• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60990
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันศุกร์ ที่ 20 เมษายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1403 , 21:00:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ในวัยเด็ก ผู้เขียนยังจำได้ว่าก่อนและหลังวันสงกรานต์ หรือที่ชาวใต้เรียกว่า 'วันว่าง' ผู้เขียนมักจะได้กิน 'ต้ม' ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากข้าวเหนียวแช่และมูลด้วยกะทิคั้น ก่อนนำมาห่อด้วยใบกระพ้อ มลายูถิ่นเรียก 'ปาลัส' (เป็นพืชประจำถิ่นในตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งที่พบมากในภาคใต้) แล้วนำไปต้มจนสุก เข้าใจว่าขนมที่ชื่อว่า 'ต้ม' มลายูเรียก 'ตูปะ'นี้ เป็นขนมภาคบังคับในประเพณีสงกรานต์ของชาวพุทธภาคใต้ทั่วไป

 แม้กระทั่งจังหวัดชายแดนก็ไม่เว้น รวมทั่งวันอีด หรือวันตรุษของมุสลิม 3-4 จังหวัดแถบนี้ก็จะทำกัน หรือที่เรียกว่า 'วันฮารีรายอ' และเด็กนักเรียนชาวพุทธ-มุสลิมรุ่นก่อนโน้นก็ขนกันมาแจกเพื่อนๆต่างศาสนิก แล้วแต่ว่าจะเป็นเทศกาลของใคร บรรยากาศก็เหมือนๆ กับเด็กนักเรียนเชื้อสายจีน ขนเอา 'ขนมเข่ง' มาแจกช่วงตรุษจีนยังไงยังงั้น

 หากเจาะลึกให้เห็นบรรยากาศที่ดูเป็นทางการหน่อยคือ การทำบุญสงกรานต์ที่ชาวพุทธถือเป็นวันรวมญาติและที่พวกเราเด็กมุสลิมมองดูด้วยความแปลกๆ ระคนสงสัยคือการ 'อาบน้ำคนแก่' เป็นการอาบน้ำที่อาบให้สำหรับผู้สูงอายุกันจริงๆ และปัจจุบันหากจะสัมผัสกับประเพณีดั้งเดิมที่อาจจะหลงเหลืออยู่บ้าง ก็คงแถวๆ ต.คอกกระบือ อ.ปานาเระ หรือแถวๆ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี แต่ในภาวะเช่นนี้ก็เสี่ยงเหลือเกินที่อาจจะไม่ได้รับความปลอดภัย

 ผู้เขียนรู้สึกหดหู่และน่าเห็นใจพี่น้องชาวพุทธอย่างยิ่ง ซึ่งแทนที่จะร่วมกันเฉลิมฉลองปีใหม่แบบดั้งเดิมท่ามกลางเสียงกลองหนังตะลุงมโนราห์ แต่กลับต้องมีประเพณีสงกรานต์ท่ามกลางเสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนทุกฝ่าย

 ซ้ำร้ายพี่น้องชาวพุทธบ้านยุโป อ.เมือง ยะลา กลับต้องจัดงาน 'อาบน้ำคนแก่' งานศพ และงานการเมือง คือการชุมนุมประท้วงไปในคราวเดียวกัน

 รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของเยาวชนที่เป็นมุสลิม ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ที่ทางจังหวัดยอมรับว่าทหารเป็นผู้ยิง อันเนื่องมาจากความสับสนต่อการเข้าตรวจสอบพื้นที่ จึงทำให้สงกรานต์ของพี่น้องชาวพุทธใน 3 จังหวัดในปีนี้ ยิ่งน่าหดหู่เศร้าหมองลงไปอีก

 แต่โลกของความเป็นจริงก็ยังคงดำเนินต่อไป ตัวผู้เขียนและสมาชิกร้านน้ำชาเห็นว่า เมื่อสถานการณ์ได้พัฒนามาถึงระดับนี้แล้ว ก็ยากจะดับลงได้ง่ายๆ อย่างที่ใครๆ ปรารถนา

