• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2551
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 1851 , 09:03:38 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         “วอร์เร็น บัฟเฟต”  มหาเศรษฐีอันดับสองของสหรัฐ  กล่าวว่าเขากำลังใช้เงินส่วนตัวซื้อหุ้นสหรัฐ
         “กฎง่ายๆที่สั่งให้ผมซื้อ : จงตื่นกลัวเมื่อคนอื่นกระหาย  แต่จงกระหายเมื่อคนอื่นตื่นกลัว”  บัฟเฟต วัย 78 กล่าวในบทความชื่อ “คนอเมริกันจงซื้อ, ผม(เอา)ด้วย” ที่ตีพิมพ์วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา  ในหนังสือพิมพ์ชื่อ “New York Times”


         เช่นเคย  เขาไม่ได้ระบุว่าเขากำลังซื้อหุ้นอะไร
         บัฟเฟตกล่าวในบทความว่า  “ถ้าหุ้นยังคงถูกอยู่อย่างนี้  เงินส่วนตัวของผมจะย้ายมาลงทุนในหุ้น 100%  จากที่เดิมอยู่ในพันธบัตรรัฐบาล 100%”
         “ในระยะอันใกล้  การว่างงานจะเพิ่มขึ้น  กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะลดลง  พาดหัวข่าวจะทำให้คุณขลาดกลัว” บัฟเฟตกล่าวต่อ “ความกลัวที่แพร่กระจาย  ทำให้หุ้นมีราคาลดลง 36% จากจุดสูงสุดตลอดกาล  ทำให้ดึงดูดใจที่จะเข้าไปซื้อ”
         “ความกลัวที่ว่า  บริษัทชั้นดีของประเทศจะหมดสิ้นยุคอันรุ่งโรจน์นั้น  เป็นเรื่องไร้สาระ” บัฟเฟตเขียน “บริษัทใหญ่ๆจะกลับมาสร้างสถิติกำไรสูงสุดใหม่ใน 5ปี 10 ปี และ 20ปีจากนี้”
         อย่างไรก็ตาม  นักลงทุนขี้กังวลจำนวนมาก  ได้ผละจากตลาดหุ้น  ไปทุ่มลงทุนในทองคำหรือสินทรัพย์ที่จับต้องได้  ซึ่งตอนนี้อาจจะดูปลอดภัย  แต่บัฟเฟตกล่าวว่า  พวกเขากำลังถือ “สินทรัพย์ที่น่าสพึงกลัวในระยะยาว” และไม่สามารถเทียบเคียงกับผลตอบแทนในอนาคต จากการลงทุนในหุ้นได้
         บัฟเฟตกล่าวต่อว่า “หุ้นจะพุ่งขึ้นก่อนที่เศรษฐกิจจะดี  สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นในฤดูร้อนปี 1932 ระหว่างการตกต่ำครั้งใหญ่ ( The Great Depression ) และในปี 1982 ระหว่างการถดถอยที่รุนแรง ( a deep recession )
         เขาบอกว่า  เขาไม่สามารถทำนายความเคลื่อนไหวของหุ้นระยะสั้นได้  แต่ตลาดหุ้นควรจะแสดงผลงานได้ดีกว่าเงินสดในทศวรรษหน้า 
         “คนโชคร้ายจะซื้อหุ้นตอนที่สบายใจ  และจะไปขายตอนที่มีพาดหัวข่าวที่น่ากลัว” บัฟเฟตกล่าวเพิ่มเติม
         ถ้าบริษัทที่แข็งแรงที่ถูกลิขิตให้เติบโตในระยะยาว  ข่าวร้ายคือข่าวดี  เมื่อคุณกำลังมองหาลู่ทางลงทุนในตลาดหุ้น
         “ข่าวร้ายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุน” บัฟเฟตทิ้งท้าย “มันให้โอกาสคุณซื้อส่วนหนึ่งของอนาคตของอเมริกา  ในราคาต่ำ”
         ประธานสมาคม Henry H. Armstrong ใน Pittsburgh ซึ่งได้ลงทุน 1 ใน 5 ของสินทรัพย์ในบริษัท Berkshire ของบัฟเฟตกล่าวถึงบทความนี้ว่า “มันเป็นคำกล่าวที่ยิ่งใหญ่  เขาไม่ได้ออกมากล่าวแบบนี้บ่อยๆนะ” Henry กล่าว “ตลาดหุ้นผันผวน  วันหนึ่งลง 700 จุด  วันรุ่งขึ้นพุ่ง 700 จุด มันบ้าชัดๆ  คงต้องใช้มาตรวัดเป็นปีไม่ใช่ชั่วโมง  แล้วคุณจะลงทุนได้ดีในตลาดหุ้นสหรัฐ”
         อย่างไรก็ตาม  มันไม่ได้เป็นการฉลาดที่คนธรรมดาอายุ 78 จะลงทุนในหุ้น 100% แล้วยังต้องพึ่งพาเงินลงทุนในการยังชีพ  แต่แน่นอนบัฟเฟตไม่ใช่คนธรรมดา  เขาจึงเป็นข้อยกเว้น

แหล่งข้อมูล  CNNMoney.com , Reuters.com, New York Times

อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ด้านล่างนี้

Buy American. I Am.
By WARREN E. BUFFETT
Published: October 16, 2008

THE financial world is a mess, both in the United States and abroad. Its problems, moreover, have been leaking into the general economy, and the leaks are now turning into a gusher. In the near term, unemployment will rise, business activity will falter and headlines will continue to be scary.

So ... I’ve been buying American stocks. This is my personal account I’m talking about, in which I previously owned nothing but United States government bonds. (This description leaves aside my Berkshire Hathaway holdings, which are all committed to philanthropy.) If prices keep looking attractive, my non-Berkshire net worth will soon be 100 percent in United States equities.

Why?

A simple rule dictates my buying: Be fearful when others are greedy, and be greedy when others are fearful. And most certainly, fear is now widespread, gripping even seasoned investors. To be sure, investors are right to be wary of highly leveraged entities or businesses in weak competitive positions. But fears regarding the long-term prosperity of the nation’s many sound companies make no sense. These businesses will indeed suffer earnings hiccups, as they always have. But most major companies will be setting new profit records 5, 10 and 20 years from now.

Let me be clear on one point: I can’t predict the short-term movements of the stock market. I haven’t the faintest idea as to whether stocks will be higher or lower a month — or a year — from now. What is likely, however, is that the market will move higher, perhaps substantially so, well before either sentiment or the economy turns up. So if you wait for the robins, spring will be over.

A little history here: During the Depression, the Dow hit its low, 41, on July 8, 1932. Economic conditions, though, kept deteriorating until Franklin D. Roosevelt took office in March 1933. By that time, the market had already advanced 30 percent. Or think back to the early days of World War II, when things were going badly for the United States in Europe and the Pacific. The market hit bottom in April 1942, well before Allied fortunes turned. Again, in the early 1980s, the time to buy stocks was when inflation raged and the economy was in the tank. In short, bad news is an investor’s best friend. It lets you buy a slice of America’s future at a marked-down price.

Over the long term, the stock market news will be good. In the 20th century, the United States endured two world wars and other traumatic and expensive military conflicts; the Depression; a dozen or so recessions and financial panics; oil shocks; a flu epidemic; and the resignation of a disgraced president. Yet the Dow rose from 66 to 11,497.

You might think it would have been impossible for an investor to lose money during a century marked by such an extraordinary gain. But some investors did. The hapless ones bought stocks only when they felt comfort in doing so and then proceeded to sell when the headlines made them queasy.

Today people who hold cash equivalents feel comfortable. They shouldn’t. They have opted for a terrible long-term asset, one that pays virtually nothing and is certain to depreciate in value. Indeed, the policies that government will follow in its efforts to alleviate the current crisis will probably prove inflationary and therefore accelerate declines in the real value of cash accounts.

Equities will almost certainly outperform cash over the next decade, probably by a substantial degree. Those investors who cling now to cash are betting they can efficiently time their move away from it later. In waiting for the comfort of good news, they are ignoring Wayne Gretzky’s advice: “I skate to where the puck is going to be, not to where it has been.”

I don’t like to opine on the stock market, and again I emphasize that I have no idea what the market will do in the short term. Nevertheless, I’ll follow the lead of a restaurant that opened in an empty bank building and then advertised: “Put your mouth where your money was.” Today my money and my mouth both say equities.






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมดุล วันที่ : 09/11/2009 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บริษัทมหาชนขนาดใหญ่กำลังเปิดให้มีการใช้เงินทำงานแบบ SME ที่คืนทุนไว ความเสี่ยงต่ำมีรายได้ยั่งยืน เดือนละ 2 ล้านบาทต่อหน่วยการลงทุน เร่งศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.ainews1.com

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]