• bepran
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 91
  • จำนวนผู้ชม : 66556
  • ส่ง msg :
  • โหวต 95 คน
ปราณ
ลมหายใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม 2559
Posted by bepran , ผู้อ่าน : 598 , 22:22:14 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

. ส่วนใหญ่คนที่ภาวนาไม่ไหวนะ พัฒนาไม่ค่อยขึ้น มันมี ๒ กลุ่ม พวกนึงฟุ้งซ่าน คิดลูกเดียว ไม่มีสมาธิเลย อีกพวกนึงนั่งสมาธิให้จิตนิ่งๆ เพ่งให้นิ่งเลย จิตที่เพ่งให้นิ่ง เดินปัญญาไม่ได้ จิตที่จะพัฒนาตัวเองให้เกิดสติเกิดปัญญาได้ เป็นจิตที่รู้สึกตัว ไม่เผลอลืมเนื้อลืมตัว ไม่เพ่งเอาไว้ให้นิ่งๆ คนส่วนใหญ่นั้น ลืมตัวเองทั้งวัน ในขณะที่นักปฏิบัตินะ พอลงมือปฏิบัติเมื่อไหร่ก็เพ่งเมื่อนั้น มันเลยรู้สึกว่าการจะบรรลุมรรคผลนั้นยากเหลือเกิน . เมื่อก่อน หลวงพ่อเรียนจากครูบาอาจารย์นะ หลายสิบปีมาแล้ว ไปตามวัดเนี่ย คนภาวนาเยอะแยะเลย นั่งสมาธิเดินจงกรมกันเป็นร้อยๆเลยกลางคืน ถ้าไม่นั่งใจลอยนะ เผลอคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก็นั่งเพ่งเอาไว้ หรือเดินจงกรมก็เพ่งเอาไว้ ... งั้นการที่คนจะปฏิบัติธรรมนะ จะนั่งสมาธิ จะเดินจงกรมเนี่ย ยังไม่แน่ว่าเป็นการปฏิบัติธรรมจริง อาจจะนั่งสมาธิเรื่อยเปื่อยไปก็ได้ หรือนั่งแล้วเคร่งเครียด หรือเดินจงกรมนะ เดินทรมานตัวเองไปอย่างนั้นเอง เดินเอาระยะทางว่าจะเดิน เท่านี้รอบ ๆ บางคนก็เดินเอาเวลาว่าจะเดินเท่านี้ชั่วโมง เดินกลับไปกลับมาๆๆ คอยดูนาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะครบเวลา หรือเดินจะเอาสักร้อยรอบอย่างเนี้ย ก็รีบเดิน รีบจ้ำๆๆ ให้มันครบร้อยเร็วๆ เนี่ยนั่งสมาธินะ เดินจงกรมแบบเนี่ย ไม่เรียกว่าปฏิบัติ เพราะไม่มีสติ . ถ้าเมื่อไหร่ เรามีสตินะเป็นเครื่องคุ้มครองรักษาใจตัวเองอยู่ ทุกก้าวที่เดินมันก็คือเดินจงกรม ตลอดเวลาที่นั่งอยู่มันก็คือการนั่งสมาธิ มันไม่ได้อยู่ที่เปลือก(รูปแบบ)ของการปฏิบัติ ว่าจะนั่งท่าไหน ว่าจะเดินท่าไหน มันอยู่ที่ว่าจิตเรามีคุณภาพมั้ย ในระหว่างที่นั่งนั้นน่ะมีสติมั้ย ระหว่างที่เดินน่ะมีสติมั้ย . ถ้าขาดสติตัวเดียวก็คือขาดการปฏิบัติทั้งหมดเลย เพราะอะไร..? เพราะสติเนี่ยนะ เป็นเครื่องคุ้มครองรักษาจิต ทันทีที่สติเกิดเนี่ย อกุศลที่มีอยู่ในใจเราเนี่ยจะดับทันที อกุศลใหม่จะเกิดไม่ได้ ทันทีที่มีสติเนี่ยกุศลจะเกิดขึ้นทันที กุศลที่เกิดแล้วก็เจริญงอกงามไพบูลย์ขึ้นเป็นลำดับๆไป งั้นมีสติ ครูบาอาจารย์ถึงสอน เพราะมีสติคือมีความเพียร ขาดสติคือขาดความเพียร . คำว่าความเพียรหรือสัมมาวายามะ มันมีองค์ประกอบ ๔ อย่าง (๑.) เพียรปิดกั้นอกุศลที่ยังไม่เกิด..ไม่ให้เกิด (๒.) เพียรละอกุศลที่เกิดแล้ว.. ให้หมดไป (๓.) เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิด..ให้เกิด (๔.) เพียรทำกุศลที่เกิดแล้ว.. ให้เจริญงอกงาม อย่างนี้ถึงจะเรียกว่ามีความเพียรชอบ . อาศัยการมีสตินั่นเอง ความเพียรชอบก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะทันทีที่มีสติเนี่ย กิเลสที่มีอยู่จะดับทันที กิเลสใหม่จะเกิดไม่ได้ ในขณะที่มีสติ กุศลก็เกิดขึ้นทันที เพราะสติเป็นตัวกุศล แล้วถ้าเราฝึกมากนะ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็จะแก่กล้าขึ้นเป็นลำดับๆไป อาศัยสตินี่เอง ครูบาอาจารย์ถึงสอนว่ามีสติคือมีความเพียร ขาดสติคือขาดความเพียร . เพราะงั้นถึงเราจะไปเดินจงกรมหามรุ่งหามค่ำ แต่ถ้าไม่มีสติก็เรียกว่าเดินเรื่อยเปื่อย เดินทรมานตัวเอง ไม่เรียกว่าปฏิบัติ ถึงจะนั่งสมาธิวันนึงหลายชั่วโมงนะ แต่จิตใจล่องลอยไป ไม่มีสติ ก็ไม่เรียกว่าปฏิบัติ งั้นการจะปฏิบัติเนี่ย ไม่ได้อยู่ที่เปลือก ไม่ใช่อยู่ที่ว่าเราเดินสวย เรานั่งสวย ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย ในทุกๆอิริยาบถที่มีสติเนี่ย ในขณะนั้นมีการปฏิบัติทั้งสิ้น ในทุกอิริยาบถไม่ว่าจะสวยงามแค่ไหน ถ้าขาดสติก็คือขาดการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นสติเป็นองค์ธรรมที่สำคัญที่สุดนะ ครูบาอาจารย์เคยสอนหลวงพ่อ บอก... สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ . เราจะต้องพัฒนาสติให้เกิดขึ้น อยู่ๆ สติไม่เกิด สั่งให้เกิดก็ไม่เกิด เพราะสติเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ . วิธีที่จะทำให้สติเกิดเนี่ย ก็คือการที่เราหัดรู้สภาวธรรมบ่อยๆ เมื่อจิตเราจำสภาวธรรมได้แม่น สติจะเกิดเอง สิ่งที่เรียกว่าสภาวธรรมเนี่ย มี ๒ ส่วน คือรูปธรรมกับนามธรรม ในตัวเราเนี่ย ประกอบด้วยรูปธรรมและนามธรรม มีร่างกายอันนี้เป็นส่วนของรูปธรรม มีจิตใจความรู้สึกนึกคิดทั้งหลาย อันนี้เป็นส่วนของนามธรรม ให้เราหัดรู้รูปธรรมหัดรู้นามธรรมให้มากๆ คอยรู้สึกไป หายใจออกรู้สึกตัว หายใจเข้ารู้สึกตัว ยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึกตัว คำว่า"รู้สึกตัว" ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก มันตรงกันข้ามกับ..ใจลอย . เวลาที่เราใจลอย มีกายลืมกาย มีใจลืมใจ ลืมตัวเองตลอดไม่สามารถรู้สึกตัวได้ เราต้องมาฝึกให้จิตใจมันอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วดูกายมันทำงานดูใจมันทำงานเรื่อยๆไป อย่างร่างกายเนี่ย ดูได้หลายแง่มุม จะดูในแง่ที่ว่าร่างกายหายใจออกรู้สึกตัว ร่างกายหายใจเข้ารู้สึกตัวก็ได้ ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึกตัวก็ได้ ร่างกายเคลื่อนไหว ร่างกายหยุดนิ่งรู้สึกตัวก็ได้ เนี่ยขณะนี้พวกเรานั่งอยู่รู้สึกมั้ย ลองพยักหน้าซิ เนี่ยขณะเนี้ยร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึกมั้ย แค่รู้สึกเท่านั้น ไม่เพ่ง ไม่จ้อง ไม่บังคับ ถ้าเพ่ง ถ้าจ้อง ถ้าบังคับเนี่ย จะสุดโต่งไปข้างบังคับตัวเอง ทำกายให้ลำบาก ทำใจให้ลำบาก เหมือนนักปฏิบัติส่วนใหญ่ที่เค้าทำกันผิดๆ นั้นแหละ บังคับตัวเองตลอดเวลา จนเครียดไปหมดเลย ยิ่งภาวนายิ่งเครียดก็ถือว่าภาวนาไม่เป็นหรอก . งั้นเราคอยรู้สึกนะ จะเริ่มต้นจากกายก็ได้ ร่างกายหายใจออกคอยรู้สึก ร่างกายหายใจเข้าคอยรู้สึก ขณะเนี้ยรู้สึกมั้ยร่างกายหายใจอยู่ "อย่าไปดูลมหายใจ..อย่าไปดูที่ลมหายใจ" รู้สึกตัวทั่วพร้อม รู้สึกมันทั้งตัวนี่แหละ เห็นร่างกายเราหายใจไปสบายๆ อย่างฟังหลวงพ่อไป พอเกิดความเข้าใจก็พยักหน้า เห็นร่างกายเราเคลื่อนไหว ใจเราเป็นแค่คนรู้คนดูเห็นร่างกายมันเคลื่อนไหว ลองขยับมือซิ รู้สึกมั้ยร่างกายมันขยับมือ ไม่ต้องไปเพ่งนะ ถ้าเพ่งมันจะเครียด รู้สึกไปสบายๆ จิตใจที่สบายจะเกิดสมาธิ เพราะสมาธิเกิดจากความสุข ความเครียดเนี่ย ไม่ทำให้มีสมาธิขึ้นมาเลย ตราบใดที่จิตเครียดนะ จิตจะไม่มีสมาธิ ถ้าจิตมีความสุขสมาธิถึงจะเกิด ในอภิธรรมสอนชัดเลยว่า ความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ ให้เรารู้สึกไป ร่างกายหายใจออกรู้สึกไปด้วยใจที่มีความสุข ร่างกายหายใจเข้ารู้สึกไปด้วยใจที่มีความสุข ร่างกายยืนเดินนั่งนอนรู้สึกไปด้วยความสุขนะ อย่างขณะนี้บางคนหาว บางคนหาวปฏิบัติได้มั้ย แค่ร่างกายหาว เราก็เห็นร่างกายมันหาว ใจเราเป็นคนดู ร่างกายมันยิ้ม เราก็รู้สึกว่าร่างกายมันยิ้ม แค่รู้สึกๆไป ... สิ่งที่หลวงพ่อสอนให้ดูเบสิค basic ดูเพลนๆ plain (เรียบง่าย) แต่จะบอกให้ ถ้าทำนะ มรรคผลนิพพานจะอยู่ไม่ไกลเรา เพราะมรรคผลนิพพานเนี่ย มันเกิดจากจิตเราเกิดปัญญาแก่รอบ รู้ความจริงของกายรู้ความจริงของใจ รู้ว่าร่างกายนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จิตนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พอมันรู้ถึงความจริงแล้วนะ วิมุตติก็เกิดขึ้น อาศัยปัญญารู้ความจริงของกายของใจนี่แหละ วิมุตติ มรรคผลอะไรก็จะเกิดขึ้นเอง _/|\_ _/|\_ _/|\_ #หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 25 พ.ค.59 ดูจาก YouTube.. Dhamma.com พระธรรมเทศนาระหว่างนาที 1:22 --14:35 ..... กราบคุณพระรัตนตรัยด้วยความเคารพอย่างสูง กราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ .....




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]