*/
  • 4BANK
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 1126
  • จำนวนผู้ชม : 2051172
  • จำนวนผู้โหวต : 535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 535 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม 2561
Posted by 4BANK , ผู้อ่าน : 810 , 23:29:15 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน อดุลย์ , นายยั้งคิด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

ผมละดีใจมาก ที่เห็นบางองค์กรเริ่มตาสว่าง  คิดจะเลิก กะปิ   (บางธนาคารเรียกแบบนี้)   ผมทำงานธนาคารหลายแห่งมีเพื่อนเยอะ บ่นกันหมด ตกอีกแล้ว กี่ปีไม่เคยผ่านเลย กะปิ   ดูเหมือนว่า พนักงานส่วนมากไปมีความสุขกับการประเมินแบบกะปิเลย  แบบว่า ตกกันเยอะไงครับ  แค่คิดคำนวณก็ ไม่มีกำลังใจในการทำงานแล้วละ   เพราะคนไทยหลายคน ใช้KPI ผิด  เรียกว่า เอาตัวเลขของแต่สินค้า มาทำเป็น Package  เธอต้องขายของให้ได้ตามนี้นะ   เหมือนขายเป็นตะกร้าตอนปีใหม่ ไงครับ  ต้องขายให้ได้เยอะๆ  ทุกตัว ใครไม่ได้ตามนี้  ตก   แล้วที่ขำที่สุด  ตัวเลขมันไม่ได้สะท้อน หรือกระตุ้นพนักงานเลย  รู้แต่ว่าพอสิ้นปี ก็จะประกาศว่าตก  แบบนี้นะ  อดได้โบนัส  อดปรับเงินเดือน  อดอีกหลายอย่าง   บางแห่งก็อาจจะทันสมัยหน่อยมีประกาศรายสามเดือน หรือครึ่งปี   แบบว่าเตือนแล้วนะ   คนออกแบบตัวเลขก็มีอะไรแปลกๆ  หลายแห่งไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าทำไมถึงได้แบบนี้มา   แบบว่าสั่งออกไป ทุกต้องฟัง เพราะกรรมการลงนามแล้ว จบ  บังคับตลอด

บางคนถามผมกลับ เลิกแล้วจะเอาอะไรประเมิน     ผมก็ตอบกลับแบบกวนบาทาก่อน  สมัยก่อนจะมีกะปิ  ใช้อะไรประเมินละ  มันดีกว่าไหม  คิดดูซิ   การออกแบบประเมินอะไรสักอย่าง ถ้าผู้ถูกประเมินไม่เข้าใจ มันก็ไม่ได้ใจหรอก   ใจนะสำคัญนะ ไม่มีใจงานไม่ได้เดินหรอก  มาทำงานแต่ตัว  ใจไม่มี รับรองธุรกิจไม่รุ่งเรือง  จริงไหมครับ   เหตุผลที่เขาจะเลิกการประเมินแบบนี้ก็เพราะมีบริษัทที่รุ่งเรือง ก็มาจากอเมริกา อีกนั้นแหละ ที่เราชอบไปเลียนแบบ  แปลกไหมครับ ญี่ปุ่นก็มีอะไรดีๆ เยอะ แปลกๆ แต่คนไทยไม่นิยมเลียนแบบ  หรือเป็นเพราะเราส่งเด็กเราไปเรียนที่สหรัฐเยอะ เลยลอกเขามาใช้งานเลย เท่ห์ดี  บริษัทดังๆ ในสหรัฐ ก็ต้อง Facebook, Google, Apple, Amazon ประมาณนี้   ผมไม่อยากอธิบายการทำงานของบริษัทพวกนี้ครับ เพราะผมไม่เคยทำงานด้วย  ไม่อยากแปลมาเขียน  แต่ที่อ่านมาก็พบว่า Google บริหารองค์กรและประเมินพนักงานถูกใจกันหลายคน  ผมเคยทำงานกับบริษัทของสหรัฐในไทย  อ่านแล้วคิดถึงอดีตเลยครับ   มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากจากบริษัทที่ผมเคยทำงาน  ผมละชอบระบบการทำงานของสหรัฐมากที่สุดครับ   ผมทำมาเยอะมาก ทั้งไทย จีน อังกฤษ สิงคโปร์  ฝรั่งเศส สหรัฐ มาเลเซีย เนเธอแลนด์ แคนาดา  ก็เลยเห็นอะไรที่มันเยอะมากหน่อยเท่านั้นเอง   ผมเล่าเรื่องการประเมินแต่ละแห่งดีกว่าจะได้เห็นภาพว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ระบบการประเมินพนักงานของระบบสถาบันการเงินในไทย

