• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280918
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันพุธ ที่ 29 กันยายน 2553
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 2675 , 22:41:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมืองไทยกำลังเปลี่ยนไปเป็นสังคมผู้สูงอายุ ( Aging society )  ภายใน 20 ปีข้างหน้า  1 ใน 5 ของประชากรไทยจะมีอายุ 60 ปี ขึ้นไป  และเราทุกคนรู้ว่ารัฐบาลไม่มีทางที่จะดูแลคนชราเหล่านี้ได้ทั่วถึงแน่  วิธีที่ดีที่สุดที่ทุกประเทศใช้กันคือ ส่งเสริมให้ประชาชนช่วยเหลือตนเอง  และหนึ่งในวิธีการนั้นคือ การสนับสนุนให้เขาซื้อกรมธรรม์บำนาญเพื่อเขาจะได้มีเงินเลี้ยงดูหลังเกษียณไปตลอดชีวิต

กรมธรรม์บำนาญ ( Annuity ) เป็นสัญญาทางการเงินในรูปของกรมธรรม์ประกันภัย  ที่ผู้ขายซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทประกันชีวิต  ทำข้อตกลงจะจ่ายเงินงวดในอนาคตให้แก่ผู้รับบำนาญ ( annuitant ) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่เขาต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวทันที หรือ เบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอหลายๆงวดให้บริษัท  ก่อนที่เขาจะได้รับเงินรายได้เป็นรายเดือน, รายสามเดือน, รายหกเดือนหรือรายปีไปตลอดชีวิต หรือตามจำนวนปีที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

หากเป็นกรมธรรม์บำนาญแบบตลอดชีพ ( Lifetime Annuity )  เงินรายงวดที่จ่ายจากบริษัทไปยังลูกค้านั้นไม่มีการจำกัดกรอบเวลา  ขึ้นกับอายุขัยของลูกค้าเป็นหลัก  ยิ่งอายุยืน ยิ่งรับเงินมากงวดขึ้น  แต่สัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อลูกค้าเสียชีวิต  หากมีเงินสะสมเหลืออยู่  ส่วนที่เหลือนี้จะถูกริบเข้ากองกลางเพื่อนำไปเป็นทุนสะสมให้สมาชิกคนอื่นต่อไป (คล้ายกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์)  เว้นแต่จะมีผู้รับบำนาญร่วมหรือมีผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

กรมธรรม์บำนาญจึงเป็นการประกันการทรงชีพ ( longevity insurance )   ซึ่งความไม่แน่นอนของช่วงชีวิตบุคคลจะถูกโอนความเสี่ยงไปยังบริษัท  และบริษัทจะใช้ชีวิตของลูกค้าจำนวนมาก มากระจายความเสี่ยง  กรมธรรม์แบบนี้จึงควรซื้อไว้เพื่อที่เราจะยังคงมีรายได้หลังเกษียณอายุ

ระยะของกรมธรรม์  โดยทั่วไป มี 2 ช่วง
1. ช่วงสะสม ( Accumulation phase ) เป็นช่วงที่ลูกค้าฝากและสะสมเงินออมในบัญชีของตนในบริษัทประกันชีวิต
2. ช่วงรับบำนาญ ( Annuitization phase หรือ Distribution phase ) เป็นช่วงที่บริษัทประกันจ่ายเงินได้ประจำให้ลูกค้าที่ระบุไว้ในกรมธรรม์จนกว่าจะเสียชีวิตหรือตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้

อย่างไรก็ตาม  เราอาจสร้างกรมธรรม์ที่มีแต่ระยะรับบำนาญ  โดยการใส่เงินเข้าไปก้อนใหญ่ครั้งเดียว ( single premium) แล้วขอรับบำนาญภายใน 1 ปี กรมธรรม์แบบนี้จะเรียกว่า Immediate annuity  ซึ่งจะช่วยรองรับผู้สูงอายุที่ได้รับเงินก้อนโต ณ วันเกษียณ เช่นเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ , เงินจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ( RMF) หรือเงินบำเหน็จราชการ  โดยให้เขานำเงินที่ได้นี้ มาซื้อกรมธรรม์บำนาญ  แล้วกรมธรรม์จะทำหน้าที่จ่ายเงินให้ใช้  แทนค่าจ้างเดิมไปจนวันสุดท้ายของชีวิต กรมธรรม์แบบนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา 

แต่ถ้าเรายังไม่พร้อม  ยังไม่มีเงินก้อน  จะใช้วิธีค่อยๆจ่ายเบี้ยประกันสะสมเข้าไปเรื่อยๆ  จนเมื่อมีเงินมากพอแล้วค่อยรับบำนาญ  หรือใครจะเริ่มจากการจ่ายเงินก้อนโตเข้าไปครั้งเดียว  แต่เราอาจรู้สึกว่ามันยังไม่มากพอ  จะขอฝากเงินไว้ให้เขาบริหารลงทุนไปก่อน  จนเมื่อมีขนาดพอสมควรแล้ว  ค่อยมารับบำนาญ  กรมธรรม์แบบนี้จะเรียกว่า Deferred Annuity 
หรือในกรณีที่เรามีเงินก้อนโต  แต่อายุเรายังไม่ถึงเกณฑ์ที่เขากำหนดว่าเป็นวัยเกษียณ  จะฝากเงินเก็บไว้ที่บริษัทประกันจนถึงอายุที่กำหนดแล้วค่อยรับบำนาญ  ก็เรียกกรมธรรม์นี้ว่า Deferred Annuity เหมือนกัน  โดยเงินโตนี้อาจมาจากมรดก, เงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์  หรือเงินครบสัญญากรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ก็ได้

ชนิดของกรมธรรม์บำนาญ
ในสหรัฐและยุโรปที่มีกรมธรรม์บำนาญขายมาช้านานแล้ว  พบว่ามีกรมธรรม์ชนิดต่างๆให้เลือกมากมาย  บางแบบเรียกตามอัตราผลประโยชน์ที่ได้รับ  บางแบบเรียกตามระยะเวลาที่รับบำนาญ  ขณะที่บางแบบใช้จำนวนผู้รับหรือสุขภาพของผู้รับมาเป็นชื่อเรียก  โดยลูกค้าสามารถเลือกที่จะใช้เงื่อนไขต่างๆเหล่านี้มาผสมรวมกันในกรมธรรม์ฉบับเดียวกันก็ได้

กรมธรรม์บำนาญ  สามารถแบ่งเป็นชนิดต่างๆได้ดังนี้

1. กรมธรรม์แบบคงที่และแบบแปรผัน ( Fixed and Variable annuities )
กรมธรรม์ที่จ่ายเงินบำนาญแบบคงที่ตั้งแต่งวดแรกไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เราเรียกกรมธรรม์แบบนี้ว่ากรมธรรม์บำนาญแบบคงที่ ( Fixed annuities )  ซึ่งหากลูกค้ามีอายุยืนมากๆหรือกรณีที่เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงนานๆ  จะมีผลให้กำลังซื้อของผู้รับบำนาญลดลงในอนาคต  จึงมีกรมธรรม์ชนิดที่จ่ายเงินในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปีเช่น 3% หรือเพิ่มขึ้นตามเปอร์เซ็นต์ของอัตราเงินเฟ้อ  ซึ่งจะช่วยให้เรามีกำลังซื้อเท่าเดิม  แต่ต้องแลกกับการที่เงินบำนาญงวดแรกที่ได้รับ  ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับกรมธรรม์แบบคงที่ทั่วไป  ยิ่งเรากำหนดให้เงินงวดเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก  เงินบำนาญที่จ่ายออกมางวดแรกยิ่งต่ำลง  กรมธรรม์แบบนี้เรียกว่า Escalation Annuities

ขณะที่กรมธรรม์บำนาญแบบแปรผัน ( Variable annuities ) จะจ่ายเงินที่ขึ้นลงตามผลประกอบการจากการลงทุน ซึ่งโดยมากมักจะเป็นการลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ และกองทุนรวมต่างๆ  กรมธรรม์บำนาญแบบแปรผันนี้  บางอย่างมีการรับประกันเงินงวดขั้นต่ำ  ขณะที่บางอย่างไม่มีการรับประกันเลย  แต่ชนิดที่มีการรับประกันจะได้รับความนิยมมากกว่า

2. กรมธรรม์บำนาญแบบรับประกันจำนวนปี ( Guaranteed annuities )

จุดอ่อนอย่างหนึ่งของกรมธรรม์บำนาญดั้งเดิม คือถ้าผู้รับเงินบำนาญเกิดเสียชีวิตก่อนที่จะได้ใช้เงินเท่ากับยอดเงินที่ตนสะสมไว้  เงินงวดที่เหลือจะถูกริบเข้ากองกลางเพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียนให้สมาชิกผู้รับบำนาญที่เหลือ 
จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะมีกรมธรรม์แบบรับประกันจำนวนปีขั้นต่ำ  ที่บริษัทผู้รับประกันจะต้องจ่ายเงินบำนาญอย่างน้อยในจำนวนปีที่แน่นอน เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี  หากผู้เอาประกันอยู่รับเงินครบตามระยะเวลาดังกล่าว  เขายังคงสิทธิที่จะอยู่รับเงินบำนาญไปเรื่อยๆจนกว่าจะเสียชีวิต  แต่ถ้าเกิดเขาเสียชีวิตก่อนช่วงเวลาที่กำหนด   คู่สมรสหรือกองมรดกของเขาจะมีสิทธิเข้ารับเงินส่วนที่เหลือ(ของ 5 ปี หรือ 10 ปีที่รับประกันไว้) 
แต่การตัดสินใจที่จะเลือกเป็นกรมธรรม์แบบที่รับประกันจำนวนปีนั้น  ต้องแลกกับการที่จะได้รับเงินงวดน้อยลง เช่น ชายอายุ 65 ปี หากเลือกกรมธรรม์ที่มีระยะเวลารับประกัน 5 ปี จะได้รับบำนาญน้อยกว่าแบบที่ไม่มีระยะเวลารับประกัน 2% และหากให้บริษัทรับประกันขั้นต่ำถึง 10 ปี จะได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าแบบทั่วไปถึง 6% 

3. กรมธรรม์บำนาญแบบคู่ชีวิต (Joint annuities or Partner’s Pension )
เป็นกรมธรรม์ที่จะจ่ายเงินบำนาญให้ไปตลอดชีวิตของผู้รับสองคน  ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นคู่สามี-ภรรยา  โดยหากผู้รับบำนาญคนแรกเสียชีวิตไปแล้ว  คนที่เหลือจะยังคงได้รับบำนาญต่อไปตลอดชีวิต  การจ่ายเงินยังคงดำเนินต่อไปในจำนวนเท่าเดิมหรืออาจจะลดลง ขึ้นกับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา   ในบางประเทศให้สามารถใช้ได้กับคู่รักที่เป็นเพศเดียวกันได้  หรืออาจหมายถึงคนที่บริษัทประกันเชื่อว่ายังต้องพึ่งพาผู้รับบำนาญคนแรกในวันที่เขาจากไป

4. กรมธรรม์บำนาญสำหรับผู้มีโรคประจำตัว ( Impaired life annuities )
ปัจจุบันได้เริ่มมีการออกกรมธรรม์บำนาญเพื่อรองรับผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหอบหืดเรื้อรัง หรือโรคมะเร็งบางชนิด  โดยหากลูกค้ามีรายงานของแพทย์เข้ามายืนยันการเจ็บป่วย  บริษัทจะจ่ายเงินรายงวดก้อนใหญ่ขึ้น  เพราะคาดว่าลูกค้าจะอยู่รับเงินได้ไม่นาน  กรมธรรม์แบบนี้จะต้องซื้อผ่านที่ปรึกษาการเงินหรือตัวแทนประกันชีวิตเท่านั้น 

5. กรมธรรม์บำนาญแบบเพิ่มพูน ( Enhanced  Annuities )
เป็นกรมธรรม์ที่โดยทั่วไปจะขายให้ลูกค้าที่สูบบุหรี่เป็นประจำ  แต่อาจขายให้คนที่มีน้ำหนักมาก หรือคนที่ทำงานในเหมืองนานๆก็ได้ โดยบริษัทจะขอรายงานแพทย์เพื่อยืนยันความถูกต้อง  ถ้าบริษัทอนุมัติ  เงินงวดที่ได้รับในอนาคตจะสูงกว่าบำนาญทั่วไป  เพราะบริษัทคาดว่าจะจ่ายเงินให้เราช่วงสั้นกว่าคนทั่วไป

6. กรมธรรม์บำนาญแบบคุ้มครองเงินต้น ( Capital Protected Annuities )
เป็นกรมธรรม์แบบที่ถ้าคุณจากไปก่อนอายุ 75 ปี จะมีเงินก้อนหนึ่งจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ของคุณ  เงินก้อนนี้จะเท่ากับเงินที่คุณสะสมไว้  หักด้วยเงินบำนาญทั้งหมดที่คุณรับไปแล้ว 

จะเห็นได้ว่า  กรมธรรม์บำนาญได้มีการออกแบบมามากมาย  เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย  ดังนั้นก่อนซื้อกรมธรรม์ต้องศึกษาและอ่านเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละแบบให้ดีเสียก่อน

วิธีคำนวณเงินบำนาญที่จะได้รับ
ขนาดของเงินงวดที่จะได้รับในอนาคตขึ้นกับ 2 ปัจจัย คือ
 1. ขนาดของเงินสะสม ( The pot )
 2. อัตราบำนาญ ( Annuity rate )

โดยสามารถคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้ 
Annuity = Value of fund x Annuity rate

อัตราบำนาญถูกคิดคำนวณโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย  ซึ่งใช้ปัจจัยหลายอย่างมาคำนวณ เช่น อัตรามรณะ อัตราดอกเบี้ย อายุ เพศและสุขภาพ  โดยทั่วไป  อัตราจะยิ่งสูงถ้าลูกค้ายิ่งมีอายุมาก  เพราะช่วงอายุในอนาคตเหลือน้อยกว่า  ขณะเดียวกัน  อัตราของผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิง  เพราะผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง
นอกจากนี้หากเราเลือกเงื่อนไขพิเศษเพิ่มขึ้น เช่น  ขอปรับเงินบำนาญตามเงินเฟ้อ, ขอให้รับประกันระยะเวลาจ่ายขั้นต่ำ หรือขอให้จ่ายให้คู่สมรสด้วยหลังการเสียชีวิตของคนแรก  มันจะทำให้เงินบำนาญลดลง 

ข้อดีของการซื้อกรมธรรม์บำนาญ
1. มีหลักประกันว่าเราจะมีเงินใช้ยามเกษียณแน่นอน
2. รับประกันผลตอบแทนที่ได้  ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการลงทุนในอนาคต
3. เป็นการจัดสรรเงินที่เป็นระบบ  เชื่อถือได้
4. ได้รับการสนับสนุนจากรัฐโดยการลดหย่อนภาษีให้
5. เป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข  ทุกคนยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินกองกลาง
6. สบายใจว่าคู่สมรสของเรามีเงินเลี้ยงดู  แม้เราจะไม่อยู่แล้ว
7. ช่วยลดภาระของรัฐในระยะยาว

ข้ออ่อนของกรมธรรม์บำนาญ
1. เมื่อเริ่มรับเงินบำนาญแล้ว  ยกเลิกไม่ได้
2. หากยกเลิกในช่วงสะสมเงิน  อาจถูกคิดค่าธรรมเนียม 7% - 20%ของเงินที่สะสมไป
3. กรณีผู้ซื้อมีอายุสั้น  อาจทำให้ได้รับเงินบำนาญคืนน้อยกว่าที่จ่ายออกไป
4. อัตราเงินเฟ้ออาจทำให้เงินที่ได้ในอนาคตมีกำลังซื้อลดลง  อาจจะไม่สะดวกสบายอย่างที่คาดหวังไว้
5. ต้องสะสมเงินเป็นเวลายาวนานกว่าจะได้ใช้เงิน ( อย่างต่ำต้องรอถึงอายุ 55 ปี )

เมื่อไรที่เราควรตัดสินใจซื้อกรมธรรม์บำนาญ
ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้  อย่างไรก็ตาม  จากประสบการณ์ในทศวรรษที่ผ่านมา  จะพบว่าผู้ที่ตัดสินใจล่าช้ามักเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์  ไม่เพียงแต่จะมาจากการที่อัตราการจ่ายบำนาญลดลงเพราะคนอายุยืนขึ้น  แต่ยังมาจากผลตอบแทนการลงทุนที่ลดน้อยลง  จากความล่าช้าในการเริ่มต้นลงทุน

บทสรุป
ปัจจุบันนี้ กรมธรรม์บำนาญกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในอังกฤษและอเมริกา  มีข้อมูลว่าเงินเกษียณอายุของประชาชนชาวอเมริกัน มาจากกรมธรรม์แบบบำนาญถึง 15%   ดังนั้น จึงเชื่อว่าประชาชนในประเทศต่างๆจะพากันเลียนแบบ และนิยมกรมธรรม์บำนาญกันอย่างแพร่หลาย
รัฐบาลไทยควรฉวยโอกาสนี้  รณรงค์ให้ประชาชนซื้อกรมธรรม์บำนาญไว้ให้มากที่สุด  เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาล  โดยการอนุมัติให้ลดหย่อนภาษีเงินออมส่วนนี้ได้  เชื่อว่ากองทุนบำนาญนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว  พร้อมที่จะเป็นทั้งหลักประกันและเงินออมของประเทศในอนาคต

แหล่งข้อมูล  Wikipedia , Investopedia, UK-annuity.com และ CNNMoney.com

หมายเหตุ  ชื่อเรียกคำต่างๆ  อาจจะเปลี่ยนแปลงได้  เนื่องจากปัจจุบันยังไม่ได้มีการบัญญัติศัพท์ที่ใช้เรียกชื่อ กรมธรรม์บำนาญแบบต่างๆของไทย อย่างเป็นทางการ 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ขี้เมาพเนจร วันที่ : 30/09/2010 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phetmongkhon
หลากเรื่องหลายราว กับการพร่ำบ่นประปนกับความครื้นเครงที่เคล้าน้ำตาตามประสาขี้เมาพเนจร

ให้ความรู้ดีมากเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]