*/
  • เจนอักษราพิจารณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunjon_muk@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-12
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 124549
  • จำนวนผู้โหวต : 29
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
<< มกราคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2553
Posted by เจนอักษราพิจารณ์ , ผู้อ่าน : 1252 , 23:58:56 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เดือนสามออกใหม่ : ความภูมิใจหลังการเก็บเกี่ยวของชาวบ้านทุ่ง

.

ลมหนาวต้นปีพัดเหนือทุ่งซังขาวสีน้ำตาลแกมเหลืองทำให้ใครบางคนถวิลหาคนที่อยู่ไกลเหมือนหนึ่งว่าใจจะขาดรอน ๆ วันคืนหมุนเวียนเปลี่ยนไปแต่จิตใจยังมั่นคงเหมือนหนึ่งหินผาท้าแดดลม วิถีชีวิตของชาวบ้านทุ่งที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามห้วงแห่งฤดูกาล  คืนวันผันเปลี่ยนแต่ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามยังคงอยู่คู่กับชุมชุนตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรรมว่าด้วยการอยู่และการกินของชาวอีสาน

“งานบุญกองข้าว” ของชาวบ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจัดในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เดือน 3 ออกใหม่”  คือความภาคภูมิใจหลังการเก็บเกี่ยวข้าวในนา หลังจากได้เก็บข้าวเปลือกไว้ที่ยุ้งฉางนานแรมเดือน ครั้นเมื่อถึงวันดังกล่าวก็จะตักข้าวมารวม กันเพื่อ จัดงาน “บุญกองข้าว” ประจำปีของหมู่บ้าน เป็นการเฉลิมฉลองข้าวใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารในนาปีต่อมา โอกาสเดียวกันนี้ก็เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ก่อร่างสร้างถิ่นฐานให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยมาถึงปัจจุบัน

อีกทั้งในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3  ชาวอีสานมีความเชื่อว่าเป็นวันฟ้าไขประตูน้ำฝนลงมาสู่โลกมนุษย์ เป็นวันที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด เพราะเป็นวันที่กบไม่มีปาก นาคไม่มีรูถ่าย ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่ชาวนาจะได้ขนปุ๋ยคอกลงไปสู่ไร่นาสำหรับฤดูไถหว่านที่จะมาถึงในหน้าฝนนี้ และในวันเดียวกันนี้ชาวอีสานจะคอยฟังเสียงฟ้าร้องว่าดังมาจากทางทิศทางใด แล้วทำนายถึงสภาพของฟ้าฝนชลธารในปีนั้นว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด

 

งานบุญกองข้าวของชาวบ้านห้วยทรายในปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2553  ซึ่งวันแรกของงานตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3  ซึ่งถือว่าเป็นวันฟ้าไขประตูน้ำฝนสู่พื้นโลก ตามความเชื่อโบราณ เริ่มงานเวลาบ่ายโมงจะมีชาวบ้านทะยอยนำข้าวเปลือกที่ตักจากยุ้งฉางมากองรวมกันบริเวณลานวัดพร้อมทั้งจตุปัจจัยตามกำลังศรัทธา  สำหรับข้าวเปลือกที่นำมาถวายวัดในครั้งนี้ส่วนมากจะเป็นข้าวเหนียวซึ่งนิยมปลูกกันมากในท้องถิ่นนี้

ในวันแรกของงานหลังจากที่ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมารวมกันแล้ว จะมีพิธีทางศาสนาในตอนเย็นโดยเริ่มจากพิธีสวดมนต์เย็น และพิธีสะเดาะเคราะห์บ้านสะเดาะเคราะห์เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านแก่เมือง โดยมีชาวบ้านและลูกหลานมาร่วมพิธีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

พิธีสะเดาะเคราะห์บ้านสะเดาะเคราะห์เมืองนั้นจะมีการทำกระทงสะเดาะเคราะห์  กองฟาง 7 กอง นั้นเพื่อเป็นตัวแทนทั้ง 7 วัน สำหรับผู้ที่เกิดในแต่ละวัน  จากนั้นจะมีพิธีจุดกองฟาง 7 กอง เพื่อปัดเป่าโรคภัยให้หมดเคราะห์หมดโศกโรคภัยต่าง ๆ ให้หมดไป เหลือแต่ความเจริญรุ่งเรือง เหมือนดังแสงไฟที่ลุกโชติช่วงสว่างไสว

ส่วนภาคกลางคืนจะเป็นกิจกรรมความรื่นเริงของชาวบ้าน ในอดีตนั้นจะนำเอาการละเล่นพื้นบ้านมาคบงัน เช่น หมอลำกลอน หมอลำหมู่ หมอลำเพลิน รำวงชาวบ้าน หนังบักตื้อหรือหนังบักแก้ว (หนังประโมทัย)  ตามแต่ชาวบ้านจะตกลงกันมาแสดงภายในบริเวณลานวัด

ปัจจุบันนั้นอาจมีการว่าจ้างภาพยนตร์  วงดนตรีลูกทุ่ง หมอลำ หรือหมอลำซิ่งมาคบงัน แม้ว่าบางครั้งการแต่งกายและการแสดงออกของผู้แสดงอาจไม่เหมาะสมกับอารามสถานมากนัก ทั้งผู้แสดงและผู้ชมต่างก็สำรวมอยู่ในที เช่นเดียวกันกับงานในคืนนี้มีหมอลำซิ่งมาเขย่าเวทีถึงภายในบริเวณวัดทั้งหมอลำ หมอแคนต่างก็สำรวมท่าทีและวาจาแต่ว่าเมื่อ “คายอ้อ”  ขึ้นแล้วจะเป็นวัดก็วัดเถอะสู้แหลกเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามการแสดงคบงันในวันนั้นก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

ในวันรุ่งขึ้นชาวบ้านก็จะมารวมกันที่วัดเพื่อทำบุญตักบาตรและถวายภัคตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ จากนั้นจึงเป็นถวายข้าวเปลือกให้วัด พระสงฆ์ให้ศีลให้พรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ส่วนข้าวเปลือกที่ได้ในครั้งนี้ทางคณะกรรมการวัดก็จะขายให้กับผู้รับซื้อในหมู่บ้านตามราคาซื้อขายในปัจจุบัน เมื่อได้จำนวนเงินแล้วก็จะถวายเป็นปัจจัยสำหรับการบูรณะปฏิสังขรณ์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาต่อไป

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเปลี่ยนถ่ายวัฒนธรรมแห่งการดำรงอยู่จากอดีตถึงปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่การปลูกข้าวของชาวนาอีสานเพื่อเป็นนำมาเป็นอาหารหลักในครอบครัวยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่ามีการปรับเปลี่ยนกระบวนการขั้นตอนในการทำนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงไปในยุคเร่งด่วน แต่ผลผลิตที่ได้รับนั้นไม่แตกต่างกันเลยก็คือข้าวเปลือกจากรวงงามในท้องทุ่งนั่นเอง

.

.

เช่นเดียวกันกับงาน “บุญกองข้าว”  ของชาวบ้านห้วยทรายในปีนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำบุญเฉลิมฉลองข้าวใหม่ร่วมกันแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูที่มีต่อบรรพบุรุษผู้หักร้างถางพงสร้างบ้านแปลงเมืองให้ลูกหลานได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการบูชาพระแม่โพสพถือเป็นเทพธิดาของข้าว อันจะส่งผลต่อผลผลิตของข้าวให้ความอุดมสมบูรณ์และเจริญงอกงามในปีต่อมา และนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลและความร่มเย็นของชุมชน และประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามว่าด้วยการอยู่และการกินของชาวอีสานนั้นยังคงอยู่คู่กับชุมชนแห่งนี้ตลอดไป

.

หลังจากที่ผ่านพ้นบุญประเพณีของชาวบ้านไม่กี่วัน สายฝนจากฟากฟ้าเบื้องบนก็ได้รวยรินให้ชาวบ้านทุ่ง รอคอยวันใหม่ที่สดใสเช่นเดียวกับสายฝนเดือนสามที่รวยรินในยามนี้

หมายเหตุ : ภาพเฮือนชาวอีสานถ่ายจากภาพภายในบริเวณเจดีย์แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ บ้านห้วยทราย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

อยู่บ้านเพิ่นเอิ้นบุญประทายข้าวเปลือกจ้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wika วันที่ : 19/02/2010 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

อ่านนิทานแล้วหน่มสัญจรคิดว่าจะใช้ช้อนยาว 1 เมตรตักอาหารให้ตนเองกินได้ป่ะ?....ถ้าได้ช่วยหน่อยนะ...จะขอบพระคุณงามๆ (ไหว้)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wika วันที่ : 28/01/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wika

หนุ่มสัญจร...เขียนให้ระลึกถึงวัยเด็กได้ดีจัง...
ชอบจังงานบุญกองข้าวอยากกินติมหลอดเย็นๆเด้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พี่ชายกุ้ง วันที่ : 20/01/2010 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nipat084
อย่าสูญสิ้นความเชื่อในบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้วันนี้คนไทยส่วนใหญ่จะละทิ้งความดี     กเป็นทาสอำนาจเงิน

ชอบจังเอ็นทรีนี้ ประเพณีที่ดีงามสืบสานกันต่อไปเพื่อรักษาไว้ให้ลูกๆหลานๆที่นับวันก็ยิ่งเลือนหาย อ่านแล้วช่างสุขใจ เพราะสัมพัสได้กับจิตใจที่งดงามในความจริงใจของชาวอีสานยิ่งเห็นภาพท้องนาหลังการเก็บเกี่ยวยิ่งหลงไหลกับความยิ่งใหญ่ของจิตใจคนอิสาน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน