• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60932
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1639 , 14:44:38 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวนทางปืน /   (ฉ.804)


 สัปดาห์นี้ ผู้เขียนขออนุญาต หยิบประเด็นทัศนะของอดีตแม่ทัพภาค 4 พล.อ.หาญ ลีนานนท์ ต่ออีกสักตอน โดยถือว่าเป็นแนวคิดหลักของฝ่ายความมั่นคงที่เคยได้ยินกันมา

 "ยุทธศาสตร์การเมืองและการทหารของโจรฯ หรือก็คือโจทย์ทางการเมืองและการทหาร เมื่อฝ่ายเราต้องการเอาชนะโจรฯ ก็ต้องแก้ด้วยการปฏิบัติทางยุทธวิธี ทั้งการเมืองและการทหาร เพื่อเอาชนะโจรฯ ให้จงได้ จากการติดตามสถานการณ์และเกาะติดต่อเนื่อง ใคร่ขอสรุปเป็นโจทย์ให้ฝ่ายปราบโจรฯ ของเราคือ ทหาร ตำรวจ ตชด. รวมทั้งกองกำลังทหารพราน และชนชั้นปกครอง (อำเภอ, จังหวัด) ที่จะต้องร่วมกันแก้ คือ ต้องมีความคิดเป็นเอกภาพในการวางแผน, กำหนดแผน และเอกภาพของการปฏิบัติ ต้องเป็นหนึ่งเดียว เช่น เบอร์ซาตู เพื่อแก้โจทย์สำคัญให้สำเร็จ เพื่อพลิกกลับสถานการณ์ ให้ฝ่ายเรากลับเป็นฝ่ายรุก ต้องมีการปฏิบัติทั้งทางการเมืองและทางการทหาร ทางยุทธวิธี เพื่อเอาชนะโจรฯ คือ.-

 1.ด้านการเมือง สมาชิก อบต. อบจ. กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรการปกครองท้องถิ่น ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องมิใช่คนที่โจรฯ ได้คัดสรรให้ลงมาสมัคร ให้ชาวบ้านเลือก เพื่อได้เป็นตัวแทนของโจรฯ ไปนั่งอยู่ในสภา อบจ., อบต. ต้องทำการเมืองท้องถิ่นให้ปลอดจากอำนาจโจรฯ"

 ผู้เขียนยกตัวอย่างจากบางตอนในบทความของแม่ทัพหาญ เพื่อจะได้นำมาพิจารณากัน ซึ่งในที่นี้ผู้เขียนได้กล่าวเสมอ ถึงประเด็นที่พูดกันอยู่บ่อยๆ เช่น เรื่องงานการเมืองนำการทหาร ว่ามันคืออะไร? และมีเป้าหมายอะไร? โดยเฉพาะเมื่อเรานำสองเรื่องที่แตกต่างกันให้มาผสมรวมกัน เกี่ยวโยงกัน เกี่ยวข้องกัน 'การเมือง' บวก 'การทหาร'

 และที่สำคัญคือ มันเกี่ยวกันได้อย่างไร? หากพิจารณาค้นคว้าหาคำตอบด้วยการพิเคราะห์กันอย่างจริงจังสักนิด จะเห็นได้ว่า การเมืองนำการทหาร เป็นวาทกรรมที่มีความหมายชัดเจนในตัว ว่าวิธีดำเนินการนั้นจะต้องเอาการเมืองนำหน้างานทหาร แล้วทีนี้มันจะอยู่นำหน้าการทหารได้อย่างไร? ฉะนั้น คงต้องไปดูตั้งแต่ต้นว่า อะไรคืองานการเมือง อะไรคืองานการทหาร? เมื่อหาที่มาที่ไป หรือคำจำกัดความของมันได้ชัดเจนแล้ว จึงจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องได้

 ในทัศนะของผู้เขียนนั้น การเมืองนำการทหาร เป็นตรรกะเดียวกันกับวาทกรรมที่กล่าวว่า การเมืองคือสงครามที่ไม่หลั่งเลือด ส่วนสงครามคือการเมืองที่หลั่งเลือด' ถ้าหากเราเห็นพ้องต้องกันในประเด็นนี้ เราจะได้ไปต่ออีกตรงที่ว่า เมื่อจะใช้การเมืองนำ ก็คือการใช้วิธีการที่หลั่งเลือดน้อยที่สุด และใช้วิธีการบีบบังคับให้น้อยที่สุดด้วย ส่วนมาตรการเบื้องต้น เช่น จับกุมคุมขัง ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในมาตรการทางทหารเช่นกัน เพราะการใช้มาตรการทางกฎหมายทั้งหลายทั้งปวงนั้น อยู่ในแบบที่เรียกว่า เป็นงานการทหารเช่นเดียวกัน

 ถ้าฝ่ายรัฐจะลองคิดง่ายๆ ว่า ขบวนการฯ คิดจะแยกตัวเป็นอิสระ สร้างแผ่นดินใหม่ สร้างเมืองใหม่ แล้วคิดบ้างหรือไม่ว่าเขาจะสร้างมันให้เกิดขึ้นด้วยอะไร? ด้วยการหยิบขวานใหญ่ๆ คมๆ แล้วฟันโครมลงไปตรงจุดที่ต้องการจะแบ่งแยกออกไปอย่างนั้นหรือ? ถ้าคิดไม่ออกก็ถึงเวลาที่ฝ่ายรัฐควรเลิกคิดเรื่องการแบ่งแยกดินแดนในเชิงรูปธรรมได้แล้ว

 อย่างที่ผู้เขียนพูดมาตลอดว่า ฝ่ายรัฐอยู่ใน 'มายาการแยกดินแดน' นานเกินไป จนคิดหาทางแก้ปัญหาวนเวียนอยู่กับเรื่องแยกดินแดนซ้ำซาก จริงอยู่ ถึงแม้เป้าหมาย หรือธงนำของขบวนการฯ จะกล่าวถึงเช่นนั้น แต่รูปธรรมในทางปฏิบัติสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่? หรือแม้แต่การจัดตั้งแนวร่วมทางขบวนการฯ ได้เคยบอกกล่าวรายระเอียดที่จะไปสู่เป้าหมายเป็นรูปธรรมแค่ไหน เพียงไร และได้อย่างไร?

 ที่กล่าวมานี้คงเพียงพอที่จะตอบได้ว่า ฝ่ายรัฐควรคิดกรอบการต่อสู้หรือต่อต้านฝ่ายขบวนการฯ เฉพาะที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่วนเรื่องความคิด เรื่องแรงจูงใจที่เป็นเหตุให้กระทำการเหล่านั้น ก็ว่ากันเป็นอย่างๆ แต่ไม่ใช่เหมารวมตีความว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของขบวนการฯ ไปหมด

 เหมือนเช่นที่เคยเดินเข้าสู่กับดัก ทั้งเรื่องตากใบและเรื่องจับกุมฟ้องร้องนักการเมือง หรือพยายามโยงใยไปสู่การเมืองไปทุกเรื่อง ไม่ว่ากรณี อดีต ส.ส.นัจมุดดีน หรือคุณเด่น โต๊ะมีนา คุณอารีเพ็ญ ล้วนเคยถูกกล่าวหาทั้งทางตรงทางอ้อม กลายเป็นแกนนำระดับสูงโยงใยขบวนการฯ โยงใยการปล้นปืน แต่พอฟ้องร้องกลับเอาผิดไม่ได้ และยังมีการข่มขู่คุกคามพยานและผู้ต้องหาอื่นๆ จนมีการฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกันจนถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นเพราะขบวนการแยกดินแดนจริง..หรือว่าเพราะการเมือง

 ผู้เขียนกล่าวเช่นนี้ เพราะพอมองออกได้ว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มากความสามารถและมีพรรคพวกเครือข่ายปัญญาชนมากที่สุด คือ คุณนัจมุดดีน และยังอยู่ในฐานะนักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อนพี่น้องประชาชนมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนักศึกษา ถือเป็นนักสู้ตัวจริงเสียงจริง และที่สำคัญ คุณนัจมุดดีน หากไม่ถูกเตะตัดขาเสียก่อน เชื่อได้ว่าจะต้องโดดเด่นเป็นแกนนำกลุ่มวาดะห์ และจะทรงพลัง ทรงอิทธิพลเหนือกว่ารุ่นพี่อย่างแน่นอน

 ต่อกรณีที่ว่ากลุ่มการเมืองจะเป็นแนวร่วม หรือแกนนำขบวนการหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจริงเท็จอย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังคงยืนยันว่า ถ้าหากขบวนการฯ มีนโยบายส่งตัวแทนเล่นการเมือง และต่อสู้ในแนวทางนี้ สมควรอย่างยิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องสนับสนุน และประคับประคองให้เป็นแนวทางหลักของขบวนการฯ ต่อสู้ของผู้คนสามจังหวัด ไม่ใช่เดินหน้ากัดหูเตะตัดขา ตามแรงผลักของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม แล้วอย่างนี้จะเรียกว่ารู้จักการเมืองนำการทหารได้อย่างไร

 ผู้เขียนขอต่อท้ายด้วยการยกคำปราศรัยของคุณนัจมุดดีน เมื่อหันมาเป็นนักการเมือง เขามักจะปราศรัยหาเสียงต่อหน้าประชาชน ให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องสนใจการเมืองว่า

 "ในบ้านเราทางด้านเศรษฐกิจอยู่ในมือคนจีน ในทางการปกครองอยู่ในมือคนกรุง (หมายถึงอำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง) มีช่องทางเดียวเท่านั้นที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปควบคุม และเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจได้ คือการเข้าสู่ระบอบการเมือง เป็นตัวแทนของประชาชนเป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเราได้"

 นับแต่วาทกรรมนี้ถูกขยาย นักการเมืองในสามจังหวัด จากเดิมมีพ่อค้าวาณิชและอดีตข้าราชการ ตลอดจนผู้มีอิทธิพล เป็น ส.ส.ในพื้นที่มาตลอด และเกือบทั้งหมดไม่ใช่มุสลิมนับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง แต่วันนี้ทุกพรรคการเมืองล้วนส่งมุสลิมมลายูลงแข่งขันทั้งสิ้น และกลุ่มวาดะห์ก็เติบโตจนผลักดันให้มลายูมุสลิมเป็นได้ถึงรองนายกรัฐมนตรี เช่นนี้หรือที่ยังต้องการแยกดินแดนอีก?

 แต่ถ้าหากเราลองมาฟังคำพูดของกลุ่มการเมืองตรงข้าม ประชุมเครือข่ายในสมาคมจีนแห่งหนึ่งกล่าวไว้ว่า

 "วันนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้น จากเดิมที่แขกต้องยกมือไหว้เรา แต่วันนี้เรากลับต้องยกมือไหว้มันก่อน...ถ้าพรรคเราไม่มีที่นั่งตรงนี้ พวกแขกก็จะแยกดินแดนไป...พวกนี้เป็นนักการเมืองเพื่อฟ้องสหประชาชาติ เพื่อแบ่งแยกดินแดน..."

 วาทกรรมนี้ มีขึ้นในยุควาดะห์กำลังแข็งแกร่งราว 6-7 ปีที่ผ่านมา แต่บังเอิญยังไงก็ไม่รู้ วาดะห์มาอ่อนแอก็ตอนที่เหตุการณ์ไม่สงบปะทุขึ้นในปี 47 และบุคคลที่โดนหนักที่สุดคือ คุณนัจมุดดีน ผู้สร้างวาทกรรม 'มลายู มีที่ยืนที่เดียวเท่านั้น คือ การเมือง'

 หากย้อนรอยการเมืองสามจังหวัดกันให้ละเอียดสักนิด จะเข้าใจบทเรียนการเมืองนำการทหารจริงๆ และบางทีจะได้รู้ว่า คนที่เขาเรียกว่า 'ขงเบ้ง' นั้น รู้แจ้งจริง ไม่ใช่เรียกกันเล่นๆ เพราะใส่แว่นหนากว่าคนอื่น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 08/11/2007 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

ได้แง่มุมมอง ข้อคิดดีครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

การเมืองนำการทหาร
ทหารเจ็บปวด งบประมาณก็ถูกตัด และยังถูกแทรกแซง
จึงปฏิวัติและใช้ทหารนำการเมือง
คือให้ทหารเป็นจ๊อกกี้ขี่ม้าการเมือง
ออก รธน.ออก พรบ.ความมั่นคง เหล่านี้คือทหารนำการเมือง
ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็อาจปฏิวัติรอบสองเหมือนปากีฯฮา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปิดทองหลังพระ วันที่ : 05/11/2007 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tong29

เห็นด้วยการเมื่องควรนำการทหารไม่ใช่กลับกันและไม่ควรแทรกแซงกันและกันแต่ควรพึ่งพากันและกันเต็มที่ในทุกๆฝ่าย ถูกว่ากันไปผิดลงโทษตามความผิด50-50 ok ok...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
sixty วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/4teen
อย่านำความขาดแคลนมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน

แท้จริงแล้ว... เกิดจากความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน และเกิดจากความกลัวคนอื่นจะมีอำนาจเหนือกว่าพวกตน

ดังนั้นคนเล่นการเมืองที่คิดได้อย่างที่กล่าวคือคนโง่ หรือฉลาดกันแน่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 04/11/2007 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

อืมม์ การเมือง เป็นเรื่องลึกซึ้งมากค่ะ

ซึ่งไม่ค่อยมีความรู้ มาอ่านเพื่อความรู้ที่เพิ่มมากขึ้นค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]