• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 61001
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1424 , 16:21:31 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอดีตหัวหน้าพรรคสำคัญของใต้ แอบไปพบกับประธานเบอร์ซาตูที่ฟากฝั่งโน้น แล้วชิงเอาดีใส่ตัว พร้อมกับโฆษณาว่า ได้ไปพบแกนนำฝ่ายก่อความไม่สงบ และรู้ถึงความต้องการและเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี  เพื่อหวังชิงคะแนนชนะใจมวลชน และผลสรุปคือ ให้การปกครองตนเอง ซึ่งความจริงคนในแวดวงการบ้านการเมือง ย่อมรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้

 วันนี้การประสานงานพบปะพูดคุยระหว่างเลขาส่วนตัวของอดีตหัวหน้าพรรค กับใครต่อใครในฟากฝั่งโน้น จึงมีกันบ่อยๆ ขึ้น ส่วนจะไปพบเจอตัวจริงหรือตัวลวง ก็ว่ากันไป  เอาเป็นว่า  ฉันสนใจปัญหาภาคใต้แล้วล่ะ

 เรื่องที่น่าเป็นห่วงวันนี้ของสถานการณ์คือ เข้าใจว่าตนเองเข้าใจ เข้าไม่ถึง แต่คิดว่าเข้าถึง  พัฒนาตามใจกันจนรู้สึกว่าพัฒนาจริงจัง ผู้เขียนมีโอกาสได้รับเชิญให้เข้าร่วมฟังการอบรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่มะรุมมะตุ้มลงพื้นที่เพื่อช่วยกันแก้ปัญหา แม้แต่กระทรวงยุติธรรม ก็ยังอุตส่าห์มีโครงการลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาด้วย ไปไกลขนาดจะมีกฎหมายพิเศษใช้ศาลพิเศษที่เรียกว่า "ชารีอะห์" ผู้เขียนจึงขออนุญาตทบทวนความเห็นเดิมๆ สักนิด

 ขบวนการที่ก่อการในปัจจุบัน เป็นผลมาจากพัฒนาการของ "ขบวนการกู้ชาติฟาตอนี"  ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ถ้าจะนับห้วงเวลาคงพอจะสรุปได้ว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้จัดตั้งกันใหม่ ระดมพลกันใหม่ในห้วงทศวรรษนี้  มีการจัดตั้งบุคลากรเก่าและใหม่ผสมกัน

 วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีกันใหม่  วิเคราะห์สังคม วิเคราะห์มวลชนกันใหม่  โดยพิเคราะห์ว่า  มวลชนปัจจุบัน  แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามสภาพ นัฟซุนฺ (กิเลส) คือ

 (1) รักศาสนา และมีความเป็นปัญญาชน  จะผ่านการศึกษาหรือกำลังศึกษาที่ไหน ทั้งภายในและต่างประเทศ

 (2) ขาดความสัมพันธ์กับภายนอกสังคมตนเอง  มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารน้อย  รายได้ต่ำ  ทะเยอทะยาน ติดยึดวัตถุ

 (3) มีอคติต่อรัฐ   โดยเฉพาะความอธรรม ที่เคยเกิดกับบิดามารดาหรือญาติพี่น้อง หรือคนสนิท
 (4) ใฝ่หาชื่อเสียงและต้องการการยอมรับจากสังคม  เน้นบุคคลแนวหน้าของสังคม ชอบการสรรเสริญเยินยอ เช่น นักธรุกิจ นักการเมืองท้องถิ่น  ครูบาอาจารย์

 การแยกประเภทกลุ่มคนในสังคมเช่นนี้นั้น เป้าประสงค์หลัก คือ
 (ก) สามารถกำหนดกรรมวิธีจัดตั้ง
 (ข) หาจุดร่วมหรือแรงจูงใจให้แนวร่วมสามารถรับภารกิจได้
 (ค) กำหนดภารกิจเฉพาะได้ชัดเจน ไม่เสียลับง่าย
 หากเราดูเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า  ขบวนการมีความละเอียดมากขึ้น ต่างจากเดิมที่จะจัดตั้งแนวร่วมโดยพิจารณาจากทัศนะส่วนตัวของมวลชนเป็นหลัก คือ มีทัศนะเป็นบวกต่ออุดมการณ์อยู่แล้ว จึงดำเนินการพัฒนาสัมพันธ์จัดตั้งเป็นแนวร่วม

