*/
  • 4BANK
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 1126
  • จำนวนผู้ชม : 2051653
  • จำนวนผู้โหวต : 535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 535 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553
Posted by 4BANK , ผู้อ่าน : 3277 , 23:05:00 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พอดีชมข่าวจาก TV เนื้อความจับได้ว่า TDRI วิจัยแล้วเห็นว่าค่าธรรมเนียมธนาคารในไทยติดอันดับต้นๆ ที่ถือว่าสูงในเอเซีย  เช่นค่ารักษาบัญชีหากบัญชีไม่เคลื่อนไหว  ค่าเงินโอนต่างธนาคาร 
ประเด็นคือ ธนาคารแต่ละแห่งไม่แข่งกันกันเหมือน Consumer products 

ฟังแล้วดูดีครับ แต่ผมว่า เจ้าหน้าที่ TDRI วิจัยได้ตื้นมากๆๆ   Concept คือค่าธรรมเนียมไม่แข่งขันกันรุนแรง ทำให้ชาวบ้านเสียเปรียบ  แบงค์ใหญ่ๆ รวมหัวกัน lock ค่าธรรมเนียมทำนองนั้น
ผมทำงานธนาคารมามากกว่า 15 ปี ถือว่าเยอะเหมือนกัน  อยากจะบอกว่าระบบธนาคารไทย จะไม่มีการแข่งขันรุนแรงเหมือน Consumer Products แน่นอน เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยคุมเข้ม  กระดูกสันหลังของชาติ จะแกว่งมากไม่ได้  นักการตลาดที่ว่าแน่ๆ จากไหน พอย้ายสังกัด เข้าธนาคารที่เ้้้น้นลูกค้ารายย่อย  ออก product แปลก bundle กัน เหมือนขายพ่วง ซื้อยาสีฟันแถม แปรงสีฟัน หากซื้อ 2 ชิ้นแถม หมากฝรั่งให้อีก 1 อัน สะสมแต้มครบ 10 แต้มแลก น้ำยาบ้วนปากขนาดกลางได้อีก 1 ชิ้น หรือแลกซื้อขนาดใหญ่เพิ่มอีก 20 บาท  เดือนต่อมามี Promotion ใหม่  เอายาสีฟัน ไปขายพ่วงกับแชมพู ซื้อ 1 แถม 1 ห้ามซื้อเกิน 3 ชุด   เห็นไหมครับ  ธนาคารทำแบบนี้ไม่ได้ ทั้งๆที่อยากจะทำ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยห้าม  มันจะทำความวุ่นวายให้กับระบบการเงิน  

Concept ของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ ระบบธนาคารต้องมั่นคงก่อน สำคัญที่สุด และการแข่งขันมีบ้าง ไม่รุนแรง จนถึงทำให้ ธนาคารสัก 1 แห่ง ต้องขาดทุน ปิดตัวไป เข้าใจไหมครับ 
ลองคิดซิครับ หากธนาคารบอกว่า เปิด Member 15,000 บาท รับสิทธิมากมาย ตลอดชีพ  ธุรกิจอื่นๆ สู้ธนาคารไม่ได้หรอก เพราะเงินหนากว่า สุ้ได้นาน สมัยก่อนเงินทุนหลักทรัพย์ ก็ูเครือญาตินั้นแหละ ที่กู้เงิน เพราะไว้ใจกัน  

ค่าธรรมเนียมไม่ต่างกันอันนี้จริงครับ  แต่อย่าลืม  ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่างเช่น ตู้ ATM
ลองคิดซิครับว่า มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณเท่าไหร่  เขาคิดเงินคุณ 10 บาท คุ้มไหม
ผมเฉลยแล้วกัน ตู้ ATM  1 ตู้ ราคาเดิม 1 ล้านบาทตอนนี้ประมาณ 5 แสนบาทแล้วครับ
ค่าเช่าพื้นที่ห้างใหญ่ 25,000 บาทต่อเดือน  ร้านปากซอยก็ 2500 -5000 บาท   ค่าสัญญาณโทรศัพท์ ค่าไฟ  ค่า samco ขนเงินมาเติม  ค่าประกันการขนเงิน  สรุปได้ว่าตู้ ATM  1 ตู้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4-5 หมื่นบาทครับ  ได้เงินที 10 บาท กี่ทีครับ 

ที่ต่างประเทศ โหดกว่าเราอีก   เช่น ฮ่องกง ผมไปเดินหาธนาคารไม่เจอนะครับ ส่วนมากเขาใช้ ATM และ ATS (โอนเงินอัตโนมัต)   ผ่อนบ้านก็หักบัญชีเงินเดือนเลย ไม่ต้องมาธนาคาร  ธนาคารจะไม่ีพื้นที่ให้ลูกค้านั่ง ลองสักเกตุซิครับ  เปิดบัญชีขั้นต่ำไม่ใช่ 100 บาท  เขามีขั้นต่ำด้วย ที่เมืองไทยก็มี ธนาคารฝรั่ง 5,000 บาทครับ  สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น  มีคนเล่าให้ฟังว่า 250,000 บาทแรก ไม่มีดอกเบี้ย
คนต่างชาติเขาถามผมว่า ได้ดอกเบี้ยตั้งแต่ 1000 บาทแรกเลยหรือ  ดีจังเลย ผมนี่งง อะไรกันหว่า

ทุกอย่างมี cost ครับ ที่ญี่ปุ่น book bank ไม่ใช่กันแล้ว เพราะแพง เขาใช้เหมือน bill มือถือ
ส่งมาให้ทุกเดือน  เมืองไทยเคยทำครับ ลูกค้าร้องไม่เอา   ลูกค้าอยากได้ Internet banking
ที่มีความปลอดภัยสูงมากๆๆๆๆ  ค่า Software แพงมากครับ ทุกอย่างมี Cost หมด 
ไม่ได้เถียงแทนธนาคารนะครับ  เก็บเงินไว้ที่บ้านซิครับ ไม่มี cost  
ATM จริงๆ ไม่ต้องใช้หรอก เงินเดือนถอนให้พอใช้ ก็ OK แล้ว ใครใช้ให้ไปกดทีละ 500 บาทละ
ATM กดกันถี่มาก ผมก็ด้วย  กด ATM ทุกครั้งต้องใช้สัญญาณโทรศัพท์ (ไม่ฟรี)  เห็นไหมครับ
เงินหมด ต้องมาเติม เสียเงินอีก   อนาคตใช้บัตรเดบิต รับรอง ไม่ต้องพกเงินครับ 
ขึ้นรถไฟฟ้า ก็เอากระเป่าเงินวางบนแป้น  ซื้อของ 7eleven ก็เอากระเป๋าบางไว้บนแป้นอีก 
พอดีระบบไทยนะ ลูกผสม  cost  มันเลยกระจาย Volume ไม่มาก การจัดการไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด  ที่ USA เขาไม่พกเงินสด ใช้บัิตรเีครดิต สิ้นเดือน clear กันตัวเลขเข้าบัญชี เงินสด ไม่ได้แตะ
เห็นไหมครับ  ต่างกันมาก   โจรนิโกรใน new york ชอบปล้นคนเอเซีย เพราะ พกเงินสด 

เิปิดธนาคารในห้างก็แพงกว่านอกห้าง เปิดดึกๆ ทำงาน 7 วัน พนักงานก็ต้องมี OT 
คนทำงานธนาคารสมัยนี้ก็แข่งกันรุนแรงแล้วครับ ขืนเชื่อ TDRI ให้สู้กันสุดๆๆ มีหวัง ต้องมีธนาคารสักแห่ง ล้ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ   วิเคราะห์เน้นการตลาด ไม่ลงเรื่อง Finance เลย โธ่ แบบนี้ผมก็วิเคราะห์ได้    ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาอะไรเป็น เกณฑ์หลัก ข้อ  1 ข้อ 2 ข้อ 3 ไล่ลงมาเรื่อย
ไม่ใช่แบบ เผาศาลากลางจังหวัดแล้ว บอกว่า ต้องศึกษาให้ดีว่าทำไมถึงต้องเผา ก็คนมันเก็บกด
แบบนี้พูดไปไม่จบครับ  อ้างไปทุกหลักเกณฑ์  ผมเคย post ไว้นานแล้ว เรื่องธนบัตร 
ตอนนี้เรามีแค่ ธนบัตรใบละ 1 พันบาท  คนเบิก 500,000 บาท ใช้กี่ใบ  ค้าขายหลักแสนนี่น้อยมาก 
เงินสด 10 ล้านบาท ใช้ธนบัตรใบละ 1000 บาท ก็จะพอๆ กับ เป้สะพายหลัง 1 ใบเต็ม 
ผมเห็นพนักงานธนาคารนับเงินวันละ หลายสิบล้าน ขนเงินกัน ปริมาณทั้งนั้น  นี่ก็คือ cost เหมือนกัน
เมื่อ 10 กว่าปีผมเคยเจอฝรั่ง USA มีสอนเรื่องรายได้ค่าธรรมเนียมธนาคารไทย ต้องขึ้นเหมือน I 
Slip ใบฝากเงิน ใบถอนเงิน ฝรั่งก็คิดนะครับ  ผมฟังแล้วหัวเราะ คิดเงินรับรองโดนด่าแน่นอน
ที่ citibank ขอวงเงิน OD รอ 3 วันรับสมุดเช็ค  หากจะเอาเดี๋ยวนี้จ่ายเพิ่มซิ ได้เลย เห็นไหมครับ 
Same Same   

เกือบลืมบอกไป รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารไทย ส่วนมากประมาณ 20-30 % ของรายได้ทั้งหมด รายได้หลักคือ ส่วนต่างเงินกู้ เงินฝากครับ  รายได้ค่าธรรมเนียมถือได้ว่่า ยืดหยุ่น  ใช้น้อยเสียน้อย ใช้มากเสียมาก  เราสามารถลดได้ครับ หากใช้น้อยครั้ง

หาก TDRI ต้องการให้ cost ต่ำลงต้องโน้นครับ รัฐบาล ต้องหัดอุ้ม cost แทนเอกชนบ้างเหมือนที่จีน
อุ้มจนเอกชนรวยแล้ว มาเสียภาษีให้รัฐบาลเป็น  Business Cycle   รัฐไม่เริ่ม จะโทษใคร 
ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียน สถานศึกษา ไม่เสียภาษีครับ แต่ทำไม ค่าเทอม ค่าอื่นๆ ยังแพง 
cost คืออะไร ทำไมต้องมี  win มอเตอไซด์ ทำไม่ต้องเสียค่าเสื้อวิน  เงินเฟ้อเืมืองไทยนะ เกิดจาก cost  มันสะสม หลายๆ เท่าครับ  มีเรื่องตลกเล่าให้ฟัง  จริงๆ ธนาคารก็สามารถหักบัญชี ค่า้น้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่าผ่อนรถ ได้เรียกว่า ATS แต่ลูกค้าไม่ยอม กลัวหักเกิน ก็ต้องขับรถมาหาธนาคาร เสียน้ำมัน เสียค่าที่จอด หาของกิน  shopping  ผมว่า เสียน้อยเสียมากครับ





















































อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
4BANK วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

เรียนคุณ jason
เรื่อง CRM / CEM / CSR ที่พวกเรียน MBA ชอบพูดถึงกัึน คนธนาคารก็ทราบครับ มีการอบรมกันด้วย ยิ่ง CSR นี่สำคัญมาก คืนกำไรให้สังคม จริงๆ ไม่ใช่ว่าช่วยเหลือสั่งคม แต่การทำ CSR เขาทำกันมานานแล้ว แต่เรียกอีกแบบว่า การบริจาคครับ ข้อดีคือ ลดภาษีได้ คนธนาคารทำกันนานแล้ว เด็กสมัยนี้ร้อนวิชา อ้าง CSR ขอโทษที ทุกธนาคารเขาทำกันหมดดรับ ทำแล้วต้องออกสื่อ ด้วยเพราะเป็นการสร้างภาพ ธนาคารผมเคยไปทำบุญ แล้ว ให้เขตมาช่วยทำความสะอาดวัด พนักงานเขตบอกว่า มาถ่ายรูปแล้วก็กลับ ก็จริงแบบเขาว่า ดังนั้นผม confirm ได้ว่าทุกธนาคารทำ csr ว่าแต่ว่า คุณไม่เคยเห็นหรือครับ แปลก

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
jason วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RU-MBA

CRS นะมีมั่งมั้ยแต่ละธนาคารก็หวังจะทำกำไรทุกProduct นั่นแหล่ะ ไม่เห็นการคืนกำไรให้สังคมบ้างละครับคิดแต่กำไรเนอะ รวยจะแย่อยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ขอบ่นต่ออีกนิด
อย่าไปชี้ว่า ธุรกิจไหนแพง เพราะจะทำให้ธุรกิจนั้นชะงัก ไม่ไหลไปตาม Demand Supply ถ้าธุรกิจทำกำไรงาม พนักงานก็จะได้ผลตอบแทนสูง Bonus มาก สมัยก่อนใครทำงานซื้อขายหุ้น เรียกว่ามนุษย์ทองคำ Shopping ผ่อนของกันกระจาย สมัยนี้ละครับ กำลังซื้อกลุ่มนี้น้อยลงมาก กำไรดี จะหมุนมาให้ธุรกิจอื่นๆ ได้ประโยชน์ไปด้วย
กำลังซื้อมาก ดีกว่า กำลังซื้อไม่มีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ธนาคารฝรั่งครับ ทำ promotion ให้ลูกค้าสมัครบัตรเครดิต สมัครแล้ว ได้กระเป๋าเดินทาง หรือสินค้าราคาประมาณ 1,000 บาท เพราะคาดว่า ลูกค้าจะในบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ จะมีกำไรจากค่าธรรมเนียมจากร้านค้าที่ลูกค้าไปรูด แต่คนไทยหลายร้อยคน ได้บัตรแล้ว ได้กระเป๋าแล้ว ยกเลิกบัตรทันที ไม่รูด กำไรได้กระเป๋าฟรี ที่แบบนี้ไม่บ่นสักคำ จนกระทั่ง ธนาคารต้องระบุให้ ต้องใช้รูดเกิน 5000 บาท แล้วค่้อยมารับกระเป๋า

ธุรกิจสมัยนี้ใช้ระบบ Profit center ครับ ต้นทุนเท่าไหร่ ต้องหารายได้มาเสริมให้ได้ เช่นห้องน้ำเสียเงิน 1-2 บาท
เพราะมี Cost ไงครับ ระบบเิดิมๆ แบบราชการนะ กำลังจะหมดไปเพราะ ใครๆ ก็คิดแต่เงินครับ ของฟรีไม่มีในโลก
cost มันจะไปทะลักที่หน่วยงานหนึ่งแน่นอน ธนาคารหลายแห่ง ต้องทำ promotion ลดราคา แต่ไม่ได้บอกว่า ตลอดชีพนะครับ เขาทำเพื่อต้อนให้ลูกค้าเข้ามาแล้ว คิดทีหลัง หรือมีเงื่อนไข สำนวนใหม่ๆ มาใช้กัน มันเป็นกับดัก ทางการตลาดเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

