• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280928
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันเสาร์ ที่ 30 มิถุนายน 2550
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 2612 , 22:21:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิกฤติเศรษฐกิจ 2540

อเมริกา  ปากว่าตาขยิบ

            เกริ่นนำ
           หลังจากต่อกรด้านอุดมการณ์กันกว่าครึ่งศตวรรษ  ค่ายคอมมิวนิสต์ก็ปราชัยต่อค่ายทุนนิยม  นับแต่นั้นเป็นต้นมา  กระแสทุนนิยมเสรีก็ถาโถมเข้าใส่ประเทศกำลังพัฒนา  เงินทุนจำนวนมหาศาลได้เคลื่อนเข้ามา  มีทั้งเงินกู้  เงินลงทุนโดยตรง  และ เงินลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์  ด้วยเหตุผลว่าประเทศเหล่านี้อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  แรงงานถูก  ที่ดินว่างเปล่ามากมาย  อีกทั้งมีตลาดขนาดใหญ่ที่จะมารองรับสินค้าที่ผลิตได้ในเวลาเดียวกัน 
          ดังนั้น  อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่เหล่านี้จึงพุ่งแบบก้าวกระโดด  โดยเฉพาะในย่านเอเซีย  จนนักวิชาการเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า  "ปาฎิหาริย์ทางเศรษฐกิจ" ของโลกเลยทีเดียว
             ประเทศไทยในกระแสทุนนิยม
         ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เข้าร่วมขบวนการทุนนิยมเสรีนี้ด้วย  ทั้งโดยกระแสสังคมโลกและกึ่งถูกบังคับจากประเทศทุนนิยมขนาดใหญ่  ที่มักนำเรื่องภาษีและโควต้านำเข้าสินค้ามาเป็นเครื่องมือต่อรอง  เมื่อกลไกทุนนิยมทำงานเต็มที่  ความเฟื่องฟูก็แพร่กระจายไปทุกภาคธุรกิจ  ความเฟื่องฟูนี้ถูกเสริมเข้าไปอีก  ด้วยนโยบายเปิดเสรีทางการเงินที่เรียกว่า  กิจการวิเทศธนกิจ  (Bangkok International Banking Facilities: BIBF) บริษัทและสถาบันการเงินในประเทศสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินในต่างประเทศได้โดยตรง  ซึ่งดอกเบี้ยในขณะนั้นอยู่ที่  5-6 %  เท่านั้น  ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้ของไทยสูงถึง 10-12 % 
          เมื่อเงินได้มาง่ายและมีต้นทุนต่ำ  ทำให้การใช้เงินเป็นไปอย่างหละหลวม  เงินจำนวนมากถูกนำไปเก็งกำไรในตลาดหุ้น  ซื้อที่ดิน  หรือแม้แต่กู้มาฝากธนาคารกินส่วนต่างของดอกเบี้ย  นักลงทุนต่างประเทศก็แห่เข้ามาตั้งโรงงานในไทย    โดยอาศัยค่าแรงต่ำ  ที่ดินราคาถูก  ผลิตสินค้าออกขายทั่วโลก
          แต่แล้วมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยก็สุกงอมในปี  2538-2539  และในปี2540  ฟองสบู่ได้แตกลง  เศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอจากปัญหาหนี้เสียของสถาบันการเงิน  การส่งออกที่ลดลง   และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงขึ้น   ทำให้กองทุนบริหารความเสี่ยง ( เฮดจ์ฟันด์ )  เริ่มโจมตีค่าเงินบาทของไทย
 
           ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในเวลานั้น  ได้ทยอยนำทุนสำรองระหว่างประเทศมาต่อสู้กับเฮดจ์ฟันด์  แต่ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่มีเพียง  30,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ฤาจะสู้กับเงินกองทุนขนาด   250,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของเฮดจ์ฟันด์ที่มีอยู่ทั่วโลกในเวลานั้นได้  
         ในที่สุดทุนสำรองของไทยถูกนำไปสู้กับเฮดจ์ฟันด์จนเกือบหมด  นำมาสู่ความพ่ายแพ้ในเกมสัประยุทธ์เงินตรา   จนต้องเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัว  และในที่สุดต้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ  (  ไอเอ็มเอฟ  )
         
ประเทศไทยใต้ร่มเงา ไอเอ็มเอฟ
         วงเงิน  17,200  ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ ไอเอ็มเอฟ  ให้กู้แก่ไทยนั้น  เป็นเงินในส่วนของไอเอ็มเอฟ  4,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ที่เหลือเป็นเงินสบทบจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย  (  เอดีบี  )  และจากประเทศต่างๆในเอเชีย  เป็นที่น่าสังเกตว่าเงินสบทบจากชาติต่างๆนั้น  ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือไทยอย่างกระตือรือร้น  ขณะที่สหรัฐอเมริกาแทบไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไรเลย
          แต่ยาไอเอ็มเอฟไม่ได้ผล    แล้วเชื้อต้มยำกุ้งของไทยก็แพร่กระจายลุกลามไปทั่วทวีปเอเชีย    ส่งผลถึงรัสเซีย   ลามไปถึงละตินอเมริกา  และกลายเป็นวิกฤติความเชื่อไปทั่วโลก
         
เฮดจ์ฟันด์  นักปล้นในชุดสูท
          กองทุนบริหารความเสี่ยง  หรือเฮดจ์ฟันด์  มีมาประมาณ  60  ปีแล้ว  เริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา  เพื่อเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงของการลงทุน   และการแลกเปลี่ยนเงินตรา  แต่มาระยะหลังเฮดจ์ฟันด์มาเน้นการเก็งกำไรในกิจกรรมทุกรูปแบบ  การทำชอร์ตเซลหุ้น  เก็งกำไรอัตราดอกเบี้ย  พันธบัตรและการค้าเงินสกุลต่างๆ
          เฮดจ์ฟันด์เริ่มเป็นที่รู้จัก  เมื่อโจมตีค่าเงินปอนด์ของอังกฤษในปี  2535   ค่าเงินเปโซของเม็กซิโกในปี  2537  สามารถประสบความสำเร็จทำกำไรได้อย่างงดงาม  และมาสร้างชื่ออีกครั้งเมื่อเข้ามาโจมตีค่าเงินบาทของไทยในปี  2540
          วิธีทำกำไรของเฮดจ์ฟันด์    คือการอาศัยกลไกตลาดเสรี   เข้าไปกู้เงินสกุลท้องถิ่นมาถือครองไว้ไห้มากพอ   จากนั้นก็ขายเงินสกุลท้องถิ่นนั้นออกไปพร้อมกับการปล่อยข่าวลือว่าประเทศนั้น  ประเทศนี้ต้องลดค่าเงินแล้ว เพราะขาดดุลการค้าบ้าง  กู้เงินต่างประเทศมากเกินไปบ้าง  ทุนสำรองร่อยหรอบ้าง  ซึ่งมักจะสอดรับกับสถาบันจัดอันดับเครดิตของอเมริกาที่จะปรับลดอันดับเครดิตของประเทศเป้าหมายลง  เมื่อนักลงทุนทุกคนขานรับ  ขายเงินสกุลนั้นออกมา  เงินก็จะอ่อนค่าลง  เขาจึงค่อยกลับเข้าไปซื้อ  เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ที่ยืมมาก่อนหน้านั้น    ส่วนต่างก็คือกำไร
          กองทุนเฮดจ์ฟันด์  ในขณะนั้นมีอยู่  2,000  รายทั่วโลก  มีเงินทุนรวมกันกว่า  250,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันมีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในอเมริกา 8,000 กองทุน  มีเงินทุน 1.2 ล้านล้านบาท) จึงเปรียบได้กับฝูงหมาป่าฝูงใหญ่ที่จ้องทำร้ายลูกแกะตัวที่อ่อนแอที่สุด  ทันทีที่ลูกแกะเป้าหมายแสดงอาการบาดเจ็บ อ่อนแรง  ฝูงหมาป่าทั้งฝูงก็จะกลุ้มรุมเข้ามาทำร้ายทันที
          ปัญหาของประเทศเป้าหมายที่มักถูกนำมาโจมตี ได้แก่  ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ  การขาดดุลการค้ายาวนาน  สถาบันการเงินอ่อนแอ  ทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำ  หนี้ต่างประเทศสูง และ ราคาสินค้าส่งออกตกต่ำ  เป็นต้น
          ทุกประเทศมีวัฎจักรทางเศรษฐกิจ   ขึ้นลงสลับกันไปมาในแต่ละประเทศ     แต่ละภูมิภาค  จึงเป็นช่องทางให้เฮดจ์ฟันด์เข้ามาแสวงหากำไรจากประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤติอันเลวร้าย  ทำให้เหตุการณ์ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าปกติ  จนอาจทำให้ประเทศเป้าหมายเสียหาย    ถึงขนาดล้มละลายได้
           แต่ทั้งนี้ใช่ว่าเฮดจ์ฟันด์จะเป็นผู้กุมชัยชนะเสมอไป  เพราะมีบางกองทุนที่ไปลงทุนเก็งกำไรในพันธบัตรหรือหุ้นในตลาดเกิดใหม่  เมื่อมีการลดค่าเงินท้องถิ่น  กองทุนพวกนี้อาจจะขาดทุนถึงขั้นล้มละลายได้เช่นเดียวกัน  ปัจจุบันเฮดจ์ฟันด์ที่ยังทำกำไรได้ดี  จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในสกุลเงินต่างๆ   ทิศทางอัตราดอกเบี้ย  และการทำชอร์ตเซลหุ้น
         
  ทำไมเฮดจ์ฟันด์มีชัยชนะเมื่อโจมตีค่าเงิน
           ในทางทฤษฎี  ค่าของเงินจะเป็นภาพสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศ  แต่นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ของความเชื่อมั่น  นักลงทุนและนักเก็งกำไรจะคอยติดตามข่าวสารว่าประเทศใดเศรษฐกิจกำลังอ่อนแอ  ประเทศใดค่าเงินกำลังจะถูกโจมตี  จากนั้นพวกเขาจะเข้าร่วมเก็งกำไรทันที 
          ลองนึกภาพนักลงทุน  นักเก็งกำไร  ทั้งระดับสถาบันและรายย่อย  นับหมื่นนับแสนราย  พยายามขายเงินสกุลท้องถิ่นนั้นออกมา  รัฐบาลชาติไหนก็พยุงค่าเงินไว้ไม่อยู่  สุดท้ายค่าเงินก็ไม่ได้สะท้อนฐานะที่แท้จริง  แต่กลายเป็นจิตวิทยาฝูงชนเหมือนการปั่นหุ้นในตลาดหุ้น
          ดังนั้น  เฮดจ์ฟันด์จึงเปรียบเหมือนหนอนที่กำลังชอนไชทั้งระบบทุนนิยมเสรี  หากเรายังควบคุมมันไม่ได้   ระบบทั้งระบบจะถูกทำลาย  ประเทศเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงจะผละระบบทุนนิยมเสรีไปเลือกใช้ลัทธิกีดกันการค้าเพื่อรักษาเศรษฐกิจของประเทศไว้  แล้วการควบคุมเงินทุนและสินค้านำเข้าอย่างจำกัดและเข้มงวดจะถูกนำมาใช้  เมื่อถึงตอนนั้นกองทุนเฮดจ์ฟันด์เองก็ต้องล่มสลายไป
        สหรัฐอเมริกา  ปากว่าตาขยิบ
           การเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องผลประโยชน์  คงจำกันได้ว่าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในเอเซียใหม่ๆนั้น  กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมซีกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา  ไม่ได้ให้ความสนใจปัญหานี้เท่าไรนัก  ดูได้จากการไม่ได้ให้เงินกู้สมทบผ่านไอเอ็มเอฟแก่ไทยเลย  ต่างกับตอนที่ที่ช่วยเหลือเม็กซิโกที่สหรัฐให้ถึง  20,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี  2538
           ทำไมสหรัฐอเมริกาซึ่งมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่งในโลกเวลานั้นจึงไม่แสดงน้ำใจช่วยเหลือไทยเลย  ถ้าสหรัฐช่วย    วิกฤติความเชื่อมั่นคงไม่ลุกลามไปมากขนาดนั้น
           นี่คงไม่ใช่ความหลงลืม  หรือกำลังยุ่งกับปัญหาภายใน  แต่อาจมีวัตถุประสงค์แอบแฝงที่ชวนให้สงสัย  ประเทศไทยไม่เพียงแต่ไม่ได้เป็นฐานการลงทุนที่สำคัญของสหรัฐอีกต่อไป  แต่สหรัฐยังได้ประโยชน์จากการทรุดตัวทางเศรษฐกิจของไทยอีกด้วย 
          เริ่มจากเฮดจ์ฟันด์ต่างๆที่กอบโกยกำไรมหาศาลจากการโจมตีค่าเงินของไทย  ล้วนแต่มีสัญชาติอเมริกันเป็นส่วนใหญ่  ครั้นเมื่อมีการประมูลขายทรัพย์สินขององค์การเพื่การปฎิรูประบบสถาบันการเงิน  (  ปรส.  )  หรือเมื่อมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  นักลงทุนสหรัฐคือผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด  เพราะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูงสุดในเวลานั้น    แล้วยังสามารถซื้อได้ในราคาเพียง  25-30  %  ของราคาเดิมเท่านั้น  เนื่องจากเป็นราคาเลหลังและค่าเงินของไทยเวลานั้นก็ลดลงไปกว่า  50  %  แล้ว
          นอกจากนี้  ในภาวะที่ประเทศไทยกำลังต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศ  ย่อมเป็นโอกาสอันดีที่สหรัฐจะได้ต่อรองเงื่อนไขการลงทุน   ไม่ว่าจะเป็นการแก้กฎหมายให้คนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้  การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในสถาบันการเงิน  เช่นธนาคาร  หรือบริษัทประกันภัย  ทั้งยังขอให้เปิดเสรีในการประกอบอาชีพที่เคยสงวนสิทธิให้แก่คนไทยอีกด้วย
           แต่สหรัฐประเมินปัญหาเอเซียต่ำไป  !!
          เมื่อแรกเริ่ม  ปัญหาจำกัดขอบเขตอยู่ในภูมิภาคเอเซีย  สหรัฐอาจนั่งยิ้มและได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่เมื่อปัญหาได้ขยายวงออกไป  กลายเป็นเรื่องวิกฤติการณ์ของความเชื่อมั่นแล้ว  ประเทศที่อ่อนแอทางเศรษฐกิจอย่างรัสเซีย  ประเทศที่พึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศจำนวนมากอย่างละตินอเมริกา  เริ่มประสบปัญหาเช่นเดียวกับเอเซีย
          ถึงตอนนี้สหรัฐนิ่งเฉยไม่ได้แล้ว  สหรัฐถือเป็นผู้ลงทุนในรัสเซียมากเป็นอันดับสองรองจากเยอรมันนี  สถาบันการเงินจำนวนมากไปลงทุนในรัสเซีย  ส่วนละตินอเมริกาถือเป็นฐานการผลิตนอกประเทศที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ  และเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาด้วย
           สุดท้าย สถาบันการเงินหลายแห่งของสหรัฐ   โดยเฉพาะเฮดจ์ฟันด์ที่ไปลงทุนในรัสเซียและละตินอเมริกาเริ่มมีปัญหาแล้ว  บทบาทของสหรัฐในฐานะผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกทุนนิยมเสรีเริ่มสั่นคลอน  เมื่อไม่สามารถดูแลกลไกตลาดเสรีให้ทำงานตามปกติได้  หลายประเทศที่ประสบปัญหา    เริ่มใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้า    มีการควบคุมเงินทุนอย่างเข้มงวด  ลัทธิกีดกันการค้ากลับมาท้าทายตลาดเสรีอีกครั้ง
           ผู้นำกลุ่มประเทศยุโรป  เสนอให้มีการจัดระเบียบการเงินโลกใหม่  ทบทวนบทบาทของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก  พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบควบคุมสถาบันการเงิน  โดยเฉพาะเฮดจ์ฟันด์ให้อยู่ในกรอบในเกณฑ์มากขึ้น  ผู้นำประเทศญี่ปุ่นก็เสนอให้ควบคุมเฮดจ์ฟันด์และเงินลงทุนระยะสั้นด้วย
           ถึงวันนี้สหรัฐจะตระหนักหรือไม่ว่า  ระบบทุนนิยมเสรี   หากเปรียบเป็นร่างกายคนก็ต้องประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ  ซึ่งได้แก่ประเทศสมาชิกประชาคมโลก  อาจสำคัญมากน้อยแตกต่างกัน  แต่ต้องพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  หากปล่อยให้อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งถูกหนอนชอนไช   สักวันหนึ่ง  ร่างกายทั้งร่างก็ต้องล้มลง  เมื่อถึงวันนั้นอวัยวะที่คิดว่าตนเองสำคัญที่สุดก็อยู่ไม่ได้

          ระวัง  กรรมตามสนอง
          10 ปีที่ผ่านมา  เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตไม่แพ้ฟองสบู่  ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นจาก 5,000  จุด เป็น 13,000  จุด  คนอเมริกันใช้เงินกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย  สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มอ่อนแอ  หนี้เสียในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูง  การขาดดุลการค้าที่ยาวนานและเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนกำลังสั่นคลอนเศรษฐกิจของสหรัฐ  หรือนี่จะเป็นลางบอกเหตุของฟองสบู่ลูกต่อไป
           อเมริกา…ระวัง!!  เฮดจ์ฟันด์กำลังรอตะครุบเหยื่อรายใหม่ของมัน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]