• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 61004
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1471 , 22:39:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ถ้าหากพิจารณาถึงนโยบาย หรือหลักยึดในการต่อสู้ของกลุ่มผู้ก่อการ ตามที่ได้กล่าวถึงเมื่อฉบับที่แล้วทั้ง 18 ข้อ จะเห็นได้ว่ามีความเกี่ยวโยงอยู่กับประเด็นของ ประวัติศาสตร์ และกลิ่นอายของ กระแสการฟื้นฟูอิสลาม

 อย่างน้อยที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทั้ง 18 ข้อ ได้พยายามอ้างอิงถึงกฎบัญญัติของอิสลามแทรกอยู่ และยังมีปมประเด็นทางประวัติศาสตร์เรื่องของแผ่นดินฟาตอนี เป็นของคนฟาตอนี และสยามก็ของสยาม รวมทั้งการผูกโยงเข้ากับเชื้อชาติอีกด้วย

 ดังนั้น ถึงแม้จะมีลักษณะ ทัศนะหรือโลกทรรศน์ที่คับแคบ แต่ก็ยังคงอยู่บนปัจจัยพื้นฐาน 2 ประการ คือ
 (1) ประเด็นประวัติศาสตร์
 (2) กระแสการฟื้นฟูอิสลาม

 ตามที่เคยกล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้ สำหรับด้านยุทธศาสตร์ ที่อยากจะกล่าวถึงซึ่งเป็นการวิเคราะห์สังคมของนักต่อสู้รุ่นใหม่ผสมเก่าในปัจจุบัน ได้ทำการสังเคราะห์สภาพสังคมและมวลชน จนนำไปสู่การกำหนดประเภทมวลชน ตามที่ได้กล่าวผ่านมาเมื่อสัปดาห์ก่อน

 แต่หากกล่าวถึงในเชิงยุทธศาสตร์ ยังคงยึดหลักเดิม คือการขอแบ่งแยก และเป็นอิสระ และเมื่อวาง 'ธงนำ' เช่นนี้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย ซึ่งจากการวิเคราะห์และสรุปผลกันในกลุ่มแล้ว อาจวิเคราะห์ต่างจากขบวนเก่าบ้าง

 โดยเห็นว่า ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากการใช้กำลังอาวุธเข้าหักหาญยึดดินแดน และแบ่งปันกันคงเป็นไปได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 ดังนั้น จึงเห็นเพียงทางเดียวที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้ คือ การมีคนกลางในการไกล่เกลี่ย เจรจา จนกระทั่งนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย แต่ที่ว่าคนกลางนี้แหละที่มองกันว่ามีอยู่ 2 ส่วน คือ
 1) โลกสากลที่นำโดยสหรัฐ กับสหประชาชาติ
 2) โลกอิสลามที่นำโดย โอไอซี (OIC) องค์กรการประชุมร่วมประเทศอิสลาม ซึ่งนับวันกำลังมีบทบาทสูงในโลกและประเทศมุสลิม

 ทีนี้เมื่อแนวทางการเดินตามเป้าหมายเพื่อมุ่งไปสู่การทำให้ องค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจ และเหลียวหันมามองอย่างจริงจัง จึงเป็นแนวทางที่สำคัญ และต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งกระบวนการและเงื่อนไขอย่างน้อย 4 ประเด็น คือ

 1.มีเหตุการณ์ที่น่าเชื่อได้ว่ามีความขัดแย้งกันของมนุษย์ในประเด็นหลักๆ ที่เป็นสิทธิส่วนบุคคล คือ
 1.1 ขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติ
 1.2 ขัดแย้งเรื่องศาสนา
 1.3 ขัดแย้งเรื่องดินแดน ที่มีปัจจัย (1.1) และ (1.2) ร่วมกันอยู่

 2.มีเหตุผลที่จะอนุมานเชื่อได้ว่า กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว และมีการปฏิบัติที่นอกกติกา นอกระบบสังคม ภายในประเทศนั้นๆ ต่อกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่ง ที่มีสาเหตุจากข้อ (1.)

 3.มีความรุนแรง และสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือคู่กรณีของความขัดแย้งจำนวนมากพอ โดยน่าจะคิดเฉลี่ยต่อปี ประมาณ 1,000 คน (ในกรณี 3 จังหวัดนับจากปะทุในต้นปี 2547-2550 กลางปี มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 3,000 คน ในห้วงกว่าสามปีนี้)

 4.ในกรณีเป็นเรื่องตามข้อหนึ่ง และมีประเด็นอ้างสิทธิในดินแดนที่ต้องการแยกตัวออกจากรัฐเดิม และมีเงื่อนไขสำคัญ คือ มีการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับการปกครอง หรือการไม่ยอมให้ปกครอง หรือไม่ยอมรับในสิ่งที่ผู้ปกครอง หรือรัฐบาลเสนอ หรือหยิบยื่นให้

 เช่น การเผาโรงเรียน ก็คือ สัญลักษณ์หนึ่งของการขัดขืน เพราะทัศนะของขบวนการฯ ในการเผาโรงเรียน คือ ไม่ต้องการรับความรู้ หรือการเรียนการสอนด้วยภาษาไทย ซึ่งถูกตีความให้เป็นภาษาของศัตรู หรือการเผาบัตรประชาชน หรืออื่นๆ ที่แสดงออกถึงการขัดขืนอำนาจรัฐ และไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ

 ทั้งหลายทั้งปวง ย่อมต้องมีดัชนีชี้วัดได้ว่า ในแต่ละประเด็นเหล่านี้ มันมีอยู่จริง เกิดขึ้นจริง และดำรงอยู่จริงหรือไม่? ซึ่งคำตอบก็คือ สถานการณ์ทั้งหมดที่เป็นอยู่ในวันนี้ ขณะนี้ ถ้าหากเราจะเรียกว่าทั้ง 4 ประการข้างต้น คือเงื่อนไขให้ทางสากลหันเข้ามามองเหตุการณ์ในสามจังหวัด

 แน่นอน สำหรับวันนี้ อาจกล่าวได้ว่าสมบูรณ์แบบแล้ว

 เพียงแต่ว่าอาจยังไม่ได้เวลาที่จะปะทุสถานการณ์ที่เรียกว่า 'จุดแตกหักของสงคราม' และ สถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ ที่นำไปสู่การก่อจลาจลทั่วด้าน ในเขตเมือง และการปะทะอย่างดุเดือดในเขตชนบท หรือที่เรียกว่า 'ป่าประสานเมือง' ก็คงไม่ผิดอะไรนัก

 ก่อนจะเข้ารายละเอียด 4 ประการข้างต้นนี้ ฉบับนี้ ผู้เขียนขออนุญาต ยกตัวอย่างการชุมชนที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีเมื่อไม่กี่วันมานี้ เป็นกรณีศึกษา ซึ่งมีการชุมนุมของผู้คนราว 2 ถึง 3 พันคน
 ในครั้งนี้มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ทั้งกรุงเทพฯ และใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประสานกับนักเรียนในระดับมัธยมของโรงเรียนบางแห่งในพื้นที่

 จนนำไปสู่การเจรจาต่อรองและแต่งตั้งกรรมการอิสระ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีบางเหตุการณ์เกิดกับประชาชน และมีความเคลือบแคลงถึงฝีมือผู้ก่อเหตุ ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างถึงว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ

 หากตั้งคำถามว่า แล้วมีอะไรเกิดขึ้นบ้างต่อสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์?

 อาจกล่าวได้ว่า การมีคณะกรรมการอิสระดังกล่าว เท่ากับว่า ตำรวจ ทหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรังแกประชาชน และองค์กรรับเรื่องร้องทุกข์เบื้องต้น เช่น ตำรวจขาดความน่าเชื่อถือในการให้ความยุติธรรมขั้นต้นได้ จึงเท่ากับกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นไม่น่าไว้วางใจ และติดตามมาด้วยการที่ผู้ชุมนุม ที่มีทั้งปัญญาชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งมีข้อเรียกร้องที่ยากยิ่ง ที่ฝ่ายรัฐจะปฏิบัติได้ เช่น การถอนทหารออกนอกพื้นที่ หรือการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยกเลิกเคอร์ฟิวส์ ยกเลิกกฎอัยการศึก และอื่นๆ อีกรวม 10 ข้อ

 ทั้งหมด คือ การขอให้ยกเลิกมาตรการต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นมาตรการที่มีนัยของความรุนแรง และเป็นมาตรการที่บ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของสถานการณ์ที่รุนแรงอีกด้วย

 ดังนั้น ทั้งภาพข่าวและข้อเรียกร้องต่างๆ คือผลสรุปที่ฉายภาพให้ชัดขึ้นของสถานการณ์ในสามจังหวัดที่เกิดขึ้นมาตลอด 3 ปีมานี้ และความสมบูรณ์ของเงื่อนไขทั้ง 4 ประการ ก็นับได้ว่าสัมฤทธิผลแล้ว

 วันนี้จึงรอเพียงจังหวะที่จะกระชากสายตาชาวโลกให้หันขวับมามองอย่างเต็มตา และเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ดังที่กล่าวข้างต้น

 ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับกรณีการชุมนุมที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เพื่อนำมาประกอบพิจารณาสถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ในวันนี้ คือ

 1.กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันด้วยการประสานอย่างเป็นระบบ และในวันแรกกลุ่มวัยรุ่นเดินสะพายเป้จุเสบียงอาหาร ทั่วเมืองปัตตานีอย่างผิดสังเกต แม้แต่แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวริมถนน ยังสังเกตเห็น

 2.ในการชุมนุม ไม่มีการปราศรัยแต่อย่างใด ผู้ชุมนุมยืนหยัดต่อสู้ด้วยข้อมูลที่ได้รับมาก่อน และเชื่อมั่นกระทั่งไม่ต้องมีการปราศรัยเพิ่มเติม หรือปลุกระดมให้คึกคักแต่อย่างใด

 3.มีการปิดกั้นและพิจารณาบุคคลเข้า-ออกในการชุมนุม โดยผู้ชุมนุมเอง นอกเหนือจากการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ ม็อบสามารถสกรีนคนได้ หรือห้ามคนได้ คือมีกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าชุมนุมไม่รับบุคคลทั่วไปที่สนใจจะเข้าร่วม ซึ่งเป็นเรื่องแปลกแตกต่างจากม็อบโดยทั่วๆ ไป

 4.มีการก่อม็อบย่อยเพิ่มเติมหลายจุดในห้วงเดียวกัน

 5.ตกเย็นพลพรรคผู้ชุมนุมบางส่วนได้แยกย้ายไปนอนตามมัสยิดข้างเคียงในบริเวณนั้นกว่า 5 แห่ง มากกว่า 300 คน

 6.ที่น่าสนใจที่สุด คือ บรรดานักล่าขุมทรัพย์อาหรับทั้งหลาย พากันมาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และบังเอิญสอดคล้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมเอง เพราะเมื่อถึงเวลาเช้าของทุกวัน ก็จะชวนกันออกมานอกรั้วมัสยิด จัดขบวนบนถนน ถือโทรโข่ง ถือป้ายผ้า ป้ายกระดาษ แสดงข้อความต่างๆ พร้อมเอกสารแถลงการณ์ เดินเคลื่อนขบวนไปมาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วกลับไปนอนต่อในมัสยิด พอถึงเย็นก็ออกจากมัสยิด แยกย้ายกันไปนอนเป็นกลุ่มๆ ตามมัสยิดละแวกใกล้เคียง

 ประเด็นข้อเท็จจริงแปลกๆ ผิดธรรมชาติของการชุมนุม ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสังเกต แต่ไม่ว่าจะมีปมเงื่อนใด หรือเจตนาใดๆ แอบแฝงอยู่ก็ตาม แต่สิ่งที่ฝ่ายรัฐไม่ควรละเลย คือ กระแสความเชื่อที่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐรังแกประชาชน และเป็นผู้มีส่วนในการก่อความไม่สงบเสียเองอยู่ด้วยนั้น เป็นความเชื่อที่ฝังอยู่ในมวลชนอย่างยากที่ฝ่ายรัฐจะทำความเข้าใจได้ง่ายๆ

 การมีอยู่จริงของความเชื่อนี้ จึงนำไปสู่เรื่องอื่นๆ ได้อีกหลายเรื่อง หรือแม้แต่เรื่องการปลุกระดมมวลชนให้มารวมตัวกันชุมนุมในแต่ละครั้ง แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย ซึ่งมีส่วนในการจะอำนวยความยุติธรรมเบื้องต้น กลับมองเป็นการชุมนุมของขบวนการบีอาร์เอ็น หรือไม่ก็กล่าวใกล้เคียงนี้ เสมือนหนึ่งดูถูกพลังประชาชน

 ถึงแม้ข้อเท็จจริงอาจเห็น หรือเป็นเช่นนั้นจริงก็ตาม แต่สิ่งที่ฝ่ายรัฐพึงระลึกอยู่เสมอคือ คนเรากินข้าวกินปลา ไม่ได้กินแกลบ ใช่ว่าอำนาจเงินตรา หรือสิ่งจูงใจใดๆ จะมาจูงจมูกให้เดินตามกันง่ายๆ
 เพราะอุดมการณ์ และความศรัทธา ก็เป็นอีกหนึ่งพลังที่ทำให้มนุษย์ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่เรียกว่า 'ความยุติธรรม' ได้

 ถึงแม้กลุ่มชุมนุมใดๆ จะมีเป้าหมายตื้นลึกหนาบางอย่างใดแอบแฝงอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็คงยังจะมีผู้บริสุทธิ์ที่จริงใจจริงจังในการเรียกหาความยุติธรรมให้สังคม สอดแทรกอยู่ด้วยเช่นกัน

สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ (ฉ.784)





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]