55555 ขอบคุณครับ สำหรับ ความเห็นที่แตกต่าง ผมไม่ติดใจอะไรหรอกครับ แต่ต้องการจะสื่อว่า การที่เราจะไปบอกว่าอะไรแำพง มันไม่ง่ายเหมือนที่ TDRI บอก ผมงงตรงที่ว่า มานับ cost per unit ทีละชิ้นแล้วบอกว่าแพง ใครกำหนดว่า คุณควรจะให้บริการราคาเท่านี้ เอาอะไรมาเป็นบรรทัดฐาน จริงๆ แล้วทุกธุรกิจจะมี product ที่ทำกำไรหลายตัว แต่ละตัว ต้นทุนต่างกัน กำไรต่างกัน แต่ที่สำคัญคือ ต้องหารายได้ให้มากพอกับค่าใช้จ่าย และมีกำไรเหลือบ้าง พอที่จะอยู่รอด แบบเหมา หากมีคิดรายตัวแล้วบอกว่าแพง ผมว่า non sense ยกตัวอย่างเช่นร้านขายมือถือที่ MBK น่าจะอธิบายได้เห็นภาพง่ายกว่าธุรกิจของธนาคาร
สินค้าคือ มือถือ มือถือใหม่ราคาเกินหมื่น กำไรมาก แต่ขายยากกว่า มือถือราคาเกิน 5000 บาท ขายง่ายกำไรน้อย มือถือต่ำกว่า 5000 บาท ขายดีมาก กำไรหลักร้อย
Accessory มือถือ กำไรดีมาก 100%
ถามว่า กำไรสุทธิ ของร้านมือถือ ก็จะมากจากสินค้าทุกตัวในร้าน คละกันไป แล้วหากมีใครมาประกาศว่า คุณขายตัวนี้แพง เคยมีไหมครับ ประกาศว่าตัวนี้ ขายถูกเกินไป ไม่มีครับ คิดแบบ Business ให้ได้จะเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมเห็นด้วยกับคห.5 ครับ ในกรณีค่าบริการของแบงค์แพง ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับจขบ. ที่พูดถึงว่าค่าบริการมือถือแพงแสนแพง นอกจากนั้น ผมยังเห็นว่า ค่าบริการ IT ก็แพงมากเช่นกัน รวมทั้งราคาอุปกรณ์ IT ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ผู้ชายเจ้าชู้ วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ultrajane

ขอติดต่างนะครับ

ค่าธรรมเนียมผมมองว่ามันเป็นเรื่องของ บริการหรือservice ครับ คือไม่จำเป็นต้องเก็บเงินกับผู้ใช้ ผมขอยกตัวอย่างเช่น กระดาษทิชชู่ในร้านอาหารนะครับ คนเราทานอาหารปากย่อมเลอะ หรือจะเช็ดจานก็ตาม ร้านอาหารควรมีกระดาษไว้บริการให้ลูกค้าฟรี นะครับ หรือถ้าจะคิดเงินก็คิดได้แต่ไม่ควรคิดในราคาแพงนะครับ เช่น อาจจะวางขายกระดาษซอง ๆ ละ 3 บาท เป็นต้นนะครับ

ลองคิดดูนะครับ ถ้าร้านอาหารคิดค่ากระดาษยิบย่อยทุกครั้งที่ขอ ถ้าทานอาหาร 1 ครั้ง หยิบกระดาษ 20 แผ่น คิดค่ากระดาษแผ่นละ 1 บาท เป็นจำนวนเงิน 20 บาท ค่าข้าวกระเพราไก่ ราคา 40 บาท ค่ากระดาษคิดเป็น 33.33 % ของรายได้ที่ร้านอาหารจะได้ คุณคิดว่าเหมาะสมหรือเปล่าครับ?

จริงอยู่ที่การเก็บค่าอาหารทำให้คนใช้กระดาษไม่พร่ำเพื่อ แต่ควรคิดในอัตราที่เหมาะสมครับ

สำหรับเรื่องค่าธรรมเนียมนั้น ผมมองว่าเป็น บริการ ครับ คือ ธนาคารไหนมีใจที่จะบริการก็ไม่คิดหรือคิดในอัตราที่ต่ำกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าถามว่าอัตราที่เหมาะผมว่าควรจะลดกว่านี้ 50% เลยนะครับ

จริงอยู่นะครับที่ทุกอย่างในการดำเนินธุรกรรมทางการเงินนั้นมีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนอยู่ แต่ถ้ามองในมุมของผู้บริโภคคือ "แล้วไงครับ?" ธนาคารมีต้นทุนก็เลยผลักภาระมาให้ผู้ใช้บริการเหรอครับ? แค่ส่วนต่างของดอกเบี้ยงเงินกู้และเงินฝากที่ต่างกันยังทำกำไรไม่พอเหรอครับ?

ฝากเงินแบบประจำถ้าถอนก่อนก็ไม่ได้ดอกเบี้ย แบบนี้มันถือว่าเหมาะสมเหรอครับ?

ตู้ ATM ตู้ละ 5 แสน ค่าเช่าที่อีกนับหมื่น ก็เลยมาเก็บเงินกับลูกค้าครั้งละ 20-30 บาท เหรอครับ?

ผมเข้าใจนะครับว่าเป็นธุรกิจ แต่ไม่มากเกินไปเหรอครับ อะไร ๆ ก็จะเก็บกับผู้บริโภคหมดเลย

เรื่องค่าธรรมเนี่ยม ATM กับ การโอนเงิน หรือค่าสมุดเช็คนี่ผมเข้าใจนะครับว่ามีเพราะมันมีค่าใช้จ่าย แต่ที่เป็นอยู่นี่แพงไปนะครับ

เรื่องที่บอกว่าทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายก็เลยต้องเก็บนี่ผมในฐานะผู้บริโภคมองว่าเป็นเพียง "ข้ออ้าง" ครับ เพราะ20-30% ของรายได้หลักครับ ค่าใช้จ่ายมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?

ในมุมมองของผมค่าธรรมเนียมของธนาคารก็เหมือนกับ ร้านอาหารที่คิด ค่าแอร์ หรือ ค่ากระดาษทิชชู่ครับ

ขออภัยนะครับถ้าความคิดของผมอาจจะขัดแต่ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งของผมที่อยากแลกเปลี่ยนนะครับ

^^

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Obtimusa.. วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamUn

เอาง่าย ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ
ถ้ามันมีค่าใช้จ่าย
ลองเอาต้นทุนค่าบริการกับรายได้ค่ามาหาผลต่าง (เฉพาะการบริการนะครับ)
ถ้าค่าใช้จ่ายมันมากจริง ก้อ ok

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
อริยทัศน์ วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

นาน ๆ จะเห็นตั้งกระทู้สวนทางนักวิชาการ

ธนาคารคงไม่ต้องเก็บถูกหรอกครับ แต่อย่าคิดว่า การลงทุนให้บริการ เป็นเรื่อง Cost อย่างเดียว มันเป็นความได้เปรียบของธุรกิจด้วย และเป็นความเสี่ยง

การที่ลูกค้าใช้บริการมาก ๆ ธนาคารได้เงินทุก Transaction อยู่แล้ว ทั้งฝากถอน จ่าย โอน เช็ค
ได้ทั้งจากลูกค้า จากธนาคาร ในรูปแบบค่าธรรมเนียม และได้ส่วนต่างจากเงินกู้-เงินฝาก

ปัญหาคือ พนักงานแบงค์ระดับบริหาร ต้องจ้างแพงมากเพื่อความเชื่อถือ .. ปลดพนักงานแบงค์ไม่ได้ เป็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อองค์กร แต่หากวัด Productivities จริง ๆ อาจต้องเลิกจ้างสักครี่งหนึ่ง ลดค่าจ้างอีก 30%
แต่ตัวเลขนี้ TDRI ไม่เปิดเผย เพราะตลาดเงิน ตลาดทุนใช้บุคคลากรคล้ายกัน ถ้าพูดเรืองค่าตอบแทน ยุ่งทั้งสองตลาดแน่ ๆ ก็เลยพูดเป็นนัย ๆ ว่า เก็บได้ แต่ขอให้ยุติธรรมหน่อย ผลักภาระให้ผู้บริโภคหนัก ๆ ก็จะไม่ดี..

เอาเป็นว่า เชียร์ให้ใช้ Bank ที่ไม่เก็บละกัน เช่น ทหารไทย หรือแบงค์ที่ดูแลเรามากหน่อย เช่น ออมสิน
และอย่าผูกพันกับแบงค์ใดแบงค์เดียว ไม่ดีก็เปลี่ยนมัน
แบงค์ไหนเก็บแพง ก็เปลี่ยน เลิกใช้...

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
MrTote วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

กลับมาอีกรอบตอนขึ้นกรอบ "เรื่องแนะนำ ฯ" กระทู้นี้กลายเป็นกระทู้ล่อเป้า โดนลูกค้าธนาคารถล่มเละซะแล้วครับ

มองกันคนละด้านของเคาน์เตอร์ ผลก็ออกมาเป็นอย่างนี้ครับ!

ผมออกมาพ้นพงหนามนานแล้ว ขอยืนดูครับ!

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Reds วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Redsscouser
รอย ฮอดสัน อาจจะไม่ใช่ผู้จัดการที่ดีที่สุด แต่เขาอาจจะเป็นผู้จัดการทีมที่เหมาะสมที่สุด ....  

ถ้าธนาคารบอกว่าแพง ก็เป็นเรื่องสิครับ ...

ไม่ผิดครับที่ ธนาคาจะบอกว่าไม่แพง ...

ผมว่า บางทีเราไม่ต้องอธิบายหาเหตุผลอะไรมากครับกับการที่จะบอกว่าแพงหรือไม่แพง ...

ถ้าผมขายก๋วยเตี๋ยวสักหนึ่งชาม ผมก็ต้องบอกว่าไม่แพงอยู่แล้วครับ เป็นไปไม่ได้ที่ ตัวเองจะบอกว่า " ร้านผมขายแพงนะ " .....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ลองคิดกลับหัวนะครับ ถ้ามีคนมาบอกว่า หนังสือพิมพ์แพง
หรือสินค้าที่คุณขายแพง ก็จะเข้าใจว่า แพงเพราะอะไร
คนญี่ปุ่น ตั้งราคาสินค้าไว้ ขายตามป้าย ไม่ลดเด็ดขาด
คนไทยชอบต่อรอง ไปเมืองจีนชอบนัก ของถูกๆ เป็นไง
เจอวิชามารที่ตลาดเมืองจีนกลับมา บ่น ซื้อของแพงกว่าเพื่อนอีก 555555

บางส่วนที่ TDRI ผู้หญิง ออกข่าว TV ฟังแ้ล้ว simple มาก เพราะอยากให้ธนาคารลดราคา แบบ price war เหมือน consumer products อันนี้ซิที่ผมว่า ตื้นๆๆ
price ต้อง relate กับ volume ด้วย จะทำให้ ถึงจุดค้มทุน
price อย่างเดียว อดตาย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

