• บะห์รูน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 60995
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
บะห์รูน ณ สวนทางปืน
บทวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไม่สงบของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยมุมมองลุ่มลึกอย่างละเอียด และเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ประจำ "เนชั่นสุดสัปดาห์"
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/baroon
วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2550
Posted by บะห์รูน , ผู้อ่าน : 1385 , 19:47:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวนทางปืน (ฉ.806)

ที่สำคัญ การตัดสินใจของกลุ่มการเมืองจากจังหวัดชายแดนกลุ่มเก่าแก่ของพื้นที่ คือกลุ่มวาดะห์ที่ตัดสินใจครั้งสุดท้ายโดยยกทีมกันผละจากพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย กลับบ้านเก่าพรรคพลังประชาชน หรือไทยรักไทยเก่านั่นเอง

การตัดสินใจของวาดะห์ในครั้งนี้ บรรดานักวิจารณ์การเมืองในพื้นที่ หรือที่เรียกให้เข้ากับบรรยากาศการเมืองว่า ท่านผู้ทรงเกียรติแห่งสภาร้านน้ำชา ต่างชมเชยการตัดสินใจของกลุ่มวาดะห์ครั้งนี้ว่า เก๋าเกมการเมือง ไม่เสียชื่อกลุ่มการเมืองเก่าแก่ หากไม่ตัดสินใจอย่างทันเวลา ก็คงเฉาตายตามประชัยไปด้วยเป็นแน่ และที่สำคัญ ยังส่งผลให้การเมืองเรื่องผลประโยชน์ที่ฟาดฟันกันอยู่ท่ามกลาง 'การเมืองที่หลั่งเลือด' เรื่องประวัติศาสตร์เชื้อชาติ ศาสนา ในพื้นที่พลอย 'นิ่ง' และชัดเจนไปด้วย

อันที่จริงกรณีการ 'ขยับ' ของวาดะห์ในครั้งนี้ หากตอนก่อนๆ ไม่ได้พูดถึงสภาพการณ์ของการเมืองไว้ค่อนข้างมากแล้ว ครั้งนี้ก็มีข้อมูลทางการเมือง มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เล็ดลอดมาเข้าหูผู้เขียนให้ตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้างพอสมควร

อย่างน้อยก็เบื้องหน้าเบื้องหลังว่า ทำไม? คุณเด่น โต๊ะมีนา ถึงหวนกลับสู่วาดะห์อีกรอบ เป็นการหวนกลับรังเดิมในวัยอันร่วงโรย ที่ในวงการต่างคิดว่า คงไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่คิดว่าน่าจะมีประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตยิ่งกว่าประเด็นนั้น ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่ควรกล่าวถึงขณะนี้มากกว่า วันข้างหน้าหากมีโอกาส ก็อาจจะกลับมานำเสนออีกสักครั้ง

ผู้เขียนอยากฟื้นบรรยากาศก่อนที่จะมีการรณรงค์หาเสียงไปไกลสัก 1 ปี ก่อนหน้านี้ ซึ่งหลายท่านน่าจะจำกันได้ว่า เหตุผลที่ คมช.เข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เรื่องปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นข้ออ้างที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่ง ประชาชนหลายส่วนถึงแม้จะไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการยึดอำนาจโดยการรัฐประหารนัก แต่ระยะแรกของการยึดอำนาจ คมช.และรัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังเพื่อแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ นำความสงบกลับคืนมาให้ได้ ด้วยหวังว่าอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างมีเอกภาพ จะดลบรรดาลให้ไฟใต้มอดดับลงได้

แต่เมื่อปีเศษผ่านไป แม้อำนาจของ คมช. และรัฐบาลจะคลายตัวลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพ อันเป็นปมเงื่อนสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระดับที่เพียงพอต่อการรับมือกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หลังจากนี้ ซึ่งคงไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2551 คมช.และรัฐบาลนี้ ต้องส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งต่างก็รู้ๆ กันว่า น่าจะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบล็อกสเปกกันไว้อย่างนั้น เอกภาพเพื่อการบริหารจัดการประเทศในทุกๆ เรื่องที่รัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลพรรคเดียวของไทยรักไทยเคยมี ก็จะหายไปอย่างอัตโนมัติ และก็คงไม่เว้นแม้แต่เอกภาพของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เว้นแต่รัฐบาลสมัยหน้าจะมอบหมายการแก้ปัญหาให้กับกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งน่าจะมีโอกาสเป็นอย่างที่ผู้เขียนคาดหมายค่อนข้างมาก และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ สิ่งที่พรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ที่ผู้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหมือนโฆษณาหนังขายยา หรือเป็นนโยบายประชานิยมฉบับไฟใต้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เขียนกล่าวหาอย่างเกินเลยแต่อย่างใด

ถ้าหากแนวโน้มลักษณะของรัฐบาลชุดต่อไป เป็นอย่างผู้เขียนคาดหมาย ซึ่งหมายถึงพรรคการเมืองจะมีบทบาทไม่มากนักในการแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าอย่างนั้นพรรคการเมืองควรนำเสนอนโยบายอย่างไร ไม่ให้เกินข้อจำกัดของข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ ผู้เขียนคิดว่า

ประการแรก พรรคการเมืองควรเลิกนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ในลักษณะประชานิยม ที่สร้างความคาดหวังให้กับประชาชนเกินจริง เพราะต้องสังวรไว้เสมอว่า แม้รัฐที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและมีเอกภาพในระดับสูง ก็ยังยากที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ดั่งใจนึก

ประการที่สอง หากพรรคการเมืองจริงใจต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริงควรมีความกล้าหาญที่จะเสียสละ โดยประกาศงดเว้นที่จะนำเอาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแสวงประโยชน์ สร้างความนิยมทางการเมือง และ

ประการที่สาม หากพรรคการเมืองทั้งหลายมีดวงตาที่เห็นธรรมและมีความจริงใจ มองเห็นความสำคัญทั้งสองประการข้างต้น ก็ควรเป็นผู้นำในการประกาศจุดยืนทางการเมือง ให้การแก้ปัญหาภาคใต้ เป็น 'วาระแห่งชาติ' และมีข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมของกระบวนการในการดำเนินการให้เป็น 'วาระแห่งชาติ' อย่างชัดเจน ผู้เขียนคิดว่า น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับสถานะของรัฐบาลสมัยหน้ามากที่สุด

และผู้เขียนเข้าใจว่า คำว่า 'วาระแห่งชาติ' นั้น คงไม่ใช่ 'รัฐบาลแห่งชาติ' อย่างที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองนำเสนอมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้ค่อนข้างยากกับวัฒนธรรมการปกครองในระบอบรัฐสภาแบบไทยๆ ที่มักจะโต้แย้งว่า ระบอบรัฐสภาจะต้องมีทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบ หรือฝ่ายค้าน นั่นเป็นความเห็นสามประการของผู้เขียน ต่อพรรคการเมืองในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

และประการสุดท้าย ผู้เขียนขอเสนอความเห็นนี้ต่อนักการเมืองบ้านของผู้เขียนทุกพรรคทุกคนโดยเฉพาะนักการเมืองที่เป็นมลายูมุสลิม และโดยเฉพาะนักการเมืองผู้แก่พรรษาทั้งหลาย ผู้เขียนคิดว่า หากไม่คิดถึงเมื่อหลาย 100 ปีก่อน คิดกันเฉพาะ 100 ปีมานี้ บ้านเราไม่เคยต้องเผชิญปัญหาที่ทำให้เกิดความบอบช้ำทุกๆ ด้านอย่างนี้มาก่อน ความรู้สึกอย่างนี้ ผู้เขียนคิดว่าท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านต่างซาบซึ้งใจดี ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะต้องพูดความในใจกันอย่างแท้จริงเสียที ว่าปัญหาบ้านเราในวันนี้ ไฟสงครามมาจากไหน? อะไรเป็นเหตุกันแน่? ไม่ใช่อมพะนำต่างคนต่างเอาตัวรอดกันไปวันๆ ทิ้งให้คนส่วนมากที่ด้อยโอกาสที่จะได้ใช้เวทีอันมีเกียรติอย่างพวกท่าน ต้องบาดเจ็บล้มตายพลัดที่นาคาที่อยู่มีชีวิตที่ไร้ความหวังเช่นวันนี้

ผู้เขียนคิดว่า สถานการณ์ที่ได้พัฒนามาถึงวันนี้ มันได้พิสูจน์แล้วว่า มันแก้ไม่ได้ด้วยคำโฆษณาทางการเมืองที่มีแต่ความฉาบฉวย แต่มันถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องเอา 'ความจริง' มาพูดกัน และผู้เขียนไม่ได้เรียกร้องจะให้ 'ความจริง' เหล่านั้นต้องนำมาตีแผ่ต่อสาธารณะในเวทีหาเสียงให้ต้องขัดใจพรรคพวกเรากันเองหรอก ซึ่งนักการเมืองระดับชาติอย่างพวกท่านทั้งหลายก็น่าจะรู้ด้วยตัวเองว่า ความเป็นจริง ซึ่งเป็นความในใจเหล่านั้น แต่ละเรื่อง แต่ละประเด็นควรจะนำเสนอกับใครถึงจะมีผลในทางปฏิบัติ และหากไม่กล้าจะพูดโดยลำพัง โดยบุคคลหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็ลองรวมตัวกันทุกพรรคทุกคนแล้วไปพูดพร้อมๆ กัน สถานการณ์บ้านเราก็คงจะเบาบางให้เห็นได้ในไม่ช้า

ท่านศาสดาอิสลาม ได้มีวจนะว่า 'อันการใดๆ นั้น อยู่ที่เจตนา' หมายถึงว่า คำพูดคำอ้างนั้นหรือแม้แต่การกระทำทั้งหลายก็ยังไม่ใช่สิ่งจริงแท้ แต่เจตนาของเขาต่างหากคือสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าจะพิจารณาว่าทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ของเขานั้น คืออะไร?

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับสถานการการการเมือง (การเมืองของพรรคการเมือง) ซึ่งส่วนใหญ่ก็ว่ากันเป็นรายบุคคล รายกลุ่มกระทั่งรายพรรค และคิดว่าสัปดาห์นี้จะข้ามไปพูดคุยเรื่องอื่นๆ บ้าง แต่ก็เห็นว่า การเมืองใหญ่ระดับประเทศมีการปรับตัวไปสู่สถานการณ์ที่ภาษาการเมืองเรียกว่า 'นิ่ง' มากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 19/11/2007 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

มารับเรื่องราวดีดี มาชวนไปเที่ยวบ้านหมอฟ้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]