• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 283585
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน 2550
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 2482 , 10:34:39 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ข่าวล่าแจ้งมาว่า   สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)  ได้ประกาศตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปี 2550 ออกมาแล้ว  ปรากฎว่า GDP โตถึง 4.3 %  ตรงกับสิ่งที่ผมได้ post ไว้ใน blog ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน ว่าตราบใดที่ GDP (สินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศนี้ )  ยังขึ้นกับการส่งออกถึง 65 %  กลายเป็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจประเทศนี้ขึ้นกับการส่งออก  ทั้งที่มันอาจจะสวนทางกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้   ถ้าอย่างนั้นเรายังควรใช้ GDP เป็นมาตรวัดเศรษฐกิจของประเทศอีกหรือไม่  ทั้งที่มันไม่ได้สะท้อนชีวิตความเป็นอยู่จริงๆของคนไทย....

            GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ  มักถูกใช้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  แต่หลายๆครั้งมันกลับสวนทางความรู้สึกของคนในประเทศ  ทำไม GDP จึงเป็นมาตรวัดที่ลวงโลก

          1.GDP เป็นการวัดสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ  โดยไม่สนใจว่าเจ้าของโรงงาน  เจ้าของกิจการจะเป็นคนไทย  คนญี่ปุ่น  หรือคนฝรั่ง  ทีนี้เราคงพอจะนึกออกว่า  สินค้าที่มีมูลค่าสูงๆที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณ GDP เป็นของคนไทย คนฝรั่ง หรือญี่ปุ่น  ไม่ว่ารถยนต์  ชิปคอมพิวเตอร์  หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้า   เมื่อ GDP โต  เพราะการส่งออกสินค้าเหล่านี้พุ่งกระฉูด  ถามว่าเงินเหล่านี้  ส่วนใหญ่ตกกับใคร  คนไทยคงได้รับค่าเช่าที่ ค่าแรงงานถูกๆติดมือมานิดหน่อย

          2.GDP เป็นการวัดยอดรวมของสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ  โดยไม่สนใจว่าเงินจะตกอยู่ในมือใคร  ตระกูลไหน   ดังนั้นเมื่อตัวเลขโดยรวมดี  ไม่ได้หมายความว่าคนส่วนใหญ่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นด้วย  มันอาจไปกระจุกตัวอยู่ในมือตระกูลใหญ่ๆอยู่ไม่กี่ตระกูล  ทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยยิ่งถ่างกว้างขึ้น

          3.GDP เป็นการวัดจำนวนสินค้าและบริการที่ผลิตปีนี้เทียบกับจำนวนผลิตปีที่แล้ว  ว่าเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์  โดยใช้ราคาสินค้า ณ ปี 2531 เป็นฐาน  ดังนั้นการที่เราขายจำนวนมังคุดได้เพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้วไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเงินเพิ่มขึ้น 20 %  เพราะถ้าราคาขายลดลง 25 % เราอาจได้รับเม็ดเงินน้อยลงก็ได้  GDP ก็มีข้ออ่อนเช่นนั้น

          4.GDP เป็นการนับสินค้าและบริการที่มีการซื้อขายผ่านระบบตลาด  ดังนั้น  การผลิตที่อยู่นอกระบบ  สินค้าที่ไม่ผ่านระบบตลาด เช่นการเลี้ยงไก้ไว้กินเอง  การปลูกพืชสวนครัวแล้วแบ่งแจกให้เพื่อนบ้าน  การผลิตอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ไว้ใช้เอง  จะไม่ถูกนับรวมอยู่ใน GDP  การผลิตในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่คนส่วนใหญ่ในชนบทน้อมนำมาปฏิบัติ  ก็ไม่นับรวมอยู่ใน GDP  มันจึงแยกห่างไปจากวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่

          5.GDP เป็นมาตรวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  แต่ไม่สามารถวัดความเจริญเติบโตของชาติได้เพราะหากจะวัดการเจริญเติบโตของประเทศ  ควรวัดว่าว่าคนไทยเราอยู่ดี กินดีขึ้นมั้ย  มีความสุขขึ้นมั้ย  แต่ปรากฎว่าประเทศที่ GDP ยิ่งโต  คนยิ่งเครียด  ยิ่งมีความสุขน้อยลง  มันเป็นการวัดในแง่ปริมาณ  ไม่ได้วัดในแง่คุณภาพ  เราจึงใช้ GDP เป็นมาตรวัดความอยู่ดี กินดีของประชาชนไม่ได้

          ดูแล้ว GDP จะมีประโยชน์ก็เฉพาะนักลงทุนข้ามชาติ  ที่กำลังเลือกว่าจะทุนประเทศไหนดี  ประเทศไหนที่กำลังผลิตสินค้ากันหามรุ่งหามค่ำ  แล้วบริษัทไหนอยู่ในธุรกิจนั้น  ซื้อหุ้นทิ้งเอาไว้  รอผลประกอบการออกมามีกำไร  ให้ราคาหุ้นขึ้นไปเยอะๆ  พอหมดรอบ  เศรษฐกิจประเทศเริ่มตกต่ำ  ก็ขายหุ้นทิ้งแล้วไปลงทุนประเทศใหม่  ที่วัฏจักรกำลังเป็นขาขึ้น  หมุนเวียนหากำไรไปเรื่อยๆ

          พวกเราอ่านแล้วจะเข้าใจ  ไม่เข้าใจ  ไม่เป็นไร  แต่ถ้าผู้บริหารประเทศ  ผู้บริหารของแบงก์ชาติอ่านแล้วยังไม่ตระหนักถึงความจริงเรื่องนี้  GDP ก็ยังเป็นมาตรวัดลวงโลก  ปลอบประโลมคนไทยไปปีแล้วปีเล่าว่า  ประเทศไทยเศรษฐกิจดีจริงๆ

            " 09:40 น. สภาพัฒน์ เผยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ในไตรมาส 1/50 โต 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดโต 4% และคาดจีดีพีปี 50 โต 4.0-4.5% จากเดิมคาดโต 4.0-5.0% เมื่อมี.ค.

สภาพัฒน์ ยังคาดว่า ปี 50 ส่งออกจะเติบโต 12.4% จากเดิมคาดโต 7.9% และคาดนำเข้าโต 8.3% จากเดิมคาดโต 8% ขณะที่คาดดุลการค้าเกินดุล 7.7 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมคาดเกินดุล 2.3 พันล้านดอลลาร์

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดปี 50 คาดเกินดุล 8.5 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมคาดเกินดุล 3.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่คาดเงินเฟ้อปี 50 เพิ่ม 2.0-2.5% จากเดิมคาดเพิ่ม 2.5-3.0%  " (สำนักข่าวเนชั่น)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dome
FLATION   KILLER

เรายังควรใช้ GDP วัดเศรษฐกิจของชาติหรือไม่

ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า

เราใช้ จีดีพี เพราะต้องการให้ต่างชาติเห็นว่า ไทยยอมรับ วิชาเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก เหมือน ๆ ชาติตะวันตก เท่านั้นเอง

เหอะ ๆ ๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

จริงๆ ผมว่าวันนี้มันน่าจะออกมาขั้นต่ำ 3.8% นะครับ
ยังสงสัยว่า สภาพัฒน์อาจจะปั้นตัวเลขลวงโลกกันอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
aumpradya วันที่ : 04/06/2007 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aumpradya

น่าจะวัดถึงโพลจากประชาชนมากกว่าที่จะเน้น GDP ครับ
มันสวนกันชัดๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]