*/
  • เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 124525
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม 2551
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 13936 , 03:12:40 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ครกตำข้าว” แรงงานจากปลายเท้าสู่เมล็ดข้าวที่วาวงาม

วันก่อนเขียนถึงเรื่องของ “ครกตำข้าว” ในงานอยู่เย็นเป็นสุขที่มุกดาหาร ว่าสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตการผลิตข้าวสำหรับบริโภคในครัวเรือนของชาวอีสานในอดีต กว่าจะได้ข้าวแต่ละเม็ดต้องใช้แรงกายแรงใจ เหงื่อสักกี่หยดที่หลั่งรินก็ไม่ท้อถอย เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว ซึ่งแรงงานเหล่านี้ล้วนมาจากสตรีที่เป็นเพศแม่ทั้งสิ้น ในวันนี้ขอเขียนถึงครกตำข้าวอีกสักครั้ง เพื่อเจาะรายละเอียดที่น่าสนใจ

เด็กในยุคผมทันได้เห็นแม่กับพี่สาวตำข้าว ยิ่งในตอนเช้า ๆ จะได้ยินเสียง “สักกะลัน” ครกมองดังลั่นไปทั่วหมู่บ้านในตอนเช้า ปัจจุบันเมื่อมีโรงสีข้าวในหมู่บ้านเข้ามาแทนที “ครกมอง”  จึงกลายเป็นส่วนเกินของสังคมไป บางบ้านก็ใช้เป็นพื้นที่ปลูกหอม ปลูกสาระแหน่ จนผุผังไปตามกาลเวลา หรือไม่ก็ขายให้กับพ่อค้ารับซื้อของเก่านำเพื่อไปขายต่อในเมือง

เคยผ่านร้านขายของเก่าแถวตลาดนัดจตุจักรมีทั้งเครื่องเรือน วงกบ ประตู หน้าต่าง วางเรียงรายแยกเป็นสัดส่วนสำหรับการซื้อหา หนึ่งในจำนวนนั้นมี “ครกมอง”  วางอยู่ด้วย สิ่งของเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะไร้ค่าจากบ้านนอกแต่ว่ามามีคุณค่าในเมืองหลวง  ผู้มาซื้อไปประดับตกแต่งบ้านจะรู้ถึงความเป็นมาของเครื่องใช้เหล่านี้บ้างไหมหนอ ว่ามันคือสิ่งที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนอีสานมาช้านาน

แม่ของผมอยู่ในวัย 78 ปี เล่าให้ฟังว่ามีความผูกพันกับ “ครกมอง”  มาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา ย่างเข้าสู่วัยสาวและแต่งงานมีครอบครัวยิ่งมีภาระหนักในเรื่องของการตำข้าวเพื่อเลี้ยงครอบครัว   โดยเฉพาะครอบครัวคนอีสานในอดีตจะรวมเป็นครอบครัวใหญ่  ลูกผู้หญิงต้องลุกขึ้นตำข้าวแต่เช้าหลัง “ไก่ขันกก”  จน “ไก่ขันฮวย”  จึงตำข้าวเสร็จ  ยิ่งช่วงที่มีงานบุญประจำหมู่บ้านต้องเตรียมตำข้าวกักตุนไว้เลี้ยงต้อนรับญาติพี่น้องจากต่างหมู่บ้าน

ครกตำข้าวของชาวอีสานนั้นจึงบ่งบอกถึงความขยัน หากสาวคนไหนลุกขึ้นมาตำข้าวแต่เช้าและได้ยินเสียงตำข้าวถี่ ๆ  ลักษณะ “สักกะลัน” แสดงว่าลูกสาวบ้านนั้นขยันตำข้าวเก่ง พอเพื่อนบ้านได้ยินเสียงตำข้าวก็จะลุกขึ้นมาตำข้าวแข่งกัน  จนเสียง “สักกะลัน” ดังสนั่นไปทั่วหมู่บ้าน

.

การตำข้าวด้วยครกมือ

.

สำหรับประเภทของครกตำข้าวนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ ครกมือ และครกมองหรือครกกระเดื่อง

 “ครกมือ” มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ ตัวครก และตัวสาก  ตัวครกทำจากท่อนไม้เนื้อแข็งมีความยาว 80-90 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50-60 เซนติเมตร  ใช้ขวานเจาะเป็นร่องลึกตรงกลางแล้วนำแกลบใส่เป็นเชื้อจุดไฟเผาส่วนกลางให้เป็นโพรงลึกตามต้องการ แล้วจึงขัดภายในให้เกลี้ยง

 

.

ในการตำข้าวด้วยครกมือจะตำเป็นกลุ่ม 2-3 คน

.

ตัวสากทำจากไม้เนื้อแข็งยาว 2 เมตร ปลายทั้งสองข้างโค้งมน หัวสากจะทุ่มใหญ่ ส่วนปลายสากจะมนเรียวเล็ก บริเวณกลางคอดกลมดีกับมือกำอย่างหลวม

ในการตำข้าวด้วยครกมือจะตำเป็นกลุ่ม 2-3 คน โดยนำข้าวไปผึ่งแดดหนึ่งวัน แล้วนำมาเทลงในครกตามต้องการ จากนั้นจึงเริ่มต้นใช้สากตำข้าวกะเทาะเม็ดข้าวเปลือกออก แล้วนำไป “ฝัด” และเก็บกากที่ไม่ต้องการออก การตำข้าวด้วยครกมือสามารถเคลื่อนย้ายที่ตามต้องการ ใช้แรงงานน้อย ตำนานแต่ได้ข้าวน้อย

 

“ครกมอง” หรือ “ครกกระเดื่อง” เป็นครกตำข้าวที่มีพัฒนาจากครกมือ ซึ่งสามารถตำข้าวได้ปริมาณมาก โดยมีส่วนประกอบ คือ ตัวครก แม่มองหรือตัวมอง หัวแม่งมอง เสามอง คานมอง และสากมอง

ตัวครก ทำจากไม้เนื้อแข็งเช่นเดียวกันกับการทำครกมือ แต่จะทำจากท่อนไม้กลมยาวพอประมาณ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เมตร เจาะเป็นร่องลึกตรงกลางเหมือนครกทั่ว ๆ ไป ใช้ขวานฟันตรงกลาง นำแกลบใส่เป็นเชื้อและจุดไฟเผา จนได้หลุมครกลึกตามต้องการขัดภายในให้เรียบ จากนั้นจึงนำไปฝังลงในดินให้แน่นให้ระยะจากก้นครกถึงด้านส่วนล่างสุดของไม้ประมาณหนึ่งศอก

แม่มองหรือตัวมอง นิยมทำจากไม้สมอไทยเพราะมีเนื้อแข็ง เหนียวและทนทานไม่ให้หักง่ายและแตกง่ายเวลาตอกลิ่นที่หัวแม่มองหรือแรงกระแทกเวลาตำข้าว  แบ่งเป็นสองส่วนคือหัวแม่มองและหางแม่มอง

หัวแม่มอง คือส่วนโคนของต้นไม้เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการตำข้าว  การเจาะรูสำหรับใส่สากมอง ควรกะระยะห่างจากหัวแม่มองไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป

 

แสดงส่วนประกอบต่าง ๆ ของ “ครกมอง” หรือ  “ครกกระเดื่อง”

การการตำข้าวด้วยครกมองให้ได้เมล็ดข้าวสวยขึ้นอยู่กับจังหวะการตำ

หัวแม่มอง คือส่วนโคนของต้นไม้เพื่อเพิ่มน้ำหนักในการตำข้าว  การเจาะรูสำหรับใส่สากมอง ควรกะระยะห่างจากหัวแม่มองไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป

หางแม่มอง คือส่วนที่อยู่ปลายของลำต้นและเป็นส่วนที่ใช้เท้าเหยียบเพื่อจะให้แม่มองกระดกขึ้นเวลาตำข้าวหางแม่มองจะบากหรือถากออกเล็กน้อยกันไม่ให้ลื่นดินบริเวณใต้หางแม่มองจะขุดเป็นหลุมเรียกว่าหลุมแม่มอง ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยให้การตำข้าว ได้ผลดี ถ้าไม่มีหลุมแม่มอหางแม่มองจะยกไว้สูงสากมอง ที่ใช้กับครกมองต้องใช้ให้ถูกกับขั้นตอนข้าว เวลาตำข้าวจะต้องออกแรงมาก

เสาแม่มอง จะอยู่ค่อนไปทางหางแม่มองประกอบด้วยเสาสองต้นปักดินให้แน่นเสาแม่มองเป็นไม้เนื้อแข็งเหนียวและทนทาน เพราะต้องรับแรงเสียดสีจากคานแม่มองทั้งรับน้ำหนักแม่มองและสากมอง ถ้าเสาทำจากไม้ไม่ดีจึงสึกและพังเร็ว

คานแม่ เป็นส่วนของไม้ที่สอดเพื่อยึดตัวมองกับเสาแม่มองอยู่ค่อนไปทางหางแม่มอง ซึ่งบางแห่งนิยมทำสลักเพื่อไม่ไห้ตัวมองเลื่อนไปทางใดทางหนึ่ง

สากมอง ทำจากไม้ค้อและไม้หนามแท่ง เพราะมีน้ำหนัก เหนียวแข็ง และมัน มีความยาว 60 เซนติเมตร แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

สากตำ มีขนาดเล็กเพื่อให้กระแทรกถึงก้นครกในขณะที่ตำข้าว ทำให้ข้าวจะกระเทาะเปลือกเร็ว

สากต่าว มีขนาดใหญ่กว่าสากตำ ใช้ตำข้าวให้เป็นข้าวกล้อง

สากซ้อม มีขนาดใหญ่ ใช้ตำเพื่อขัดข้าวในชั้นสุดท้าย

ลิ่มแม่มอง ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เหนียวและทนทาน เพราะได้รับแรงกระแทกอยู่ตลอดเวลา ใช้สำหรับตอกเสริมสากเพื่อยึดสากมองกับแม่มองให้แน่น หากลิ่มไม่แน่นจะทำให้สากหลุดจากหัวแม่มองที่เจาะเป็นรูทะลุ อาจกระเด็นออกไปถูกผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายได้

หลักจับ เป็นหลักไม้สำหรับผู้ตำข้าวใช้จับพยุงตัวเวลาตำข้าว

 

การฝัดข้าว

ในการการตำข้าวเพื่อให้ได้เมล็ดข้าวสวยขึ้นอยู่กับจังหวะการตำข้าว ถ้าตำช้าเนิบ ๆ ทิ้งช่วงช้า ๆ จะทำให้ข้าวหักเมล็ดข้าวไม่สวยเพราะการกระแทกสากลงที่ครกมีน้ำหนักมากทิ้งช่วงนาน แต่ถ้าจังหวะตำข้าวเร็วเป็นจังหวะถี่ ๆ เร็วสม่ำเสมอจะทำให้ได้ข้าวเมล็ดไม่แตก

ขั้นตอนแรกของการตำข้าวเริ่มจาก “ตำแหลมเปลือก” หรือ  ”ตำบุบ”  ใช้เวลา 15-20 นาที  จะได้ “ข้าวตำตัก”  จากนั้นจะตักใส่ “กระด้งเขิง” ร่อน แล้วใส่กระด้งฝัดเพื่อคัดเลือกแกลบหรือเปลือกข้าวออก

ขั้นตอนที่สองเรียกว่า “การตำต่าว” ข้าวที่ได้จากการตำเรียกว่า “ข้าวต่าว” หรือ “ข้าวกล้อง” แล้วจึงตักข้าวออกมาใส่ “เขิง” ร่อนอีกครั้ง จะได้แกลบละเอียดหรือรำ แล้วจึงเทข้าวที่ร่อนแล้วใส่กระด้งฝัด

ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการตำด้วยสากซ้อม ประมาณ 20 นาที จะได้ “ข้าวซ้อมมือ”  มีข้าวสารปนกับข้าวปลายหักและข้าวเปลือกเล็กน้อย  เมื่อใช้ “เขิง” ร่อนจะได้ปลายข้าวและรำอ่อน แล้วจึงนำข้าวที่ร่อนแล้วไป “ทิก”ด้วยกระด้งเรียกว่า “ทิกข้าว”  และนำไป “ฝัด” เพื่อแยกข้าวสารออกจากข้าวเปลือก

ในการตำข้าวนั้นมีเคล็ดลับเพื่อให้ได้เมล็ดข้าวสวยนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะการตำข้าว ถ้าตำเป็นบาทแบบช้าเนิบ ๆ ทิ้งช่วงช้า ๆ จะทำให้ข้าวหักเมล็ดข้าวไม่สวยเพราะการกระแทกสากลงที่ครกมีน้ำหนักมากทิ้งช่วงนาน แต่ถ้าจังหวะตำข้าวเร็วเป็นจังหวะถี่ ๆ เร็วสม่ำเสมอจะทำให้ได้ข้าวเมล็ดสวย

 

กว่าที่จะได้ข้าวแต่ละเม็ดจึงต้องใช้ความเพียรพยายามและเทคนิคการตำข้าวที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกผู้หญิงในอดีตนั้นต้องเรียนรู้

การที่ผมเขียนถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ได้เขียนถึงความทรงจำในวัยเยาว์ มักจะมีความสุขลึก ๆ อยู่ในใจ เหมือนหนึ่งว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ และเสียง “สักกะลัน” ยังดังก้องอยู่ในความทรงจำของลูก ๆ แห่งบ้านทุ่งเสมอ

หมายเหตุ :                                                                                                        สักกะลัน หมายถึง การย่ำเท้าอย่างเร็วในการตำข้าว                                                          ไก่ขันกก : เป็นการนับห้วงเวลาของชาวอีสานในอดีตตามเสียงไก่ขันในแต่ละคืน ซึ่งในคืนหนึ่ง ๆ ไก่จะขัน 3 ช่วงเวลา  

ไก่ขันกก (เวลา 24.00 – 01.30 น.)

ไก่ขันชั้น (เวลา 03.00 – 04.30 น.)

ไก่ขันฮวย (04.30 – 06.00 น.)

ภาพประกอบ/เนื้อหาการเขียนจากhttp://www.sri.cmu.ac.th/~postharvest/4/4_1_2_5.htm   

http://www.nsm.or.th/nsm2008/modules.php?name=News&file=article&sid=1254            


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี

อรุณสวัสดิ์ครับ
อาทิตย์นี้ผมคงมเยือนถิ่นอีสานอีกครั้ง
นครพนม ถึง มหาสารคาม
มีโอกาสคงได้พูดคุยกันครับ
ขอบคุณทุกเรื่องราวที่นำเสนอ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 06.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

Merry Christmas & Happy New Year

Wishing you all the best for the Happy Holiday Season.

http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/12/24/entry-1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เคยช่วยแม่ สี ข้าว ด้วยครกสี

แล้ว มาตำด้วยครก บ้างครั้ง ก็ใช้ลุ่มพุก บ้างครั้ง ใช้สากตำ

เป็นภูมิปัญญา ที่น่า บันทึกไว้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 05.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  


http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2008/12/24/entry-1

Merry Cristmas

คิดถึงสมัยเป็นเด็กเล็กๆ คุณย่า ตำข้าวทุกค่ำ

มีน้าสาว และหนุ่ม มาจำข้าวกัน ทุกค่ำเลย

ไม่ค่อยจำ แต่ก็สนุกมาก ถึงเหตุการณ์
.
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 04.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

กว่าจะได้มาเป็นเม็ดข้าวลำบากเน๊าะ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน