• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 282489
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2551
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 1925 , 19:26:02 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        หลังการเข้าควบคุมกิจการของธนาคาร อินดีแมค(IndyMac) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา( 11 กค.)  สถาบันประกันเงินฝากสหรัฐ(FDIC)ออกมายอมรับว่า  นี่อาจเป็นการล้มของธนาคารที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์  เพราะFDICต้องชดใช้ผู้ฝากเงิน 6-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ  และยังกล่าวว่า “อาจมีการล้มเพิ่มขึ้น  แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่เราจัดการได้”
         เวลานี้  สิ่งที่นักลงทุนกังวลที่สุดคือ  สถานภาพที่ง่อนแง่นของบริษัทคู่แฝดที่ชื่อ แฟนนี เม(Fannie Mae) และเฟรดดี แมค (Freddie Mac) บริษัทสินเชื่อบ้านที่ใหญ่ที่สุดที่มีวงเงินสินเชื่อและรับค้ำประกันเงินกู้กว่า 5 ล้านล้านเหรียญ  หรือเกือบครึ่งหนึ่งของสินเชื่อบ้านทั้งหมดในสหรัฐ  หากบริษัททั้งสองล้มลง  มันจะส่งผลถึงต้นทุนเงินกู้  ตลาดสินเชื่อ  เศรษฐกิจสหรัฐ และแน่นอนตลาดสินเชื่อทั่วโลก
         แฟนนี เม และ เฟรดดี แมค คือใคร
         บริษัทสองแห่งนี้เป็นองค์กรที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นโดยมติรัฐสภา  ในปี 1938(แฟนนี) และปี 1970(เฟรดดี) เพื่อช่วยให้คนอเมริกันมีบ้านได้ง่ายขึ้น
         บริษัทได้รับนโยบายให้สร้างสภาพคล่องให้ตลาดสินเชื่อบ้าน  โดยการรับซื้อสินเชื่อบ้านจากธนาคารและบริษัทสินเชื่ออื่น  แล้วนำมาจัดเป็นกองๆ  ขายออกในรูปของหุ้นกู้ให้นักลงทุนโดยมีการค้ำประกัน 
        ทั้งสองบริษัทได้รับอภิสิทธิ์ให้สามารถกู้เงินจากกระทรวงการคลังได้โดยตรง  ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งจากรัฐบาลกลางและท้องถิ่น  หุ้นของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้การยกเว้นค่าธรรมเนียม
        การที่เป็นกึ่งหน่วยงานของรัฐและได้รับสิทธิพิเศษมากมาย  ทำให้ทั้งแฟนนีและเฟรดดี ได้รับอันดับเครดิตระดับสูงสุดที่ AAA  ซึ่งหมายความว่า  พวกเขาสามารถกู้ยืมเงินได้ในอัตราที่ต่ำที่สุด
        จุดเด่นกลายเป็นจุดอ่อน
        การที่บริษัทมีต้นทุนดำเนินการต่ำ  ประกอบกับเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องเร่งสร้างกำไรให้ผู้ถือหุ้น  ทำให้กิจการขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ขณะที่รูปแบบการดำเนินกิจการซื้อขายสินเชื่อโดยให้การรับประกัน  ทำให้ธนาคารคู่ค้าปล่อยสินเชื่อแบบหละหลวม  เพราะเมื่อแฟนนีและเฟรดดีซื้อสินเชื่อไปแล้ว  ความเสี่ยงไม่ว่า  การผิดนัดชำระหนี้  หรือปัญหาความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยจะถูกถ่ายโอนไปยังบริษัททั้งสองแทน
        อีกทั้ง  ช่วงที่ผ่านมา  ขณะที่ผู้ให้สินเชื่อรายอื่นชลอการให้สินเชื่อ  แฟนนีและเฟรดดีกลับต้องการเป็นผู้เล่นหลักที่รับซื้อสินเชื่อบ้านจากธนาคารไปขายให้นักลงทุน  ทำให้มีภาระค้ำประกันมากขึ้น
        นักวิเคราะห์เคยกล่าวว่า  แฟนนีและเฟรดดีถูกสร้างขึ้นแบบผิดฝาผิดตัว  พวกเขารับภารกิจมาให้สินเชื่อ  แต่ไปดำเนินการคล้ายบริษัทประกัน  พวกเขาซื้อสินเชื่อแล้วนำไปขายต่อ คล้ายกิจการโบร์คเกอร์   ขณะเดียวกัน  พวกเขาเก็งกำไรดอกเบี้ย (ซื้อสินเชื่อแล้วมารับรู้กำไรขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยใหม่แทน) ซึ่งคล้ายกับเฮดจ์ฟันด์  แน่นอนว่ามีความเสี่ยงสูง  แต่เมื่อเป็นหน่วยงานของรัฐ  ธนาคารกลาง(เฟด)คงไม่ปล่อยให้ล้ม
        สถานะบริษัทสับสน
        จากภาวะการณ์ที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐย่ำแย่มากหลายปี  ราคาบ้านที่ลดลง  อัตราการยึดบ้านสูงขึ้น  และทิศทางดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มขยับขึ้น  ทำให้นักลงทุนเริ่มถอยหนีจากบริษัททั้งสอง
        ยิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  โบร์คเกอร์ชื่อดัง เลห์แมน บาร์เดอร์  ได้ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า  ทั้งแฟนนีและเฟรดดี  ต้องเพิ่มทุนอีก 75 พันล้านเหรียญ  เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีใหม่  ทำให้นักลงทุนยิ่งตื่นตระหนก
        ถึงแม้ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทออกมาประกาศยืนยันว่าเงินทุนของตนเพียงพอที่จะรับภาวะการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้  แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่เชื่อ  พวกเขากลัวว่าหากเฟคเข้ามาควบคุมกิจการ  หุ้นที่ตนถืออาจจะไม่มีมูลค่าเหลืออยู่
        ดังนั้นทันทีที่ตลาดหุ้นเปิดทำการในวันศุกร์ที่ผ่านมา (11กค.)  ทั้งหุ้นของแฟนนีและเฟรดดีต่างร่วงลงกว่า 47% จากวันก่อนหน้า  แต่ค่อยๆขยับติดลบน้อยลงเมื่อมีข่าวว่า  เฟดจะเปิดวงเงินสำรองให้  และมีข่าวว่าวุฒิสมาชิก ประธานกรรมาธิการการธนาคารออกมายืนยันว่าตนได้คุยกับนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด และนาย เฮนรี พอลสัน รมต.คลัง ทั้งสองบอกว่า บริษัทเหล่านั้นมีเงินทุนเพียงพอ  ยังไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องเข้าไปจัดการ
        แต่หลังตลาดปิด  โฆษกเฟดได้ออกมาบอกนักข่าวว่ายังไม่มีการคุยกันเรื่องวงเงินสำรอง  ขณะที่นสพ.นิวยอร์คไทม์ ได้รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกำลังมองหาแผนการที่เหมาะสมในการเข้าควบคุมกิจการบริษัททั้งสอง  หากสถานการณ์เลวร้ายลง
 

ภาพแสดงการร่วงลงของหุ้นFannieในรอบ1ปี

ภาพแสดงการร่วงของหุ้นFreddie

      ระเบิดเวลาลูกใหญ่

        ข่าวที่สับสนในสถานการณ์ที่ตลาดย่ำแย่  ทำให้ราคาหุ้นของแฟนนีและเฟรดดีร่วงจากต้นปีลง 65% และ75% ตามลำดับ  สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อสถานะของบริษัทได้เป็นอย่างดี
        ปัญหาคือ  หากบริษัทล้มละลาย  ถูกเฟดเข้าควบคุม  ถึงแม้แฟนนีและเฟรดดีจะสามารถดำเนินการต่อภายใต้การดูแลของเฟด  แต่กฎเกณฑ์การดำเนินธุรกิจย่อมต้องเข้มงวดขึ้น  ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อบ้านตึงตัวยิ่งขึ้น
        ที่สำคัญบริษัททั้งสองจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  มันจะส่งแรงกระเพื่อมให้เกิดการขายหุ้นให้ในวอลล์สตรีท  โดยเฉพาะหุ้นธนาคารใหญ่ๆ  หุ้นบริษัทสินเชื่อ  และหุ้นบริษัทรับสร้างบ้าน
        ถ้านักลงทุนทั้งตลาดสูญเสียความมั่นใจ  และเชื่อว่าจะมีบริษัทใหญ่ๆต้องล้มตามมาอีกมาก  มันจะกลายเป็นภาวะตื่นตระหนก  ทุกคนขายหุ้นเอาตัวรอด  ถึงวันนั้นเฟดอาจจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่ 
        อเมริกา ก็ อเมริกาเถอะ  หากคุมสถานการณ์ไม่อยู่  สามารถเกิดภาวะโดมิโนได้เหมือนกัน  และจะส่งผลกระทบไปทั่วโลกครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

ขอบคุณกับบทวิเคราะห์ดีๆ ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรัตยา วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ข้อมูลแม่นยำ เนื้อหาดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ก า ร ล่ ม ส ล า ย โ ล ก ทุ น นิ ย ม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
indexthai วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/07/12/entry-1
@

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]