย็นตาโฟ พ่อผมก็เล่าให้ฟังว่ามันชื่อเยี่ยงเท่าฝู (ผมก็ออกเสียงไม่ค่อยถูกเหมือนกัน) คือของเขามันไม่ใส่เส้นอยู่แล้ว
แต่พี่ไทยคงกินไม่อิ่มเลยขอใส่เส้นเพิ่มไป เลยกลายเป็นเย็นตาโฟแบบไทยๆน่ะครับ

Lok Lok นี่น่าสนใจดีแฮะ
ติ่มซำก็อยากกิน
ร้านอินเดียนี่มีแต่ของไม่เคยกินแฮะ ท่าทางน่าอร่อย เห็นแล้วหิว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ร้านกาแฟที่คุณโปรดปรานเป็นอย่างไรครับ?
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น รสชาติเข้มข้น มีให้เลือกหลากหลาย
27 คน
บรรยากาศดี มีมุมสบายๆให้นั่ง หนังสือดีๆให้อ่าน
30 คน
เค้กและเบเกอรี่ต้องอร่อย สมกับกาแฟสดหอมๆ
63 คน
One stop service พร้อมบริบูรณ์ด้วยอาหารและเครื่องดืม สไตล์ Cafe
3 คน
ขอแค่ corner เล็กๆก็พอ ไม่ค่อยมีเวลานั่งปล่อยอารมณ์นานๆหรอก
4 คน

  โหวต 127 คน