*/
  • ม้าน้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 31au497@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-26
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 82277
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม 2554
Posted by ม้าน้ำ , ผู้อ่าน : 1522 , 08:49:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อังศนา โหวตเรื่องนี้

เมื่อวันที่ ๒๘ ม.ค.ไปร่วมเสวนาเวทีภาคประชาชน ที่ห้องประชมุอาคารรัฐสภา ๒ 

เรื่อง “ศักดิ์ศรีของไทยจะคงอยู่อย่างไร : กรณี ๗ คนไทยถูกทหารเขมรจับในแผ่นดินไทย” 

ซึ่งจัดโดย คณะกรรมมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา

 

    

 

ในวงเสวนา มีชาวบ้านเคยมีทีดินทำกินในแนวหลักเขตแดนที่ ๔๖ - ๔๘  ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่รัฐให้ความร่วมมือด้านมนุษยธรรมกับกาชาดสากล อนุญาตให้ใช้แผ่นดินไทยตามแนวตะเข็บชายแดน ตั้งค่ายอพยพเพื่อช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามทะลักเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นมา

 

ชาวบ้านได้เล่าให้ฟังถึงที่ไป  ที่มา ของการสูญเสียแผ่นดินทำกินที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย... ความพยายามเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้ได้มีโอกาสกลับเข้าไปทำกินในที่ดินเดิมของตนซึ่งถูกชาวกัมพูชายึดครองหลังจากสงครามในเขมรสงบ  แล้วไม่ยอมย้ายกลับไปกัมพูชา แต่ก็ไม่ได้รับการสนองตอบจากผู้บริหารประเทศไม่ว่าจากรัฐบาลยุคไหน ๆ เลย

เมื่อถามว่าได้ดูท่านนายกอภิสิทธิ์ออกมาชี้แจงเรื่อง ๗ คนไทยถูกจับหรือไม่ ชาวบ้านบอกได้ดู และยืนยันว่าเส้นเขตแดนที่ลากจากหลัก ๔๖ - ๔๗ ที่นายกเรียกว่าเส้น ปฎิบัติการนั้นไม่ถูกต้อง  เพราะแนวเขตแดนเดิมจากหลัก ๔๗  จะต้องอยู่เลยจากบ่อน้ำที่ UN ขุดไว้

( เส้นสีชมพูแนวเขตที่ชาวบ้านยืนยัน สระน้ำ UN อยู่ในเขตไทย )  

นายธิติพัทธ์  เสมาทอง  นายกอบต.บ้านใหม่หนองไทร จ.สระแก้ว  บอกว่า เคยบอกท่านนายกเมื่อครั้งที่ได้ไปพบกับท่านที่ทำเนียบฯ ว่าคนไทยทั้ง ๗  ถูกจับในแผ่นดินไทย  เพราะพวกเขารู้จักพื้นที่แถบนั้นดี เกิดและเติมโตมากับที่ดินแถวนั้น หน้าทำนาเวลาเกี่ยวข้าวก็จะร่วมกันเอาแรง (ร่วมกันเกี่ยวข้าว) ตั้งแต่ที่นาแนวเขตหลัก ๔๖ ไล่มาที่ละแปลง จนถึง หลัก ๔๗ ยืนยันว่าคนไทยถูกจับในแผ่นดินไทย บอกนายกฯ ไปแล้วแต่ท่านขอให้เงียบไว้ก่อน  ไม่ต้องให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ แล้วจะช่วยเรื่องที่ดินให้  แต่ภายหลังเมื่อกลับไปที่สระแก้ว  ผู้ว่าสระแก้วออกมาพูดโจมตีเรื่องหลักฐาน นส.๓ ,  สค.๑ ที่ตนนำมาให้นายกฯ ดูนั้นว่าเป็นหลักฐานปลอม และคุณศิริโชคก็มาบอกว่าสระน้ำ UN อยู่ในกัมพูชาอีก ถ้าเป็นอย่างนี้ที่ดินแถวนั้นคงต้องตกเป็นของกัมพูชาแน่ จึงต้องมาชี้แจงให้คณะกรรมมาธิการฯ วุฒิสภาทราบและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

( เส้นสีชมพูเส้นปฎิบัติการที่ท่านนายกอภิสิทธิ์อ้าง สระน้ำ UN อยู่ในเขตกัมพูชา แต่กัมพูชายึดแนวเส้นสีเหลืองซึ่งเดิมเป็นแนวรั้วลวดหนามที่ทหารไทยขึ้งไว้ไม่ให้คนกัมพูชาในค่ายอพยพออกมาปะปนกับคนไทย ปัจจุบันถูกสมอ้างว่าเป็นแนวเขตแดน)

จสอ.ฤทธี  เคยประสิทธิ์  บอกว่าบิดาซึ่งเป็นครูเป็นผู้นำชาวบ้านไปหักร้างถางพงแถวแนวเขต ๔๗ - ๔๘ และทำนาอยู่บริเวณนั้นหลายปี จนสามารถขอออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน แต่หลังจากกัมพูชาอพยพมา ก็ไมสามารถทำกินได้อีก ถ้าใครเข้าไปเลยแนวรั้วลวดหนาม ทหารกัมพูชาจะถือปืนมาขู่ ให้ถอยกลับเข้าไป บางคนยอมจ่ายเงินให้ชาวกัมพูชาจึงจะเข้าไปปลูกข้าวได้ ตนเคยไปร้องเรียนและขอตรวจสอบเอกสารที่ดินปรากฎว่าต้นขั้วที่จังหวัดหายไป ๓ เล่มเป็นต้นขั้วที่ดินตามแนวเขต ๔๖ – ๔๙  เจ้าหน้าที่ออกเอกสาร น.ส. ๒  เมื่อปี ๒๕๐๕  ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่ที่ออกไปทำรังวัดยังมีชีวิตอยู่เป็นพยานยืนยันได้

นายเทพมนตรี  ลิปปพยอม ผู้ร่วมเสวนา ได้ชี้แจงและแสดงหลักฐานการทำสัญญา ระหว่าง UNSCR กับรัฐบาลไทย(ในสมัยนั้น) เพื่อขุดบ่อน้ำ  ล้อมรั้วลวดหนาม  และสร้างห้องส้วม ให้แก่ค่ายผู้อพยพหนองจาน ทำให้เห็นชัดเจนว่าบ่อน้ำอยู่ในเขตประเทศไทยไม่ใช่อยู่ในกัมพูชาอย่างที่คุณศิริโชค  โสภา บอก

หลังจากสิ้นสุดการเสวนาเราสรุปในใจได้ว่า

๑. ท่านนายกอภิสิทธิ์ไม่เชื่อข้อมูลจากปากคำชาวบ้าน ไม่เชื่อผู้ที่เคยปฎิบัติงานในพื้นที่ค่ายอพยพ แม้จะมีพยานหลักฐานมายืนยันมากแค่ไหนว่าคนไทยถูกจับในแผ่นดินไทย   แต่ท่านเลือกเชื่อคุณศิริโชค คุณกษิต คุณประวิทย์และคุณสุเทพ  ที่ออกมาดาหน้ายืนยันว่าที่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชา จนทำให้การตัดสินใจแก้ไขปัญหาผิดพลาด เมื่อคุณพนิชกลับมานายกฯ จึงได้ออกมาชี้แจงอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ว่าถูกจับเลยเขตปฎิบัติการทางทหารและไม่ยอมบอกว่าเป็นพื้นที่ที่เคยเป็นค่ายอพยพของชาวกัมพูชาที่หนีความเดือดร้อนจากภัยสงครามภายในประเทศกัมพูชา มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินไทย
๒. หลักเขตประเทศไทยเดินได้ สืบเนื่องมาจากผลประโยชน์ มหาศาลตามแนวชายแดน ทั้งสินค้าหนีภาษี  อาวุธเถือน  บ่อนเถือน ยาเสพติด ฯลฯ ทำให้ข้าราชการที่มีหน้าที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปล่อยปละละเลยไม่สนใจชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน                       ๓.
MOU ๔๓ ทำให้ทหารไม่สามารถผลักดันชาวกัมพูชาออกไปได้ เพราะใน MOU ๔๓ ข้อ ๘ระบุว่าห้ามใช้กำลังทหาร ให้ใช้การเจรจา ทหารจึงได้แต่รายงานเหตุการณ์ให้คณะกรรมการ JBC ทราบเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีทำให้ปัญหายิ่งซับซ้อนขึ้น                               

การที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ออกมาชี้แจงทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันที่ ๒๓ มกราคม ที่ผ่านมา จึงเหมือนเป็นการสารภาพถึงความล้มเหลวในการดำเนินการบริหารประเทศของรัฐบาล ที่ยอมให้กัมพูชานำคนไทยไปขึ้นศาลที่พนมเปญ   ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานว่าคนไทยยังอยู่ในดินแดนประเทศไทย   แม้จะมีคนไทย ๕ ท่านได้รับการปล่อยกลับมาแล้ว แต่ยังมีอีก ๒ ท่านที่ยังยืนยันต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ  เด็ดเดี่ยวเพื่อพิสูจน์ว่าดินแดนตรงนั้นเป็นแผ่นดินไทย เขาไม่ได้ทำความผิด และศาลกัมพูชาไม่มีอำนาจมาตัดสินความผิดของเขา  ซึ่งตรงกันข้ามกับการกระทำของรัฐบาลที่ยอมอ่อนข้อให้กัมพูชา ไม่พยายามรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ   

ประชาชนจึงมีสิทธ์ที่จะตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า.....”ศักดิ์ศรีของไทยจะคงอยู่ได้อย่างไร “

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ครับคุณม้าน้ำ ผมว่าคุณเริ่มมาถูกทางแล้วครับ
แต่เราไม่จำเป็นต้องเลิก หรือประกาศยกเลิก ซึ่งในหลายๆข้อพิพาทไม่เคยปรากฏการณ์ประกาศยกเลิกข้อเจรจา มีแต่ประท้วงกันในเวทีโลก อย่างมากก็แค่วอล์คเอ้าท์ เรื่องถอนตัว ไม่นิยมทำกัน

ส่วนเรื่องต่างคนต่างยึดตามข้อมูลหลักฐานของตนเอง ไม่สามารถเจรจาหาข้อสรุปได้ การยุติการเจรจาเพื่อแช่แข็งปัญหาของความขัดแย้งเอาไว้ก่อนดังที่ผู้เรียน ผู้สอนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรู้ดีคือคำว่า FreeZing ซึ่งมีหลายข้อพิพาทในโลกนี้ที่ถูกแช่แข็งไว้

เรื่องการข่มขู่ด้วยกำลังทางทหาร รวมถึงการใช้กำลังทางทหาร ทำไม่ได้ครับ และด้วยเหตุนี้เองที่ประเทศที่มีกำลังทางทหารน้อยกว่ารู้ดีในข้อจำกัดอันนี้ เขาไม่กลัวเรื่องการใช้กำลัง เพราะมันจะถูกจำกัดด้วยตัวของมันเอง ด้วยคำว่า" ประเทศผู้รุกราน "ในนิยามที่ใช้เป็นกรอบในการพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
เรื่องนี้ต้องแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันยาว

เรื่องกดดันทางเศรษฐกิจ ที่มีการพูดถึงกันบ้างนั้น แม้จะทำได้สำหรับประเทศที่เป็นที่พึ่งพาของประเทศที่มีเศรษฐกิจด้อยกว่า แต่ในทางปฏิบัติก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

หากเราทำ ได้ผลในระยะสั้น แต่ระยะยาว เราจะสูญเสียตลาดไปโดยไม่มีทางกู้คืนได้ในระยะเวลาอันสั้น หรืออาจสูญเสียตลาดอย่างถาวร

เรื่องปัญหาระหว่างประเทศ ต้องคิดอย่างรอบคอบ การแช่แข็งปัญหาเอาไว้ก่อนน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ส่วนประชาชนที่เดือดร้อนที่ทำกินจริง เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะเยียวยา รู้ว่ารัฐทำ แต่ยังไม่ตกลงกันเพราะมีผู้ถือหางชาวบ้าน

เรียนด้วยความเคารพ ผมไม่มีอคติใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่เป็นเรื่องที่ตนเองพอรู้บ้างนิดหน่อย จึงแสดงความคิดเห็นด้วยความมั่นใจมากเกินไป
จึงขอประทานโทษด้วยหากมีคำหรือประโยคใดที่ไม่เหมาะสม
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ tanatach ค่ะ
ไทยเรานะเคารพกติกา มาตลอดแล้วกัมพูชานะเข้าใจหรือเปล่าค่ะเค้าเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ตลอดเวลา เราประท้วงไปเค้าก็ไม่สนใจ เจรจากับคนที่ไม่เคารพกติกาอย่างนี้เสียเวลาเปล่า ถ้าไม่เคารพกติกาอย่างนี้ก็เลิกไปเลยดีกว่า เราก็ยึดหลักสันปันน้ำ และหลักเขตที่เราปักปันไว้แต่เดิม กัมพูชาเลิกเกเรเมื่อไหร่ค่อยมาตกลงกติกากันใหม่ ดีไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

แก้...
ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

คุณม้าน้ำครับ ไม่ทราบว่าคุณรู้จักคำว่า FreeZing หรือเปล่า ด้วยความเคารพ คำนี้ วีธีปฏิบัติตามนิยามของคำนี้ยังใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ในหลายๆข้อพิพาทในโลก

คำว่า โต้เถียง ข่มขู่ เจรจา [ MOU ] ใช้กำลังบังคับ และ FreezIng เมื่อมาใช้กับความรู้ที่ได้จากเรื่องกฎบัตรสหประชาชาติ จะเข้าใจเรื่อง MOU 43 ดี