55555
มือถือเมืองไทยแพงไหม แพงแสนแพง แต่คนบ่นน้อยมาก
สายไฟประเภทที่ชาร์ตมือถือ กำไร 100 % ไม่เป็นไร
รถยนต์ราคาแพงกว่าชาวบ้าน ก็ต้องซื้อ
ทุกคนต้องการซื้อของถูก หากกลับด้านเป็นคนขายก็จะรู้สึีกว่า กำไรน้อยต้นทุนแพง คนส่วนมากไม่รู้ cost ที่แท้จริงหากไม่ได้ดำเนินกิจการจริงๆๆ บ่นไว้ก่อนว่าแพง
รับฝากเงินสัก แสนล้าน ต้องนำไปสำรองโดยไม่มีดอกเบี้ยงอกออกมาก สัก 20% ของแสนล้าน ตรงนี้ก็ cost เหมือนกัน ฝากเงินแสนล้าน สามารถปล่อยกู้ได้แค่ 80% ของแสนล้าน กำไรจะเหลือเ่ท่าไหร่ ทุกธุรกิจต้องการกำไร
sms banking ไม่เคยมีใช้ ต่อมาลูกค้าอยากสะดวก ก็ต้องจ่ายเงิน ถามว่าจำเป็นไหม คิดเอาเอง การตลาดมักล่อลูกค้าให้พอใจจ่าย หากลูกค้าพอใจจ่าย ก็จะ happy และบอกว่า ไม่แพงเลย คุ้มเงิน เรื่องนี้คนธนาคารไม่เก่งจริงๆ เรื่องการสร้าง relationship กับลูกค้า ดูมือถือซิ คิดบริการตรงบ้างไม่ตรงบ้าง บ่นไปก็เท่านั้น แต่ลูกค้า พอใจ
คิดเงินแล้วบริการไม่ดี ก็จะบอกว่า แพง ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

อะไรไม่ว่า แต่ตอนกู้เงินผ่อนบ้านนะคะ

ถ้าเรามีเงินก้อน จะไปปดหนี้.. ธนาคารคิดค่าทำเนียมเงินก้อนด้วย...

กู้เงินเขาเขามา พอเราเอาเงินไปคืนเขาได้เร็วๆ ได้เยอะๆ น่าจะไม่คิดทำเนียม จ่ายเร็ว จ่ายเยอะ คิดเงินเพิ่มอีก..

ตอนนี้ใช้บริการสหกรณ์ สบายใจกว่ากันเยอะคะ โป๊ะได้ไม่มีชาร์ท..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลูกพ่อดำ วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kritsanasa

อธิบายมามากมายก็แค่การแก้ตัวแทนแบงค์ รายได้ผลกำไรก็เห็นกันอยู่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
neti วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.38 น.

คนทำงานธนาคารย่อมมองแต่ผลประโยชน์ของธนาคาร ไม่ต่างกับคนที่ทำงานหน่วยไหนย่อมมองแต่ผลประโยชน์ของหน่วยงานที่ตนทำงาน ส่วนผู้บริโภคหรือลูกค้าเขามองไม่เห็นหรอก เพราะจะทำให้เขาได้ค่าตอบแทนน้อยลงหรือโบนัสน้อยลง การนำเครื่องอิเลคโทนิคที่เป็นคอมพิวเตอร์มาใช้แทนคน เชื่อว่าธนาคารได้ผลประโยชน์มากมายจากการจ้างคนทำงานน้อยลง และค่าใช้จ่ายอีกมากมาย ส่วนนี้ธนาคารไม่ค่อยพูด คนทำงานธนาคารก็ไม่พูด แต่ธนาคารมักจะเอาส่วนนี้มาอ้างว่าเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ก็ลดต้นทุนมากเช่นกัน ผู้บริโภคหรือลูกค้าไม่รู้เรื่องต่างก็อยู่ในภาวะจำยอมทั้งนั้น การแข่งขันการนำคอมมาใช้บริการเป็นการแข่งขันกันเองระหว่างธนาคารไม่เกี่ยวกับประชาชน หากไม่แข่งขันกันทันสมัยก็อยู่ไม่ได้ แต่ประชาชนหรือลูกค้าต้องมารับภาระค่าใช้จ่ายแทนธนาคาร แต่ธนาคารไม่พูดว่าด้านตรงข้ามก็ลดค่าใช้จ่ายธนาคารมากมายเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Surakant วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.27 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก


ไม่ต้องแข่งกันก็ได้ครับ
แต่อย่าฮั้วกันนัก
**********************
ผมว่ายังไงก็ถือว่าแพงอยู่ดี
เวลาเปรียบเทียบ ต้องเปรียบกับประเทศที่สถานะใกล้กันหน่อย อย่าเปรียบกับฮ่องกง สิงคโปร์ แล้วบอกว่าเรา ราคาถูกแล้ว
************
ประเทศไทยไม่เคยมีหน่วยงานไหน ควบคุมค่าธรรมเนียมพวกนี้ ดูพวกบัตรเครดิต บัตรเงินสด ทั้งแบงค์ ทั้งไม่แบงค์
นึกจะเก็บค่าอะไร เท่าไหร่ ก็ตามสบาย
************
หน่วยงานรัฐไม่มีพึ่งได้ ไปพึ่งสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค เขาก็ว่าเสือกระดาษ แต่ก็ยังเป็นที่พึ่ง ที่ดีกว่าไม่มีอะไรพึ่งได้เลย


