*/
  • เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 124526
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม 2551
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 2098 , 09:25:36 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มากับสายลมหนาว : อึ่งแม่หนาวจากภูสูง

ลมหนาวปลายปีพัดมาอีกระลอก ฟังข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าหลังปีใหม่นี้อุณหภูมิจะลดลงกว่าเดิม

หลายคนบอกว่าชอบหน้าหนาวมากว่าฤดูกาลอื่น ๆ เห็นได้จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสัมผัสกับความหนาวในเขตอุทยานแห่งชาติหลายแห่งทั้งในเขตภาคเหนือและภาคอีสาน

สำหรับชาวบ้านทุ่งอย่างเราไม่ต้องไปแสวงหาบรรยากาศธรรมชาติความหนาวกันที่ไหน มันมาเยือนโดยมิได้บอกกล่าวถือเป็นฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามวิถีแห่งธรรมชาติโดยมิต้องไปปรุงแต่งหรือแสวงหาเช่นเดียวกับ “อึ่งแม่หนาว” ที่มาเยือนในช่วงฤดูหนาวนี้

ผมเองพยายามศึกษาเกี่ยวกับเจ้าตัวที่มาพร้อมกับสายลามหนาวนี้จะใช่ตัวเดียวกันกับที่ชาวบ้านทุ่งเรียกว่า “เขียดมาหนาว” หรือเปล่า

เมื่อเปรียบเทียบลักษณะรูปร่างและภาพประกอบจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูลจึงพบว่าเจ้า “เขียดมาหนาว”  น่าจะเป็น “อึ่งแม่หนาว” ตามภาษาไทยกลางทั่วไป ทั้งนี้จากข้อมูลของโครงการอุทยานธรรมชาติอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  และจากนิตยสารสารคดีเล่มล่าสุด ผมจึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน หรือท่านผู้อ่านมีข้อคิดเห็นโต้แย้งอย่างไร ผมจึงเรียกมันว่า “อึ่งแม่หนาว” ตามภาษาไทยทั่วไปก็แล้วกัน

จากแหล่งข้อมูลดังกล่าวพบว่าเจ้า “อึ่งแม่หนาว” นั้นเป็นสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกสกุลเดียวกับกบมีชื่อสามัญว่า Berdmore chorus Frog ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Microhyla berdmorei  ลักษณะทั่วไปของมันจะมีลำตัวขนาดเล็กสีน้ำตาลมีลายรูปน้ำเต้าสีน้ำตาลบนหลัง ก้นสีดำ ท้องสีเหลือง ตัวผู้จะมีคางสีดำ  พบมากตามที่ราบลุ่มบนภูสูง จะออกหากินในช่วงต้นฤดูหนาว โดยจะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ โดยธรรมชาติของสัตว์โลกทั่วไป  ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของมันที่ถูกมนุษย์จับมาเป็นอาหารในขณะช่วงของฤดูกาลขยายพันธุ์

มาถึงตอนนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจบอกว่าเจ้าอึ่งแม่หนาวมิสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้หรือ สูญพันธุ์แน่นอนครับเพราะไม่ได้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบกับรายงานการประเมินสถานภาพของสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทินบกในประเทศไทย โดยสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2548 พบว่า สัตว์ดังกล่าวอย่างน้อย 5 ชนิด อยู่ในสถานการณ์มีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ และที่สำคัญในปี 2551 นี้ องค์การสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์โลก (waza) กำหนดปี้นี้เป็นปีแห่งกบ สวนสัตว์หลายแห่งได้มีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับกบและสัตว์ในสกุลเดียวกัน โดยหวังว่าให้ผู้คนได้เห็นความสำคัญของการลดจำนวนของกบ และเจ้าอึ่งแม่หนาวก็มีสถานการณ์ไม่แตกต่างกัน

ปัจจุบันมิได้มีการนำมาเป็นอาหารในครัวเรือนเท่านั้น   แต่ยังมีการจับมาขายตามตลาดทั่วไป เห็นแล้วใจหายครับ ผมเห็นมากับตาเมื่อเช้านี้เอง มีแม่ค้านำอึ่งแม่หนาวใส่รถปิคอัพมาเร่ขายตามหมู่บ้านเหมือนสินค้าทั่วไป

ผมถามแม่ค้าที่นำมาขายว่าได้มาอย่างไร คำตอบคือเพิ่งจับได้จากภูสูงใกล้ ๆ หมู่บ้านเมื่อคืน โดยซื้อต่อจากชาวบ้านหลายเจ้าก่อนที่จะนำมาบรรจุลงในถุงพลาสติกถุงละ 15 ตัว ในราคา 20 บาท มีทั้งตัวผู้และตัวเมียไว้สำหรับบริการลูกค้า  ผมถามต่อไปว่ารู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนเป็นตัวผู้และตัวเมีย แม่ค้าตอบว่าตัวผู้นั้นจะมีลำตัวขนาดใหญ่ มีลำตัวค่อนข้างดำ ส่วนตัวเมียจะมีลำตัวขนาดเล็กสีออกโทนขาว ใต้ท้องจะสังเกตเห็นมีไข่ด้วย เป็นการสังเกตง่าย ๆ ของชาวบ้านโดยมิต้องอาศัยทางวิทยาศาสตร์เลย

   

อึ่งแม่หนาว มาพร้อมกับสายลมหนาว

มาถึงตอนนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจถามว่าอึ่งแม่หนาวจะประกอบอาหารอะไรได้บ้าง หากเป็นสัตว์ชนิดนี้จะนำมาประกอบอาหารจำพวกแกง ปิ้ง หรือป่นทำเป็นน้ำพริก แต่ที่นิยมคือการแกงใส่ผักพื้นบ้าน ใส่มะเขือพวงผสมลงไปด้วย ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

แกงอึ่งแม่หนาวนั้นจะต้องใส่ “ข้าวเบือ”  โดยการนำข้าวเหนียวไปแช่น้ำในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำมาตำให้ละเอียดผสมลงไปในน้ำแกงในขณะร้อน ๆ ผมคิดว่าน่าจะคล้าย ๆ กับเครื่องปรุงรสที่ผลิตจำหน่ายในปัจจุบันลักษณะเดียวกันกับ “คะนอร์”  ทำนองนั่น  แต่นี้ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่ต้องซื้อหา ปรุงรสตามชอบใจก็จะได้แกงอึ่งแม่หนาวรสชาดถูกใจวางอยู่ตรงหน้า หรือบางคนก็จะทำห่อหมกอึ่งแม่หนาวก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งครับ

แต่อย่างไรก็ตามความต้องการในการดำรงชีวิตของชาวบ้านทุ่งของเรา ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี รวมทั้งวัฒนธรรมอาหารจานด่วนตามร้านอาหารหรือตลาดบ้านทุ่งมีให้บริการโดยทั่วไป แต่ก็ยังมีสัตว์อีกหลายประเภทที่วางจำหน่าย รวมทั้งตลาดในเมืองด้วย  อีกไม่นานจะถือว่าเป็นสัตว์ที่มีราคาแพงและหายากต่อไป และถึงเวลานั้นเจ้าอึ่งแม่หนาวก็อาจสูญหายไปจากโลกนี้ก็เป็นได้

ข้อมูลประกอบการเขียน                                                                                    นิตยสารสารคดี : ปีที่ 24 ฉบับที่ 286 ธันวาคม 2551                              http://www.kanchanapisek.or.th 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
yanut วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yanut
เจซี.ฟู๊ดส์ เปิดบริการคสามอร่อย กรกฎาคมนี้จ้ะ..

ไม่กินอ่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup


ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบพระคุณเรื่องราวดีๆครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน