*/
  • เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 124526
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2552
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 4163 , 22:03:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เสียงกลองสนั่นไกล จุดบั้งไฟล้านสนั่ทุ่ง

ลังบุญสงกรานต์เดือนห้าแผ่นดินอีสานมีงานรื่นเริงให้ได้ชื่นชมอยู่เสมอ  เสียงกลองจากขบวนแห่บั้งไฟของชาวบ้านทุ่งในแต่ละคุ้มส่งเสียงสนั่นไกลปลุกหัวใจให้ฮึกเหิมยิ่งนัก หลากหลายสีสันแพรพรรณทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาว หล่อรวมน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ในงาน "กินข้าวปุ้น บุญบั้งไฟล้านประจำปี 2552"  ของชาวตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 - 3 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา หากมนต์เสน่ห์แห่งเสียงกลองมีจริงคงส่งสัญญาณไปยังพญาแถนเบื้องฟ้าให้รับรู้พิธีกรรมของชาวบ้านทุ่งในห้วงเวลาทั้งสองวันนี้

.

.

ขบวนแห่บั้งไฟเอ้ (บั้งไฟตกแต่ง)

.

.

ขบวนแห่ของแต่ละหมู่บ้าน

.

.

เสียงกลองแห่งยุคสมัยเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นมาในอดีต เสียงกลองบ่งบอกถึงอาณัติสํญญาณเพื่อบอกกล่าวเรื่องราวสัญญานเตือนภัยในชุมชน และในยามศึกสงคราม เสียงกลองจะบ่งบอกถึงการเคลื่อนทัพ ถอยทัพ หรือในยามที่ได้รับชัยชนะกลับคืนเมือง ครั้นเมื่อสงครามสงบลงกลองแห่งชัยชนะจึงนำมาประดิษฐ์ในวัดเพื่อสื่อสารและแจ้งข่าวสำหรับชาวชุมชนในยุคต่อมา

.

.

วัยรุ่นยุคใหม่ใจพื้นถิ่นเต็มร้อย

.

.

มโหระทึกดังกึกก้องบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์

หากย้อนไปในอดีตจากหลักฐานการค้นพบที่จังหวัดมุกดาหารมีการค้นพบ “กลองทอง” ที่เรียกว่า “มโหระทึก” ในเขตอำเภอดอนตาลและอำเภอคำชะอี  โดยทำจากโลหะผสมที่เรียกว่า “สำริด” บริเวณหน้ากลองจะมีลายนูนเป็นรูปคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์มีรัศมี 5 แฉก มีประติมากรรมรูปกบประดับ สื่อความหมายถึงความเป็นมาแห่งยุคสมัยได้เป็นอย่างดี

การแห่กลองมโหระทึก หรือ กลองทองแดง ในงานประจำปีของจังหวัดมุกดาหาร

“มโหระทึก”  ถือได้ว่าเป็นเครื่องประโคมชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกันกับฆ้อง ซึ่งจากเอกสารไทยในไตรภูมิจะเรียกว่า “มโหระทึก” ส่วนในกฎมลเฑียรบาลจะเรียกว่า “หรทึก”  ทั้งนี้มักจะมีประติมากรรมรูปกบขนาดเล็ก ๆ ประดับขอบแผ่นหน้า ในชนบางกลุ่มจะเรียกว่า “ฆ้องกบ”  หรือ “ฆ้องเขียด” แต่ในเอกสารจีนจะเรียกว่า “กลองทองแดง” เพราะมีส่วนผสมของทองแดงเป็นหลัก

.

.

กลองมโหระทึกใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พบที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

.

  

.

ประติมากรรมบนกลองมโหระทึก "กบ" สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และดาวรัศมี 15 แฉก (ภาพจากหนังสือ มุกดาหาร เมืองมุกแม่น้ำโขง)

.

อย่างไรก็ตามมโหระทึกถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาและความรู้ความสามารถทางด้านศิลปกรรมและเทคโนโลยีของคนในภูมิภาคอุษาคเนย์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปี มาแล้ว นอกจากนั้นยังบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของอำนาจที่สามารถผลิตเครื่องมือสำริดที่ใช้โลหะสำคัญในการผลิตเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญยังมีลวดลายที่บ่งบอกถึง “ความอุดมสมบูรณ์”  เช่น ลายเมฆ ลายฟ้าแลบ ลายคลื่นน้ำ หรือมีรูปประติมากรรมรูปกบประดับตามมุม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำหรือฝนนั่นเอง

ในยุคต่อมาในอดีต “มโหระทึก” ยังเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน เห็นได้จากในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาจะใช้มโหระทึกประโคมตีในงานพระราชพิธีเกี่ยวกับพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนในปัจจุบันการประโคมตียังคงมีในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่ท้องสนามหลวง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพิธีการที่เกี่ยวข้องกับการทำนายฟ้าฝนในแต่ละปีและเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของข้าวในแต่ละปีด้วย

.

"กลอง" ยังคงเป็นเครื่องดนตรีหลักในการให้จังหวะในขบวนฟ้อนรำของชาวอีสาน

.

กลอง : สัญญาณเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชมแห่งยุคสมัย

ท้องถิ่นอีสานในปัจจุบันจะมีหอกลองภายในบริเวณวัดเพื่อการส่งสัญญาณตี  “กลองเพล” ให้ชาวบ้านนำอาการมาถวายอาหารเพลสำหรับพระภิกษุสามเณรในช่วงเวลา 11 นาฬิกา อีกทั้งยังเป็นการบ่งบอกเวลาสำหรับชาวบ้านที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนา ได้เวลาหยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน

ส่วนในตอนเย็นวันพระก็จะมีการตี  “กลองแลง” เพื่อเป็นสัญญาณให้พระภิกษุสามเณรทำวัตรเย็น ส่วนในตอนกลางคืนในเวลาใกล้สว่างก็จะมีการตี  “กลองไล่ไก่” ในทุกวันพระเพื่อเป็นสัญญาณให้พระภิกษุตื่นขึ้นมาจำวัตรเช้าเช่นเดียวกัน

.

หอกลองในบริเวณวัดภาคอีสาน

ในชนบทอีสาน ‘กลอง” จะเข้าไปมีบทบาทในการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีในท้องถิ่น โดยเฉพาะในงานรื่นเริงประจำปีของชุมชน มักจะมี  “กลอง” เป็นเครื่องประโคมประกอบ ทั้งนี้เพื่อความสนุกสนานในการร่ายรำ ตลอดทั้งเป็นการให้จังหวะประกอบดนตรีกับดนตรีประเภทอื่น ๆ

ว่ากันว่ากลองในแต่ละประเภทก็ใช้งานที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของงานและพิธีกรรมในแต่ละอย่าง ตัวอย่างเช่นในบางพื้นที่นั้นจะมีขบวน “กลองตุ้ม”  ประกอบขบวนแห่ในงานรื่นเริงและเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งลักษณะการร่ายรำตามจังหวะกลองนั้นจะไม่มีท่วงท่าที่เฉพาะเจาะจง แต่จะเป็นท่วงท่าและลีลาตามจังหวะสียงกลองเป็นหลัก

.

การฟ้อน "กลองตุ้ม" ของชาวอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร

นอกจากนั้นยังมี “การเส็งกลอง” หรือการแข่งขันประชันฝีมือการตี “กลองจิ่ง” หรือ “กลองกิ่ง” บนขาหยั่ง โดยแต่ละฝ่ายจะประชัญฝีมือการตีกลองสลับกันไปมา หากว่าเสียงกลองฝ่ายไหนดังกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งกล่าวกันว่าเสียงจากการเส็งกลองเป็นการสื่อสารไปยังพญาแถนเพื่อขอฝนในช่วงเดือนห้าเดือนหกในงานบุญบั้งไฟเช่นเดียวกัน

.

แต่ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชมชนชาวอีสานในขณะนี้คือ “คณะกลองยาว”  ประกอบด้วยดนตรีพื้นเมือง เช่น พิณ แคน และดนตรีสมัยใหม่มาเสริม เช่น กีตาร์สมัยใหม่ เครื่องเล่นอีเลคโทน ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียงสมัยใหม่ประกอบการร้องรำทำเพลงในจังหวะร่วมสมัย เป็นที่คึกครื่นและรื่นเริงยิ่งนัก ในบางคณะก็จะมีการประยุกต์กับกลองชุดสมัยใหม่ แสดงท่าทางประกอบการแสดงทั้งชายหญิงได้อย่างน่าสนใจ

คณะกลองยาวแต่ละหมู่บ้านในงานกินข้าวปุ้น บุญบั้งไฟล้านบ้านคำชะอี  ปี 2552

  

เครื่องดนตรีประกอบในขบวนกลองยาว

   

เสียงกลองลั่นสนั่นไกล จุดบั้งไฟล้านสนั่นทุ่ง

ในวันนี้ผมได้นำภาพความหลากหลายแห่งอริยาบทแห่งความสนุกสนานของชาวบ้านทุ่งจากการบรรเลงเพลงแห่งเสียงกลองสนั่นไกลในขบวนแห่งานกินข้าวปุ้น บุญบั้งไฟล้านประจำปี 2552 ของชาวตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศอย่างนี้เห็นได้ไม่มากนักในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่แบ่งออกเป็นหลายฝ่าย แต่มิได้เป็นอุปสรรคแห่งความสนุกสนานของชาวบ้านทุ่ง ผมจึงเก็บบรรยากาศเสียงกลองสนั่นไกลและแห่งความสนุกสนานมายังผู้อ่านทุก ๆ ท่านครับ.

กลองยาวคณะนี้ประยุกต์ทั้งกลองตุ้มและกลองแบบสากล

    

กระหน่ำกลองกันให้สนั่นทุ่งไปเลย

กลองยาวบ้านทุ่ง

   

สีสันบรรยากาศของงาน

    

ห้วงเวลาแห่งความสนุกสนานอย่างนี้มีเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นยังมีภารกิจของการทำไร่ทำนารอคอยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในวันนี้ขอสนุกสนานประโคมเสียงกลองไปยังพญาแถนเบื้องบนชั้นฟ้าเพื่อบอกกล่าวว่าถึงห้วงเวลาแห่งความอุดมสมบูรณ์สำหรับชาวบ้านทุ่งในปีนี้มาถึงแล้ว หากว่าปีนี้ข้าวปลามีความอุดมสมบูรณ์คงจะได้จัดฉลองชัยอีกครั้งในบุญบั้งไฟเดือนหกปีหน้า

ภาพวาดที่แต่งแต้มบั้งไฟเอ้ บ่งบอกถึงความสุนทรีย์ของเหล่าเทพยดาบนชั้นฟ้า

   

  

สำหรับในตอนต่อไปจะพาท่านไปชมบรรยากาศของงาน “บุญบั้งไฟล้าน”  ที่จุดกันสนั่นลั่นทุ่งกันเลยทีเดียว ผมมีภาพตัวอย่างบางตอนมาให้ท่านได้ชมก่อน อย่าลืมติดตามเด้อครับ

.

.

.

.

 

.

ข้อมูลและภาพประกอบเพิ่มเติม

สุจิตต์ วงษ์เทศ.  มุกดาหาร เมืองมุกแม่น้ำโขง.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2538.

http://www.isan.clubs.chula.ac.th

http://www.lannaworld.com/lannastory


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อณูทิพย์ธารทอง วันที่ : 05/05/2009 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip

มาเบิ่งบั้งไฟล้าน ...ใหญ่คักอีหลีเนาะ...บ่เป็นตาแตกใส่คนติ้..ท่านเจน...เป็นจั้งใด๋ ..เขาบ่หามลงตมบ้อ..เป็นตาม่วนเนาะปีนี้...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 05/05/2009 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

บั้งไฟบ่ขึ้น
หามคนลงตม
..
..
เป็นตาม่วนเนาะอ้าย
ปีนี้กะบ่ได้กลับไปเอาบุญบั้งไฟอีกแล้ว
เสียดายอีหลีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 05/05/2009 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

งดงาม บุญเดือนหกบ้านเฮา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน