*/
  • ม้าน้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 31au497@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-26
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 84913
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2551
Posted by ม้าน้ำ , ผู้อ่าน : 1604 , 11:58:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพชายผมเกรียน แขนขวาแหลกเละ เลือดเปรอะไปทั่วกาย ดวงตาสะลึมสะลือเหมือนไม่ได้สติ นั่งอยู่ข้างกำแพง มือซ้ายที่เปรอะด้วยเลือดเช่นกันกำลังกำวัตถุบางอย่าง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปแถลงข่าวตีปี๊บว่า วัตถุในมือซ้ายของชายคนนี้คือ “ระเบิด” แล้วสรุปแบบพูดเองเออเองว่า ฝ่ายพันธมิตรฯ นำระเบิดมาร่วมชุมนุมจนเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีข้อสรุปต่อเนื่องไปว่า ผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บสาหัส แขนขาด ขาขาด หรือกระทั่งเสียชีวิตนั้น มาจากระเบิดที่ฝ่ายพันธมิตรฯ นำมาเองทั้งสิ้น

       ข้อสรุปแบบปัดสวะพ้นตัว เอาชั่วใส่พันธมิตรฯ แบบนี้ มีสื่อมวลชนประเภท “ขี้เกียจคิด” นำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้ตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ว่า คนที่บาดเจ็บสาหัสเลือดเปรอะไปทั่วร่าง ลืมตาไม่ขึ้นอย่างนี้ ยังมีแรงพอที่จะกำระเบิดอยู่หรือไม่ แถมตั้งข้อสันนิษฐานให้เสร็จสรรพว่า วัตถุที่อยู่ในมือชายอาการโคม่าคนนั้นคือ “เอ็ม 79”

       วันต่อมา ความจริงก็ปรากฏว่า ชายคนดังกล่าว คือ “ชิงชัย เจริญอุดมกิจ” หรือ “ตี๋” ศิลปินนักวาดรูป สมาชิกเครือข่ายศิลปินกู้ชาติ ของวสันต์ สิทธิเขตต์ ที่มาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ

(ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2551 09:49 น. )

เช้าตรู่ของวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ตี๋ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงเรียกของแหม่ม ผู้เป็นภรรยาให้มาดูโทรทัศน์เสนอข่าว ตำรวจใช้อาวุธร้ายแรงสลายการชุมนุมพันธมิตรหน้ารัฐสภา

ตี๋ซึ่งไม่ปกตินิสัยเป็นคนไม่ช่างพูด รำพึงออกมาด้วยคำรันทดใจว่า “ยิงกันอย่างนี้เลยหรือ”

ช่วงสาย ตี๋ออกจากบ้านไปพบลูกค้างานศิลปะ

ตอนเที่ยงวัน ตี๋เดินทางถึงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เพื่อร่วมกับกลุ่มแนวร่วมศิลปินเพื่อประชาธิปไตย โดยการนำของอาจารย์เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์  หงา  คาราวาน ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันโหดร้าย อำมหิตของรัฐบาลสมชายและตำรวจ

ตลอดบ่าย ตี๋ใช้เวลาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนผู้ถูกทำร้ายที่ ร.พ. วิชรพยาบาล ร่วมกับกลุ่มแนวร่วมศิลปิน

ช่วงค่ำ ตี๋พร้อมเพื่อนศิลปินอีก 2 คน คือ ต้อม – ประเสริฐ พุทธสอน และนัด – อดิศร  สนใจแท้อยู่ที่ริมกำแพงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ท่ามกลางห่าอาวุธอันประดังเข้าใส่ฝูงชนที่ล้มร่วงไปคนแล้วคนเล่า และตี๋คือคนหนึ่งในนั้น....  “ชายไทยไม่ทราบชื่อ” ถูกหามส่งโรงพยาบาล รามา ในสภาพสาหัสสากรรจ์...

ตลอดคืนอันยาวนาน ไม่มีใครทราบว่าตี๋ไปอยู่ที่ใด แหม่มซึ่งดูแลลูกน้อย 2 คนอยู่ที่บ้านต่อโทรศัพท์หาเพื่อนทุกคน...แต่ไม่คำตอบ..

ตี๋เกิดในสลัมคลองเตย เมื่อ 42 ปีที่ผ่านมา ...ในสกุลแซ่โอ๊ว บิดา - มารดาเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนที่ยากจน บิดามีอาชีพหาบน้ำหวานขาย.... ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักกันดีในนาม อาแปะน้ำบ๊วย  .... เมื่ออายุเพียง 7 ปีกำลังเรียนชั้นประถม 2 มารดาของตี่เสียชีวิตทำให้การเรียนของตี๋ต้องสะดุดลง.... แต่ชีวิตก็ไม่ได้สูญเปล่า...หากแต่หันเหไปสู่พระธรรมตั้งแต่เยาว์วัย.....เขาได้เข้าร่วมโครงการบวนสามเณรหมู่ที่ต่างจังหวัดอยู่นานนับสิบปี......เมื่อลาสิกขาจากชีวิตสามเณรเขากลับมาอยู่กับบิดาและหมวยพี่สาว....ด้วยความรักในการเรียนทำให้ตี่ “ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย”......ตี๋เข้าทำงานที่ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคคล หรือเรียกโดยย่อว่า “ศูนย์ CCP” ในสลัมคลองเตยซึ่งบริหารโดยบาทหลวง โจเซฟ  เอช ไมเออร์............หลังเลิกงานตี่พากเพียนเรียน กศน.ภาคค่ำจนจบ ม.3  ....สถาบันศิลปะไทยวิจิตรศิลป์ จบระดับปวช.... วิทยาลัยเพาะช่าง จบวุฒิ ปวส...โดยใช้ทุนของศูนย์ CCF

….เมื่อจบ ปวส. ตี๋ได้ทำงานหลายแห่ง รวมทั้งเคยเป็นครูสอนศิลปะในสถาบันเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนต่อในระดับปริญญาตรี สถาบันราชภัฎสวนดุสิต...แม้จะเรียนจนเกือบจบ..แต่ตี๋ได้ค้นพบตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเขาอยากเป็นศิลปินทำงานศิลปะ ...เขาจึงตัดสินใจทิ้งวุฒิปริญญาตรีด้านการศึกษาที่อยู่แค่เอื้อม...มาสอบเข้าเรียนปริญญาตรีที่เพาะช่าง เป็น “น.ศ.โข่ง” อีกครั้งเพราะแก่กว่าเพื่อนร่วมรุ่นมาก

.....แหม่มภรรยาของตี๋เล่าว่า ตี่เรียนปริญญาตรีที่เพาะช่างภาคปกติ ในตอนกลางวัน หลังเลิกเรียนยามเย็นค่ำตี๋ต้องจับดินสอพู่กันไปทุกที่ทุกงาน เพื่อเขียนภาพหารายได้เป็นค่าเล่าเรียน และเลี้ยงดูครอบครัว ภรรยากับลูกที่กำลังจะเกิด เป็นช่วงที่ลำบากมาก แต่ตี๋ก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาได้

...หลังมีลูกคนแรก ตี๋ให้แหม่มซึ่งมีวุฒิปริญญาตรีเหมือนกันออกจากงาน เขาขอทำงานหนักหารายได้คนเดียว...ตี๋บอกว่า “ไม่มีใครดูแลลูกได้ดีเท่าพ่อแม่” แหม่มจึงต้องลาออกจากงานมาทำหน้าที่ของแม่ดูแลบูลล์ (ลูกคนแรกปัจจุบันอายุ 7 ปี) และแจ๊ซ (ลูกคนที่สอง อายุ 5 ขวบ) นับแต่นั้นมา.......

“ ตี๋ ตั้งใจว่าเมื่อลูก ๆ โตแล้ว ทำงานเก็บเงินได้สักก้อนก็อยากจะบวช” นี่คือปณิธานของตี๋ จากคำบอกเล่าของแหม่ม...

.....ความใฝ่ในธรรมและการบำเพ็ญทานเป็นกิจที่ตี๋ทำเรื่อยมา ...การบริจาคโลหิต...บริจาคดวงตาให้สภากาชาด...การช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม เป็นที่ประจักษ์ยอมรับในหมู่ญาติพี่น้องเพื่อนร่วมชุมชนและแวดวงแนวร่วมศิลปิน....

.....ศิลปินอย่างตี๋...คู่ชีวิตที่ดีอย่างแหม่ม...ร่วมกันถักทอรวงรังอย่างประณีตด้วยความรักและหลักคิดสู่การปฏิบัติ จนเป็นครอบครัวที่ความงามปรากฎจากภายในจิตใจสู่ภายนอกให้สัมผัสได้เฉกเช่น ทุกฝีแปรงที่แต่งแต้มงานศิลป์....

......คนสลัมที่แหวกวงล้อมอันยากแค้นด้อยโอกาส สู่ชีวิตที่ดีกว่า และรักษาจิตใจให้อยู่ในครรลองของความดีงาม มีอยู่มาก และเป็นส่วนหนึ่งของพลังส่วนดีที่ขับเคลื่อนสังคมไทยอยู่ในเวลานี้ เพราะการดำรงตนเป็นคนดี ก็เป็นจุดหมายหลักชัยของคนสลัมเช่นเดียวกับผู้คนในสังคมอื่น ....

(เอกสาร : เอ๊ด  ภิรมย์ แนวร่วมศิลปิน)

       “ทราย” วรรณพร ฉิมบรรจง และ วสันต์ สิทธิเขตต์ เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ต.ค. บนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากที่เห็นภาพ “ตี๋” ลงหนังสือพิมพ์ โดยมีภาพระเบิดในมือ และพาดหัวข่าวว่า “มือบึ้ม”ก็อยากจะถามว่าคือมันอะไรกันแน่

       “เราก็คุยกันอยู่ แล้วพี่ตี๋ พี่ต้อม นักวาดที่พี่น้องไปนั่งวาดรูปกันในวันปกติ ก็ชวนกันไปนั่งที่แยก แถวๆ กำแพง บชน. แล้วเขาก็รู้สึกเหมือน ก็ไอ้ตำรวจนั่นแหละ มันหย่อนระเบิดลงมา คนหนึ่งโดนสะเก็ดระเบิดเป็นแผล 16 รูที่ข้างหลังทั้งหมดเลย อีกคนเจ็บสาหัสที่แขนข้างหนึ่ง ไปรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราชวิถี ที่แขนมีรูหนึ่งใหญ่เท่าเหรียญสิบ คว้านเนื้อลึกเป็นเซนติเมตร

       “ส่วนคุณตี๋หายสาบสูญไป เราตามหาทั้งคืนก็ไม่พบ ตอนเช้าภรรยาเขาติดต่อมาให้ช่วยตามหาหน่อย เพราะไม่มีใครพบเห็นเลย ดูตามรายชื่อผู้บาดเจ็บก็ไม่เจอ ทรายก็โทรหาพี่วสันต์ ให้ช่วยกันตามหา จนพี่วสันต์เจอรูปที่เพื่อนจากอเมริกาส่งเมล์มาให้ เป็นภาพจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า เป็นภาพที่ชู 2 นิ้ว ทรายก็เอามือถือส่งรูปไปให้เพื่อนๆ ช่วยกันตามหา จนไปเจอชายนิรนามที่ยังไม่ทราบชื่อที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงบอกให้ภรรยาเขาไปดู ปรากฏว่าเป็นคุณตี๋

       ทรายเล่าต่อว่า “ลองคิดดูสิคะ ผู้ชายคนหนึ่งมีลูกต้องเลี้ยง 2 คน อายุ 5 ขวบกับ 7 ขวบ มีคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการวาดรูป ด้วยมือข้างขวา แต่พอไปถึงโรงพยาบาลหมอก็ตัดมือข้างขวาไปแล้ว มันเจ็บปวด สูญเสียมาก วันแรกเราตามหาเขาไม่พบ ทำให้รู้สึกแย่ คิดในทางไม่ดีไม่รู้เขาหายไปไหน พอพบแล้ว ก็พบว่ามือถูกตัด

       “ไม่หมดแค่นั้น กล่องเสียงแหลกละเอียด อาจพูดไม่ได้ตลอดชีวิต กระดูกอกข้างซ้ายแตก ปอดชำรุด หมอพยายามช่วยชีวิตเบื้องต้นเพื่อให้หายใจได้เท่านั้น สะเก็ดระเบิด วันนี้ยังรอลุ้นอีก ที่จะต้องผ่าตัด ตื่นเช้ามายังมาเจอภาพข่าว เรารับไม่ได้ ตำรวจเอาระเบิดมายัดใส่มือเพื่อนเรา”

“มงคล อุทก” สมาชิกวงคาราวาน ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ กล่าวถึงภาพชายที่โดนระเบิดและแขนขาดว่า ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปเรื่องก็คงเงียบหายไป แต่ไปตัดเอาแขนน้องชายของผม เขาเป็นจิตกรวาดรูป ตอนที่ชู 2 นิ้ว คงเป็นตอนที่โดนระเบิดใหม่ๆ คงยังชาอยู่ ยังสู้ได้ แต่หลอดเสียงถูกตัด พูดไม่ได้แล้ว นั่นคือรูปถ่ายรูปแรก หลังจากนั้นก็มีการเคลียร์ แล้วเขาบอกว่า ตำรวจไม่ให้รถพยาบาลไปรับ จนผ่านไปประมาณ 15 นาที

       “ปรากฏว่า รูปที่สอง น้องของเราก็เบลอแล้ว เขาเอาไปพิงกำแพงไว้ ตาก็ปิดแล้ว ในมือข้างซ้ายมีระเบิด รูปนี้ตำรวจเอาไปแถลงข่าว ตำรวจเลวทั้งหลาย ผมนึกถึงการสร้างผลงานการจับยาบ้า สมัยก่อน หรือการจับกัญชา หรือการสร้างหลักฐานเท็จ มันเป็นวิถีทางของตำรวจที่มันทำอะไรง่ายๆ”

นพ.ดิเรก ภาคกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า กรณีนี้ตนเป็นผู้พบผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง ซึ่งนั่งพิงกำแพง มีเลือดไหลบริเวณคอ หน้าอก มือขวาขาด ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากบาดเจ็บที่หลอดลม โดยในมือที่สงสัยว่าเป็นวัตถุบางอย่างที่คล้ายระเบิดนั้น เมื่อถึงโรงพยาบาลตนได้นำมาดูปรากฏว่าเป็นพวงกุญแจหนัง ขนาดไม่ใหญ่มาก และตนได้นำพวงกุญแจดังกล่าวใส่ไว้ในถุงเก็บของที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้สำหรับของคนไข้ผู้บาดเจ็บ ดังนั้น หากมีการตรวจสอบจะพบว่ามีกุญแจอยู่แน่นอน นอกจากนี้ยังมีพยาบาล 2 คน และคนขับรถฉุกเฉิน รวมไปถึงแพทย์ที่ รพ.รามาฯ ก็พร้อมที่จะเป็นพยานว่าวัตถุชิ้นดังกล่าวไม่ใช่ระเบิดแน่นอน….

 (ข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2551 09:49 น. )

วันที่ 8 ตุลาคม ...ตำรวจและหนังสือพิมพ์บางฉบับ กล่าวเท็จว่าว่า ตี๋กำระเบิดอยู่ในมือซ้าย...เป็นมือระเบิดของพันธมิตร..ซ้ำเติมตี๋ที่เสียแขนขวา..... ให้เสียเกียรติเสียใจเพิ่มมากขึ้น...

ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่กำอยู่นั้นคือพระเครื่องที่ตี่แขวนคออยู่เป็นประจำ แหม่มภรรยาตี๋เป็นผู้ให้คำยืนยัน...นายแพทย์และพยาบาลซึ่งรับตัวคนไข้......ก็ออกมาแถลงข่าวว่าสิ่งที่กำอยู่นั้นมิใช่ระเบิดแน่นอน...

          วันที่ 9 ตุลาคม เมื่อตี๋ฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบ ตี๋ขอกระดาษและดินสอจากแหม่มเขียนข้อความ........

ปัจจุบันคุณตี๋ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี...และยังต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิดอีกระยะหนึ่ง....

คุณเอ๊ด  ภิรมย์ ได้เขียนไว้ในตอนท้ายเอกสารของแนวร่วมศิลปินฯ ว่า ….

 .....ท้ายนี้เพื่อนพ้องน้องพี่แนวร่วมศิลปินฯ ขอรวมพลังใจให้ตี๋หายจากบาดเจ็บไว ๆ เพื่อ “กลับมาเดินทางต่อ” ตามแนวทางที่ตี๋บำเพ็ญมาเนิ่นนาน คือ ทาน ศีล ภาวนา ถึงตี๋จะมิอาจบวชห่มคลุมผ้ากาสาวพัสตร์ตามปณิธาน  แต่ตี๋ก็ได้บวชใจตนเองมาแล้วโดยตลอดและไม่มีทีท่าว่าจะลาสิกขา ฉะนั้นเส้นทางแห่งธรรมนี้จึงย่อมมิอาจมีอุปสรรคใดมาขวางใจมุ่งของตี๋ได้เลย....

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.


ในฐานะเข้าใจ
ความสูญเสีย..เจ็บปวดดี

คนที่ทำร้ายผู้อื่นได้..โดยที่ไม่ได้

เคียดแค้น.ชิงชัง..ทะเลาะกันรุนแรง

ใจคงอำมหิต..น่าดู

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ไทยแท้ วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scblock

นีไงครับประชาชนคนไทยผู้รักชาติบ้านเมืองที่แท้จริง ไม่ทราบว่าไอ้ควายสมชายมันจะรู้ไหมว่า มีคนไทยชาติเดียวกับมันถูกตำรวจชั่วทำร้ายแสนสาหัสขนาดนี้ เพียงเพื่อให้มันได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์ สะใจไหม ไอ้ควายสมชาย คนใต้ที่เสียชาติเกิดเป็นคนใต้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จิว วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/M6-1

เอาใจช่วยคุณตี๋และครอบครัวครับ ขอให้ตำรวจและหนังสือพิมพ์ที่ได้กระทำกรรมกับคุณตี๋ขอให้ออกมารับผิดชอบด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
thanapat วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9digits
ขอบคุณวีรชนพันธมิตรทุกคน คุณจะอยู่ในหัวใจเราตลอดไป

ขอบุญบารมีทั้งหลายในสากลโลกช่วยรักษาคุณดี๋และผู้บาดเจ็บทุกคนให้หายเร็วๆ กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วๆ

ด้วยเทอด

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint


ขอบคุณ ค่ะ..
..คุณ คนกลางทุ่ง... คุณ Destroyer.. คุณ beckyblooms
...คุณ ปภาโต และคุณคนในแผ่นดิน... ที่แวะมาอ่านและทักทายกัน ...

ที่ม้าน้ำหยิบเรื่องราวของคุณตี๋...มาบันทึกไว้เพราะเห็น การแถลงการณ์ของตำรวจ...สื่อบางสื่อ...และพฤติกรรมเหยียบย้ำ ซ้ำเติม ใส่ร้ายป้ายสี ผู้บาดเจ็บ.. ผู้ตาย..ในเวปไซด์บางแห่ง....ที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงถูกบิดเบือน.... จึงขอเขียนในสิ่งที่เป็นความจริง...ทิ้งไว้เพื่ออนาคตค่ะ...
สำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือคุณตี่และครอบครัว...ทางแกนนำได้จัดเป็นธุระให้...สามารถติดต่อได้โดยตรง...
ม้าน้ำไม่ได้ขอร้องหรือเรียกร้องเพราะไม่อยากให้ใครหยิบยกมาอ้างว่ามีเจตนาแอบแฝงค่ะ...


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

ความเจ็บปวดที่จะต้องถูกบันทึกไว้เป็นเรื่องราวของแผ่นดินต่อไป

อ่านไป น้ำตาก็ไหลย้อนอยู่ภายใน

สู้ครับคุณตี๋ คุณคือสุดยอดแบบอย่างวีระบุรุษในสายตาของลูก 2 คนครับ ลุกขึ้นครับ ลุกขึ้น..... ร่างกายหายสมบูรณ์ เพื่อลูก 2 คนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปภาโต วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaihouse

เมื่อวานมีหมาเห่าที่คลื่น 97.0 ว่าคนพิการที่แสดงเป็นคนมือขาด ขาขาดอยู่ที่ไหนให้ พธม.นำมาแสดงตัว

ช่วยอัดเทปรายการวิทยุช่องนี้ไว้ ตรวจสอบและให้รับผิดชอบคำพูดด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
beckyblooms วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

เป็นหนึ่งเรื่องที่..แค่ความเสียใจไม่พอนะคะ..

ควรมีคนยื่นมือให้ความช่วยเหลือคุณตี๋มากกว่านี้..

ถึงไม่เสียชีวิต..แต่ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณตี๋จะเป็นอย่างไร?..

ช่วยกกันช่วยเหลือให้คุณตี๋มีชีวิตที่มีคุณค่า เหมือนที่เจ้าตัวเขามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีมือหรือไม่มีก็ตาม..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Destroyer วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 12.32 น.
 เกียรติศักดิ์รักช้า มอบไว้ แก่ตัว

ขอคารวะคุณตี๋ด้วยใจจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนกลางทุ่ง วันที่ : 19/10/2008 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/centralthaifarm

คุณคือผู้เสียสละ
คุณคือพลังที่บริสุทธิ
คุณคือวีรบุรุษ ของคนไทย
ด้วยความศรัทธา ในตัวคุณ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน