• บรรยง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 280876
  • ส่ง msg :
  • โหวต 406 คน
บรรยง วิทยวีรศักดิ์
ข้อคิดเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่น่าสนใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/banyong
วันอาทิตย์ ที่ 13 พฤษภาคม 2555
Posted by บรรยง , ผู้อ่าน : 2095 , 16:58:12 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน hayyana , BlueHill โหวตเรื่องนี้

ดอกไม้ไม่มีวันแดงร้อยวันฉันใด  คนเราก็ไม่มีวันโชคดีพันวันฉันนั้น  เฉกเช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่ไต่ระดับขึ้นมาตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา  มาวันนี้ก็เริ่มส่งสัญญานปรับฐานให้เห็น  โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา  นักลงทุนต่างประเทศเริ่มเทขายหุ้นออกมาขนานใหญ่  เฉพาะวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม วันเดียว เทขายสุทธิกว่า 4,852 ล้านบาท  ส่วนราคาทองคำนั้นเล่า  ได้ไหลรูดจากราคา 1,640 เหรียญต่อออนซ์  ลงมาที่ราคา 1,590 เหรียญภายในวันเดียว ทะลุแนวรับ 4 ปี ส่งสัญญานกลับทิศชัดเจน  เกิดอะไรขึ้นที่ตลาดหุ้นและตลาดค้าทองคำ เรามาหาคำตอบกัน


เฟด ผู้จุดพลุให้นักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุน
 หลังการประกาศตรึงนโยบายดอกเบี้ยต่ำสุดๆต่อไปอีก 2 ปี ของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา  ดัชนีหุ้นทั่วโลกก็ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง  คำประกาศนั้นไม่ต่างอะไรกับการส่งสัญญานให้นักลงทุนสหรัฐเดินหน้าออกไปลงทุน (ไปเก็งกำไร)ในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตรและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกต่อไป  โดยเสมือนมีการรับประกันว่าต้นทุนการเงินของพวกเขาจะยังคงต่ำไปอีก 2 ปี

 พวกเราคงทราบดีว่า  ฟองสบู่เศรษฐกิจสหรัฐได้แตกลงในปีพศ.2549  ธนาคารกลางสหรัฐจึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้ได้  หนึ่งในวิธีหลักๆที่ใช้กันคือ ลดดอกเบี้ยและอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ ผ่านสถาบันการเงิน  ทำให้มีเงินล้นธนาคาร  เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้าลงทุนเพิ่ม  ขอเก็บเงินไว้ในธนาคารถึงแม้จะไม่มีดอกเบี้ยที่จูงใจเลยก็ตาม  มันจึงเป็นช่องทางของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่จะนำเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้ไปลงทุนต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

 Dollar Carry Trade
 การที่เฟดใช้มาตรการ QE (Quantitative Easing) โดยการพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาจำนวนมหาศาล เพื่อนำไปซื้อพันธบัตรคืนนั้น  ทำให้มีปริมาณเงินจำนวนมากเหลืออยู่ในระบบ  ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดลดต่ำลง  และทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงด้วย
 จาก 3 ปัจจัยดังกล่าว คือมีเงินล้น ดอกเบี้ยต่ำและค่าเงินถูก  จึงเป็นโอกาสทองให้นักลงทุนสถาบันกู้เงินดอลลาร์ราคาถูก นำไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเน้นเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตสูง  เช่นประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย ประเทศจีน รัสเซียและอินเดีย  ทำให้พวกเขาได้กำไรถึง 2 เด้งในเวลาเดียวกัน คือ ดอกผลจากการลงทุน และค่าเงินท้องถิ่นที่เข้าไปลงทุนปรับสูงขึ้นจากการที่เศรษฐกิจเติบโต

 การกู้ยืมเงินดอลลาร์ราคาถูกไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ที่เราเรียกว่า Dollar Carry Trade นั้น  นับว่ามีอิทธิพลต่อราคาหุ้นและทองคำอย่างมาก  เพราะสถาบันการเงินระดับโลกมีความสามารถในการกู้ยืมเงินได้ไม่จำกัด  เม็ดเงินเหล่านั้นจึงสามารถผลักดันราคาหุ้นหรือทองคำได้อย่างง่ายดาย

 จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า  กว่าที่ประเทศหนึ่งๆที่ประสบปัญหาฟองสบู่แตกจะฟื้นตัวได้  ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5-10 ปี ดังนั้นเขาจึงมีเวลาลงทุนยาวนานพอสมควร  รอจนเมื่อเศรษฐกิจของประเทศต้นทางซึ่งในที่นี้หมายถึงสหรัฐ เริ่มฟื้นตัว จึงค่อยรีบขายเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ แล้วกลับไปซื้อเงินดอลลาร์คืน ก่อนที่เงินดอลลาร์จะแข็งค่าจนอาจทำให้ขาดทุนกำไรที่ได้มาก่อนหน้านั้น
 จึงไม่ต้องแปลกใจว่า  การที่ประธานเฟดประกาศจะรักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีก 2 ปี เท่ากับการยืนยันว่าค่าเงินดอลลาร์คงไม่ไปไหนใน 2 ปีนี้  เพราะฉนั้นขอให้ท่านทั้งหลายลงทุนได้อย่างสบายใจ

ภาพแสดงค่าเงินดอลลาร์เตรียมวิ่งขึ้นทะลุแนวต้าน

กระแสลมเริ่มเปลี่ยนทิศ
 ดูเหมือนสถานการณ์การลงทุนจะเป็นเช่นที่เฟดต้องการมาตามลำดับ  แต่แล้วเศรษฐกิจของสหรัฐที่ค่อยๆฟื้นตัวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา  ทำให้คนว่างงานลดลง  ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงขึ้น  ค่าเงินดอลลาร์ เมื่อวัดจาก Dollar Index ซึ่งเกิดจากการนำเงินดอลลาร์มาเทียบเคียงกับเงินสกุลหลักอีก 6 สกุล ได้ไต่ระดับมาจนชนแนวต้านทางจิตวิทยา  หากสามารถแข็งค่าทะลุแนวต้านดังกล่าวได้  จะทำให้เกิดความเชื่อว่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวแล้ว จะมีการไล่ซื้อดอลลาร์คืน  เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว

 ในขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาที่ค่าเงินดอลลาร์ว่าจะเดินหน้าแข็งค่าต่อเนื่องหรือไม่  นักลงทุนจำนวนหนึ่งซึ่งไม่อยากเสี่ยง  เริ่มไหวตัว ชิงทำกำไรก่อน  โดยการเทขายทองคำล็อตใหญ่ออกมา  ทำให้ราคาทองคำร่วงทะลุเส้นแนวรับระยะ 4 ปี ส่งสัญญานเปลี่ยนทิศสำหรับทองคำที่วิ่งขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กราฟแสดงราคาทองคำร่วงทะลุแนวรับระยะยาว

นักลงทุนบนทาง 2 แพร่ง 
 ถึงวันนี้  ได้เกิดมีการวิเคราะห์ทิศทางตลาดเป็น 2 แนวทางที่ตรงกันข้ามกัน  แต่น่าสนใจและเป็นไปได้ทั้งคู่  ลองฟังความเห็นของนักวิเคราะห์เหล่านี้ดู
 แนวทางที่ 1 กลุ่มนี้เชื่อว่าตลาดหุ้นและทองคำกำลังส่งสัญญานเปลี่ยนทิศทาง  ตลาดหุ้นกำลังจะดิ่งแรงจากการที่เงินลงทุนไหลกลับ  ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นที่ขึ้นมาอย่างสุดโต่งก่อนหน้านี้ ก็จะร่วงลงจนเราคาดไม่ถึง  จะเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Dollar Carry Trade Unwind หรือการกลับทิศของเงินดอลลาร์ที่กู้มาลงทุน  นักลงทุนจะไถ่ถอนเงินลงทุนในที่ต่างๆ ไม่ว่าตลาดเกิดใหม่ ทองคำ หรือพันธบัตรต่างชาติ กลับไปซื้อดอลลาร์คืน เพื่อจ่ายคืนเงินกู้  ก่อนที่ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ

 สำหรับปัจจัยหรือหลักฐานที่สนับสนุนความเชื่อนี้คือ
1. ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ดูเหมือนพร้อมจะทะลุแนวต้านและวิ่งแบบไม่หยุด  (เงินดอลลาร์แข็งค่า มักหมายถึงราคาหุ้นลดลง)
2. ดัชนีตลาดหุ้น S&P500 เกิดสัญญานยอดสองยอด (double top) เป็นสัญญานทางเทคนิคว่าราคาหุ้นส่วนใหญ่พร้อมจะปรับลง
3. ดัชนีตลาดหุ้น S&P500 ลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 20 วันแล้ว
4. สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมใน 2 ปีที่ผ่านมา มักเป็นจุดสูงสุดของตลาดหุ้น
5. ราคาทองคำได้ร่วงทะลุแนวรับระยะ 4 ปี แสดงสัญญานขายชัดเจน

 แนวทางที่ 2 กลุ่มนี้เชื่อว่ารัฐบาลของนายโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐและธนาคารกลางสหรัฐ จะไม่ปล่อยให้เงินดอลลาร์แข็งค่าง่ายๆ  เพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ  เขาคงจะเข็นมาตรการ QE ออกมาอีกเป็นครั้งที่ 3 อัดฉีดเงินเข้าระบบอีก เพื่อให้ดอกเบี้ยต่ำและค่าเงินดอลลาร์ลดลง  ประคองให้ตลาดหุ้นยังอยู่ในระดับสูงต่อไป

 แนวคิดที่สนับสนุนความเชื่อนี้ คือ
1. จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้  แน่อนว่ารัฐบาลนายโอบามา ต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะพยุงให้ดัชนีหุ้นยังเป็นขาขึ้น  เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและเรียกคะแนนเสียง  ดังนั้นจึงเชื่อว่าเงินดอลลาร์จะไม่แข็งค่าก่อนเดือนพฤศจิกายน
2. ประเทศทั่วโลกต่างพยายามทำให้เงินสกุลของตนอ่อนค่า  สหรัฐก็คงต้องทำเช่นั้น
3. ตอนที่บริษัทจัดอันดับเครดิต S&P ลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐจาก AAA เป็น AA+ ในเดือนสิงหาคม พศ.2554 ธนาคารกลางสหรัฐรีบประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำสุดๆเป็นเวลา 2 ปี เพื่อดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับมา  แสดงว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมแทรกแซงตลาดถ้าจำเป็น  และมีกระสุนพร้อมใช้ตลอดเวลา
4. นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด เคยแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่าจะใช้มาตรการ QE3 หากพบว่ามีความเป็นไปได้ที่ภาวะความอ่อนแอของเศรษฐกิจจะยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาด  นั่นก็เป็นนัยแล้วว่า  เมื่อถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม  จะมีการนำมาตรการต่างๆมาใช้แน่นอน

 เวลานี้  พวกเราทั้งในฐานะนักลงทุนและผู้บริโภค  จึงเสมือนมายืนอยู่ตรงทาง 2 แพร่ง ว่าตลาดจะเคลื่อนไปทิศทางไหน  ราคาทองคำ ราคาน้ำมันจะร่วงลงหรือยังคงทรงตัวที่ราคาสูง  จะเกิดภาวะ Carry Trade Unwind หรือไม่  หรือจะมีการนำ QE3 มาใช้ก่อน  เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว  จึงปล่อยให้ภาวะกลับทิศของเงินดอลลาร์ดำเนินไป  ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนทิศครั้งสำคัญของตลาดต่างๆที่เคยพุ่งทะยานมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา

 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  ว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐ จะสามารถกุมชะตากรรมของราคาหุ้น ราคาทองคำและราคาน้ำมันได้อยู่หมัด  ภาษานักวิชาการ เขาใช้ว่ารัฐบาลสหรัฐแทรกแซงตลาด  แต่ถ้าถามคนในห้องค้าหุ้นแถวอาคารสินธร  เขาจะพูดว่า นี่เข้าข่ายเป็นการปั่นหุ้น  เพราะบิดเบือนตลาดชัดเจน 

คุณละ เห็นว่าอย่างไร  และได้เตรียมรับมือแล้วหรือยัง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 16/05/2012 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เห็นว่าปั่น และใช้ QE เอาเปรียบชาวบ้านอย่างหน้าด้านๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Invisible-Ink วันที่ : 13/05/2012 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/victor

ขอบคุณมากๆ ครับพี่

คิดถึงเสมอครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]