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
best_hand วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/besthand
ไม่เป็นกลาง..ระหว่างความดีกับความชั่ว

แพงค่ะ โอนเงินให้แม่ที่ต่างจังหวัด เสียที 30 บาท ปีนึง 360 บาท ไม่รวมกรณีโอนฉุกเฉิน แต่เวลาคิดดอกเบี้ยเงินฝากให้เรา ไม่ถึง 10 บาท

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
market วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ก็ไม่แพงหรอกค่ะ คิดตังค์แบบนี้ก็มีข้อดี หัดให้คนวางแผนล่วงหน้า ....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ธนาคาร...เป็นคนใจดีครับ
ให้"ร่ม"เรามาใช้ตอนอากาศดี
แต่"ขอคืน"..ตอนฝนตกหนัก
อยากได้ตอนนั้น ต้องเช่าครับ...จ่ายตังค์ไป

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

"..ไม่ได้เถียงแทนธนาคารนะครับ เก็บเงินไว้ที่บ้านซิครับ ไม่มี cost
ATM จริงๆ ไม่ต้องใช้หรอก เงินเดือนถอนให้พอใช้ ก็ OK แล้ว ใครใช้ให้ไปกดทีละ 500 บาทละ .."

..ท้าทายจัง..หุหุ..
ถ้าประชาชนไม่ใช้ "ธนบัตร" เลย คงยากเหมือนกัน เพราะอย่าลืมประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกล จะไปหาตู้ ATM จากไหน?
การใช้ ATM เป็นตัวช่วยให้สะดวกมากขึ้น การคิดค่าธรรมเนียมบางอย่างอาจมากไป คนที่กดเงินบ่อย ๆ ธนาคารก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในส่วนที่เคลื่อนไหวลดเพิ่มตลอดเวลา คิดว่าน่าจะได้ทั้งสองทางนะ

"..หาก TDRI ต้องการให้ cost ต่ำลงต้องโน้นครับ รัฐบาล ต้องหัดอุ้ม cost แทนเอกชนบ้างเหมือนที่จีน.."

แหม..ตรงนี้ก็นะ จะเอาอย่างนี้หรือ ?
ทุกวันนี้ธนาคารก็มีบุริมสิทธิ์เหนือใครต่อใครอยู่แล้วนะ
ให้รัฐบาลอุ้ม อีกแล้ว
แล้วทีปล่อยกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ กับดอกเบี้ยเงินฝากต่างกันมากมาย จะให้ลด เขาก็ไม่ยอมลด บอกว่าต้นทุนสูง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เติมมายา วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammachart

ฉันไม่เคยทำงานธนาคารค่ะ แต่เป็นคนไทยที่ต้องใช้บริการต่าง ๆ ของธนาคาร แต่ละปีฉันต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคารมากมาย ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็อย่าเอาไปเปรียบกับธนาคารที่ค่าธรรมเนียมแพงกว่าสิคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
jason วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RU-MBA

ทำไมไม่คิดถึงต้นทุน Product แต่ละตัวละครับ บางตัวก็ฟันกำไรไปมากกว่าสองร้อยเปอร์เซนต์ เช้นต้นทุนการทำรายการผ่านเอทีเอ็ม ตกรายการละบาทสี่สิบ แต่คิดค่าธรรมเนียมเขาสิบบาทอย่างงี้ก็ไม่เป็นธรรมจริงมั้ยครับ รายได้ส่วนที่เป็นnon-interest นั้น ธนาคารบางแห่งสูงเกือบสี่สิบเปอร์ของรายได้รวม น่าจะลดลงมาบ้างก็ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

เข้าใจครับว่า ทุกอย่างมีต้นทุน
แต่ผมไม่เชื่อว่า TDRI จะทำวิจัยแบบตื้นๆ

แต่ผมว่า ยังไงซะ ค่าธรรมเนียมต่างๆ มันก็แพงเกินไปจริงๆนั่นละ

ทำไมถึงรู้สึกกว่าแพง
ก็เพราะค่าธรรมเนียมแบบนี้ เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงของกำไร นั่นเป็นข้อบ่งชี้ว่าน่าจะแพง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กาน่า วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bingo
ลูซู

ในเรื่องที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือคนรายได้น้อยครับ รวมถึงธนาคารเล็ก ๆ ในเรื่องการดำเนินกิจการ ส่วนเรื่องความเป็นธรรมความเหมาะสมเขามาดูที่ตัวเลขรวมที่เขาแถลงออกมา เช่นเปรียบเทียบสินค้าบางตัวกำไรตัวละ 50 สตางค์ก็รวยแล้วเพราะยอดขายมันเยอะ และยิ่งดีขึ้นไปอีกที่ผลวิจัยของTDRI เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าธนาคาร และไม่ต้องห่วงครับว่าธนาคารจะเจ๊ง แต่น่าห่วงว่าถ้ารายได้ของธนาคารลดลง ค่าตอบแทนพนักงานก็จะลดลงไปด้วยหรือเปล่า(จะหาคนทำงานที่มีประสิทธิภาพยากขึ้น) หรือไม่ก็จะไปเพิ่มเป้ายอดขายสารพัดประกันแก่พนักงานเพิ่มขึ้น ในเรื่องตู้ ATM ผมกลับคิดว่าเป็นการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินกิจการของธนาคารมากกว่าไม่ใช่ตั้งโจทย์ที่การบริการความสะดวกของคนใช้บริการเป็นหลักและยอมขาดทุน แบ็งค์อะไรจะใจดีปานนั้น ลองคิดดูจะต้องใช้สถานที่ใหญ่โตแค่ไหนและพนักงานจำนวนมากแค่ไหนในแต่ละสาขา เพราะจะโกลาหลอย่างมากถ้านำคนที่เข้าแถวกดตู้ทั้งหมดมาทำธุรกรรมที่หน้าเค้าเตอร์แทน และแน่นอนการขยายตัวของผู้ใช้บริการก็ต้องเพิ่มชึ้นไปอีก ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนเงิน การเรียกเก็บเงินต่างพื้นที่ มีบางธนาคารนำร่องโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมแถมยังลดค่าเช็คให้อีกครึ่งราคาเขายังทำออกมาได้ แต่น่าเสียดายเขาไม่ได้ให้ประชาชนทั่วไปเขาให้แต่คนค้าขายเท่านั้น ผมเชื่อมั่นพันเปอร์เซ็นต์ครับ ว่าคนค้าเงินปล่อยเงินให้เขากู้ ไม่โง่ ไม่เจ๊ง และไม่ต้องห่วงเขาครับ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมไม่พยายามเข้่าธนาคารครับ เพราะไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมให้ธนาคาร จะโอนเงินก็ต้องจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

ถามว่า ค่าธรรมเนียมธนาคารแพงไหม ถ้านายแบงก์พูดก็คงบอกว่า ธรรมดา ๆ ทุกอย่างต้องมีต้นทุน เราไม่ใช่องค์กรกุศล

ถามชาวบ้่านร้านตลาดบ้าง ไม่ต้ิองบอกนะครับว่า เขาพูดถึงค่าต๋งแบงก์ยังไง เสียย่อยเสียยับไปทุกจุด

รายได้จากค่าต๋ง 25-30% ของรายได้่โดยรวม เป็นตัวเลขที่ดีมากครับสำหรับธนาคาร ธุรกิจอื่น ๆ ปลีกย่อยไม่ต้องทำก็ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

บางอย่างก็แพง บางอย่างก็ไม่แพงค่ะ แหม ตอบแบบนักการเมืองเลยนิเรา ตอบแบบครึ่งๆกลางๆจะว่าผิดก็ไม่ใช่ ถูกก็ไม่เชิงนิคะ ป.ล. นอกจากเช็คอินทางตู้แล้ว เขาเล่าว่า อาหารเช้าก็มาทางตู้ด้วยนะคะ คือ เราเข้าพักโรงแรมแบบนี้ติดต่อกับตู้อย่างเดียวคนไม่เกี่ยวเขาเล่าว่านะคะ ถูกผิดไม่รับประกันคร้าบบบบท่าน4Bank

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
MrTote วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 06.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

ผมก็เคยทำงานธนาคารมา ๓๐ ปีครับ!

ธปท.เขาจะทำให้ ธ. เป็นองค์กรการกุศลครับ ฟรีทุกอย่าง ช่องว่างดอกเบี้ยฝาก-กู้น้อย ๆ !

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
4BANK วันที่ : 09/09/2010 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

Cost ที่มองไม่เห็น มีอีกมากครับ เช่น ธนบัตรที่เราใช้กันอยู่นี่ใครพิมพ์ แพงมากครับ ใครจ่ายๆๆ อยากให้คนวิเคราะห์มองหลายๆ ด้าน ก่อนสรุป คำว่า แพง มันแล้วแต่ ความคิดครับ ถือเงินสดเดินทางข้ามจังหวัด ปลอดภัยไหม กด ATM เบิกเงินปลอดภัยกว่า เสีย 10 บาท คุ้มไหมครับ แล้วแต่จะมองครับ มุมไหน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปรัตยา วันที่ : 08/09/2010 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผมก็ใช้ ATM เยอะครับ ไม่จำเป็นไม่ค่อยเข้าไปธนาคาร ไม่โดนคิดค่าธรรมเนียมด้วย เพราะไม่ได้ทำธุรกรรมข้ามเขต (ซึ่งผมว่ามันก็ยุติธรรมดี) ถ้าข้ามเขตก็โดน ซึ่งผมพยายามหลีกเลี่ยง ยกเว้นไปต่าง จว. เลี่ยงไม่ได้

ผมคิดว่าถ้าจะให้ธนาคารแข่งกัน น่าจะให้แข่งกันเรื่องบริการมากกว่า ผมยินดีจ่ายนะ ถ้าบริการดี สะดวกอะไรทำนองนี้ อย่าง I-Bank M-Bank นี่ชอบมาก สะดวกดี แข่งกันลดค่าบริการมันก็ดีอยู่ แต่ถ้าลดแล้วได้บริการที่แย่เพราะธนาคารต้องลดต้นทุนนี่ ผมไม่เอาด้วย อย่างเช่น I-Bank ถ้าบริการไม่ปลอดภัย นี่แย่เลยนะครับ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน