• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 61296
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1248 , 18:03:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ (ฉ.787)

 ตลอดสัปดาห์มานี้ ดูเหมือนความคึกคักของสถานการณ์ 3 จังหวัด เริ่มเข้าห้วงที่ผู้เขียนอยากเรียกว่า 'เทศกาลเก่า ประเพณีเดิม' ความเป็นจริงของสถานการณ์ชายแดนใต้ ที่เป็นอยู่ และควรจะเป็นในปัจจุบัน

 สถานการณ์ของการบุกเข้าปิดล้อมตรวจค้น รวมทั้งควบคุมตัว จับกุม เป็นสภาพการณ์ที่มีเสียงเรียกร้องจากผู้คนหลายฝ่ายมาโดยตลอด  กุศโลบายว่าด้วย 'สมานฉันท์' ถูกเรียกร้องให้ผนึกหีบเก็บเข้าตู้ลั่นดาลกุญแจสักเจ็ดดอก

 วันนี้จึงเห็นภาพข่าวการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหลายคน แม้อาจจะมีเสียงท้วงติงบ้าง เพราะเกรงจะมีการจับแพะชนแกะทำให้ประชาชนคนบริสุทธิ์เดือดร้อน หรือบางคนอาจจะไปไกลกว่านั้นอีก   ถึงขั้นคิดว่าอาจเกิดสงครามกลางเมืองได้ ซึ่งก็มีเหตุผลน่ารับฟังทีเดียว   แต่มีข้อน่าสังเกตอยู่บ้าง เช่น

 1) การเข้าจับกุมหรือควบคุมตัวคราวนี้ไม่มีการชุมนุมออกมากดดันให้ปล่อยตัวแต่อย่างใด

 2) การปิดล้อมตรวจค้น ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ปรากฏว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องและหายไปจากหมู่บ้าน หรืออยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ โดนไปหลายคน

 ถือว่างานยุทธการของฝ่ายทหารในคราวนี้ สามารถกู้หน้ากู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาได้ดี ถึงแม้จะยังมีเหตุการณ์ระเบิดรายวัน ฆ่ารายวัน เกิดขึ้นอยู่อีกก็ตาม

 แต่เห็นได้ชัดว่ามีปริมาณที่น้อยลง และความรุนแรงก็ลดน้อยถอยลงด้วย ถือว่าเข้าทางฝ่ายที่เรียกร้องให้ฝ่ายรัฐจัดการปัญหา 3 จังหวัดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดซะที

 ชนิดที่เรียกได้ว่าฝ่ายเรียกร้อง 'สมานฉันท์' ต้องอึ้งไปเหมือนกัน  คงเป็นเพราะสภาพการณ์ของพื้นที่ตลอดมา มันเกิดเหตุง่ายเสียจนไม่อยากจะพูดคุยกับใครแล้ว  ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สูญเสียกำลังพลของตัวเองหนักหนาสาหัสเหมือนกัน โดยเฉพาะล่าสุดการลอบวางระเบิดนายอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จนต้องเสียชีวิต ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนมหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายทหารก็เคยสูญเสียผู้การฯ จังหวัดยะลา มาแล้ว

 อีกอย่างสถานการณ์ความรุนแรง ดูเหมือนมันจะพัฒนาตัวเองไปจนเลยธงการต่อสู้ของนักสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์เสียแล้ว เพราะระยะหลังมานี้ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบฯ ใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ชนิดน่าจะเป็นคนป่า ไร้อารยธรรมมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าแล้วเผา หรือ ยิงแล้วเอามีดสับ ตัดหัว ผ่าท้อง ล้วนเป็นพฤติกรรมของคนสติแตก มากว่านักรบเพื่ออุดมการณ์ จนนำไปสู่ภาวะที่ประชาชนทั้งพุทธ-มุสลิม หวาดกลัวและเอือมระอา

 ผู้คนที่โยกย้ายทำกินนอกพื้นที่สามจังหวัด ถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ ส่วนที่โยกย้ายกันในพื้นที่เอง ไม่ว่าคนนราฯ ไปทำสวนอยู่ยะลา คนยะลาทำสวนปัตตานี หรืออื่นๆ ก็ต้องโยกย้ายกลับคืนถิ่นบ้านใครบ้านมัน โกลาหลกันไปหมด เพราะไม่ไว้วางใจใครกันอีกแล้ว  ข่าวลือข่าวเล่า ฟังแล้วเสียวสันหลังกันไปหมด

 สภาพการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้การตัดสินใจเปิดยุทธการรุกทั่วด้านของฝ่ายรัฐ จึงดูเหมือนจะสอดรับกับความรู้สึกของประชาชน ประกอบกับบรรดาแนวร่วมที่ฮึกเหิมในแต่ละพื้นที่ ต้องหลบฉากกันวุ่นวาย โดยเฉพาะในบางพื้นที่ ได้ตัวเด็กหนุ่มที่เคยสะพายปืนอาก้าเดินอวดคนในหมู่บ้าน เที่ยวนี้โดนรวบตัวไปหลายคน ทั้งมือประกอบ มือวางระเบิด ก็โดนเข้ากรุไปด้วย แม้วันนี้อาจยังไม่เห็นผลสะเทือนต่อแนวรบมากนัก แต่เชื่อว่าห้วงต่อไปคงต้องมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นมาบ้าง

 เพราะวันนี้เครื่องไม้เครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์ของฝ่ายรัฐ ค่อนข้างสมบูรณ์ มีทั้งตรวจผลดีเอ็นเอได้รวดเร็วทันใจ แถมยังมีเครื่องตรวจหาสารประกอบระเบิด ตามติดสถานการณ์ ทำให้ความคลางแคลงใจของผู้คน หรือความหวาดระแวงรัฐไม่ไว้ใจเกรงจะจับแพะจับแกะ ก็คลี่คลายไปเยอะ

 เมื่อพิจารณาทั้งสองประเด็น  หนึ่ง - คือความเบื่อหน่ายของผู้คน และสอง - ความเชื่อมั่นในนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้การเปิดยุทธการรุกครั้งนี้จึงแทบไม่มีเสียงด่า หรือวิพากวิจารณ์มากนัก  ถึงแม้อาจมีการคาดการณ์หรือประเมินกันอยู่บ้างของผู้คน เพราะเกรงการตอบโต้ของฝ่ายขบวนการฯ จะทวีความรุนแรงและเข้มข้นขึ้น จนนำไปสู่สงครามกลางเมือง

 สำหรับผู้เขียนคาดว่าคงยากยิ่งเช่นกัน ที่จะนำไปสู่สถานการณ์เช่นนั้น  เพราะองค์ประกอบตามทฤษฎีที่เขาพูดๆ กันนั้น มันไม่ง่ายนักที่จะเกิด  ไม่ว่าจะเป็นประเด็น

 1) เกิดกลุ่มต่อสู้สองฝ่าย ห้ำหั่นกันเพื่อควบคุมอำนาจทางการเมือง หรือต่อสู้ยื้อยึดดินแดนจนเกิดพื้นที่ปลดปล่อยที่กองกำลังอีกฝ่ายเข้าไปไม่ได้ หรืออาจไปได้สูงสุดคือการต่อสู้กดดันกันจนกระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืน หรือนโยบายทางการเมืองการปกครองชนิดคว่ำฟ้าพลิกแผ่นดิน

 2) เกิดการต่อสู้ฆ่าแกงกันจนกองกำลังทั้งสองฝ่ายตายกันไปเป็นพันคน แต่วันนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ฝ่ายกันได้เลยว่าที่เสียชีวิตนั้นเป็นคนฝ่ายไหน จะเห็นกันชัดเจนก็แต่เฉพาะฝ่ายรัฐที่สวมเครื่องแบบเท่านั้น หากเป็นอีกฝ่าย บางทียังจะมีม็อบออกมาตะโกนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์เสียด้วยซ้ำ

 3) หรือเมื่อมีกลุ่มคนที่กล้าต่อต้านอำนาจรัฐ และมีการจัดตั้งกันเป็นขบวนการ และใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องและทัดเทียมกัน จนเกิดสงครามระหว่างกันอย่างดุเดือด

 ถ้าสถานการณ์เหล่านี้เรียกว่าสงครามกลางเมือง คงวิเคราะห์ฟันธงได้เลยว่า วันนี้ของสามจังหวัดยังไม่ใช่ ถึงแม้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตจะมากเพียงใด แต่ก็มีเหตุแห่งการสูญเสียที่ไม่ชัดเจน ไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังอาวุธโดยตรง แต่เป็นการซุ่ม เป็นการแอบโจมตี และทำกันอยู่ข้างเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่

 ถึงแม้วันนี้จะมีการพูดถึงการเจรจาให้ได้ยินกันเป็นระลอกๆ บ้าง แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงแค่ข่าว หรืออาจเป็นข่าวลือด้วยซ้ำไป  เพราะเงื่อนไขที่ท้าทายที่สุดของการหาคู่เจรจา คือ การหาผู้บัญชาการตัวจริงเสียงจริงที่สั่งหยุด สั่งเดินได้  และต้องพิสูจน์เป็นรูปธรรมได้ชัดเจนด้วย

 แต่ความจริงไม่ต้องควานหาให้ปวดหัวเปลืองงบประมาณ เพราะฝ่ายขบวนการเปิดศึกคราวนี้ไม่ตั้งใจจะเจรจาและเปิดเผยตัว ประเมินกันว่าจะก่อความรุนแรงและสร้างสถานการณ์ไปเรื่อยๆ หรือพูดง่ายๆ คือ จะปิดคางตัวเองแล้วชกลำตัวคู่ต่อสู้ นวดไปเรื่อยๆ เอาให้น่วมให้ช้ำกันเต็มที่ทั้งสองฝ่าย จนประชาชนคนไทยกดดันรัฐบาล ให้รู้สึกเหนื่อย เซ็ง และเบื่อสุดๆ พอถึงสภาวะนี้นั้นแหละ จึงจะมีการเจรจา

 แต่นี่เป็นเพียงการประเมินของฝ่ายขบวนการฯ ในวันนี้เท่านั้น  ซึ่งข้อเท็จจริงเมื่อถึงจุดนั้น สภาพการณ์ในหัวใจของประชาชนอาจไม่เป็นอย่างที่คาดคิดก็ได้  เพียงแค่สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ปัจจุบันก็แทบไม่มีใครกล้าแสดงความรับผิดชอบแล้ว เพราะกลัวการล้างแค้นจากบรรดาญาติพี่น้องผู้ที่เสียชีวิตจากฝีมือของขบวนการ ว่ากันตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จนถึงวันนี้คนที่แสดงตัวว่าเป็นคนสั่งเป็นสั่งตายใครๆ ได้ในพื้นที่ไหน ถ้าไม่หลบๆ ซ่อนๆ อย่างจริงจัง ทำตัวอหังการ เดินในหมู่บ้าน เป็นเสร็จทุกราย และคนจัดการก็ไม่ใช่ใครไกลอื่น ก็คนในหมู่บ้านเดียวกันนี้แหละ

 ฉะนั้น ในหมู่บ้านมีถนนให้เดินเฉพาะแนวร่วม หรือมืองานเท่านั้น แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับคนสั่งการ เช่นเดียวกัน ในระดับองค์กรนำ ไม่ว่าจะชั้นสูงแค่ไหน ตราบใดที่มีลูกมีเมียนอนอยู่ในหมู่บ้าน ก็เสียวสันหลัง นอนไม่หลับง่ายๆ เหมือนกัน หากเผยตัว

 ในพื้นที่สามจังหวัดและสังคมมุสลิมนั้น ระบบเครือญาติและพวกพ้องนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ ผู้คนที่นี้มีคำเฉพาะเรียกหลานกับหลานของลูกพี่ลูกน้องกัน ชั้นของเครือญาตินั้นเขานับกันสนุก ไม่เหนื่อย และถือเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีที่ใครจะมีญาติพี่น้องเยอะ

 ดังนั้น ถ้าใครแหลมแสดงตัวเจรจาในฐานะผู้บงการ รับรองได้ว่า ไม่สงบสุขแน่ๆ จึงมีทางเดียวคือ สร้างสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แล้วให้นานาชาติเข้ามาช่วยเสียก่อน แล้วค่อยแสดงตัว ผู้เขียนกล่าวมานี้เป็นเรื่องจริงจังและเป็นจริงของผู้คนที่นี่

 ฉะนั้น เลิกพูดเรื่องเจรจาก่อนกาลซะที แล้วเดินหน้าแย็บไปเรื่อยๆ บ้าง คิดตรงข้ามกับที่ขบวนการคิด หากเขาต้องการรบยืดเยื้อ ฝ่ายรัฐก็ต้องรบเร็ว ถ้าเขาปิดบังตัวเอง ฝ่ายรัฐก็ต้องประจาน  อย่ามัวแต่ห่วงศักดิ์ศรี ด้วยการสังเวยชีวิตผู้คนอีกเลย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
shukur วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shukur


ยุติปัญหาใต้ด้วยเจรจาหรือสานเสวนา ?
โดย : อับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์
เมื่อ : 26/10/2006 11:41 AM
shukur2003@yahoo.co.uk
089-7359279
1.http://www.thaingo.org/writer/16_index.php

2. http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=207
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีกรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนามุฮัมมัดและผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความรุนแรงตามสื่อนอกและการพบปะพูดคุยตามทัศนะรัฐบาลไทยโดยได้ดำเนินกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทย และตัวแทนขบวนการ เพื่อหาแนวทางสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดาโต๊ะ มหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นตัวกลางประสาน ปลุกความสนใจให้ทุกสายตาเฝ้ามองด้วยความหวังว่าจะเป็นเส้นทางสู่การยุติเสียงปืนและควันระเบิดที่ยังคงเกิดขึ้นรายวันในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อันเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้มานานกว่าครึ่งศตวรรษ

นโยบายดังกล่าวได้รับการขานรับเป็นอย่างดีจากภาครัฐและประชาชนส่วนใหญ่จากชายแดนใต้ ถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศจะมีความรู้สึกไม่ดีต่อการยอมอ่อนข้อของรัฐและให้คุณค่ากับกลุ่มที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน

ความเป็นจริงการดำเนินการเช่นนี้รัฐบาลไทยเคยดำเนินการหลายครั้งกับกลุ่มต่างๆ

"พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม" อดีตนายตำรวจ ซึ่งรับราชการอยู่ในพื้นที่มาตลอด 30 ปี ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญปัญหาชายแดนภาคใต้ได้กล่าวว่า การพบปะพูดคุยกับขบวนการการเจรจาครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อปี 2536 ซึ่ง พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ส่งนายทหารระดับพันเอกไปเป็นตัวแทนในการเจรจากับแกนนำผู้ก่อความไม่สงบ แต่ก็ล้มเหลว หลังปี 2547 มีการเจรจาเกิดขึ้นในประเทศมาเลเซียอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อยุติบทบาทของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นตัวแทนไปร่วมเจรจา แต่ก็ไม่มีผลคืบหน้า (โปรดดู : http://www.tjanews.org/cms/index.php?optionfiltered=com_content&task=view&id=1348&Itemid=58&lang=)

ผู้เขียนมองว่าความล้มเหลวของการดำเนินการดังกล่าวในอดีต น่าจะเป็นบทเรียนให้กับรัฐ ว่ามีมาจากสาเหตุใด หนึ่งในนั้นคือวิธีการและรูปแบบของการเจรจาตามทัศนะของขบวนการ (แต่ฝ่ายรัฐจะเรียกว่าพูดคุย) จะยึดติดกับอัตตาหรือตัวกูเป็นที่ตั้งและที่สำคัญแต่ละกลุ่มเป็นระดับแกนนำจริงหรือไม่ ดำเนินการกันกี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีอำนาจในการสั่งการในพื้นที่จริงหรือไม่ ดังที่ ดร.วัน กาเดร์ เจ๊ะมัน ประธานขบวนการเบอร์ซาตูเองก็ยังเคยยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมกลุ่มที่ลงมืออยู่ในขณะนี้ ทั้ง 3 กลุ่ม (เบอร์ซาตู บีอาร์เอ็น และพูโล) ผู้ก่อการเองก็ยังไม่เคยแสดงตัวเลยว่าเป็นผู้ลงมืออย่างแท้จริง คนที่อาศัยอยู่นอกประเทศแต่ละของกลุ่มพวกนี้ก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาสามารถควบคุมผู้ก่อการในประเทศ เพราะมันกระจัดกระจายกันอยู่ (หากการกระทำเป็นผู้ก่อการในขณะที่หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ไม่ใช่ฝีมือขบวนการแต่เป็นฝีมือผู้ฉวยโอกาส) ดังนั้นผู้เขียนขอเสนอแนวคิดการดำเนินการดังกล่าวดังนี้

1.รูปแบบการเจรจาหรือพูดคุยต้องใช้รูปแบบสานเสวนา

สานเสวนาจะต่างกับการสนทนาทั่วไปหรือการเจรจาตรงที่ไม่มีการคุกคามอัตลักษณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะมุ่งให้ผู้ร่วมเสวนารับฟังและเรียนรู้จุดยืนซึ่งกันละกัน บนพื้นฐานการให้เกียรติความแตกต่างโดยปราศจากการครอบงำ บีบบังคับ โน้มน้าวหรือบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงความคิด ความศรัทธาของตนหากแต่เป็นการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

การสานเสวนาเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มต่างๆ ที่มีความคิด ความเชื่อ จุดยืนต่างกัน มีโอกาสพบปะพูดคุยแสดงความรู้สึก ฟังเงื่อนไขปัจจัยของกันและกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อเข้าใจกันอย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น โดยที่สองฝ่ายยังมีจุดยืนที่ต่างกันได้ แต่การฟังเพื่อเห็นอกเห็นใจและเข้าใจกันนั้น ต้องมองข้าม "กรอบอ้างอิง" ของตนไป เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ พัฒนาความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจสถานการณ์ของเพื่อนที่เชื่อต่างจากตน กระทั่งอาจเปลี่ยนแปลงความเข้าใจผิด ความขัดแย้ง ไปเป็นความเข้าใจและเห็นใจกันมากขึ้น

การสานเสวนาจะต้องข้ามความเป็นมลายูมุสลิมและไทยพุทธ (มิได้หมายความว่าให้ออกจากศาสนาหรือเชื้อชาติที่ตัวเองยึดถือหรือติดตัว) โดยกลับไปหาจุดยืนว่า ทุกศาสนาจะสอนสิ่งเดียวกันที่เรียกว่าจริยธรรมโลก (Global Ethic) ซึ่งประกอบด้วย การเคารพคุณค่าชีวิตทุกชีวิต (Have a respect for all life) ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความซื่อสัตย์และยุติธรรม (Deal honestly and fairly) คิด ทำ พูด แต่สิ่งที่เป็นจริง (Speak and act truthfully) เคารพและเมตตากรุณาซึ่งกันและกัน (Respect and love one another)

ดังนั้นการพยายามใช้ความแตกต่างในเรื่องการนับถือศาสนามาเป็นเงื่อนไข ก่อให้เกิดการข่มเหงในแง่ของรัฐหรือผู้ก่อการนำเงื่อนไขความไม่ยุติธรรมก่อให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรง พยายามที่จะทำลายความสงบสุขของพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการสร้างเงื่อนไขให้บุคคลกลุ่มหนึ่งเกิดแรงผลักพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าผู้อื่นด้วยอคติและความเกลียดชังก็สามารถยุติ เพราะการเจรจาสันติภาพส่วนใหญ่เน้นด้านการเมืองหรือแนวคิดอำนาจนิยมแต่การสานเสวนาจะเน้นฐานจริยธรรมนิยมกับปัญญานิยม

ที่สำคัญรายงานของ กอส.ได้เสนอ "สานเสวนา" กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่มีอยู่ทั้งในและนอกประเทศไทย เพื่อยุติความรุนแรง

ทั้งนี้ กอส. สรุปว่า รัฐจำเป็นต้องสานเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลที่มีอุดมการณ์ต่างจากรัฐและใช้ความรุนแรงเป็นหนทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์เหล่านี้ ด้วยเหตุผลว่า ความรุนแรงเป็นม่านบดบังทำให้ทุกฝ่ายมองไม่เห็นทางเลือกทางการเมือง จึงจำเป็นต้องยุติการใช้ความรุนแรงด้วยการสานเสวนา หากประสงค์จะเสนอทางเลือกทางการเมืองที่จริงจัง และข้อเสนอนี้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ว่า สังคมการ เมืองไทยมีที่ยืนสำหรับทุกคนทุกฝ่ายที่ไม่อาศัยความรุนแรงหรือตัดสินใจยุติการใช้ความรุนแรงเป็นหนทางบรรลุเป้าประสงค์ทางการเมืองของตน

2.จำเป็นต้องมีการส่วนร่วมจากภาคประชาชนและสื่อ

การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมเป็นสิ่งสำคัญเพราะคนที่เดือดร้อนและเสียผลประโยชน์จริงๆ คือประชาชนผู้เป็นรากแก้วในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ทรัพย์สิน สูญเสียญาติพี่น้องที่เป็นที่รักและความอิสรภาพถูกคุมขังภายใต้กฎอัยการศึก ในขณะที่ผู้นำขบวนการโดยเฉพาะที่อาศัยในต่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบเหมือนคนในพื้นที่จริงๆ (อาจจะกระทบบ้างที่ไม่สามารถกลับมาตูภูมิ แต่หลายคนก็ทำงานได้รับเงินเดือนในต่างประเทศ) ภาคสังคมอาจจะได้รับการเข้าร่วมในการสังเกตการณ์หรือเข้าร่วมสานเสวนาด้วยซึ่งอาจจะประกบด้วยตัวแทนผู้นำศาสนา ตัวแทนอุสตาซเพื่อดูหลักการศาสนา ตัวแทนนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ตัวแทนสตรี ตัวแทนนักวิชาการ ตัวแทนชาวบ้านและนักธุรกิจ

สื่อสามารถนำเสนอข่าวให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้หากสามารถถ่ายทอดสดหรือบันทึกเทปเห็นสิ่งที่ดี เพื่อได้ตรวจสอบอย่าให้นักฉวยโอกาสเข้ามาหาผลประโยชน์จากเวทีการสานเสวนานี้ ต้องตรวจสอบว่าใครที่เข้าร่วมและมีนัยสำคัญเพียงใด อย่าปล่อยให้เป็นละคร

ดังนั้นจะเรียกว่าการเจรากับกลุ่มขบวนการหรือเรียกว่าพูดคุยนั้น อาจมีความสำคัญกับภาครัฐเพื่อไม่ต้องยกระดับเป็นปัญหาสากล แต่สำหรับคนในพื้นที่มองเนื้อหาอันไปสู่ความสงบที่ยังยืนต่างหากที่ชาวบ้านต้องการ ดังนั้นรูปแบบการสานเสวนาน่าจะเป็นทางออกในการสนทนาหรือเจรจา

ที่สำคัญการประชุมปราชญ์มุสลิมจากทั่วโลกที่เมืองชาม อัล-ชีค ประเทศอียิปต์ เป็นเวลา 2 วัน เมื่อวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2548 ได้มีข้อมติร่วมกันเป็นเอกฉันท์ในอันที่จะทำสงครามกับการก่อการร้ายซึ่งนับวันมีการขยายตัว โดยใช้วิธีการสานเสวนาอย่างสร้างสรรค์

เช่นคำกล่าวของ: เชค ยูซุฟ อัล-ก็อรฎอวีย์ ประธานสหภาพปราชญ์โลกมุสลิม ได้ให้ทัศนะว่า การอุบัติขึ้นของกลุ่มมุสลิมที่นิยมการต่อสู้ด้วยวิธีรุนแรง มีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาตีความอิสลามอย่างผิดๆ ด้วยเหตุนี้ เชค อัล-ก็อรฎอวีย์จึงเห็นว่า วิธีการที่จะเข้าถึงและเข้าใจคนกลุ่มนี้ได้ก็คือ การสานเสวนากันกับพวกเขา "เราต้องนั่งสานเสวนากับคนเหล่านี้.....อย่างน้อยที่สุดเราก็ให้ความสนใจและสังเกตติดตามอุดมการณ์ที่พวกเขายึดมั่น"

และอัลลอฮฺเจ้าได้โองการในคัมภีีร์อัลกุรอานความว่า "ท่านทั้งหลายจงสานเสวนาด้วยวาจาที่สุภาพยิ่งด้วยเหตุและผล" (โปรดดูอัลกุรอานซูเราะฮอัลอันนะห์ลุ .16 : 125)

สุดท้ายขอประณามเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่ผู้ที่ฆ่าพระทำลายทรัพย์สินของวัด ผู้บริสุทธิ์ในนามศาสนาเพราะเป็นการขัดคำสั่งท่านศาสดาที่ได้เน้นย้ำไว้อย่างมากคือ อย่าฆ่าสตรี เด็ก คนแก่ หรือนักบวชที่อยู่ในโบสถ์ของเขา และห้ามตัดต้นไม้

หวังว่าศาสนธรรมและสันติธรรมไม่ใช่เป็นเพียงเป้าหมายเท่านั้น แต่เป็นวิถีทางที่สำคัญในการอยู่ร่วมอย่างสันติ และขอดุอาอ์ (พร) จากอัลลอฮซุบฮานะฮุ วะ ตะอาลาโปรดทรงรวมพลังของพวกเราให้อยู่บนทางนำ และรวมหัวใจของพวกเราอยู่บนความรักฉันท์พี่น้อง รวมทั้งขอให้ความมุ่งมั่นของพวกเราอยู่บนการงานที่ดี

ขอให้พระองค์ทรงทำให้วันนี้ของพวกเราดีกว่าเมื่อวาน ให้พรุ่งนี้ของพวกเราดีกว่าวันนี้ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงได้ยินและทรงอยู่ใกล้ และนำความสงบสุขสู่จังหวัดชายแดนใต้ รวมทั้งประเทศชาติทั้งมวลด้วยเทอญ สุขสวัสดี...วันตรุษอีดดิลฟิตรี ฮิจเราะห์ศักราชที่ 1428 ... อามีน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อายุบปาทาน วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ayub
วัดปรอท....ชายแดนใต้

การทหารดูอาจจะรุก แต่ที่สำคัญการเมืองครองใจคน นนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเนียง9 วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lukneang

กลยุทธ์รุกทุกทางครับ..ฝ่ายรับจะตั้งรับยากหน่อย..
ออกข่าวเจรจา..ก็เป็นการรุกอีกทางไม่เห็นแปลก..
ก็ไม่เข้าใจแก่นแท้ของ "สมานฉันท์" กันเอง
อย่าไปโทษใครเลยครับ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Sigree วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

เจรจา????????
ถามหน่อยเถอะ
ปียอเนอะแกแจะ(ใครอยากคุยด้วย)
เขาคุยด้วยเหรอ? ผมไม่เคยเห็นเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

อย่าหลงทางเจรจาเลยครับ ตกเป็นเหยื่อมาเลเซียกับพวกนักเอกราชมือเปล่าทำไม พวกโจรจริงนั้นมันไม่ยอมเสียเวลาฆ่าคนของมันมาเจรจาด้วยหรอก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ราษีไศล วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มาอ่านและทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เมื่อไหร่จะหยุดซะทีล่ะ..บัง
ผมอยากหลบบ้านไปเที่ยวปัตตานี ยะลา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]