 แต่ในยุคปัจจุบันเริ่มด้วยการสร้างกระแสร่วมต่อมวลชนก่อนโดยการให้ข้อมูลข่าวสาร  ข่าวลวง ข่าวลือ ข่าวยกเมฆ บริโภคข่าวขยะแล้วแยกมวลชนตามกรอบ 4 ประเภทข้างต้นเพื่อกำหนดวิธีการนำเสนอและพัฒนาสัมพันธ์จนไปสู่การจัดตั้ง เป็นแนวร่วม และมอบภารกิจเล็กใหญ่ตามสภาพแนวร่วม เพื่อให้เกิดความผูกพันกับองค์กร  ซึ่งเป็นไปตามลักษณะนิสัยของชนชาวมลายูที่รักถิ่นฐาน รักพวกพ้อง  และไม่ไว้วางใจกระบวนการยุติธรรมไทยอยู่แต่เดิม

 ส่งผลให้ฝ่ายรัฐเห็นว่าแนวร่วมมีจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างการบริหารองค์กรอย่างชัดเจนได้ ถ้าเราพูดคุยกับคนในขบวนการ เราจะเห็นความแตกต่างในระดับแกนนำก็คิดอีกอย่าง ระดับล่างก็เข้าใจไปอีกแบบ

 นี่แหละที่ผู้เขียนพูดเสมอๆ ว่า ปัญหาสามจังหวัด ต้องมองแบบบ้านๆ อย่าเอาทฤษฎีมาจับ มาวิเคราะห์มากนัก แล้วที่มองไกลไปถึงการปกครองตนเอง ไม่ว่าจะเสนอด้วยความจริงจัง หรือเพื่อหวังผลทางเมืองก็ตาม สุดท้ายจริงๆ ก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ เพราะอุดมการณ์ไม่ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีแต่เพียงเป้าหมาย และนำเสนอความจำเป็นในการต่อสู้

 เปรียบเหมือนรู้ว่าต้องการทำต้มยำ แต่ไม่รู้ว่าเครื่องเคียงมีอะไรบ้าง? ปรุงยังไง? รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร? ดังนั้น เมื่อมีคนนำเสนอมาให้  ไม่แน่ว่า ผู้รับจะรู้วิธีปรุงหรือไม่? เผลอๆ อาจจะบอกว่าไม่ใช่ต้มยำด้วยซ้ำไป

 เมื่อเรามองเห็นถึงวิธีการจัดตั้ง ก็คงต้องดูต่อว่าแนวคิดหลักหรืออุดมการณ์ ที่ใช้ขับเคลื่อน คือ อะไร? เบื้องต้น คงต้องบอกว่า  การแยกตนเองออกเป็นรัฐอิสระเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของตนเอง สร้างระบบและรูปแบบการปกครองของตนเอง  และเชื่อว่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ภายใต้สยามประเทศ  แต่อุดมการณ์ทั้งหมดนี้ เราไม่อาจหาเจอจากเอกสารของขบวนการ หรืออะไรก็ตามที่จะเรียกกันเพื่อแสดงนโยบายหรือแนวทางที่กำลังต่อสู้เพื่อนำสังคมไปสู่เป้าหมายตามอุดมการณ์

 ผู้เขียนขออนุญาตนำเสนอ ข้อสรุปของ "สภาการนำ" หรือ "เดวาน ปีเปนนัน" ซึ่งได้ทำข้อบัญญัติในการต่อสู้หรือหลักการที่จะประกาศต่อมวลชน หรือจะเรียกนโยบายก็คงจะได้ แต่ความจริงผู้เขียนเองก็ยังมึนๆ ว่าจะให้คำจำกัดความว่าเป็นอะไรเหมือนกัน มีทั้งหมด 18 ข้อ ดังนี้

 (1) บรรดากาเฟรสยามที่รุกรานยึดครองฟาตอนี พวกเขาคือผู้เป็นกาเฟรฮารบี (ศัตรูอิสลาม) ชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขาเป็นที่อนุมัติให้แก่คนอิสลามฟาตอนี เพราะพวกเขาทำการสู้รบรุกรานและยึดครองดินแดนของพวกเรา

 (2) ถือเป็นข้อบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ฟัรดุอีน) สำหรับราษฎร์ฟาตอนี และเพื่อนบ้านมุสลิมที่จะต้องต่อสู้เอาดินแดนฟาตอนีคืนจากผู้รุกรานชาวกาเฟรสยามให้จงได้

 (3) ประชาชนอิสลามฟาตอนีไม่สามารถอยู่ภายใต้การปกครองของคนกาเฟรสยาม

 (4) ชาวฟาตอนีเป็นหนึ่งชาชาติ ชาวสยามเป็นหนึ่งชนชาติซึ่งแตกต่างกัน ทั้งภาษาและศาสนา ดังนั้น รัฐฟาตอนีเพื่อชาวฟาตอนีและผู้เป็นอิสลามเท่านั้น

 (5) ทุกชนชาติมีสิทธิอยู่อย่างเสรีและมีเอกราช

 (6) การตายและการมีชีวิตอยู่ในการอภิบาลของอัลลอฮ์ (พระผู้เป็นเจ้า) มีใช่สิ่งถูกสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เป็นกาเฟร

 (7) จงต่อสู้ด้วยทรัพย์สินและชีวิตในแนวทางของอัลลอฮ์ (พระผู้เป็นเจ้า) ด้วย ศรัทธา กฎชารีอะห์ จริยธรรม

 (8) จงทำสงครามกับมุชรีกีน (ผู้ปฏิเสธและต่อสู้) เหมือนดั่งที่พวกเขาได้ทำสงครามกับพวกเจ้า(ตาต่อตา ฟันต่อฟัน)

 (9) อิสลามได้กำหนดให้ประชาชาติอิสลามทั้งหลายอยู่อย่างมีเกียรติ์และตายได้เข้าสวรรค์

 (10) ผู้ละทิ้งการนมาซ คือผู้อยู่อย่างอัปยศ เช่นเดียวกับผู้ละทิ้งญีฮาด (สงคราม) และต้องตกนรก

 (11) ความอุตสาหะ (ก่อสงคราม) ของเรา การเคลื่อนไหวทั้งหมดของเรา เพื่อให้อำนาจแก่มนุษย์ 
สังคมและศาสนาของพระเจ้า นั้นคือ การเมืองการปกครองของศาสดา เฉกเช่นที่เคยเป็นอยู่

 (12) ความพยายามของเรานั้น เพื่อสถาปนารัฐบาลอิสลามบนแผ่นดินฟาตอนี ซึ่งถูกกดขี่โดยกาเฟรสยาม และทุกๆ แห่งก็เช่นเดียวกัน คือการญีฮาดสงครามและการเมือง

 (13) ศัตรูของพระผู้เป็นเจ้า คือศัตรูของพี่น้อง โดยเฉพาะกาเฟร, ยาฮูดี, นาสรอนี และบูสซี

 (14) พระผู้เป็นเจ้าห้ามไม่ให้เราเป็นมิตรสนิท และช่วยเหลือผู้เป็นกาเฟร (ผู้ปฏิเสธ)

 (15) คนกาเฟรสยาม มีเจตนาร้ายต่อชาวอิสลามฟาตอนี ด้วยความพยายามหลอกลวงเรา แผ่นดินของเรา ทั้งชัดแจ้งและปิดลับ

 (16) บรรดาผู้แจ้งความลับของอิสลามให้กับกาเฟร นั้นคือผู้ทำลายพระผู้เป็นเจ้าและศาสนาอิสลาม เขาผู้ทำการเช่นนี้  โทษของเขาคือหลงทางไปจากอิสลาม

 (17) บรรดาสายลับของกาเฟรสยาม อนุญาตให้สังหารได้ตามทัศนะของ อิมาม มาลิก (หนึ่งในสำนักคิดนิกายในอิสลามเมื่อเกือบพันปีที่ผ่านมา)

 (18) คนอิสลามหรือชาวกาเฟรซิมมีย์ที่ทำงานหาข่าวลับให้กาเฟรสยาม อิสลามบัญญัติโทษ เพียงแค่ปรับ แต่นอกจากพวกเขาได้พยายามทำลายการต่อสู้ของอิสลาม  โทษของมันคือตาย

 อ่านกันแล้วเห็นควรตามที่ผู้เขียนเรียกขบวนการลัทธิประหลาดหรือยัง?

 กฎ 18 ประการนี้ ถูกอ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยของสภาผู้รู้ศาสนาฟาตอนี  และถือเป็นหลักอ้างอิงในการจัดตั้ง  ผู้เขียนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ในรายละเอียดทางศาสนา แต่ขอเพียงให้เป็นผู้มีใจเป็นธรรม เป็นอิสรชน ก็คงจะมองเห็นว่านี่มันเป็นอุดมการณ์ที่มาจากศาสนาหรือ?

 อุดมการณ์ชิ้นนี้มีการผสมผสานและอธิบายศาสนา ด้วยข้อมูลประวัติศาสตร์ที่คลุมเครือและเต็มไปด้วยอวิชชาและความเคียดแค้นเท่านั้น หาใช่อุดมการณ์แห่งศาสนาใดๆ เลย

 ประเด็นเหล่านี้ ฝ่ายรัฐควรระดมผู้รู้ศาสนาอิสลาม มานั่งประชุมร่วมกัน แล้ววินิจฉัยโต้แย้งในแต่ละข้อแต่ละประเด็น  ทั้งหมดทั้ง 18 ข้อ เชื่อว่าจะเป็นการหักล้างทางความคิดและเป็นจุดแตกหักทางอุดมการณ์ได้ชัดเจนที่สุด

 ผู้เขียนยืนยันได้เลยว่า  ชกหมัดตรงๆ หมัดนี้แล้ว  ฝ่ายรัฐจะได้ไม่ต้องปวดหัวโต้เถียงและคิดไกลถึงการปกครองตนเองหรือพิเศษๆ เพื่อคนเหล่านี้  เพราะทัศนะหลักๆ ที่นำมาใช้เป็นอุดมการณ์ต่อสู้  เป็นที่มาของการวิเคราะห์สังคม และกำหนดวิธีการจัดตั้งแนวร่วมและการควบคุมมวลชน รวมทั้งยุทธวิธี  ฆ่าตัดคอแล้วเผา  ล้วนมีที่มาจากทัศนะ จาก 18 ประการนี่แหละ

 ฉบับหน้าผู้เขียนขออนุญาตจะมาว่าต่อถึงการแตกหักทางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ด้วยสายตาของขบวนการ


สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ (ฉ.783 / 1 มิ.ย.2550)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Hi...Insider วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ForSiam

๔๐. ต้องให้อาจารย์มุสลิมในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทย เปลี่ยนประวัติศาสตร์ โดยการเรียกร้องให้เปิดโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แล้วบิดเบือน
ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยให้แสดงให้เห็นว่า เดิมดินแดนแถบนี้เป็นของมลายู ที่ต้องตั้งโครงการนี้เพราะต่อ ๆ ไป เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ มันจะเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏเป็น
หลักฐาน เพราะคนไทยมันไม่เขียนหลักฐาน เราเขียนไว้ผู้อ่านเขาจะเชื่อเรา เมื่อมีชาวต่างชาติอื่น ๆ มาอ่าน ก็จะพากันเชื่อว่าเราถูกไทยรุกราน โกงแผ่นดิน ทั้ง ๆ ที่เราจะโกงมัน
ถ้ามันมีหลักฐานอะไรก็ให้นักศึกษาเรายืมหนังสือประวัติศาสตร์นั้นๆ ไปทำลายทิ้งเสีย ทุกๆ ที่ที่มีประวัติศาสตร์ไทย

๔๔. ให้ทำวุฒิบัตร Transcript ปลอมให้กับผู้ที่จะเป็นอาจารย์อัตราจ้างหรืออัตราประจำ เน้นให้บรรจุลงใน ๓ จังหวัดที่ขาดแคลนก่อน เพราะผู้ที่พิจารณาเป็นพวกเรา
เสร็จแล้วก็ให้ขอย้ายไปประจำในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วประเทศเพื่อช่วยมุสลิมเรา และเพื่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในสถาบันและจังหวัด

๔๗. ขอให้แกนนำด้านการศึกษา ไปลบชื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีออกไป ขอให้ใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยปัตตานีเฉย ๆ ถึงแม้จะเปิดเป็นมหาวิทยาลัยมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๐ แล้วก็ตาม คณาจารย์เก่า ๆ ก็ตายไปหมดแล้ว และเพื่อให้ชื่อสมเด็จพระราชบิดาหมดไป ขอให้คณาจารย์มุสลิมแสดงท่าทีแข็งแกร้าว อย่างไรเสียไทยมันไม่กล้า
แน่นอนต้องยอมเรา ที่เราต้องทำอย่างนี้เพราจะให้ต่างชาติเห็นว่า เราเป็นมุสลิมเก่งเป็นเอกภาพเดียวกัน คนไทยมันไม่รู้แผนการของเราหรอก เราซื้อท่านวิจิตร ศรีสะอ้านได้แน่ๆ

๔๘. ขอให้คณาจารย์มุสลิมทุกมหาวิทยาลัย ทำลายงานวิจัยและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เน้นมากที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้เขียนและบิดเบือนประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี
ถึงแม้จริง ๆ มันเป็นของประเทศไทย เราต้องบิดเบือนให้ได้แล้วลง Internet ให้คนได้ได้อ่านกันให้ทั่วว่า ประเทศไทยโกงดินแดนของพวกเรา โดยให้เขียนประวัติราชอาณาจักรมลายู
ปัตตานี เรียกเป็นภาษายาวีว่า สยาเราะกือราญาอันมลายู-ปัตตานีขึ้นมา และให้แปลเป็นภาษาไทยด้วย โดยให้ผู้เขียนเป็นคนมุสลิมเรา ผู้แปลก็เป็นคนมุสลิมเรา ส่วนงานวิจัยทั้งเชิง
ประวัติศาสตร์ที่คณาจารย์ไทยทำไว้เดิมให้ทำลายทิ้ง
เช่นเรื่อง ๑). เหตุใดคนตากใบ จ.นราธิวาสและคนปานาเระ จ.ปัตตานี จึงพูดใช้คำราชาศัพท์เหมือนกัน
๒). งานวิจัยเรื่องสาเหตุใดคนไทยในตำบลโต๊ะโมะ อำเภอแว้ง จ.นราธิวาส จึงรู้เรื่องการทำเหมืองทองเป็นอย่างดี
๓). งานวิจัยเรื่องคนไทยในรัฐไทรบุรี ปะริด กลันตัน และตรังกานู รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกแบ่งแยกดินแดนมาอยู่กับประเทศมาเลเซีย
และงานวิจัยอื่น ๆ อย่าให้มีเหลือไว้ แม้แต่เล่มเดียวในหอสมุดเคเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๔๙. ในการลง Internet ทุกเรื่องให้มุสลิมเราที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดี เขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับด้วย เพื่อให้ต่างชาติอ่านจะได้เคลือบแคลงและต่อว่าไทยว่า ยึดครองแผ่นดินเราจริงๆ
เมื่อมีการตัดสินหลักฐานทุกอย่างแสดงว่าเป็นของมุสลิมเรา เราก็ได้เป็นเจ้าของ ตอนนี้ต้องหลอกล่อมันทุกวิถีทาง ว่าทำเพื่ออัลลอฮ์ มันจะได้มีกำลังใจ จำไว้ว่า เราจะรับไว้กลุ่มเดียวเท่านั้น
ในดินแดนไทยคือ ธิดาของ ส.ส.ปัตตานีผู้ให้กำเนิดรัชทายาท ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับนายวันนอร์ นายเด่น โต๊ะมีนา นายนิฮูเซ็ม สุไลมาน กลุ่มมุสลิมกรุงเทพไม่เคร่ง เราไม่เอา แต่เรา
หลอกใช้มันไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปาหนัน วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/madinah
www.kaveeseason.com

อุดมการณ์อุปโลกน์

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
abu-ardil วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/abu-ardil

ตามมาอ่านงานคุณภาพของท่าน"บะห์รูน"ครับ

สลามัตดาตัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 09/06/2007 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

ลัทธิฆ่า ฆ่า ฆ่า อาจเป็นลัทธิประหลาดไม่ถูกหลักศาสนาอิสลามตามที่คุณบะรูนว่า แต่พวกที่เชื่อตามลัทธินี้กลับมีมากมายขยายวงกว้าง แถมยังเล่นงานเอามุสลิมดี ๆ ที่ทำตามคติศาสนาอย่างถูกต้องอย่างคุณบะรูนอีกด้วย โดยป้ายขี้ให้ว่า หากพวกท่านนิ่งเฉยก็เท่ากับรับรองจักรวรรดินิยมอเมริกาและไซออนนิสท์ยิว เอากับมันสิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ปัญหาสามจังหวัดชายแดน
กลายเป็นปัญหาโลกแตกไปแล้วค่ะ
ยิ่งแก้ ยิ่งเหมือนร่างแห แก้ยากกก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ToeflThailand วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

แวะมาอ่านและทักทายเพื่อนชาว Blog ครับ :)

เรียนภาษาอังกฤษ, เตรียมสอบ TOEFL , หาข้อมูลศึกษาต่อ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปุถุชน วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/putushon
บล็อกอย่างเป็นทางการของปุถุชน > http://putushon.wordpress.com

"ปัญหาสามจังหวัด ต้องมองแบบบ้านๆ "

อืมมม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

๙สงครามครับ๙
ผมเชื่อว่าทางการ คือ รัฐรู้
แต่ที่ผมงงก็คือทางการหรือรัฐ ไม่เคยนำผู้ก่อการร้ายมาพูดเลยสักคนเดียว
ตอนกรืเซะ เอาเด็กติดยามาพูดสองสามประโยค ว่าอย่าเอาอย่างผม แล้วเงียบหายไปเลยไม่มีการเอาข่าวจากปากคำพวกเขามาให้ประชาชนรู้
คุณกิตติฯไอทีวีเดิม เคยลงพื้นที่สมัยกรืเซะเกิดเหตุการณ์
สัมภาษณ์ผู้หญิง ที่ร้องไห้บอกพ่อเขาบริสุทธิ์
ไปสัมภาษณ์ผู้หญิงสองคน ที่บอกทหารจับผัวเขาไปเข้าค่าย หายเงียบไป พอไปตาม บอกกำลังสอบสวนอยู่ รายหนึ่ง สองอาทิตย์ อีกรายสองเดือน ที่ผัวเขาหายไป
คำถามคือทางการทำอะไรกับผู้คนเหล่านี้
ทำไมทางการไม่นำคนเหล่านี้มาเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้สื่อฟัง
ทำไมทางการจึงออกข่าวฝ่ายเดียว
ไม่มีข่าวจากผู้ก่อการมาให้ประชาชนทั่วไปรับรู้
มันเป็นความลับสุดยอดหรืออย่างไร
มันทำให้ดูเหมือนว่า รัฐ จงใจปิดบังอะไรบางอย่าง
และถ้าเปิดเผยออกมา
อาจจะสะท้านกันทั้งวงการหรือไม่
ผมอยากให้เจาะข่าวทางภาครัฐมากกว่ากลุ่มก่อการร้าย
เพราะนักวิชาการมุสลิม ท่านค้นคว้ามาแล้วว่า
เขาเหล่านั้นเพรียกหา"ความยุติธรรม"เป็นปฐมบท
มิใช่การแยกดินแดนแต่อย่างใดทั้งสิ้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]