• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280990
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม 2550
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 2443 , 06:39:29 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     นี่ไม่ใช่การซ้ำเติมคนแพ้  แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  วันหนึ่งมันย่อมเปิดเผยตัวตนให้สังคมรับรู้เสมอ  และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน 

     แต่นักวิชาการ  สื่อมวลชน  คนที่รู้ข้อเท็จจริง  ต้องกล้าที่จะก้าวออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง  ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนที่รักชาติ  รักความเป็นธรรม

     ต่อไปนี้คือบทความบางส่วนที่ผมเขียนขึ้นก่อนหน้าการรัฐประหารปี 2549  ซึ่งได้ทยอยพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  เป็นการแสดงให้เห็นว่า  ผมทนไม่ได้กับการที่ประชาชนถูกครอบงำ  ถูกปิดบังข้อมูล  ทั้งที่รู้ว่า  การพูด  การแสดงออก  อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อตนเองในรูปแบบต่างๆ  อย่างที่สื่อมวลชนหลายๆรายโดนมา 

 

ถามหาสำนึก  นักวิชาการทาส

บรรยง  วิทยวีรศักดิ์

                 เมื่อพูดถึงคำว่า“ทาส”  คนส่วนใหญ่มักไม่ชอบ  รู้สึกว่าไม่มีอิสรภาพ  ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ  แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า  ตอนประเทศไทยประกาศเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5  นั้น  มีทาสจำนวนหนึ่งไม่ยอมไป  กลับอ้อนวอนขออยู่กับนาย  ขอยอมเป็นทาสไปตลอดชีวิต

                ทาสเหล่านี้  ให้เหตุผลว่า  ถ้าออกจากเรือนนาย  ก็ไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร  อยู่กับนายอย่างน้อยก็มีอาหาร 3 มื้อ  มีที่คุ้มหัวนอน  ตนเองไม่มีความรู้การออกไปดิ้นรนจึงมีความเสี่ยงสูง

                ทาสเหล่านี้  ขาดความเชื่อมั่นในความสามารถของตน  ว่าจะสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวเองได้  หวังแต่จะอาศัยบารมีของนายไปตลอดชีวิต  ทาสเหล่านี้  อย่าว่าแต่ปล่อยแล้วไม่ไปเลย  บางคนขับไล่เฆี่ยนตีก็ไม่ยอมไป  ขออยู่กับนายจนวันตาย

                เราต้องยอมรับว่า  การที่ระบอบทักษิณมีอิทธิพลครอบงำระบบการเมืองได้อย่างกว้างขวางนั้น  เป็นเพราะมีนักวิชาการและปัญญาชนส่วนหนึ่งให้การสนับสนุนรับใช้อยู่  บางส่วนเชื่อว่า  คุณทักษิณ  มีความตั้งใจดีที่จะช่วยเหลือคนยากจน  ขณะที่บางส่วนหวังในลาภ  ยศ  สรรเสริญ   เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า  ใครทำความดี ความชอบให้คุณทักษิณ  คุณทักษิณจะตอบแทนอย่างหนำใจ

                บัดนี้  แม้เวลาจะล่วงเลยไปพอสมควร  แม้ความจริงหลายเรื่องจะได้คลี่คลายออกมา  เนื้อแท้ของระบอบทักษิณค่อยๆเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้เห็น  นักวิชาการบางส่วนได้ละอายต่อบาป  เริ่มทยอยถอนตัวไป

                แต่เชื่อหรือไม่ว่า  แม้เวลาจะล่วงเลยถึงปานนี้แล้ว  ยังมีนักวิชาการ  ปัญญาชนส่วนหนึ่ง  กลับยังหูหนวก  ตาบอด  ก้มหน้าก้มตารับใช้ระบอบทักษิณต่อไป  ดั่งทาสที่ปล่อยไม่ไป

                นักวิชาการเหล่านี้  มักอ้างหลักการใหญ่ 3 ประการ  เพื่อรับใช้ระบอบทักษิณ  คือ  หนึ่ง  ต้องยึดมั่นในหลักการและกติกา  สอง  ระบอบทักษิณมุ่งประโยชน์ของคนยากจน และ สาม  คุณทักษิณเป็นคนเก่งยากที่จะหาใครมาแทนที่ได้

                แต่ถามว่า  ความเชื่อเหล่านี้เป็นความจริงหรือไม่  หากเราได้พิจารณาประเด็นต่างๆอย่างรอบคอบแล้ว  เราจะพบว่า

                1. การยึดมั่นในหลักการและกฎกติกา

                คุณทักษิณเป็นผู้นำที่ฉลาด  เขารู้ว่าในโลกยุคใหม่ต้องทำตามกติกา  ทำตามตัวบทกฎหมายที่เขียนไว้  เขาจึงใช้ความแยบยลในการเล่นแร่แปรธาตุให้การกระทำของตนเป็นสิ่งถูกกฎหมาย  หรืออย่างน้อยก็สามารถตีความให้คลุมเครือว่าถูกกฎหมาย  รวมทั้งกว้านซื้อตัวนักกฎหมายมือดีที่สุดของประเทศ  เพื่อเขียนกฎหมายหรือหาช่องโหว่ของกฎหมายให้เอื้อประโยชน์กับตนและพวกพ้อง  ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะขัดกับหลักการหรือเจตนารมณ์ของกฎหมายดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง

                ตัวอย่างกรณีที่ระบอบทักษิณบิดเบือนหลักการและกฎกติกา

                1.1  การอ้างว่ามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง  แต่เบื้องหลังกลับมีการแทรกแซงคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ( กกต.)  ถึงขนาดมีการว่าจ้างคนในให้ไปแก้ไขฐานข้อมูลรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์กับพรรคไทยรักไทย  ทั้งที่ฐานข้อมูลของแต่ละองค์กรควรจะถือเป็นความลับชั้นสูงสุดที่ต้องไม่ให้ใครเข้าไปแก้ไขหรือบิดเบือนได้

                1.2  การอ้างหลักการประชาธิปไตย  แต่กลับใช้เงินและการต่อรองเรื่องคดีความ กว้านรวบรวมพรรคการเมือง  หรือกลุ่มการเมืองต่างๆ  เพื่อให้มีจำนวนสส.มากพอ  ที่จะหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ  เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านจะมีเสียงไม่มากพอที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้  ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างภาพว่ามีคะแนนนิยมมาก

                ดุจเดียวกับ  นักธุรกิจที่กว้านซื้อเทคโอเวอร์กิจการต่างๆเพื่อสร้างอำนาจเหนือตลาด  ผูกขาดราคา  แล้วสร้างภาพว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลาย  ซึ่งล้วนแต่ใช้มนต์คาถาของเงินตราทั้งสิ้น

                1.3 การอ้างคะแนนเสียงเลือกตั้ง  แต่กลับพบว่ามีการใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก  แจกจ่ายในรูปของประชานิยม  อีกทั้งยังทุ่มเงินส่วนตัวจำนวนมหาศาล จ่ายให้สส.ในพรรคคนละนับแสนบาททุกเดือน  เพื่อไปทำกิจกรรมทางการเมือง  ซึ่งโดยนัยก็คือการแจกเงินหัวคะแนน  ถามว่าชาวบ้านที่ไหนไม่ชอบการแจกเงิน  ไม่ว่าคนแจกจะเป็นเจ้าพ่อ  ,  มาเฟีย  หรือผู้มีอิทธิพล

                1.4 การอ้างประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ  แต่กลับเลี่ยงไปใช้เงินนอกงบประมาณจำนวนมาก  เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบโดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน  และไม่ต้องถูกนับเป็นภาระหนี้ของรัฐบาล  ไม่ว่า  เงินกำไรจากหวยรัฐบาล  เงินสินเชื่อโครงการต่างๆของรัฐ  จากธนาคารกรุงไทย  ,  ธนาคารอาคารสงเคราะห์  ,  ธนาคารออมสิน  หรือ  เงินประกันสังคม

