• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60994
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1522 , 19:40:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวนทางปืน / เนชั่นสุดสัปดาห์ (ฉ.794)

 ผู้เขียนขออนุญาตแนะนำหนังสือดีๆ เกี่ยวกับเรื่องราวสามจังหวัดในมุมมองสังคมวิทยา เล่มหนึ่ง เป็นงานเขียนของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ชื่อ 'ไฟใต้ฤๅจะดับ' พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2550
 อีกเล่มเป็นงานหนังสือของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ในชื่อหนังสือว่า 'มลายูศึกษา' โดยอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์

 ผู้เขียนอ่านแล้วทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยยังเป็นเด็ก โดยเฉพาะการบันทึกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงพื้นเมือง เพลงกล่อมเด็ก และสีสันของมลายูในมุมมองที่น่ารักและปนเศร้านิดหน่อยในความรู้สึกของผู้เขียน แม้จะมีบางส่วนบางมุมที่ผู้เขียนออกจะรู้สึกอึดอัดบ้าง เมื่อเทียบเคียงกับข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่

 ในปัจจุบัน ข้อเท็จจริงที่ว่านี้ ผู้เขียนรู้สึกเอง ไม่ได้อ้างอิงงานวิจัยหรืองานวิชาการใดสนับสนุน และคิดว่าสำหรับผู้ที่ให้ความสนใจในปัญหาสามจังหวัดเอง ก็คงจะรู้สึกสับสนเหมือนกันว่า ตกลงสังคมมลายูจะมองตนเองอย่างไร? และจะเปิดทางเพื่อการพัฒนาให้สังคมก้าวหน้าอย่างไรได้บ้าง?

 หากจะคงต้องการรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ของตนเองได้ ตรงจุดนี้ผู้เขียนคิดว่า หลายๆ ท่านอาจยังเข้าใจสังคมที่นี่คลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เช่นเมื่อเราพูดถึงสังคมความเป็นอยู่ของมลายูปาตานี เราก็มักอธิบายวิถีชีวิตผสมปนเปไปกับศาสนาอิสลาม จนดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวเดียวกัน มีทัศนะเป็นของกันและกัน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

 วัฒนธรรมมลายูและวัฒนธรรมอิสลามนั้น เป็นคนละแบบ มีที่มาและพัฒนาการที่แตกต่างกัน แต่เพราะเหตุที่ศาสนาอิสลามเข้ามาเผยแผ่ในภูมิภาคนี้มาเป็นเวลานาน มากพอที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของสังคมที่นี่ได้ แต่ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงให้เป็นเช่นสังคมมุสลิมที่แท้จริงได้ หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า สังคมมลายูปาตานี จำความได้ด้วยวัฒนธรรมฮินดู-พราหมณ์ แล้วมาสู่วัฒนธรรมแบบพุทธ จึงค่อยๆ เข้ามาสู่วัฒนธรรมอิสลาม

 แต่ทั้งหมดนี้ก็ใช่ว่าสังคมที่นี่จะสลัดทิ้งไปหมดซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมและร่องรอยแห่งวัฒนธรรม ทั้งฮินดู ทั้งพุทธ ก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในตัวตนคนมลายูปาตานีที่เป็นมุสลิมอยู่จนถึงปัจจุบัน
 ประเด็นเหล่านี้ยากที่จะอธิบายให้ละเอียดครบถ้วนได้ในหน้ากระดาษเพียงเท่านี้ แต่ผู้เขียนขออนุญาตกล่าวถึงบางด้านบางมุมที่พอจะให้เห็นข้อเท็จจริงเทียบเคียงไปกับทัศนะโดยทั่วไป ที่ผู้สนใจรับรู้รับฟังกันมา

 ประเด็นหนึ่งที่มักจะกล่าวถึง คือ การล่มสลายหรือเกือบๆ จะล่มสลายของสังคมมลายูปาตานี เป็นเพราะมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของการรุกรานของระบอบทุนใหญ่หรือทุนนิยมและการก้าวก่ายแทรกแซงโครงสร้างอำนาจดั้งเดิมของสังคม ทำให้เกิดความพึงใจและไม่พึงใจของผู้คนในสังคม เรื่องเหล่านี้รวมถึงประวัติศาสตร์ปาตานีกับสยามด้วย

 หากเราพิจารณาข้อเท็จจริงของสังคมโลก การไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ นั้น มันได้มาพร้อมกับระบอบทุกระบอบที่ติดตัวมาจากวัฒนธรรมนั้นๆ เช่นกัน ไม่ต้องดูอื่นไกล ปัจจุบันเมื่อประเทศหนึ่งรับเอาวัฒนธรรมใดเข้ามา ย่อมต้องตอบรับระบอบอื่นๆ ของวัฒนธรรมนั้นเข้ามาด้วยไม่ช้าก็เร็ว และมันก็จะเป็นตัวผลักดันให้ผู้คนในสังคมนั้นๆ ค่อยๆ มีทัศนะคล้ายคลึงและใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวเองรับมาเสมอ เช่น เมื่อเราเริ่มรับเข้ามาซึ่งวัฒนธรรมตะวันตก ในยุคหนึ่ง ต่อมาเราก็ต้องตอบรับวัฒนธรรมอื่นๆ รวมทั้งรูปแบบการปกครอง ทั้งนั้นทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่จะค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในโลกทรรศน์ของผู้คนในสังคมเดิม จนกระทั่งสมบูรณ์ กลายเป็นความต้องการของสังคมของผู้คนไปแล้ว

 เช่นเดียวกันกับสภาพสังคมสามจังหวัดเมื่อมีการแผ่เข้ามาซึ่งศาสนาอิสลาม การติดตามเข้ามาซึ่งรูปแบบการดำเนินชีวิตในแบบสังคมวัฒนธรรมอิสลามก็ย่อมต้องติดตามเข้ามาด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ทั้งหมด และผู้คนบางส่วนก็ยังรับบ้าง วางไว้บ้าง หรือสลัดทิ้งไปเลยก็มี
 ฉะนั้น เมื่อเราอธิบายสังคมสามจังหวัด เราก็คงไม่อาจเหมารวมไปได้ว่า ที่เห็นอยู่นั้นเป็นเรื่องของมุสลิม หรืออิสลามทั้งหมด และทัศนะบางอย่างก็เป็นเรื่องของปัจเจก หรือหลายปัจเจกรวมกัน หาใช่เป็นอิสลามไม่ เช่น หากเราคิดว่า สังคมดั้งเดิมของสามจังหวัดผูกยึดโยงอยู่กับวิถีชีวิตทางศาสนา มีปอเนาะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ มีมัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ผู้คนล้วนรักสันติ รักศาสนา เคร่งครัดปฏิบัติตามอย่างถ้วนหน้า

 ผู้เขียนกล่าวได้เลยว่า ไม่จริงเป็นส่วนใหญ่ เพราะหากมองย้อนหลังกลับไปเพียงแค่สามสิบปีก่อน ในหมู่บ้านหนึ่งๆ จะมีคนที่ละหมาดครบทั้งห้าเวลาเพียงน้อยนิด และจำนวนมัสยิดที่จะเป็นศูนย์กลางของชุมชน ก็ยิ่งยากที่จะเป็น เพราะมีจำนวนน้อยกว่าชุมชนหลายเท่าตัว และปอเนาะหรือสถานศึกษาที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม ก็ยังอบรมสั่งสอนอยู่กับตำราศาสนาหลักเพียงแค่สี่เล่ม หรืออาจมีมากกว่านี้อีกเล็กน้อย และนี่ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่สนใจจะเล่าเรียนศาสนา ต้องไปปลูกกระต๊อบ หรือที่เรียกว่าปอเนาะ อยู่ใกล้ๆ กับครูผู้สอน หรือโต๊ะครู เพราะแต่ละแห่งอยู่ไกล และจำนวนน้อย การจะไปเรียนไป-กลับ หรือกลับบ่อยๆ ก็ลำบาก

 กระบวนการเกิดปอเนาะจึงไม่ใช่วิถีของอิสลาม แต่เป็นวิถีของชุมชนเพื่อเข้าถึงศาสนาที่ตนเองนับถือ ซึ่งถ้าเราเทียบเคียงกับบ้านเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของอิสลาม หรือบริเวณใกล้เคียง จะเห็นได้ว่า ระบบปอเนาะได้หายไปแล้ว การเรียนการสอนในระบบโรงเรียนและการอยู่อาศัยในอพาร์ตเม้นต์หรือหอพัก ได้เข้ามาทดแทนนานหลายทศวรรษที่ผ่านมา และเช่นเดียวกันระบบโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ปรากฏอยู่ทั่วไปทั้งในพื้นที่สามจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากกับส่วนอื่นๆ ของโลกอิสลาม แต่มันต่างกันตรงที่ว่า ที่นี้รัฐไทยเป็นผู้นำเสนอและโน้มน้าวแกมบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนจำได้ว่าในยุคแรกๆ ที่ทางรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนปอเนาะให้บรรจุหลักสูตรสามัญเข้าไปในการเรียนการสอน และมีแรงจูงใจที่สำคัญคือเงินอุดหนุนรายหัว ปรากฏว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึง ใครยอมรับนโยบายนี้เท่ากับหลงกลสยาม ที่มีเป้าหมายทำลายปอเนาะ ทำลายอิสลาม แต่เมื่อมีแห่งหนึ่งยอมรับ และเป็นที่นิยมของประชาชน วันเวลาที่ผ่านมากระทั่งถึงปัจจุบันวันนี้แทบทุกแห่งกลับไม่มีใครพูดถึงการทำลายอะไรนั้นอีกเลย

 บรรดาอาจารย์มุสลิมในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อพวกเขาพูดถึงปอเนาะ หรือมลายู พวกเขามักจะกล่าวถึงด้วยความภูมิอกภูมิใจ และให้อารมณ์ประหนึ่งเป็นสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสำนักตักศิลา และบางท่านอาจจะพูดไปถึงเป็นเสาหลักของศาสนาอิสลามเลยทีเดียว แต่ทำไมนักวิชาการเหล่านี้จึงไม่ส่งลูกๆ ของตัวเองเข้าเรียนปอเนาะ เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาพูดถึง ตรงกันข้าม หากลูกๆ ของพวกเขาจบประถม 6 แล้ว ทุกคนจะเริ่มด้วยการให้ลูกสอบเข้าโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่า โรงเรียนสาธิตไม่มีหลักสูตรอิสลามศึกษา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? นัยตรงนี้ผู้เขียนขออนุญาตผ่านไป ไม่วิจารณ์ต่อ แต่ขอให้ผู้อ่านที่สนใจติดตามเรื่องราวสังคมที่นี้ พิจารณากันตามอัธยาศัย

 ดังนั้น การที่นักวิชาการจากภายนอกนั่งเล่าเรื่องสามจังหวัด เล่าเรื่องมลายูปาตานี ด้วยภาษาโรแมนติกจากคำบอกเล่าของนักวิชาการภายใน ทำให้ผู้เขียนเองเคยนั่งฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม แล้วย้อนนึกถึงตัวเองว่า เราเคยอยู่อาศัยในสังคมเช่นนี้หรือ?

 ผู้เขียนจำได้แต่ว่าสมัยรุ่นๆ 20-30 ปีก่อน มัสยิดที่หมู่บ้านจะมีแต่คนแก่ๆ ที่เข้าไปละหมาดปฏิบัติศาสนกิจ โดยเฉพาะเวลารุ่งอรุณละหมาดซุบฮ์ แทบจะนับได้ไม่เกินนิ้วมือ ซึ่งปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ กระทั่งมีคำปรารภว่า หากสังคมมุสลิมสามจังหวัดมีคนละหมาดเต็มมัสยิดในเวลาอรุณรุ่งเมื่อใด สังคมทั้งหลายก็จะไร้ปัญหา ฯลฯ เพราะมันเป็นไปได้ยาก และยิ่งหากคิดไกลไปถึงการใช้มัสยิดเป็น 'การชูรอ' หรือสภาชูรอ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะคำว่า 'ชูรอ' ผู้คนที่นี่เพิ่งคุ้นเคยมาไม่กี่ปีนี้เอง

 การชูรอ เป็นคำที่ให้ความหมายในเชิงปรึกษาหารือ หรือการประชุมร่วม ซึ่งเดิมคนในชุมชนจะเรียกกันว่า 'เมอชอระ' หรือ 'ปะชุน' และผู้เขียนเกิดมาและเติบโตบนแผ่นดินปาตานี ยังไม่เคยเห็นมัสยิดไหนเขาประชุมเพื่อปรึกษาหารือเรื่องเกี่ยวกับการจะจัดการสังคมชุมชน หรือกิจการบ้านเมืองเลย เพราะดูเหมือนมัสยิดจะเน้นไปทางกิจกรรมที่เกี่ยวกับศาสนามากกว่า

 และความจริงอีกประการคือ บทบาทที่มากขึ้นขององค์กรทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด หรือบรรดาอิหม่ามประจำมัสยิด แท้จริงเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในห้วงสองทศวรรษที่ผ่านมานี้เท่านั้นเอง

 ยังมีอีกสองสามประเด็นที่ผู้เขียนอยากพูดถึง แต่ขออนุญาตมาว่ากันต่อสัปดาห์หน้า อินชาอัลลอฮ์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SakiAndaman วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saki
السلام هو الحياة- PEACE IS LIFE - η ειρήνη είναι ζωή- Frieden ist Leben - La paz es la vida - La paix, c'est la vie - 和平是生活 - 平和は人生 - 평화는 생명 - мир - это жизнь - สันติภาพคือชีวิต


ผมก้เป็นเด็กปิเนาะคนหนึ่งครับ ประเด็นแหลมคมมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
แม่มะลิ วันที่ : 03/09/2007 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/malilala

ครบอาทิตย์แล้วนะคะ รออ่านอีกสองสามประเด็นที่คุณบะห์รูนอยากคุยต่อน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อายุบปาทาน วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ayub
วัดปรอท....ชายแดนใต้

แนะนำอีกเล่ม "เล่าขานตำนานใต้" ของอจ.ศรีศักร กับคณะวิจัยในท้องถิ่น เพิ่มครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เมธา วันที่ : 01/09/2007 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha

cheers

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Sigree วันที่ : 25/08/2007 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

ปัจจุบันหนังสือประเภทนี้มักเขียนบนพื้นฐานของความจริงที่อยากเสนอหรือความเท็จที่ต้องการให้จริง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปุถุชน วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/putushon
บล็อกอย่างเป็นทางการของปุถุชน > http://putushon.wordpress.com

น่าคิดครับ น้าบะห์รูน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

ครับ..เป็นหนังสือท่น่าศึกษา ผมมีไว้ให้ตู้ชั้นสวนหนังสือที่บ้านแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 22/08/2007 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔

ขอบคุณครับ สนใจ สงสัย อยากรู้ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Supawan วันที่ : 22/08/2007 เวลา : 21.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

แวะมาทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/08/2007 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมเพิ่งอ่านจบครับ..
พี่สาวยังถามว่า หนังสือเล่มนี้"ใครควรอ่าน" หรือ"พิมพ์ให้ใครอ่าน" ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เดนทิสเต้ วันที่ : 22/08/2007 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nano


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]