 เราก็น่าจะชักชวนกันเพื่อมองไปข้างหน้า ซึ่งหากมองได้ยิ่งไกลเท่าไหร่ ก็น่าจะมีหนทางออกจากปัญหาได้มากเท่านั้น และการลงพื้นที่ของนายกฯ สุรยุทธ์ครั้งล่าสุดนี้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เห็นว่าจะขนนักข่าวและคอลัมนิสต์ที่เขียนเรื่องเกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงสัมผัสพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเป็นจริงตามข่าว ผู้เขียนก็เห็นว่านี่แหละที่จะเป็นโอกาสเหมาะอีกครั้งหนึ่งที่จะช่วยกันมองไปข้างหน้าอย่างเป็นการเป็นงานของสังคมไทยกันอีกครั้งหนึ่งทีเดียว

 เพราะในโลกปัจจุบันคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้ว่า สื่อมวลชนก็เป็นอำนาจหนึ่งที่กำหนดความเป็นไปของสังคม ที่นับวันจะทรงบทบาทมีอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นในอัตราเร่งกว่าอำนาจใดๆ

 ผู้เขียนและสมาชิกร้านน้ำชา คงไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นสื่อมวลชน ถึงแม้จะเป็นผู้ลำเลียงข้อเท็จจริงเท่าที่เห็น ผสมกับทัศนะมุมมองในบางด้านในฐานะคนพื้นที่เป็นตัวอักษรแบบบ้านๆ ผ่าน 'เนชั่นสุดสัปดาห์' มาเกือบ 3 ปีแล้วก็ตาม แต่ความจริงก็ยังห่างไกลกับมาตรฐานวิชาชีพ ที่จะถูกเรียกว่าสื่อมวลชนยิ่งนัก

 ฉะนั้น เมื่อเหล่าบรรดาตัวจริงเสียงจริง ยกขบวนกันลงพื้นที่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวในคราวนี้ ก็อยากจะฝากประเด็นในมุมมองของมือสมัครเล่นสั้นๆ ในพื้นที่ ดังนี้

 1.หากคิดว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาของประเทศไทย และที่ผ่านมามีผู้เสนอให้เป็น 'วาระแห่งชาติ' ซึ่งอาจมีนัยว่าเป็นปัญหาของคนไทยทุกคน หรืออีกนัยหนึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ควรมีบุคคลหรือคณะบุคคลดำเนินการใดๆ แล้วมาอ้างเอาความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ส่วนตน หรือของคณะบุคคล ไม่เว้นแม้จะเป็นองค์กรสื่อสารมวลชนก็ตาม ซึ่งหากยอมรับกันตรงนี้ในสถานะและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน ก็ควรให้ 'งาน' ข่าวและข้อมูลที่ผลิตโดยสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ในนาม 'ศูนย์ข่าวอิศรา' ได้มีโอกาสเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนแขนงต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเงียบหายไปหลายเดือนแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ

 เพราะผลงานของศูนย์ข่าวอิศรานั้น แม้อาจจะยังต้องพัฒนาองค์ความรู้ต่อบริบทของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่อีกบ้าง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวสารของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้มาตรฐานมีข้อมูล ข้อเท็จข้อจริง พร้อมด้วยทัศนะมุมมองที่สมบูรณ์กว่าสื่อสารมวลชนใดๆ

 2.บรรดาคอลัมนิสต์ที่จะลงพื้นที่ในคราวนี้ ผู้เขียนเข้าใจว่า ทุกท่านล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ เห็นโลกเห็นชีวิตกันมาคนละไม่น้อย จึงเห็นว่าน่าจะใช้โอกาสของการได้เห็นปัญหาอย่างใกล้ชิดเป็นรูปธรรมด้วยตัวเองในครั้งนี้

