*/
  • เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 124526
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 28 มกราคม 2552
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 6112 , 14:25:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปลายหนาวกับสะนูว่าวบ้านทุ่ง

ลมหนาวปลายฤดูพัดมาอีกระลอกหนึ่ง แม้ว่าจะไม่หนาวเหน็บเหมือนครั้งตอนต้นปี แต่ก็ทำให้คนไร้คู่หลายคนหนาวใจได้เหมือนกัน ถามผู้เฒ่าแห่งบ้านทุ่งบอกว่าเป็นสายลมหนาวที่มาพร้อมกับ “งานธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุพนมในเดือนสามนี้เอง เห็นจะจริงเพราะว่าในช่วงงานนมัสการพระธาตุพนมในแต่ละปีจะมีสายลมหนาวกลับมาต้อนรับเสมอ

วันก่อนได้อ่านข้อเขียนของ “เอื้อยนาง”  ว่าด้วยตอน “ว่าวสะนูอ้อนฟ้าที่วาริน”  อ่านข้อคอมเมนต์ของผู้อ่านหลายท่านแล้วทำให้ทราบว่าว่าวสะนูยังคงมีการเล่นอยู่ในท้องถิ่นอีสานของเรา จะด้วยปัจจัยใด ๆ ก็ตามผมยังมองว่ามันคือภูมิปัญญาท้องถิ่นและสีสันขับกล่อมบ้านทุ่งในยามค่ำคืน และคิดว่าจะหาเสียงดนตรีใด ๆ มาเปรียบเทียบได้ เมื่อได้ยินอยู่แห่งหนใดหัวใจถวิลหาบ้านเกิดอยู่ร่ำไร

หลายสิบปีก่อนครูวิจิตร คุณาวุฒิสร้างหนังเรื่อง “ลูกอีสาน” ผลงานการประพันธ์ของลุงคำพูน บุญทวี มีฉากหนึ่งนำเสนอให้เห็นทำว่าวสะนูและเล่นว่าวสะนูได้อย่างประทับใจ  ผมยังจำฉากเรือนพักของ “คูน” กลางเนินทุ่งดอกจานได้เป็นอย่างดี  นับหนังไทยเรื่องหนึ่งที่นำเสนอวิถีชิวิตของชาวอีสานได้อย่างถึงแก่น

ลักษณะของสะนูที่มัดไว้กับตัวว่าวเพื่อให้เกิดเสียงเมื่ออยู่บนท้องฟ้า

ผมมีโอกาสได้นอนฟังเสียงสะนูว่าวขับกล่อมบ้านทุ่งในยามค่ำคืนหลังงานตรุษจีนที่ผ่านมา  ได้ไปสืบถามเจ้าของว่าวว่าเป็นใครหนอช่างผู้สืบสานจินตนาการของปู่ย่าในอดีตได้อย่างดีหลาย เมื่อได้ทราบผู้เป็นเจ้าของจึงทำให้ไม่แปลกใจว่าเขาคือลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งที่เคยสอนในชั้นมัธยมศึกษานั่นเอง จำได้ว่าเมื่อครั้งที่สอนวิชาท้องถิ่นของเรา ผมให้นักเรียนประดิษฐ์ของเล่นพื้นบ้านมาส่ง ลูกศิษย์คนนี้ทำว่าวจุฬานำมาส่งอย่างสวยงาม น่าจะเป็นความประทับใจในวัยเยาว์ต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนั่นเอง

ลูกศิษย์คนนี้เล่าให้ฟังว่าหลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาในหมู่บ้านแล้วเข้าไปทำงานที่เมืองหลวงอยู่หลายปีก่อนที่จะกลับมาทำงานก่อสร้างกับผู้เป็นพ่อในท้องถิ่นน่าจะมีเงินเก็บอยู่บ้างในสภาพที่เรียกว่าบ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อยังคงพออยู่ได้เพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีครอบครัว สำหรับว่าวตัวนี้เขากับเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันช่วยกันทำ โดยหลังจากเสร็จภารกิจในแต่ละวัน จะเริ่มปล่อยว่าวในช่วง 5 โมงเย็น จนรุ่งเช้าจึงนำลงมาเก็บ

