• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 281063
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2552
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 1519 , 23:42:09 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ข่าวธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เรียกร้องธนาคารพาณิชย์ให้ช่วยลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยพยุงฐานะเศรษฐกิจไทย มีมากว่า 2 เดือนแล้ว  ประชาชนที่ได้ยิน ได้เห็นข่าวนี้  ต่างต้องทอดถอนลมหายใจไปตามๆกัน
         คงจำได้ว่า  เมื่อตอนปีพ.ศ. 2540  สถาบันการเงินไทยต่างได้รับความเสียหายจำนวนมาก  จน ธปท.ต้องเข้ามาช่วยเหลือ  ทั้งการชดเชยความเสียหายให้ผู้ฝากเงิน และการรับประกันความมั่นคงของสถาบันการเงินที่ยังเหลืออยู่
         จากนั้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา  ธปท.ก็แสดงบทบาทเป็นแม่ไก่ที่คอยประคบประหงมลูกไก่   ช่วยปกป้องธนาคารพาณิชย์เวลามีคนไปโจมตีว่า  ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างเงินฝากและเงินกู้นั้นถ่างกว้างเกินปกติ
         มาถึงวันนี้  ธนาคารพาณิชย์ต่างกลับมามีสุขภาพแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว  แต่ก็ยังทำตัวเป็นลูกแหง่ที่เคยตัว  คอยแต่จะกินของง่ายๆ  ไม่ยอมดิ้นรน  หรือรับความเสี่ยงอะไร
         ขณะที่ลูกค้ารายย่อยผู้เป็นลูกหนี้ของธนาคาร  กลับตกอยู่ในสภาพ “เนื้อไม่ได้กิน  หนังไม่ได้รอง  กระดูกแขวนคอ”
         เวลาเศรษฐกิจดี  ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้ก็มักจะสูงกว่านักธุรกิจใหญ่  ครั้นเวลานักธุรกิจใหญ่ โดยความเลินเล่อของธนาคาร ทำธุรกิจแล้วเสียหาย  ลูกค้ารายย่อยกลับถูกดึงเข้าไปร่วมรับความเสียหาย  และต้องช่วยรับความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม
         ทางตรงคือ ถูกบีบให้เสียดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่สูงเกินจริง  ทั้งๆที่ต้นทุนเงินฝากของธนาคารต่ำมาก  ทางอ้อมคือ ถูกเบียดเบียนเงินภาษีอากร  ที่ควรจะนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนให้ดีขึ้น  กลับถูกรัฐนำไปชดเชยความเสียหายที่สถาบันการเงินได้ทำไว้กว่า 1.4 ล้านล้านบาท
         เหตุผลยอดนิยมที่ธนาคารพาณิชย์มักใช้อ้างในการคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ในระดับสูง  ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาคือ  ห่วงหนี้เสียขจะพุ่ง ทำตัวเหมือนเด็กที่เลี้ยงไม่รู้จักโต
         หลายปีที่ผ่านมา  เวลาดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น  ธนาคารมักขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่มากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก  ครั้นเวลาดอกเบี้ยเป็นขาลง  ก็มักจะลดดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่มากกว่าการลดดอกเบี้ยเงินกู้  โครงสร้างดอกเบี้ยจึงได้ผิดธรรมชาติอยู่ในเวลานี้
         นางอัจนา ไวความดี  รองผู้ว่า ธปท. แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า  ในรอบนี้ ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว 2.5%  แต่ธนาคารพาณิชย์กลับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไปประมาณ 70% ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง  ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงไปเพียง 50% ของดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง
         ทำให้ปัจจุบัน  อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ที่แท้จริงอยู่ที่ 7.05% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงอยู่ที่ 0.15% มีส่วนต่างถึง 6.90%
         โดยทั่วไปส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากของประเทศที่พัฒนาแล้ว  จะห่างกันเพียง 2-3% แต่ในเมืองไทย  ธนาคารพาณิชย์มักอ้างว่าต้องกันไว้สำรองความเสียหายจากหนี้เสียจำนวนมาก  จึงสำรองไว้ถึง 2 เท่าของภาวะปกติ  ชนิดถมเท่าไร ไม่เต็ม  และไม่มีวันสิ้นสุด
         ปัญหาคือ  ต้นทุนของธนาคารอยู่ที่เท่าไรกันแน่  ธปท.ในฐานะผู้คุมกฎ  ย่อมหนีความรับผิดชอบไม่ได้  ที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า  ต้นทุนที่แท้จริงของธนาคารพาณิชย์สูงจริงอย่างที่กล่าวอ้างใช่หรือไม่
         ในเวลาเดียวกัน  ธปท.ยังอยู่ในฐานะจำเลยของสังคม  โทษฐานที่ให้ท้ายธนาคารพาณิชย์ตลอดระยะ 10 ปีที่ผ่านมา  ปล่อยปละละเลยให้ธนาคารพาณิชย์กินส่วนต่างดอกเบี้ยที่ผิดปกติมานานกว่า 10 ปี
         นอกจากนั้น  อีกเหตุผลที่ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์มักใช้ในการคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คือ  ธนาคารต้องมีภาระรับผิดชองต่อองค์กรและผู้ถือหุ้น ในฐานะคนทำธุรกิจ
         หากธนาคารพาณิชย์จะใช้เหตุผลทางธุรกิจมาอ้าง  ก็อยากถามกลับดังๆว่า  ตอนปี พศ. 2540 ที่ธนาคารบริหารงานผิดพลาด  จนมีหนี้เสียจำนวนมากนั้น  รัฐบาลควรปล่อยให้ธนาคารล้มโดยเสรีหรือไม่  รัฐบาลไม่ควรยื่นมือไปช่วยใช่หรือไม่  เพราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปของการทำธุรกิจว่า  บริษัทใดบริหารงานผิดพลาด  ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตนกระทำไว้
         แสดงว่า  เป็นโชคร้ายของประชาชนที่มีรัฐบาลใจอ่อนที่ไปเสนอหน้าอุ้มธนาคารที่อ่อนแอใช่หรือไม่
         ถึงเวลาแล้วที่ ธปท.จะต้องรับบทบาทนำในการพิสูจน์ให้ได้ว่า  มีการสมยอมในการผูกขาดการทำธุรกิจธนาคาร  โดยการฮั้วอัตราดอกเบี้ยใช่หรือไม่
         หาไม่แล้ว  ธปท.ในสายตาประชาชน  ก็คงไม่ต่างอะไรกับ  ประธานหัวโต๊ะที่ไม่มีใครเห็นหัว เท่านั้นเอง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สมดุล วันที่ : 07/11/2009 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

ร่วมช่วยกัน ปลดหนี้เกษตรกร 8 แสนล้านบาท กับนวัตกรรมล้ำสมัย Atomic Biotech ร่วมกับระบบ อี-คอมเมิร์ซ ของบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ เชิญที่ http://www.ainews1.com

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เรื่องประกันชีวิตเนี่ย เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆ โทรมาชักชวนแล้วชักชวนอีก หลอกว่าเป็นเงินฝากดอกเบี้ย6%บ้าง แต่ไม่ใช่จากทั้งก้อนเงินต้น ต้องหักส่วนประกันสุขภาพและค่าจัดการอะไรต่อมิอะไร เหลือจริงๆนิดเดียวที่ได้6%
ตอนรถแก๊สระเบิดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน คนตายบาดเจ็บไฟคลอกเป็นร้อย บ.ประกันดังดีใจที่จ่ายค่าสินไหมทดแทนเพียงห้าล้านบาท เบี้ยวว่าไม่ใช่อุบัติภัย แต่เป็นสาธารณะภัยหรือวินาศภัย จะได้ไม่เข้าข่ายต้องชดใช้
สมัยก่อนแบ็งค์เล็กเวลาระดมเงินฝาก ต้องวิ่งเข้าหาเงินกรมธรรม์ของบ.ประกันชีวิต เดี๋ยวนี้โดดลงมาเล่นเอง มีประกันชีวิตกันเองถ้วนหน้า...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
บรรยง วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 14.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong

คุณ whitaker ครับ
confirm เรื่องที่คุณwhitaker พูดครับ เพราะผมก็ได้ยินจากปากของลูกค้า หากจะกู้ ขอค่าวิ่งเต้น 3-5% เดี๋ยวนี้ ยังมีการขอให้ทำประกันชีวิตในอัตรา 10% ของเงินกู้ที่ได้ ลูกค้าที่ร้อนเงิน บางทีก็ยอม แล้วปล่อยให้กรมธรรม์ขาดในปีที่ 2 บาปกรรมชัดๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ทำให้เข้าใจว่า มืออาชีพ คือ มือโกงเป็นอาชีพ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ยังน้อยไป บทความพูดถึงการเอาเปรียบที่เห็นๆ
วันก่อนคุยกับนักธุรกิจรายย่อย (กู้ต่ำกว่าร้อยล้าน) เขาว่าผู้จัดการสาขาอนุมัติเงินกู้ได้30ล้าน ขอ3%ใต้โต๊ะ เกิน30ล้าน ต้องสำนักงานใหญ่อนุมัติ ขออีก2.5% ใต้โต๊ะเหมือนกัน แล้วไปแบ่งกันในบอร์ด
ตรงกับที่เคยเจอมาเอง แบ๊งค์ทำเป็นสนใจโปรเจ็กท์ อยู่ๆก็ขอให้ไปเซ็นรับสภาพหนี้ (ทั้งที่ยังไม่ได้กู้) 30ล้าน คงกะจะเอาใบนี้ไปถอนเงินจากแบ๊งค์ตัวเองมาแบ่งกัน
เหลือบ/กาฝากในระบบมีเยอะจริงๆ มิน่าถึงมีหนี้เสียท่วมระบบ คนที่ยอมจ่ายอัปฟร้อนท์6% บวกค่าปากถุงอีก2% และดอกเบี้ยสูงๆ(สมัยนั้น17-21%)ถ้าไม่กะเชิดก็กะล้มได้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ข้อมูลดี...

"ทำให้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ที่แท้จริงอยู่ที่ 7.05% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงอยู่ที่ 0.15% มีส่วนต่างถึง 6.90%"

....................

ปล่อย spread ระหว่างเงินฝากและเงินกู้ถ่างห่างมานานนับ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่หลังปี 2540

..คนฝากเงิน ก็ได้ดอกเบี้ยต่ำ ..คนกู้เงิน กู้ที่ดอกเบี้ยสูง

ธนาคารได้ฝ่ายเดียว

เงินท่วมโลกอีกต่างหาก
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2009/05/18/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมองโล่ง วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mybrain

ธนาคาร น่าจะมีคุณธรรมบ้าง...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]