 ประเภทชอบสรุปกันเอาเองชนชินชา คำพูดที่มักได้ยินกันเสมอ เช่น 'เหตุร้ายที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากการก่อเหตุร้ายรายวันของผู้ก่อความไม่สงบ' ทั้งๆ ที่บางครั้งเขาฆ่ากันด้วยเรื่องส่วนตัวแท้ๆ หรือประเภทที่บางครั้งคนมุสลิมกลุ่มใหญ่ถูกยิงถูกระเบิด ข่าวแรกที่ออกมาค่อนข้างลอกเลียนกันทุกสื่อคือการรายงานในทำนองว่ามาจากการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ พร้อมทั้งให้ความเห็นชี้นำมาเสร็จสรรพในทำนองว่า เพื่อตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนพุทธ คนมุสลิม

 หรือที่ยกระดับเป็นบทรายงานจากพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผู้สื่อข่าวอาวุโสขึ้นมา ก็จะมีภูมิหลังของเรื่องราวซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เช่น มักมีรายงานข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านว่า เมื่อวันที่เท่านั้นเท่านี้ ณ ที่นั่นที่นี่ (ในประเทศเพื่อนบ้าน) มีนายนี้จากขบวนการนั้น หรือนายนั้นจากขบวนการนี้  ประชุมวางแผนเพื่อให้นายโน้น ปรากฏให้ได้อ่านได้ฟังเป็นระยะๆ

 ซึ่งประเภทนี้ก็น่าจะเป็นการสะท้อนได้ถึงความขาดแคลนทั้งข้อมูลและองค์ความรู้ที่ 'คลาสสิก'ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แต่ที่คลาสสิกกว่านั้นก็คือ 'คอลัมนิสต์ใหญ่' จากส่วนกลางนี่แหละ

 ดูเหมือนหลายๆ ครั้งก็ขาดแคลนทุกอย่าง ไม่แพ้คนทำงานในพื้นที่เหมือนกัน เช่น มักพูดถึงมาเลเซียในทำนองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังพวกลัทธิประหลาด ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริง เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ก็กลัวเหตุการณ์ทำนองนี้จะลามไปสู่บ้านเขาเป็นที่สุดเหมือนกัน เป็นต้น

 ผู้เขียนเห็นว่าหัวใจของปัญหา 3 จังหวัดวันนี้อันดับหนึ่งคือ เรื่องประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ปัตตานี และระหว่างปัตตานีกับสยาม ซึ่งแหล่งข้อมูลในขณะนี้ที่เป็นงานวิจัยอย่างตรงไปตรงมาและเป็นที่ยอมรับกันได้ ที่ดำเนินการโดยนักวิชาการทั้งในและนอกพื้นที่นั้นเข้าใจว่า ขณะนี้ที่ มอ.ปัตตานี มีอยู่ไม่น้อยกว่า 3 ฉบับ ที่คอลัมนิสต์ใหญ่ๆ ไม่ควรพลาดนำติดไม้ติดมือกลับไปบางกอก

 ต่อมาก็เป็นเรื่องศาสนาอันนี้ถึงแม้จะสำคัญรองลงมา แต่ดูเหมือนกลับจะเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นมุสลิมจะขวนขวายหามา และต่อประเด็นศาสนานี้เอาให้แคบๆ ลงไปเฉพาะหน้าให้หลุดพ้นจากคนทั่วไป ที่รู้จักอิสลามเพียงแค่รู้ว่าไม่กินหมู และมีเมียได้ 4 คนเท่านั้น เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยแค่เข้าใจหลักศรัทธาเฉพาะประเด็นสำคัญๆ

 ที่น่าจะสนใจเป็นพิเศษก็น่าจะอยู่สิ่งที่เรียกว่า กระบวนการฟื้นฟูมุสลิม ในมิติต่างๆ เช่น การเมือง การยุติธรรม เศรษฐกิจ ฯลฯ ก็น่าจะเข้าใจการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่เรียกตัวเองว่า ผู้ที่ต่อสู้ตามแนวทางของพระเจ้า (ฟีซาบีลิ้ละฮ์) ในแง่มุมทางศาสนามากขึ้น และอีกประการต่อมาก็คือ ประวัติการต่อสู้ของชาวมลายูปาตานีที่ผ่านมาในหน้าประวัติศาสตร์

 บางทีก็คงพอจะทำให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง 'ขบวนการเก่า' กับ 'ขบวนการใหม่' ตลอดไปจนถึงอาจจะรู้โดยอัตโนมัติต่อท่าทีของมาเลเซีย และถ้าให้สามารถรับรู้สถานการณ์แบบเกาะติดชนิดว่านั่งอยู่ที่บางกอก แต่มีความรู้สึกเหมือนนั่งดูเขาถล่มกันแถวๆ บันนังสตาร์

 และอาจเพิ่มพวกสังคมวิทยาหรือมานุษยวิทยา ก็น่าจะทำให้เข้าใจชาติพันธุ์มลายูในแง่มุมต่างๆที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น สรุปเอาเป็นว่า ที่กล่าวมาอย่างคร่าวๆ นี้ หากบรรดาคอลัมนิสต์ทั้งหลายได้บูรณาการให้เป็นความรู้ของตัวเอง และหากเมื่อได้ประสานกับประสบการณ์ความสามารถทั้งที่เป็นทั้งศาสตร์ ทั้งศิลป์ ซึ่งแต่ละท่านมีอย่างอุดมแล้วไซร้ บรรดาท่านทั้งหลายก็จะรู้ได้ด้วยตนเองว่า

 "ทางออกของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องที่นึกเอาเองได้ อีกทั้งไม่มีสิ่งที่เรียกว่าทางลัดและสิ่งสำเร็จรูป"

 อันจะเกิดคุณค่าอย่างอเนกอนันต์ต่อการสร้างความสันติสุขที่เคารพต่อศักดิ์ศรีแห่งสังคมพหุวัฒนธรรมให้บังเกิดแก่ปิตุภูมิมาตุภูมิอีกครั้ง อย่างแน่นอน

++++++++++++

สวนทางปืน / เนชั่นสุด (ฉ.777)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
mammos วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mammosa

ส่งกำลังใจให้คนใต้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 27/04/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


แก้ปัญหาใต้

ไม่สามารถใช้กลยุทธ์ **มาม่า**

ที่เต็มน้ำเดือด รอ 3 นาที---สำเร็จ

แต่ความอ่อนไหวในชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์ เป็นประเด็นสำคัญที่มิควรมองข้าม

ควบคู่กับการพลิกฟื้นจิตใจเชิงจิตวิทยา

ความรุนแรงมีพัฒนาการ กระทั่งความไม่เชื่อมั่นกลายเป็นพฤติกรรมปกติ

การเคารพและให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นจุดเริ่มที่เราๆท่านๆ ควรปรับทัศนะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
lumnam วันที่ : 27/04/2007 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumnam
สงบอยู่ในโลกเพียงลำพัง

อืมม เรื่องใต้ซับซ้อนเยอะ

ปาจารยสารเล่มล่าสุด ผมสัมภาษณ์ พี่คุ้ง นารี เจริญผลพิริยะ(แซ่ตั้ง) เรื่องใต้ในฐานะที่แกทำงานด้านสันติวิธี

รออ่านน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป๋าโด่ง วันที่ : 26/04/2007 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/idongphoto
" follow ป๋าโด่ง ได้ที่ http://twitter.com/idongphoto "

เสียดายศูนย์ข่าวอิศรา... ที่เปลี่ยนไป

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ขุนลักษณ์ วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localisaan

เอาแบบตรงไปตรงมากันเลยไม่ดีหรือครับ แต่ใครจะกล้าวิจารณ์สื่อแบบนั้นแหละ(ฮา)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ขุนลักษณ์ วันที่ : 21/04/2007 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localisaan

ช่างถ่อมตนเสียจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เห็นด้วยครับ...
"ต้ม"นี่ผมชอบมากครับ..ยิ่งแถวทุ่งสง มีถั่วดำอยู่ข้างใน ..หรอยจังหู ...บังเหอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]