สำหรับว่าวสะนูนั้นมีอยู่หลายขนาด โดยมีส่วนประกอบสำคัญที่เป็นโครงร่างของว่าวทำจากการนำไม้ไผ่มาเหลาให้ได้ขนาดความยาวตามที่ต้องการ  แล้วจึงใช้เชือกมัดให้แน่นเป็นโครงสร้างตามที่ต้องการ นำกระดาษแข็งมาติดเข้ากับโครงว่าวโดยใช้แป้งเปียกหรือยางมะตูมเป็นตัวประสาน จากนั้นจึงทำส่วนประกอบของว่าวคือหูว่าวและหางว่าวซึ่งทำจากผ้าหรือวัสดุที่เกิดความพริ้วไหวได้ง่ายเพื่อให้เกิดความสมดุลในขณะที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ  ในอดีตผู้ที่ทำว่าวมักจะลงไปขอจีวรพระที่วัดเพื่อทำเป็นหางว่าว ดูเหมือนว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ว่าวตนเองยิ่งนัก

สำหรับตัว “สะนู” ที่มัดยึดติดบนหัวว่าวนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับธนูที่ใช้ล่าสัตว์โดยทั่วไป แต่แตกต่างกันที่สายของสะนูแทนที่จะเป็นเชือกแต่จะทำจากใบตาล ใบลาน หวาย หรือเส้นเชือกพลาสติกสำหรับที่ใช้สานตะกร้า เพื่อให้เกิดเสียงในขณะที่อยู่บนอากาศ จากนั้นจึงนำมายึดติดกับปลายทั้งสองข้างโดยใช้ขี้สูดเป็นตัวยึดประกอบรอยต่อของเชือกเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดในขณะที่อยู่บนอากาศ ส่วนคันของสะนูนั้นทำจากไม้ไผ่นำมาเหลาให้ได้ขนาดเหมาะสมของตัวว่าว

เมื่อทำสะนูเสร็จเรียบร้อยแล้วจะนำเชือกมัดตรงแกนกลางเพื่อแกว่งทดสอบฟังเสียง หากเสียงยังไม่เพราะก็จะปรับใบของสะนูให้ตึงหรือหย่อนตามที่ต้องการ  เมื่อเป็นที่พอใจแล้วจึงมัดยึดติดไว้ตรงส่วนหัวของว่าวสะนู

มัดสะนูเข้ากับตัวว่าว

เมื่อได้ครบส่วนประกอบต่าง ๆ ของว่าวแล้ว จะต้อง “แต่งเคาว่าว” เพื่อเชื่อมโยงระหว่างตัวว่าวกับเชือกว่าให้เกิดความสมดุลในขณะที่อยู่บนอากาศ แล้วจึงโยงเชือกว่าวหรือที่เรียกว่า“สายป่าน ” เป็นระยะทางกว่า 200 เมตร หรือมากกว่านั้นเพื่อเตรียมปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับเชือกว่าในอดีตนั้นนจะทำจากเชือกปอนำมาปั่นให้มีขนาดและความยาวตามที่ต้องการ แต่ในปัจจุบันจะใช้เป็นเชือกไนล่อนที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

พื้นที่สำหรับการปล่อยว่าวสำหรับชาวบ้านทุ่งในยามนี้คือท้องทุ่งท้ายหมู่บ้าน หากเป็นว่าวสะนูขนาดใหญ่ต้องมีผู้ช่วยจับไม่น้อยกว่า 2 คน  แต่หากเป็นว่าวขนาดเล็กก็อาจมีเจ้าของเพียงคนเดียวก็ได้ เมื่อปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วเชือกว่าวฉุดตัวว่าวโดยอาศัยแรงลมเป็นตัวช่วยให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นจะคลายเชือกให้ได้ระยะความสูงตามที่ต้องการแล้วจึงมัดไว้กับหลักยึดที่มั่นคงจะมามารถอยู่ได้ตลอดทั้งคืน