ธนาคารไทยแท้  ชอบประเมินตั้งเป้าเพื่อส่งผู้บริหาร  ตั้งเป้ากันเอง แล้วนำเสนอ เรียกว่า โยนหินถามทางก่อน สุดท้ายผู้ใหญ่ก็จะสั่งออกมา  ฟังดูดีคือ เด็กสามารถนำเสนอ  ผมว่าไม่ใช่หรอก  แค่หลอกใช้มากกว่า  ลูกค้าผมเป็นบริษัท ก็ต้องตั้งเป้า อย่างละเอียด  ปีหน้าจะมี โอดี  สินเชื่อ นำเข้าส่งออก โอนเงินต่างประเทศ และรายการอื่นๆ เท่าไหร่ โตกี่เปอร์เซ็นต์  เจอคำถามแบบนี้ลูกค้าเองยังตอบไม่ได้เลยครับ   ละเอียดไป  สุดท้ายก็ต้องนั่งเทียนครับ  ท่านๆ จะเอาคำตอบให้ได้  ก็ตั้งสูตรเข้าไปใน EXCEL ทำออกมาดูดี  แต่นั่งเทียน 90%  ผ่านไปหนึ่งปี กลับมาดู ปรากฏว่า เพี้ยนไปหมดครับ ที่เดาๆ กันไว้ ทำกันเป็นเดือน  แล้วก็ต้อทนทำต่อไปทุกปี  มีคนโต้แย้งเหมือนกัน แต่ได้คำตอบว่า ทำงานไม่มีเป้าหมายได้ไง ต้องกำหนดเป้าแล้วไปให้ถึง   แล้วปฎิบัติจริงมันไปถึงไหมละครับ ผมคิดในใจ เขาสั่งก็ต้องทำไป กลับบ้านช้ากว่าเดิม เพราะเวลาทำงานก็ทำไป สุดท้ายผมจะโดนหนักหน่อย เพราะป้าๆ น้าๆ  หลายคนไม่ชำนาญ EXCEL เลยใช้ปากกาเชียนแล้วโยนมาพวกผมเลย ใส่สูตรให้พี่หน่อยนะ  วันสุดท้ายนี้มึนเลยละ จะแก้ตัวเลข ไปมาหลายรอบ แก้ลดลงนะครับ กลัวตกเป้าเลยตั้งเป้าติดลบ กันเพียบ เวรกรรม พอถึงการประเมินพนักงานสิ้นปี  ไม่ได้เอาตัวเลขพวกนี้มาเลย เข้าเป้าไหม  แล้วแต่หัวหน้าเลยละ  ตามใจฉัน ใครคนโปรด

พอได้ไปทำงานกับบริษัทของสหรัฐ  ผมก็เจออะไรที่แปลกไปมาก  ไม่ต้องเสียเวลาตั้งเป้าเป็นเดือน  เพราะเขาเน้นแต่ตัวเลขรายเดือน รายสัปดาห์  แล้วทำกราฟแท่งง่ายๆ ปิดไว้ที่ประตูทุกวันจันทร์ เห็นกันหมด ทีมไหนยอดเท่าไหร่   นั่นแหละ ที่กดดันเจ้านายผมทุกเช้าวันจันทร์   เป้ารายทีมเห็นกันทั้งหมด  ผลงานรายคนก็เข้าไปดูได้ที่ Drive กลาง  เห็นกันหมดใครทำอะไรบ้าง  การประเมินก็จะเป็นไปตามตัวเลขชองทีม แล้วเอาไปแบ่งกันรายคน   ผมว่าแบบนี้แฟร์มากเลย ผมชอบนะ  การประเมินเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน

พูดถึงความซับซ้อน  ของคนไทยจะซับซ้อนและยากที่จะเข้าใจ  ตัวเลขประเมินยอดยกมาของปีที่แล้วก็มี  แบบว่าใครเคยทำได้เยอะ  เป้าก็จะตามมาเยอะ สาขาเล็กก็จะไม่มีวันแซงสาขาใหญ่ได้เลย เพราะยอดสะสมมันคาไว้หลายปีแล้ว  ที่โหดที่สุคคือ ค่ามาตรฐานแล้วแต่ใจเจ้านาย  ถ้าเราเรียนมหาวิทยาลัย ก็จะพอเดาได้ว่า เราจะได้ เอ ถ้าเราได้คะแนนประมาณแปดสิบเก้าสิบจากร้อย  รองจากนั้นก็ลดลงไปเรื่อย ใช่ไหมครับ แต่ที่ผมและเพื่อนๆ เจอ  บางแห่งประเมินให้พนักงานแบบเกรงใจ ทำตัวเป็นนางฟ้า  ได้สูงสุดคนเดียว ที่เหลือ ได้ 70% กว่าๆ กันหมด 73  75  77 78  ก็แปลว่า ส่วนมากค่าเฉลี่ยคือ 70% ทำดีไม่ได้ดีใครจะทำ  แต่เธอก็กลับบอกว่า ขยันๆ นะ ปีหน้าจะได้มากกว่านี้    ผมประเมินลูกน้องมีทุกช่วง  90 80 70 60 50  คนทำดีต้องได้ดี ผมคิดแบบนี้นะ  ถ้าจะเหมา 70 หมด ก็อย่าประเมินเลย จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน  

 

ยังมีที่สาหัสกว่านี้ การประเมิน มักจะทำให้ลูกน้องโดนเล่นงาน โอกาสจะได้ดีจากการประเมินมีน้อยกว่า โอกาสจะเดือดร้อน บางแห่ง ให้เด็กไปอบรมเรียนแล้วสอบ  แบบว่าต้องตกบางวิชา  เพื่อ HR จะได้มีเงื่อนไขในการเลิกจ้างหรือย้าย  หรือไม่ก็ปรับเป้าแบบตามใจฉัน ปีนี้ยอด สองร้อยนะ  ปีหน้าเกือบพัน  ยอดเพิ่มหลายเท่าตัว  เพราะฉะนั้น ระบบประเมินที่ซื้อมา แล้วอวดว่าดี สามารถช่วยประเมินได้ชัดเจน ก็จบไป คนใช้งานโดยเฉพาะหัวหน้า  ใช้ระบบไม่เป็น   

 

จริงๆ แล้ว ระบบประเมินเขาทำไว้เพื่อให้พนักงานมีแรงจูงใจทำงานระยะยาว  กระตุ้นบ้างเป็นช่วงๆ เวลา และผ่อนผันด้วย การกระตุ้นบ้างจะทำให้ตัวเลขบริษัทดีขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ทำไปเพื่อประเมินสิ้นปีเท่านั้น   อ้าวตกเป้ากันหมดเลย แล้วจะมีไว้ทำไมกัน ถ้ามันกระตุ้นหรือช่วยยอดของบริษัทไม่ได้นัก   Goodbye KPI……. I hate you.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 drpichai ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 18/08/2018 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

ขอตอบ drpichai ครับ

เรื่องของการประเมินเพื่อเลื่อนเงินเดือน
ข้าราชการก็เอาตามอย่างเอกชนมาสัก 10 ปี ได้แล้วครับ
คือประเมินแบบ KPI ตัวชี้วัด (ปลอม ๆ)

ซึ่งก็ยังเละตุ้มเป๊ะ
คล้าย ๆ ประเมินแบบสองขั้นสูตรเดิมนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 18/08/2018 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

หรือ OKR จะมาแทน KPI? ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
drpichai วันที่ : 18/08/2018 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

ระบบการประเมินพนักงานของบริษัทและให้รางวัลเพื่อกระตุ้นให้พนักงานมีกำลังใจทำงานก็ยังดีกว่าระบบสองขั้นของราชการ ที่นอกจากไม่ใช่การกระตุ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของข้าราชการดีๆให้เฉื่อยลง จนประสิทธิภาพขององค์กรเหลือประมาณ 20 เปอร์เซนต์อย่างที่เห็นกันอยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน