• คิมนาริ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : gossip_pj@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-13
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 34336
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
*U R my MiRaClE*
เป็นบล๊อกเรื่องทั่วๆไป มีสาระเป็นบางเรื่อง(แต่ส่วนมากจะ ไม่ นะ)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/beloved-hiphop
วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
Posted by คิมนาริ , ผู้อ่าน : 1099 , 21:23:05 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สารระเหย (Inhalant)

สารเคมีที่ออกฤทธิ์
โทลูอีน , อาซีโทน ฯลฯ

ลักษณะทางกายภาพ
สารระเหยเกือบทุกชนิดเป็นของเหลว มีกลิ่นเฉพาะตัว หรือกลิ่นหอม ระเหย
ได้ดี มีความหนืดต่ำค่าแรงตึงผิวต่ำ บางตัวติดไฟได้ เช่น Toluene , Ethyl 
Acetate , Acetone
และ Methyl Ethyl Ketone เป็นต้น ส่วนมากมักไม่มีสี
ใส ไม่มีตะกอน ค่าความดันไอต่ำ ละลายในน้ำได้ไม่ดี แต่มีคุณสมบัติละลาย
ได้ดีในไขมัน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 14 (พ.ศ.2538) 
กำหนดให้สารเคมีและผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ เป็นสารระเหย
1.
สารเคมีมี 14 รายการ คือ

    1.
โทลูอีน (Toluene)
    2.
อาซีโทน (Acetone)
    3.
เมทิลเอทิลคีโทน (Methyl Ethyl Ketone)
    4.
ไอโซโปรปิลอาซีโทน (Isopropylacetone)
    5.
เอทิลอาซีเทต (Ethyl Acetate)
    6.
เซลโลโซล์ฟอาซีเทต (Cellosolve Acetate)
    7.
เมทิลอาซีเทต (Methyl Acetate)
    8.
นอร์มาลบิวทิลอาซีเทต (n-Butyl Acetate)
    9.
เซคันดารีบิวทิลอาซีเทต (sec- Butyl Acetate)
   10.
นอร์มาล-บิวทิลไนไตรท์ (n- Butyl Nitrite)
   11.
ไอโซ-บิวทิลไนไตรท์ (iso- Butyl Nitrite)
   12.
บิวทิลเซลโลโซล์ฟ (Butyl Cellosolve)
   13.
เซลโลโซล์ฟ (Cellosolve)
   14.
เมทิลเซลโลโซล์ฟ (Methyl Cellosolve)
2.
ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีสารเคมีที่เป็นสารระเหยผสมอยู่ มี 5 รายการ คือ
    1.
ทินเนอร์ (Thinners) 
   2.
แลคเกอร์ (Lacquers) 
3.
กาวอินทรีย์สังเคราะห์ (Synthetic Organic Adhesives) ที่มียางนิโอปรีน 
  
หรือสารกลุ่ม ไวนิลเป็นตัวประสาน

4.
กาวอินทรีย์ธรรมชาติ (Natural Organic Adhesives) ที่มียางสนหรือชันสน
ยางธรรมชาติหรือสารเซลลูโลสเป็นตัวประสาน

5.
ลูกโป่งวิทยาศาสตร์หรือลูกโป่งพลาสติก (Blowing Balloon)

ประวัติความเป็นมา
สารระเหยคือสารที่ได้จากขบวนการผลิตน้ำมันปิโตรเลียม การเสพสารระเหย 
Hydrocarbon
ในรูปของ อีเธอร์ (ether) ได้มีมานานแล้วในยุโรป อังกฤษ 
และอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2343 (ค.ศ.1800) 
ส่วนการสูดดมกาวติดพลาสติกและน้ำยาล้างเล็บ เริ่มแพร่หลายมาตั้งแต่ปี 
พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960) ต่อมามีการผลิตน้ำยาพ่นฝอย (Aerosol Spray)ขึ้นมา
ใช้อย่างแพร่หลาย ที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ กาวหรือซีเมนต์ที่ใช้สำหรับติดเครื่อง
บินเด็กเล่น
ในประเทศไทย เริ่มพบว่ามีการนำเอาทินเนอร์ไปสูดดมตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 
เนื่องจากหาง่ายเพราะมีใช้กันอย่างแพร่หลายในทางอุตสาหกรรม และราคา
ถูกกว่า และสมัยก่อนยังไม่มีกฎหมายควบคุม ต่อมาในปี พ.ศ.2524 รัฐบาล
ตระหนักถึงปัญหา จึงได้ให้กระทรวงสาธารณสุขออกกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษมีบทบัญญัติว่า ผู้ใดเสพสารใดซึ่งอาจ\ทำลาย
สุขภาพได้เข้าสู่ร่างกายจนเกิดอาการติดสารนั้น ให้ได้รับโทษ ต่อมาในปี พ.ศ.
2533
จึงได้ประกาศใช้พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหยขึ้นเมื่อวันที่ 19
มกราคม 2533 สาระสำคัญเน้นหลักการใหญ่ 4 ประการคือ การควบคุม 
การป้องกัน การปราบปราม และการบำบัด



ประเภทของยา
สารระเหยจัดเป็นยาเสพติดตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.
2533

การแพร่ระบาด
ในสภาวะการณ์ที่เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำเช่นทุกวันนี้ รวมทั้งการที่รัฐได้
ดำเนินการปราบปราม ผู้ผลิตผู้ค้ายาเสพติดร้ายแรงอื่นๆ อย่างจริงจัง ทำให้
ราคายาเสพติด เช่น เฮโรอีน และยาบ้ายังมีราคาแพง และหาซื้อได้ยากขึ้น 
“
สารระเหย” ซึ่งเป็นสารเสพติดที่หาได้ง่ายกว่า อาจกลับมาแพร่ระบาดรุนแรง
อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันปัญหาสารระเหยยังคงมีความรุนแรงในระดับหนึ่ง โดยมี
พื้นที่แพร่ระบาดมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 
ภาคใต้ และภาคเหนือ

การออกฤทธิ์
ออกฤทธิ์ในการกระตุ้นและกดประสาทส่วนกลาง อาการที่มักจะเกิดขึ้นทันที
หลังเสพสารระเหย คือ ในระยะแรกจะทำให้มีความรู้สึกเป็นสุข ร่าเริง ศรีษะ
เบา ตื่นเต้น ต่อมาจะมีอาการเหมือนคนเมาสุรา พูดจาอ้อแอ้ไม่ชัด ไม่รู้เวลา
และสถานที่ ควบคุมตนเองไม่ได้ มีอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุภายในปากและ
จมูก ทำให้น้ำลายไหลออกมา ตามีความไวต่อแสงมากขึ้น มีเสียงในหู กล้าม
เนื้อทำงานไม่ประสานกัน ในตอนแรกจะมีผลกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง
ทำให้นอนไม่หลับ ต่อมาจะมีฤทธิ์กด ทำให้ง่วงซึม หมดสติ ถ้าเสพในขนาดสูง
สารระเหยจะไปกดศูนย์หายใจทำให้ตายได้ สารระเหยบางชนิด เช่น กลุ่ม 
Ketone
ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าสูดดมในสภาวะตึงเครียดหรือ
เหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกาย การสูดดมเป็นเวลาสั้นก็อาจถึงชีวิตได้ 
นอกจากนี้ยังพบอาการจาม ไอ คลื่นไส้ ท้องเดิน สั่น และชักแบบลมบ้าหมู

ผลต่อร่างกาย
1.
ระบบทางเดินหายใจ มีอาการระคายเคืองหลอดลม เยื่อบุจมูกมีเลือดออก 
   
หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ
2.
ระบบทางเดินอาหาร มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร เนื้อตับถูกทำลาย
3.
ระบบทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบจนถึงพิการ ปัสสาวะเป็นเลือดเป็นหนอง
4.
ระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจเต้นผิดปกติ
5.
ระบบสร้างโลหิต ไขกระดูก ซึ่งมีหน้าที่สร้างเม็ดโลหิตหยุดทำงานเกิดเม็ด
   
โลหิตแดงต่ำ เกล็ดเลือดต่ำทำให้ซีด เลือดออกได้ง่าย ตลอดจนทำให้เลือด
   
แข็งตัวช้าในขณะเกิดบาดแผล บางรายเกิดเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว

การบำบัด
การเสพสารระเหยส่วนใหญ่ไม่เสพติดทางกายเมื่อหยุดใช้ ไม่มีมีอาการทางด้าน
ร่างกายมากนักเมื่อเลิกเสพ แต่บางรายอาจมีอาการที่เกิดจากการเสพสารระเหย
เป็นระยะเวลานาน เช่น หลอดลมหรือปวดอักเสบ ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อฝ่อลีบ 
เดินโซเซ สูญเสียการควบคุมอวัยวะต่างๆ เช่น มีอาการสั่นทั้งตัว มือสั่น เสียงสั่น 
หากมีอาการรุนแรงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อให้การบำบัดรักษาทางด้าน
ร่างกาย

แต่ปัญหาที่สำคัญของผู้ติดสารระเหย คือ ปัญหาการติดทางด้านจิตใจ ดังนั้นจึงต้อง
ให้การบำบัดรักษาผู้ติดสารระเหยทางด้านจิตใจ โดยใช้วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพใน
รูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาและการทำจิตบำบัด เป็นต้น เพื่อให้ผู้ติดยา
เสพติดเข้าใจถึงปัญหาของตนเองที่นำไปสู่การเสพยาเสพติด รวมทั้งการปรับ
สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นได้แก่ 

การปรับสภาพแวดล้อมครอบครัวเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้เข้าใจปัญหาและ
ช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันเในการ ดูแลประคับประคอง ผู้ติดสารระเหย การสร้าง
ความมั่นคงทางจิตใจให้ผู้ติดยาเสพติดสามารถดำรงชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพายา
เสพติดอีกต่อไป

สารระเหยได้มาจากขบวนการผลิตน้ำมันปิโตรเลียม ระเหยได้ง่ายในอุณหภูมิปกติ ใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ เช่น ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวยาง สีพ่น น้ำยาล้างเล็บ น้ำมันไฟแช็ก เป็นต้น เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกาย จะเป็นอันตรายต่อระบบต่างๆ ในร่างการ เช่นระบบประสาท สมอง หัวใจและหลอดเลือด การหายใจและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

อาการผู้เสพ
คล้ายคนเมาเหล้า ควบคุมตัวเองไม่ได้ เดินโซเซ ตาพร่ามัว ง่วงซึม ความจำเสื่อม ประสาทหลอน เป็นต้น

โทษต่อผู้เสพ
พิษเฉียบพลัน ระยะแรกจะรู้สึกเป็นสุข ร่าเริง ตื่นเต้น ต่อมาจะมึนงง เคลิบเคลิ้ม พูดจาอ้อแอ้ ไม่ชัด ควบคุมตัวเองไม่ได้ หลังจากนั้นจะคลื่นไส้อาเจียน หายใจถี่และเร็ว ประสาทหลอน หากสูดดมในปริมาณมาก อาจชักหมดสติ หัวใจเต้นเร็ว ผิดจังหวะ และอาจหัวใจวายได้
พิษเรื้อรัง การสูดดมติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้ระบบการหายใจอักเสบ ระคายเคือง ไตอักแสบ สมองฝ่อ ประสาทหลอน มือสั่น กล้ามเนื้อลีบ และเป็นอัมพาต และอาจทำให้เกิดมะเร็งในเม็ดเลือดขาว




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน