• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60989
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันพฤหัสบดี ที่ 21 มิถุนายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 2055 , 02:21:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข่าวการลอบทำร้ายครู ด้วยการบุกเข้าไปยิงถึงห้องพัก ขณะอยู่ในโรงเรียน ทั้งๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้อยู่ใกล้กับเขตเทศบาลซากอ อันเป็นเทศบาลที่มีที่ตั้งของหน่วยราชการประจำอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส

 เรื่องการทำร้ายครู การเผาโรงเรียน หรือการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่ผู้เขียนรู้สึกขุ่นมัวทุกครั้งเมื่อได้ยิน มันเป็นความรู้สึกโกรธลึกๆ และออกจะรังเกียจจนทำให้บางครั้งนึกอยากจะออกมาตะโกนดังๆ ให้บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหลาย ลุยถล่มจัดการกับผู้ก่อความไม่สงบให้มันแหลกลาญไปข้าง

 แต่นึกๆ ทบทวนดู บางทีผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาจริงๆ อาจกำลังหาทางออกหรือ ดำเนินมาตรการอะไรดีๆ อยู่แล้วก็เป็นได้ และน่าจะเป็นมาตรการในการปกป้องชีวิตครู คุ้มครองหมู่บ้าน ดูแลรักษาถนน แต่ไม่วายทั้งหลายทั้งปวง ก็ยังโดนถล่ม โดนทำร้ายไม่เว้นแต่ละวันเหมือนกัน

 จึงทำให้บางทีผู้เขียนคิดว่า การที่มีกองกำลังทั้งทหาร ตำรวจมากๆ มันอาจจะทำให้มีเป้าให้ทำลายมากขึ้นด้วย และแน่นอน จำนวนที่มาก ก็ย่อมมีจุดอ่อน จุดบกพร่อง มากตามไปด้วยเช่นกัน เพราะเท่าที่สังเกตแบบบ้านๆ ดูเหมือนทหาร ตำรวจ จะถูกโจมตีแทบทุกวัน ซึ่งมีผลในทางจิตวิทยามวลชนอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

 โดยผู้เขียนพิจารณาจากสภาพการณ์ของเด็กวัยรุ่น อายุระหว่าง 12-18 ปี ในแต่ละหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่สีแดง เด็กวัยรุ่นอายุระยะนี้เข้าร่วมกับขบวนการมากขึ้น และในจำนวนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ ล้วนเป็นเด็กที่ผ่านการได้ยินเรื่องราว ที่เป็นหลักคิดของขบวนการมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จนแทบไม่ได้ยินเรื่องอื่นๆ

 เด็กวัยรุ่นเหล่านี้เติบโตจากสังคมที่มีแต่ความเกลียดชัง ความเคียดแค้น รับรู้เรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์ และสภาพสังคมที่ผิดเพี้ยนจากความจริง รู้จักหมู่บ้านตัวเองในฐานะเมืองที่ตกอยู่ใต้อาณานิคมของสยาม เรื่องราวของอดีตที่ยาวนานเป็นร้อยๆ ปี จึงกลายเป็นอดีตเพียงแค่วันวาน เสมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้เอง

 ในประเด็นประวัติศาสตร์เช่นนี้ คงยากที่จะแก้ปมหรือนำมาซึ่งข้อเท็จจริงได้อย่างแจ่มชัด และเป็นที่ยอมรับของสังคมได้ เพราะรัฐบาลเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้จริงจังนัก คงต้องการให้ประวัติศาสตร์เป็นอดีต และโบราณ จนดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนรุ่นปัจจุบัน

 นี่เป็นคำตอบที่ผิดพลาดของฝ่ายรัฐตลอดมา เพราะการทำความจริงของประวัติศาสตร์ให้กระจ่างก็คือ ทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งหลักคิดและเงื่อนไขที่ก่อแรงผลักดันทางเชื้อชาติที่สำคัญของขบวนการทุกยุคทุกสมัยคือ ประวัติศาสตร์

 ประเด็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ที่สามารถปลุกเร้าอารมณ์ให้คล้อยตามและแบ่งแยกเชื้อชาติได้ชัดเจนที่สุด คือ การถูกทำลายของเชื้อชาติหนึ่ง โดยอีกเชื้อชาติหนึ่ง

 ความเชื่อของผู้คนที่นี่ว่า ปาตานีอันรุ่งเรืองและล่มสลายลงด้วยน้ำมือสยาม เป็นประเด็นประวัติศาสตร์ที่จะต้องขบคิดและทำความจริงให้ปรากฏ และประเด็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นปมเงื่อนทางประวัติศาสตร์จะเป็นประเด็นใดก็ตามที่ฝ่ายขบวนการ หยิบยกมาใช้เป็นเงื่อนไขในการต่อสู้

 ล้วนจำเป็นที่ฝ่ายรัฐจะต้องหันมาสนใจ และสังเคราะห์ความรู้ทั้งหมดของประวัติศาสตร์ปาตานีที่พูดกันคนละทีสองที โดยการนำข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ขึ้นโต๊ะแล้วสังคายนาด้วยกัน ทั้งนักวิชาการในพื้นที่และนอกพื้นที่ ทั้งนักวิชาการทางสังคมจิตวิทยา-การเมือง เศรษฐศาสตร์ นักวิชาการแพทย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ ที่จะต้องสืบค้นแหล่งที่มาของข้อมูลทางประวัติศาสตร์
 ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญที่มักจะถูกถามกลับมาเสมอคือ สังคายนาประศาสตร์แล้ว ปรากฏออกมาแล้ว จะได้อะไร? เหตุการณ์ไม่สงบใน 3 จังหวัด จะสงบหรือ?

 ผมตอบได้เลยว่าโอกาสสงบเกิน 50 เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งของขบวนการทุกกระบวนการ นำมาหยิบยกเพื่อสร้างจิตสำนึกของมวลชนในการต่อสู้ คือ การถูกกระทำโดยสยาม ทั้งความมั่งคั่ง และชีวิตประชาชนปาตานีในอดีต

 ดังนั้น ถ้าหากข้อเท็จจริงถูกเปิดเผย สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เป็นความลับ (ตามความเข้าใจของมวลชน) การปลุกเร้าอธิบายกันตามแต่อยากอธิบายเพื่อสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน มันจะได้จบกันซะที ผู้เขียนขอยกตัวอย่างสั้นๆ สัก 2-3 ประเด็น เช่น

 (1) ปาตานีล่มสลายเพราะสยามเข้ามายึดไป หรือว่าตัวปาตานีเองก็เสื่อมเองด้วย ในแง่ของการปกครองที่มีการแย่งชิงกันหรือไม่ อย่างไร?

 (2) ความเจริญมั่งคั่งของปาตานีที่กล่าวถึงนั้น เพราะมีปัจจัยการค้าทางทะเลเป็นหลัก ฉะนั้น การเฟื่องฟูของเมืองชายฝั่งทุกแห่งทั่วโลก หดหายไปด้วยปัจจัยอะไร? ปาตานีเป็นเช่นเดียวกับเมืองเหล่านั้นหรือไม่?

 (3) ในยุคเรือกลไฟเข้ามา มีส่วนอย่างไรในการทำให้เมืองชายฝั่งทั้งหมดได้รับผลกระทบ?
 หรือหากจะขยับมาใกล้ประวัติศาสตร์ ยุคที่สยามเริ่มปะทะกับอังกฤษ และเริ่มสูญเสียประเทศราชต่างๆ ในแหลมมาลายูให้แก่อังกฤษ เราก็อาจตั้งประเด็นเพื่อการสืบค้นกันต่อได้ เช่น

 1.อังกฤษมีเจตนาอะไรพิเศษหรือไม่ ทำไมจึงไม่ต้องการดินแดนปาตานี แต่เมืองอื่นๆ ในแหลมมลายู อังกฤษยึดครองหมด ทั้งๆ ที่เป็นเมืองมลายูเหมือนกัน?

 2.ในช่วงที่ทำสงครามระหว่างปาตานีกับสยามนั้น ประชาชนปาตานีอยู่ส่วนไหนของสงคราม และจุดปะทะกันของสองกองกำลังอยู่ตรงไหน? เมื่อเทียบกับปัจจุบัน เพื่อจะอนุมานได้ว่าปาตานีมีขอบเขตของตนเอง แค่ไหน? เพียงใด?

 3.เสียงเล่าเสียงลือถึงประวัติศาสตร์ที่ว่า ชาวเมืองปาตานีถูกสยามจับเป็นเชลย และถูกต้อนไปกรุงเทพฯ โดยมีการเจาะเอ็นร้อยหวาย ผูกติดกัน มีความเป็นไปได้แค่ไหน? เพียงไร? ทั้งบันทึกทางประวัติศาสตร์ และข้อคิดเห็นทางการแพทย์

 4.มัสยิดกรือเซะ ซึ่งมีความสวยงดงาม แต่ถูกสยามเผาทำลายนั้น ข้อเท็จจริงทั้งทางประวัติศาสตร์และทางวิศวกรรม เป็นอย่างไร?

 ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เพราะเห็นว่า ประเด็นประวัติศาสตร์สำคัญมากที่สุด ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญทั้งเรื่องเชื้อชาติ และความเป็นชาติ จนพัฒนาเป็นชาตินิยมรุนแรงและยึดโยงกับการตีความทางศาสนาเหมือนเช่นทุกวันนี้

 ความเป็นคนชาตินิยม รุนแรงของคนปาตานี ส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกตัวตนของความเป็นชาติอยู่ เช่นที่ยกตัวอย่างคำประกาศ 18 ข้อเมื่อก่อนหน้านี้

 สัปดาห์หน้าค่อยมาว่ากันในรายละเอียดของประวัติศาสตร์ล้วนๆ!


สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ (ฉ.785)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Destroyer วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 12.41 น.
 เกียรติศักดิ์รักช้า มอบไว้ แก่ตัว

มีด้วยครับ เจาะเอ็นร้อยหวายแล้วเดินจากปักษ์ใต้ถึงกรุงเทพได้ด้วย เก่งจริง ๆ คิดได้ไง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

โดนเจาะเอ็นร้อยหวาย
เดินสิบก้าวจะถึงหรือไม่.....
มัสยิดกรือเซะ ถูกสร้างและมีการบูรณะหลายครา
เนื่องจากการก่อสร้างใช้อุปกรณ์ที่ไม่แข็งแรง
..........................................................

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Hi...Insider วันที่ : 28/06/2007 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ForSiam

๔๐. ต้องให้อาจารย์มุสลิมในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของไทย เปลี่ยนประวัติศาสตร์ โดยการเรียกร้องให้เปิดโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แล้วบิดเบือน
ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยให้แสดงให้เห็นว่า เดิมดินแดนแถบนี้เป็นของมลายู ที่ต้องตั้งโครงการนี้เพราะต่อ ๆ ไป เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ มันจะเป็นเรื่องจริงที่ปรากฏเป็น
หลักฐาน เพราะคนไทยมันไม่เขียนหลักฐาน เราเขียนไว้ผู้อ่านเขาจะเชื่อเรา เมื่อมีชาวต่างชาติอื่น ๆ มาอ่าน ก็จะพากันเชื่อว่าเราถูกไทยรุกราน โกงแผ่นดิน ทั้ง ๆ ที่เราจะโกงมัน
ถ้ามันมีหลักฐานอะไรก็ให้นักศึกษาเรายืมหนังสือประวัติศาสตร์นั้นๆ ไปทำลายทิ้งเสีย ทุกๆ ที่ที่มีประวัติศาสตร์ไทย

๔๔. ให้ทำวุฒิบัตร Transcript ปลอมให้กับผู้ที่จะเป็นอาจารย์อัตราจ้างหรืออัตราประจำ เน้นให้บรรจุลงใน ๓ จังหวัดที่ขาดแคลนก่อน เพราะผู้ที่พิจารณาเป็นพวกเรา
เสร็จแล้วก็ให้ขอย้ายไปประจำในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วประเทศเพื่อช่วยมุสลิมเรา และเพื่อการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในสถาบันและจังหวัด

๔๗. ขอให้แกนนำด้านการศึกษา ไปลบชื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีออกไป ขอให้ใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยปัตตานีเฉย ๆ ถึงแม้จะเปิดเป็นมหาวิทยาลัยมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๐ แล้วก็ตาม คณาจารย์เก่า ๆ ก็ตายไปหมดแล้ว และเพื่อให้ชื่อสมเด็จพระราชบิดาหมดไป ขอให้คณาจารย์มุสลิมแสดงท่าทีแข็งแกร้าว อย่างไรเสียไทยมันไม่กล้า
แน่นอนต้องยอมเรา ที่เราต้องทำอย่างนี้เพราจะให้ต่างชาติเห็นว่า เราเป็นมุสลิมเก่งเป็นเอกภาพเดียวกัน คนไทยมันไม่รู้แผนการของเราหรอก เราซื้อท่านวิจิตร ศรีสะอ้านได้แน่ๆ

๔๘. ขอให้คณาจารย์มุสลิมทุกมหาวิทยาลัย ทำลายงานวิจัยและประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เน้นมากที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้เขียนและบิดเบือนประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี
ถึงแม้จริง ๆ มันเป็นของประเทศไทย เราต้องบิดเบือนให้ได้แล้วลง Internet ให้คนได้ได้อ่านกันให้ทั่วว่า ประเทศไทยโกงดินแดนของพวกเรา โดยให้เขียนประวัติราชอาณาจักรมลายู
ปัตตานี เรียกเป็นภาษายาวีว่า สยาเราะกือราญาอันมลายู-ปัตตานีขึ้นมา และให้แปลเป็นภาษาไทยด้วย โดยให้ผู้เขียนเป็นคนมุสลิมเรา ผู้แปลก็เป็นคนมุสลิมเรา ส่วนงานวิจัยทั้งเชิง
ประวัติศาสตร์ที่คณาจารย์ไทยทำไว้เดิมให้ทำลายทิ้ง
เช่นเรื่อง ๑). เหตุใดคนตากใบ จ.นราธิวาสและคนปานาเระ จ.ปัตตานี จึงพูดใช้คำราชาศัพท์เหมือนกัน
๒). งานวิจัยเรื่องสาเหตุใดคนไทยในตำบลโต๊ะโมะ อำเภอแว้ง จ.นราธิวาส จึงรู้เรื่องการทำเหมืองทองเป็นอย่างดี
๓). งานวิจัยเรื่องคนไทยในรัฐไทรบุรี ปะริด กลันตัน และตรังกานู รู้สึกอย่างไรเมื่อถูกแบ่งแยกดินแดนมาอยู่กับประเทศมาเลเซีย
และงานวิจัยอื่น ๆ อย่าให้มีเหลือไว้ แม้แต่เล่มเดียวในหอสมุดเคเนดี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

๔๙. ในการลง Internet ทุกเรื่องให้มุสลิมเราที่มีความรู้ภาษาอังกฤษดี เขียนเป็นภาษาอังกฤษกำกับด้วย เพื่อให้ต่างชาติอ่านจะได้เคลือบแคลงและต่อว่าไทยว่า ยึดครองแผ่นดินเราจริงๆ
เมื่อมีการตัดสินหลักฐานทุกอย่างแสดงว่าเป็นของมุสลิมเรา เราก็ได้เป็นเจ้าของ ตอนนี้ต้องหลอกล่อมันทุกวิถีทาง ว่าทำเพื่ออัลลอฮ์ มันจะได้มีกำลังใจ จำไว้ว่า เราจะรับไว้กลุ่มเดียวเท่านั้น
ในดินแดนไทยคือ ธิดาของ ส.ส.ปัตตานีผู้ให้กำเนิดรัชทายาท ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับนายวันนอร์ นายเด่น โต๊ะมีนา นายนิฮูเซ็ม สุไลมาน กลุ่มมุสลิมกรุงเทพไม่เคร่ง เราไม่เอา แต่เรา
หลอกใช้มันไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

ปัญหาคือนโยบายรัฐ
เมื่อไทยตีได้ภาคเหนือ ใช้นโยบาย เป็นเครือญาติ
ตีได้ภาคใต้ ใช้นโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง
มันจึงเกิดเรื่อง
ดูพม่า กับชนเผ่า
เขาใช้นโยบาย ต่างคนต่างอยู่
คือไม่เสียดินแดน แต่เสียการปกครอง
รัฐ ต้องพิจารณาว่า จะยอมเสียดินแดน และการปกครอง
หรือจะยอมเสียเฉพาะการปกครองเท่านั้น
คือใช้นโยบายต่างคนต่างอยู่นี่แหละ
ถ้ารัฐไม่ยอม
มีแนวโน้มเสียทั้งคู่คือทั้งดินแดนและการปกครอง
เพราะรบแบบกองโจร กับรบตามรูปแบบ
กองโจรจะชนะเสมอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PATRIX วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PATRIX


ผมมองว่าผู้ที่คิดแบ่งแยกดินแดนนั้น โดยเห็นว่า ปัตตานีเป็นรัฐอิสระจากไทยไม่มีความคิดว่าตนเป็นคนไทยอีกแล้ว
บัตรประชาชน การศึกษาที่ไทยเคยให้เขาไป พระมหากรุณาธิคุณใดๆ จากราชวงศ์ไทย ไม่สามารถทำให้พวกเขามีความเป็นไทยอีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 02.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ใช่แล้วครับ..มีการปลูกฝังมาเป็นร้อยๆปีมาแล้ว..

..ตั้งแต่ยุค..อับดุลกาเดร์..จนถึง..ตวนกูอับดุลยะลา..แล้วก็..หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์...ตกทอดจากยุคหนึ่งไปอีกยุคหนึ่ง...

..แล้วเราจะแก้ปัญหาที่สะสมมาเนิ่นนานอย่างนี้ได้อย่างไรครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]