                1.5 การอ้างหลักธรรมมาภิบาล  แต่ครอบครัวคุณทักษิณ  กลับหลบเลี่ยงภาษีในการโอนหุ้น  ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า  กรรมการหรือผู้ถือหุ้นใดได้รับประโยชน์ไม่ว่าในรูปสินทรัพย์หรือเงินทองจากบริษัทของตน  ต้องเสียภาษีจากผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น

               1.6 การอ้างหลักต่อต้านความรุนแรง  แต่ตนกลับใช้กลุ่มอันธพาลทางการเมือง  คล้ายกลุ่มกระทิงแดงในอดีต  เข้าทำร้ายผู้ชุมนุม  หรือ  มีการเกณฑ์มวลชนจากภาคเหนือมาประชันหน้ากับกลุ่มคนที่ชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ

                เป็นเรื่องถูกต้องว่า  สังคมต้องมีกติกา  แต่กติกาแบบศรีธนญชัย  หรือ  กติกาแบบซ่อนเงื่อน  ต้องให้ศาลหรือ  หน่วยงานที่เป็นกลางมาตัดสินว่า  กติกาแบบนี้ใช้ได้หรือไม่

                2 . ระบอบทักษิณมุ่งประโยชน์ของคนยากจน

                แรกเริ่ม  ดูเหมือนคุณทักษิณจะมุ่งประโยชน์ของคนส่วนใหญ่  พอได้รับความนิยม  เกิดลุ่มหลงในอำนาจ  มีการวางกำลังพลคนใกล้ชิดทุกทบวงกรม  ดึงนักการเมืองเสือ  สิงห์  กระทิง  แรด   เข้าร่วมสร้างอำนาจเบ็ดเสร็จ  มีการแบ่งปันผลประโยชน์  จนระบบหยั่งรากลึกกลายเป็นระบอบทักษิณ  นำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นที่ครหากันอย่างอื้ออึง

                นโยบายประชานิยมต่างๆที่ออกมาในระยะหลัง  จึงเป็นดังเพียงลูกกวาดที่แจกจ่ายเพื่อหาคะแนนเสียงค้ำจุนอำนาจของตน  แต่เบื้องหลังกลับพบการแสวงหาผลประโยชน์ที่แยบยลมากมาย

                กลุ่มก๊วนในระบอบทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรบ้าง

                2.1 สนามบินสุวรรณภูมิ  ลำพังการสร้างสนามบินใหม่ก็มีเสียงครหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่นมากมายอยู่แล้ว  แต่ก็ยังย่ามใจ  ขนาดจะปั่นราคาที่ดิน  ด้วยการยกระดับให้เป็น “ มหานคร” ทั้งที่สนามบินทั่วโลกพยายามสร้างออกไปนอกเมือง  เพื่อลดมลพิษเรื่องเสียง  และเป็นมาตรการความปลอดภัย  ถามว่า  ถ้าการสร้าง  “ มหานคร ”   รอบสนามบินเป็นสิ่งดีจริง  ประเทศสิงคโปร์  หรือฮ่องกง  จะไม่มีปัญญาสร้างก่อนเราไปนานแล้วหรือ

                2.2 การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  แต่เบื้องหลังกลับมีการแสวงหาประโยชน์  โดยวิธีเก็บกักข้อมูลภายในไว้  แล้วใช้นอมินีกว้านซื้อหุ้น  ก่อนจะปล่อยข่าวดี  เช่น  สิทธิประโยชน์ทางภาษี  หรือ  นโยบายที่จะเอื้อประโยชน์กับหุ้นบริษัทนั้นๆ  พร้อมกับใช้กองทุนที่รัฐถือหุ้นใหญ่ไล่ราคา

                2.3 การเจรจา  FTA  ถ้าเป็นการเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในชาติโดยรวม  ย่อมมีคนสนับสนุน  แต่กลับมีพฤติกรรมรีบร้อนเจรจาเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนในรัฐบาล  เช่น  ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ส่งออกไก่  กุ้ง  ,  ให้บริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ส่งออกเพิ่ม  เพื่อ  แลกกับการเปิดสินค้าเกษตร  การลงทุน  การบริการ  และสิทธิบัตรต่างๆ  หรือ  ให้ดาวเทียมและกิจการโทรคมนาคมของไทยไปรุกตลาดต่างประเทศโดยยอมแลกกับความเสียหายส่วนอื่นๆของประเทศ

                2.4 การลดค่าสัมปทานและปรับผังไอทีวี  ทั้งที่ก่อนหน้านี้  ผู้รับสัมปทานเดิมประสบปัญหาค่าเงินจากวิกฤตเศรษฐกิจ  ขอลดค่าสัมปทานแต่รัฐไม่ยอม  ครั้นคนของรัฐบาลไปซื้อกิจการมา  กลับได้รับการลดค่าสัมปทานโดยง่าย  แถมยังยอมให้ปรับผังรายการให้มีบันเทิงมากขึ้น  ซึ่งผิดเงื่อนไขเดิมที่ต้องการให้ไอทีวี  เป็นสถานีข่าวสารเพื่อปวงชน

                2.5 การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบริษัทสื่อสาร   เพื่อลดการจ่ายเงินค่าสัมปทานให้องค์การโทรศัพท์  ทำให้องค์การโทรศัพท์ง่อยเปลี้ย  ไม่สามารถเป็นคู่แข่งของบริษัทสื่อสารเอกชนได้อีกต่อไป

                2.6 การปล่อยกู้ให้พม่าในอัตราดอกเบี้ยต่ำ  แต่มีข่าวว่าบริษัทของคนในรัฐบาลได้รับงานโครงการใหญ่จากเงินกู้ก้อนนี้

                2.7 รุมทึ้งผลประโยชน์จากบริษัทบริหารสินทรัพย์    4-5 ปีที่รัฐบาลเข้ามาบริหาร  นายทุนใหญ่ที่หนุนระบอบทักษิณ  ผู้ที่เคยบาดเจ็บจากพิษวิกฤตเศรษฐกิจกลับฟื้นคืนชีพ  และกลับมาร่ำรวยมากขึ้นไปตามๆกัน  โดยใช้วิธีขอปรับลดหนี้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐครั้งละ  50-70%  หรือใช้วิธีล๊อคสเปคประมูลสินทรัพย์  NPL  ราคาต่ำติดดิน  แล้วนำออกขายต่อได้กำไรกันครั้งละหลายร้อยล้าน  ถึงขนาดพันล้านบาทก็มี

               ถามว่า  ถ้าคนทำงานเก่ง  แต่มีข้อครหามากถึงขนาดนี้  ท่านยังคิดว่าเขาทำงานเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อีกหรือครับ

                3. คุณทักษิณเป็นคนเก่ง 

ประเด็นนี้คงไม่มีใครเถียงว่าคุณฯทักษิณสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการบริหารงานของตน  ขณะเดียวกันก็เข้าใจหลักการบริหารยุคใหม่ที่ต้องเน้นการสร้างภาพลักษณ์  เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในตัวท่าน

                สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าท่านให้ความสำคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มาก  คือ  ท่านมีบริษัทโฆษณาเป็นของตนเอง  มีการใช้วิธีการตลาดที่หลากหลายมาหาเสียงเลือกตั้ง  พยายามจัดให้มี  EVENT  MARKETING  อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างภาพลักษณ์  และจัดให้มีรายการนายกฯพบประชาชนเพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

                แต่เราต้องยอมรับว่าในความเก่งเหล่านี้  หลายอย่างก็ถูกสร้างภาพขึ้นเกินจริง  เช่น 

                3.1 การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  หรือ  ทุนสำรองที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก  ล้วนเป็นเพราะการไหลบ่าของเงินลงทุนจากต่างประเทศ  ที่มั่นใจว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้ฟื้นได้แล้ว  สังเกตจากประเทศในภูมิภาคนี้ฟื้นตัวในลักษณะใกล้เคียงกัน  ไม่ว่ามาเลเซีย  ,  สิงคโปร์  ,  ฟิลิปินส์  หรือ  อินโดนีเซีย  (  โดยวัดจากการเจริญเติบโตของ  GDP  และการฟื้นตัวของตลาดหุ้น  )  แสดงว่าผู้นำทุกประเทศเก่งหมดและเก่งใกล้เคียงกัน

                3.2   ราคายางพารา  มีการอวดอ้างว่าคุณทักษิณสามารถผลักดันราคาจนสูงถึงกก.ละกว่า  100  บาท  แต่ความจริง  ปัจจัยหลักน่าจะมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  และประเทศเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดีย  ที่มีการใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตจำนวนมาก  ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ราคาพุ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นยางพารา  น้ำมัน  ทองแดง  ทองคำ  หรือแม้แต่น้ำตาลทราย  ต่างมีราคาพุ่งขึ้น  100-200%  จาก  2-3  ปีก่อน  และสินค้าเหล่านี้  ก็ไม่ได้ผลิตขึ้นในประเทศไทยแห่งเดียว  แสดงว่าผู้นำมาเลเซีย  ผู้นำอินโดนีเซีย  ต่างก็มีฝีมือในการผลักดันราคายางจนพุ่งสูงสุด

                ถ้าจะพิสูจน์ฝีมือจริง  ต้องวัดด้วยราคาสินค้าที่เราผูกขาดผลิตแต่ผู้เดียว  เช่น  ลำไย  เงาะ  ทุเรียน  มังคุด  แล้วเราสามารถกำหนดราคาเองในตลาดได้  อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นฝีมือ  และโดยข้อเท็จจริงถ้าคุณทักษิณเลือกกำหนดได้  ท่านคงจะเลือกผลักดันราคาลำใยเพื่อช่วยเกษตรกรชาวเหนือ  มากกว่าราคายางพาราเพื่อช่วยคนใต้ที่ไม่นิยมในตัวท่าน

                ที่เขียนมา  ไม่ได้ตำหนิว่าท่านไม่มีฝีมือ  หรือไม่ได้ช่วย   ท่านก็พยายามผลักดันราคายางในระยะแรก  แต่พอเศรษฐกิจโลกฟื้น  ประเทศจีนเร่งกักตุนสินค้าจนราคายางพุ่งทำลายสถิติ  คนรอบข้างของท่านก็ไปผสมโรง  สร้างภาพ  จากสิบพูดเป็นร้อย  จากร้อยพูดเป็นพัน  โฆษณาชวนเชื่อ  จึงเป็นยุทธวิธีที่สำคัญมากของคนในระบอบทักษิณ

                หากเราเชื่อว่ากรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี  และคนดีที่พวกเราต้องการ  ต้องพร้อมทั้งความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต  ใครกล้าพูดว่าใน  62  ล้านคนของไทยนี้ไม่มีคนดีเลย  การคัดเลือกทางธรรมชาติและสังคมที่วิวัฒน์ไปข้างหน้า  จะสรรหาคนดีมาให้เอง  ขณะที่ระบบก็จะพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับและตรวจสอบในเวลาเดียวกัน  การคิดว่าสิ่งที่มีอยู่  ดีที่สุดแล้ว  เท่ากับการยอมรับที่จะหยุดพัฒนา

                ถ้าพูดกันตามความจริง  คุณทักษิณก็สร้างผลงานไว้มาก  ไม่ว่าจะเป็นโครงการ  30  บาทรักษาทุกโรค  ,  โครงการ  OTOP  หรือ  การปราบยาเสพติค  ผู้มีอิทธิพล  แต่เมื่อท่านไปร่วมกับนักการเมืองเลวๆบางคน  สถาปนาระบอบทักษิณนั้น  ตัวระบอบต้องหาผลประโยชน์เจือจานแบ่งปันกันเอง  เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองให้คงอยู่  จากเนื้อเยื่อดีๆก็กลายเป็นเนื้อร้ายกัดกินโครงสร้างสังคมใหญ่  ที่ทำดีก็ว่าไปตามดี  แต่ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชั่น  ผิดจริยธรรมก็ต้องให้องค์กรที่เป็นกลางตรวจสอบ

                หลังจากตอบโจทย์ความเชื่อทั้ง  3  ข้อใหญ่แล้วกลับมาดูที่ตัวเรา 

นักวิชาการและปัญญาชนมีโอกาสได้เรียนสูงกว่าคนทั่วๆไป  ดังนั้นควรจะมีสติปัญญาไตร่ตรองปัญหาให้ลึกซึ้งมากขึ้น  อย่ามองอะไรเพียงรูปลักษณ์ภายนอก  อย่ามองอะไรเพียงเปลือก  มองการกระทำของคนให้ทะลุ  มองให้เห็นถึงเจตนาที่อยู่ข้างใน  มองให้เห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า

                เปรียบดั่งคนทั่วไปเห็นแดดออก  ก็รีบบอกว่าวันนี้อากาศดี   แต่นักวิชาการควรมองให้ลึกซึ้งกว่านั้น   ดูว่ามีเมฆดำทะมึนอยู่ข้างหน้าไหม  ลมกำลังพัดเมฆมาทางนี้หรือเปล่า  ฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงไหม  ก่อนหน้านี้มีมดแมลงอพยพขึ้นที่สูงหรือเปล่า  แล้วตัดสินด้วยหลักวิชา  หรือประสบการณ์ที่ตนเองประสบมา   มีเจตนาบริสุทธิ์เป็นที่ตั้ง

                น่าเสียดายว่า  นักวิชาการปัญญาชนส่วนน้อยจำนวนหนึ่งกลับเดินหลงทาง  แยกไปจากพันธมิตรดั้งเดิมของตน  แยกไปจากเพื่อนที่เคยเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กับคอรัปชั่น  ความอยุติธรรมมาด้วยกัน   เพื่อนที่ประกอบด้วย  องค์การนักศึกษา  ,  สภาอาจารย์  ,  สื่อมวลชน  ,  ผู้นำแรงงาน  ,  องค์กรพัฒนาเอกชนและแน่นอนวงดนตรีเพื่อชีวิต  เช่น  คาราวาน

                พวกเขาเดินหลงเข้าไปสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจ  วังวนแห่งลาภ ยศ สรรเสริญ  แล้วกล่าวหาเพื่อนเก่าว่าเป็นศัตรู  เป็นผู้ขัดขวางระบอบประชาธิปไตย  เป็นผู้ไม่รักแผ่นดินเกิด

                แต่ที่น่าอนาถใจที่สุด  เห็นจะเป็นนักวิชาการบางคนที่ไปชี้หน้าด่ากลุ่มคนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ   ว่าเป็น  “เผด็จการขวาจัด”ทั้งๆที่ตนเองยืนฝั่งเดียวกัน  และพูดคำเดียวกัน กับนายสมัคร  สุนทรเวช  นักการเมืองขวาตกขอบตลอดกาล

                ถามว่าสำนึกแห่งการเป็นนักวิชาการ  สำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม ของท่านเหล่านี้  ยังมีเหลืออีกหรือไม่

                หมายเหตุ  บทความนี้เขียนเสร็จคืนวันที่ 19 กันยายน 2549  ก่อนที่จะมีการประกาศยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลนายกฯทักษิณ  เพียง 30 นาที

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชาวป่า วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/forester

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

พร้อมประกาศก้องให้โลกได้รับรู้เสมอ เมื่อเวลาเหมาะสม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนเดินถนนชีวิต วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aniwet

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนพูดความจริงอันตราอาจบางตายได้....ยิ่งในพื้นที่ผม ....... พูดแล้วต้องระวังตลอด 24 ชม.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
paedophile วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

แต่คนที่พูดความจริงอาจต้องตายเหมือนหมากลางถนน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]