• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280791
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม 2551
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 1385 , 10:12:17 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

        คงไม่ต้องบอกก็พอรู้ว่า  ตอนนี้  เราเข้าสู่ภาวะหมีเต็มตัว  และ  ดูจะเป็นหมีตัวใหญ่เสียด้วย
         เวลาตลาดหุ้นตกต่ำ  นักลงทุนต่างมองโลกในด้านเลวร้ายไปหมด  วันก่อน  ผมเจอนักธุรกิจรายใหญ่รายหนึ่ง  เขาบอกผมว่า  คอยดูสิดัชนีรอบนี้  ลงไปที่  300  แน่  อาจจะหลุด  300  เหลือ  200  กว่าด้วยซ้ำ  กลับลงไปเหมือนตอนวิกฤตปี  2540  ที่ดัชนีหุ้นไทยลงไปต่ำสุดที่  204  จุด ในเดือนกันยายน 2541
         ผมมานั่งคิดๆดูว่า  มันจะเป็นไปได้หรือ  เศรษฐกิจไทยตอนนี้กับสมัยนั้นต่างกันเยอะมาก
ทุนสำรองของประเทศก็อยู่ในระดับสูง  ฐานะการเงินของบริษัทต่างๆก็เข้มแข็งขึ้นมาก
         ในที่สุด  ผมเลยเขียนบทความนี้ขึ้นมาสนับสนุนให้คนที่ยังไม่เคยซื้อหุ้น  หากอยากจะลองซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว  นี่เป็นโอกาสเหมาะที่สุด  ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
         1.  เศรษฐกิจไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
         ผมไม่เถียงว่า  ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้น  อย่างน้อยอาจจะกระทบการท่องเที่ยว , การส่งออก  ที่พึ่งพิงตลาดสหรัฐและยุโรปพอสมควร   แต่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ( สศก.)  ได้ออกมาแถลงเมื่อเร็วๆนี้ ว่า วิกฤตสหรัฐจะไม่กระทบการส่งออกสินค้าเกษตร  เนื่องจากอย่างไรเสียคนเราก็ต้องกิน  ขณะที่ระยะหลังเราเพิ่มการส่งออกไปตลาดใหม่อย่างเช่น  จีน , อินเดีย , อาเซียนและกลุ่มประเทศอาหรับ  ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่ดีอยู่  คงจะช่วยจุนเจือประคับประคองกันไปได้
         2.  ภาคการเงินไทยเข้มแข็งขึ้นมาก
          หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี  2540  ภาคการเงินของไทยบอบช้ำมาก  สถาบันการเงินที่อยู่รอด  จึงระมัดระวังตัวมาโดยตลอด  ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท )  ก็กวดขันเรื่องการกันสำรองหนี้เสียอย่างเข้มงวด  จนทุกธนาคารสะสางหนี้เสียไปได้เกือบหมด
         ถึงแม้จะมีธนาคารบางแห่งไปลงทุนใน CDO อยู่บ้าง  แต่คิดเป็นสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์รวม  เชื่อว่าผลที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องภาวะตื่นตระหนกมากกว่า
         3.  อย่าเป็นเหยื่อของการ short  sell
         ตลาดหุ้นไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ถูกครอบงำโดยกองทุนต่างประเทศ  พอฝรั่งเทขาย  ทุกคนก็พากันหยุดซื้อ  เพราะเชื่อว่าเราไม่สามารถต้านทานแรงขายของฝรั่งได้
         ขณะที่มีกองทุนต่างประเทศบางกลุ่มเป็นเฮดจ์ฟันด์  เล็งเห็นว่า  ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่ภาวะหมีแล้ว  จึงใช้ยุทธวิธี  “ short  against  port ”  เทขายหุ้นของตนออกมาหนักๆให้นักลงทุนไทยขวัญหนีดีฝ่อ  แล้วค่อยมาซื้อคืนในราคาต่ำ  สังเกตว่าวันก่อนที่ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้น  700  กว่าจุด  กองทุนฝรั่งรีบซื้อคืนกว่า  2,000  ล้านบาท  ทั้งที่ทุกวันขายออกมาเพียง  4-500  ล้านบาทต่อวันเท่านั้น
         4.  ดัชนีดาวโจนส์ใกล้ถึงแนวรับ
         ต้องยอมรับว่า  ตอนนี้  นักลงทุนไทยอยู่ในภาวะขวัญหนีดีฝ่อ  หุ้นที่ไหลรูดก็เป็นภาวะจิตวิทยา  ปัจจัยพื้นฐานถูกโยนออกนอกหน้าต่างไปนานแล้ว  ทุกคนคอยติดตามแต่ดัชนีดาวโจนส์
ว่าจะร่วงเท่าไร  และมีผลต่อประเทศไทยอย่างไร
         ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์หลังการล่มสลสยของบริษัทเลห์แมน บาร์เธอร์  และธนาคารวอชิงตัน  มิวชวล  ดัชนีก็ไหลรูด  ดิ่งลงกว่า  2,400  จุดในไม่กี่วัน
         หากตอนนี้  เราไปดูข้อมูลดัชนีในอดีต  จะพบว่า 6 ปีที่แล้ว  ดัชนีดาวโจนส์เคยร่วงลงไปที่แถว  7,500  จุด  ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ใกล้เคียงกันแล้ว  เชื่อว่า  เมื่อถึงแนวรับ  ดัชนีคงจะเด้งขึ้นอย่างน้อยก็ระยะเวลาหนึ่ง  แน่นอนว่าหุ้นไทยก็จะดีดขึ้นด้วย  อย่างน้อยก็เกือบ  100  จุด
         5.  ตอนนี้ดัชนีหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานที่  700  จุดแล้ว
         ในกรณีที่สถานการณ์พลิกผัน  เกิดหุ้นไทยหลุดระดับ  450  จุด  ก็ไม่ควรกังวลใจอะไรมาก  เพราะหุ้นลงมาเกือบ 50%  จากต้นปีแล้ว ณ จุดนี้ถือว่าเราซื้อหุ้นได้ต่ำกว่าพื้นฐานมากแล้ว
         แล้วถ้าถามว่าพื้นฐานที่ควรเป็น  ควรจะอยู่ที่ดัชนีเท่าไร  ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่  700  จุด  หากดูจากเหตุผลที่เกริ่นในข้อ 1 ข้อ 2  ข้างต้นมาแล้ว
         คงจำกันได้ว่า  ปีสองปีที่ผ่านมา  ภาวะฟองสบู่ตลาดหุ้นได้ผลักดันให้ดัชนีตลาดหุ้นเพื่อนบ้านพุ่งทะยานกันคนละมากกว่า  100%  ดังนั้นการที่ตลาดหุ้นของเขาจะลดลง  50%  ไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่ตลาดหุ้นไทย  เจอปัจจัยด้านการเมืองมาโดยตลอด  จึงเติบโตได้เพียง  20-30%  การดิ่งลงมาเกือบ  50%  จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล
         ล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมา ( 17 ตค.)  นายวอร์เร็น บัฟเฟต มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง  ได้ออกมาเรียกร้องให้คนอเมริกัน  เริ่มซื้อหุ้นเข้าพอร์ตได้แล้ว  โดยบอกว่าหุ้นได้ลงมากว่า  36%แล้ว และตลาดหุ้นมักดีดกลับก่อนภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเสมอ  เพราะฉนั้นให้ชิงซื้อหุ้นหลักๆที่เขาเชื่อว่าจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง
         ทั้งหมดนี้คือ  ข้อคิดเห็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดทุนมานานนับสิบปี  อาจจะถูก  จะผิด  แต่ก็อยากแบ่งปัน   การที่มีให้คนมาช่วยคิดช่วยอ่าน  ดีกว่ามานั่งงง  ทำอะไรไม่ถูกอยู่คนเดียว
         อยากจะจบด้วยหลักคิดของนายวอร์เร็น บัฟเฟต  ที่ว่า “จงตื่นกลัวเมื่อคนอื่นกระหาย  แต่จงกระหายเมื่อคนอื่นตื่นกลัว” ครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูแก้ว วันที่ : 26/10/2008 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korming
If you tell the truth, you don't have to remember anything.


ตลาดหุ้นมีสิ่งหนึ่งที่แปลกคือ
มีคนสองคนที่ซื้อและขายหุ้นตัวเดียวกัน
โดยที่เขาคิดว่าเขาฉลาดแล้วที่ทำเช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รามเทพ วันที่ : 20/10/2008 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SAMSEN51
รามเทวา ๓๒

เข้ามาทักทาย และอ่านบทความดีๆ เชิญชวนไปดูมุมมองการเมืองแบบขำขำที่บล็อกครับ
http://www.oknation.net/blog/SAMSEN51/2008/10/20/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 20/10/2008 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

อย่าลืมว่า ตอนนี้มีหุ้นปตท. ราคาราว 170บาท จากตอนที่เข้าตลาด 35บาท มีค่าเท่าดัชนีราวๆ 135x0.8=108จุด และ ปตท.สผ.ขึ้นมาเท่านึงจากเดิม 94บาท เทียบกับดัชนีราว 100x0.25=25จุด รวมสองหุ้นนี้ก็ 133 จุด
บวกกับดัชนีเดิม ราว 350จุด ก็น่าจะได้ราว 483จุด ถ้าไม่เกิดอะไรรุนแรงที่ทำให้รูดลงแรงๆ
ปัญหาคือ ถ้าฝรั่งไม่เข้า รายย่อยก็เล่นกันแบบเตาะแตะๆ ไม่ไปไหน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]