มีแนวความเชื่อเกี่ยวกับว่าวสะนูที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวนาอีสานไว้ว่า ถ้าหากว่าวสะนูตกก่อนเที่ยงคืนทำนายได้ว่าในปีนั้นฝนจะตกน้อย แต่ถ้าหากว่าวสะนูอยู่ได้ตลอดทั้งคืน บ่งบอกว่าในปีนั้นฝนจะตกดีมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ต่อการทำไร่ไถนา

นอกจากนั้นยังมีนิทานพื้นบ้านกล่าวถึงตำนานของ “ว่าวสะนู” ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตการเกษตรของชาวอีสานไว้ว่า เมื่อครั้งอดีตพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นพญาคางคกบนพื้นโลก ในยุคนั้นมีพญาแถนเป็นผู้ครองอยู่ชั้นฟ้า ได้ห้ามมิให้พญานาคจากเมืองบาดาลขึ้นไปเล่นน้ำอยู่บนท้องฟ้า จึงทำให้โลกมนุษย์เกิดความแห้งแล้ง และทำให้สัตว์ทั้งหลายบนพื้นโลกขันอาสาไปสู้รบกับพญาแถนบนท้องฟ้าแต่ต้องพ่ายแพ้กลับลงมายังพื้นโลก

ภายหลังจึงส่งปลวกขึ้นไปสู้รับกับพญาแถนบนชั้นฟ้า โดยได้สร้างจอมปลวกขึ้นไปถึงชั้นฟ้านำเอาสัตว์มีพิษบนพื้นโลกขึ้นไปต่อสู้กับพญาแถนจนดีรับชัยชนะกลับคืนลงมา โดยมีข้อตกลงกับพญาแถนว่าในแต่ละปีจะต้องอนุญาตให้พญานาคจากเมืองบาดาลขึ้นมาเล่นน้ำที่สระอโนดาตบนชั้นฟ้า เพื่อให้เกิดฝนตกลงมายังพื้นโลกมนุษย์

         

          

         

ทั้งนี้เมื่อต้องการให้มีฝนตกลงมายังพื้นโลกจะจุดบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับส่งพญานาคขึ้นไปเล่นน้ำ หากได้ยินเสียงกบเสียงเขียดร้องบนพื้นโลกนั่นเป็นสัญญาณว่าบนพื้นโลกได้รับน้ำแล้ว  ครั้นเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนาในช่วงฤดูหนาว ชาวโลกก็จะปล่อยว่าวสะนูขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อให้ฝนหยุดตก จนกว่าจะได้ยินเสียงบั้งไฟในช่วงต้นฤดูฝนจึงจะส่งพญานาคขึ้นไปเล่นน้ำเพื่อให้มีฝนตกลงมายังพื้นโลกในช่วงของการทำนา นั่นคือเรื่องราวความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับว่าวสะนูของชาวอีสาน

ผมมองดูว่าวสะนูที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างชื่นชม ก่อนที่จะกลับไปนอนฟังเสียงสะนูว่าวที่บ้านพักในยามค่ำคืน และหวังว่าว่าวสะนูว่าวของลูกศิษย์คงล่องลอยอยู่ในท้องฟ้าเพื่อขับกล่อมชาวบ้านทุ่งตลอดทั้งคืน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รุ่ง..คชฤทธิ์ วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/katcharit
รุ่ง คชฤทธิ์

ผมคิดถึงวัยเด็กจังครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ดิฉันคนหนึ่งแหละ ที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็น

เลยไปถามพี่เอื้อยนาง

ได้มาอ่านอีกที จุใจดีมากค่ะ โดยเฉพาะตำนานและความเชื่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ได้อ่านนิทานด้วย


ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี

สวัสดีครับสบายดีนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน