• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60984
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤศจิกายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1344 , 20:09:46 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวนทางปืน / เนชั่นสุดฯ  (ฉ.803)


 ผู้เขียนได้เกริ่นนำจะขอนำเสนอการวิจารณ์ทัศนะของอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ในประเด็นมุมมอง หรือทัศนะที่มีต่อปัญหาสามจังหวัด โดยผู้เขียนได้รับเอกสารเป็นทั้งปาฐกถา และบทความของ พล.อ.หาญ ลีลานนท์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้โด่งดัง ภายใต้นโยบาย 'ใต้ร่มเย็น' ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสมัยนั้น

 แต่สำหรับสงครามใหม่ในทศวรรษนี้ ไม่ได้จำกัดกรอบอยู่เพียงคำจำกัดความที่ฝ่ายรัฐกำหนด ไม่ใช่โจรแบ่งแยกดินแดน โจรก่อการร้าย แล้วแต่จะเรียกกันในอดีต แต่ขบวนการก่อเหตุร้ายรายวันที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ มีมิติทางความคิดและวิธีการแตกต่างอย่างมากจากอดีต

 แนวทางหรือทัศนะของท่านแม่ทัพหาญนั้น เหมาะสมและจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเจ้าหน้าที่ทหาร หรืองานด้านยุทธการ ยุทธวิธีที่ต้องปรับกันรายวัน แต่ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การชนะสงคราม ซึ่งทัศนะนี้อาจจะแตกต่างจากแม่ทัพหาญ ที่มองว่า การชนะทางยุทธวิธีจะนำไปสู่การชนะทางยุทธศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่สามารถชนะทางยุทธศาสตร์ได้เสียก่อน แม้จะชนะทางยุทธวิธีเป็นร้อยๆ ครั้ง ก็ยังไม่อาจชนะสงครามได้

 ในอดีต การรบพุ่งระหว่างทหารไทยกับคอมมิวนิสต์ ในห้วง 20 ปีแรก สูญเสียชีวิตไพร่พลไปเท่าไร? พลิกแพลงกลยุทธ์กันกี่กระบวนท่า ผลัดกันชนะทางยุทธวิธีกันไปมากี่ครั้ง? แต่สุดท้ายชนะกันด้วยอะไร? คงพอจะบอกได้ว่าความสำคัญทางยุทธศาสตร์นั้นสำคัญเพียงใด

 การที่ผู้เขียนขออนุญาตวิพากษ์มุมมองของแม่ทัพหาญ เพราะเห็นว่าทัศนะของฝ่ายความมั่นคงไทย ก็อยู่ในระนาบเดียวกับท่านเป็นส่วนใหญ่

 ประเด็นแรก ที่ผู้เขียนเห็นว่าจากทัศนะของฝ่ายความมั่นคงไทยผิดพลาดคือ เชื่อว่า ขบวนการต่อสู้รุนแรงทุกวันนี้มาจากทัศนะทางศาสนาอิสลาม การพลีชีพ การบิดเบือนศาสนา เช่น บทความตอนหนึ่งของแม่ทัพหาญ กล่าวว่า

 "โจรได้เปิดโฉมหน้าใหม่ มิใช่ 'พูโล, บีอาร์เอ็น, บีเอ็นพีพี ฯลฯ' อย่างที่พวกเราเคยได้ยินจนคุ้นหู แต่เป็นขบวนการ 'เบอร์ซาตู' ในรูปของการก่อการร้ายแนวใหม่ เบอร์ซาตู เป็นขบวนการเฉพาะกิจเพื่อปล้นค่ายทหารกองพันพัฒนาที่ 4 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 47 เบอร์ซาตู ตั้งขึ้นเพื่อรวมความคิดเป็นหนึ่งเดียว ทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธี พวกสมาชิกขบวนการเก่าๆ ที่แก่ชรามากแล้ว ที่ยังมีไฟอยู่ ก็เป็นเพียงที่ปรึกษา เบอร์ซาตู เป็นขบวนการก่อการร้ายแนวใหม่ หรือการก่อการร้ายที่ไร้ผู้นำ หลังจากปล้นค่ายแล้วจะไม่ได้ยินชื่อเบอร์ซาตูอีกเลย

 "การก่อการร้ายแบบไร้ผู้นำ เกิดขึ้นภายหลังสงครามอ่าว สงครามในอัฟกานิสถาน และสงครามในอิรัก โดยที่กลุ่มประเทศอิสลามหัวรุนแรงและมีเศรษฐกิจดี ได้รวมตัวกันต่อต้านสหรัฐและพันธมิตร พากันลงขันสร้างนักรบของพระเจ้าจากคนหนุ่มสาวจากประเทศมุสลิมทั่วโลก ที่ไปศึกษาในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง รวมทั้งอียิปต์และโมร็อกโกรวมทั้งไทย ที่ไม่สามารถเรียนในประเทศของตนได้ เพราะไม่ผ่านการสอบ ก็พากันรับทุนนี้เพื่อการศึกษาวิชาชีพต่างๆ ระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย

 "ที่แปลกก็คือ ถ้าใครตั้งใจจะเรียนเรื่องการก่อการร้ายจะได้เรียนฟรี เพราะเป็นการเข้าไปสู่การเป็นนักรบของพระเจ้า เรียนสำเร็จก็มีภารกิจทั่วโลก นักรบของพระเจ้าจะได้รับสวัสดิการตอบแทนที่คุ้มค่า หากเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ พ่อ แม่ ลูก เมีย จะได้รับการเลี้ยงดูจากกองทุนตลอดชีวิต นักรบของพระเจ้ามีความเชื่อว่า เมื่อพลีชีพแล้วจะได้ไปอยู่ในอ้อมอกของพระเจ้า (อัลเลาะห์)

 "อย่างไรก็ดี สงครามที่ 3 จชต. ขณะนี้ ยังไม่มีการพลีชีพ เพราะนักรบท้องถิ่นฝึกอบรมทางจิตใจยังไม่ถึงจุดพลีชีพ หากเกิดระเบิดพลีชีพขึ้นที่ 3 จชต. เชื่อว่าเป็นนักรบของพระเจ้าที่อาสารบทั่วโลก โดยนักรบท้องถิ่นจะเป็นผู้ชี้เป้าให้ (จากคำบอกเล่าของผู้ที่ได้พูดคุยกับผู้มอบตัว) ผู้ที่เป็นนักรบของพระเจ้าถือว่า โลกมนุษย์คือทางผ่านเพื่อไปสู่อ้อมอกของอัลเลาะห์ เมื่อฝ่ายเราซึ่งเป็นฝ่ายปราบโจร หรือเป็นผู้แก้ปัญหา 'ไม่รู้เขา' ตามที่กล่าวนำไว้ ก็ยากที่จะแก้ทางโจรได้สำเร็จ"

 ผู้เขียนยกตัวอย่างมาค่อนข้างยาว เพื่อจะชี้ให้เห็น และเก็บความทัศนะให้ครบถ้วน ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงทัศนะของแม่ทัพหาญ โดยทั่วไปของข้าราชการไทยก็เชื่อทำนองนี้ คือ การยึดโยงว่ารากเหง้าของการก่อการร้าย รากเหง้าของความรุนแรง มาจากศาสนานี้ และจากสองแหล่งหลักๆ คือ
 1) สถาบันการศึกษา (ไม่ว่าจะใน หรือนอกประเทศ)

 2) หลักคำสอนที่ถูกอธิบายโดยผู้ก่อการ (ซึ่งไม่รู้ว่าใคร และมีความรู้ความเข้าใจอิสลามเพียงใด)
 เรื่องเหล่านี้นำไปสู่สภาวการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก หรือที่เรียกว่า โรครังเกียจมุสลิม (Muslim phobia) ซึ่งเป็นทัศนะที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโลกตะวันตก หรือมหาอำนาจ เพื่อบั่นทอนดุลอำนาจใหม่ของโลกยุคหลังสงครามเย็น เหมือนๆ กับที่ทั่วโลกเคยกลัวคอมมิวนิสต์แบบไม่มีเหตุผล
 วันนี้บรรยากาศเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นอีก เพียงแต่สังคมโดยรวมไม่รู้สึกตัว ทั้งๆ ที่บางประเด็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา

 เช่นเมื่อเราพูดถึงการตายเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราจะเรียกว่า พลีชีพให้เพื่อ..ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แม้แต่เพลงชาติไทยยังมีวรรคหนึ่งกล่าวว่า 'สละเลือดทุกหยาดเพื่อชาติ' นี่ก็เป็นการพลีชีพอย่างหนึ่ง เป็นการพลีชีพเพื่อชาติ ผู้ตายจะได้รับเกียรติ

 ถ้าหากมีใครสักคนหนึ่งไปดูแคลนทหารที่ต้องตายไป โดยบอกว่าเพื่อปกป้องอธิปไตย ปกป้องดินแดน ปกป้อง 'ชาติ' การเอาชีวิตไปแลกกับสิ่งเหล่านี้ เป็นความรุนแรง เป็นเรื่องโง่ กระนั้นหรือ?
 แล้วการที่อเมริกาส่งทหารของตัวเองไปทำสงครามในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เด็กหนุ่มเหล่านั้นตายไปเพื่ออะไร? ทหารอเมริกันตายไปเพื่อสนองตอบนโยบายของประเทศตนเอง ที่ต้องการครอบครอง หรือมีอิทธิพลเหนือชาติอื่นๆ

 ถ้าหากจะเทียบกับการตายเพื่อปกป้องศาสนา อย่างไหนยิ่งใหญ่กว่า ประเสริฐกว่า

 ดังนั้น ไม่ใช่อิสลามเท่านั้นที่ยอมรับการพลีชีพเพื่อปกป้องสัจธรรม แต่มนุษย์ได้ยอมพลีชีพเพื่ออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ แต่เรากลับมองเห็นหรือฉลาดเพียงเท่าที่มหาอำนาจอยากให้เห็นให้เป็นเท่านั้น

 อีกประเด็นที่มักจะได้ยิน คือการมุ่งเป้าไปที่สถาบันการศึกษาว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะ ซ่องสุม สุดท้ายก็กลัวกันจนปิดโรงเรียน ให้เด็กรับโทษ ผู้ใหญ่รับผิด ระแวงประเทศมุสลิม เพราะไปเชื่อว่าเขาลงขันกันสร้างนักรบพระเจ้า และเจ้านักรบนี้ยังกลายเป็นขบวนการไร้การนำ ไม่มีผู้นำ แต่จู่ๆ ไปช่วยรบประเทศโน้นบ้าง ประเทศนี้บ้าง ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นไวรัสเสียมากกว่า

 ผู้เขียนไม่ได้ปฏิเสธว่า กลุ่มคนที่ก่อเหตุจะไม่ใช่มุสลิม แต่ความเป็นหรือไม่เป็นมุสลิมไม่ใช่สาเหตุของความรุนแรง แต่เพราะมหาอำนาจเลือกที่จะสื่อให้เราบริโภคข่าว บริโภคข้อมูล แล้วเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างไร?

 สงครามทศวรรษใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิม ถูกสร้างฉากมานานพอสมควร สุดท้ายโลกมุสลิมต้องถูกยึดครองไปสามประเทศ เป็นกระบวนการล่าอาณานิคมแบบใหม่เท่านั้นเอง

 กรณีสามจังหวัดก็เช่นเดียวกัน เรามองสามจังหวัดแบบบ้านเราก็พอ ไม่ต้องไปเลยเถิดลึกซึ้งนัก เพราะอย่าลืมว่า ถ้าแม้ว่าเราดันหลงทางคิดว่าเรากำลังโดนนักรบพระเจ้าโจมตี หรือเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติมีเอี่ยวด้วย และยอมรับเพราะไร้เดียงสา เมื่อนั้นสามจังหวัดอาจไม่ใช่ ทั้งของไทย ทั้งของมลายู ก็เป็นได้

 สัปดาห์หน้าผู้เขียนขอต่ออีกนิด ในประเด็นของทัศนะแม่ทัพหาญ อินชาอัลลอฮ์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]