พวกที่ออกมาพูด ก็พูดไม่หมด แม้พูดไม่หมดก็ยังแย้งกันเองในคำพูด แย้งกันเองในเรื่องความเข้าใจ
โวยความเคารพ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ tanatach ค่ะ
จริงค่ะ เรายังไม่เสียดินแดนเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ในทางปฎิบัตินั้นกัมพูชาเข้ามารุกล้ำดินแดนของเรา โดยยึด MOU43 เป็นคัมภีร์ ทหารก็อึดอัดจะผลักดันออกไปก็ JBC ก็บอกให้เจรจาแล้วเป็นไงค่ะ ผ่านมา 10 กว่าปีคนไทยได้แต่ถอยร่น กัมพูชาเข้ามายึดครองมากขึ้นลองอ่านข้อมูลที่ม้าน้ำตอบคุณ Captain Jack ดูนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ที่คุณตอบในความเห็นที่ 10
ด้วยความเคารพ ผมว่านั้นไม่ใช่คำตอบ

อะไรกันครับ ด้วยความเคารพ เราอยู่ในขั้นตอนเจรจา เราสรุปว่าเราเสียนั้นเสียนี้
เราสรุปตกลงกันได้ในขั้นตอนไหน แล้วเรายังต้องเอาเข้ารัฐสภาของเราอีกล่ะครับ
เมื่อไม่เซ็นลงนาม เราจะบอกว่าเสียนั้นนี้ มันมั่วนะครับ มันพูดไม่หมด
การอ้างคนนั้นคนนี้มาเพื่อสนับความเชื่อ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด แต่เราต้องสรุปความคิดนั้นด้วยตนเอง ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมว่าที่เขาพูดนั้นจริงเท็จแค่ไหน มีหลักการข้ออ้างใดมารับรอง คำว่าด็อกนำหน้าชื่อไม่ใช่เป็นการการันตีว่าเรื่องนั้นถูกต้องนะครับ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อาโป วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


รู้แพ้..แก่พระ
เอาชนะ...แก่มาร


ความยึดของคนรุ่นหนึ่งยึดอดีต หวังอนาคต...เสียหายหมดในปัจจุบัน....เพราะยึดอดีตส่วนโลภ..ปัจจุบันไม่รู้ ปัจจุบันก็หลงอดีตก็หลงอนาคตลูกหลานก็หลงต่อๆกันไปหาที่สุดส่วนเหตุก็ไม่ได้..ก็ผลใหม่เป็นเหตุ..กู...กู้ ร่ำไป


สาธุ

แพ้แก่พระ ชนะแก่มาร


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ ลานเทวาค่ะ....ทหารไม่อยากนิ่งหรอกค่ะแต่รัฐบาลสั่งให้นิ่ง ๆ เดี๋ยวฮุนเซนจะโกรธ

คุณ อังสนาค่ะ.....ขอบคุณที่กรุณาโหวตค่ะ

คุณ neti ค่ะ.....ม้าน้ำเชื่อว่าหน้าตาไม่สำคัญเท่ากับการกระทำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ Captain Jack ค่ะ ลองดูประโยชน์ของ MOU43 ซิค่ะ
ว่าเป็นประโยชน์ต่อไทยหรือกัมพูชากันแน่......

โทรสารตอบโต้ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาถึงไทย ต่อกรณีไทยเรียกร้องให้ถอดธงที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ ส่งเวลา ๑๐.๕๔ น.

เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกคำประกาศตอบโต้หนังสือเรียกร้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีขอให้กัมพูชาถอดธงชาติออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ โดยกัมพูชาตอบโด้ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ยอมรับไม่ได้และเหยียดหยามกัมพูชา กัมพูชายกอ้างแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ จำนวน ๑๑ ระวาง ซึ่งหมายรวมถึง ตอนที่ ๖ ดงรัก ว่าเป็นผลงานของคณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส อ้างศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าได้ใช้แผนที่นี้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารกัมพูชา และย้ำว่าวัดแก้วฯ ซึ่งสร้างโดยชาวกัมพูชาในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ตั้งอยู่ในแผ่นดินกัมพูชา ธงชาติจึงโบกสะบัดเหนือวัดแก้วฯ โดยถูกกฎหมาย ทั้งระบุว่าไทยได้ยอมรับแผนที่ ๑:๒๐๐,๐๐๐ เป็นหลักฐานทางกฎหมายในการสำรวจและจัดทำหลักเขต ตาม MOU 43 ข้อ ๑ (ค) กัมพูชากล่าวหาว่าแถลงการณ์ของนายอภิสิทธิ์และการซ้อมรบที่ริมชายแดน เป็นการยั่วยุและสร้างเหตุจะทำสงครามกับกัมพูชา และกัมพูชามีสิทธิ์ปกป้องตนเอง ฟิฟทีนมูฟแปลและเรียบเรียงตรงตัว ดังนี้

คำประกาศของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ
เมื่อ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ได้เรียกร้องว่ากัมพูชาต้องถอดธงชาติออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระของกัมพูชา ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศปรารถนาจะยืนยันดังต่อไปนี้
– เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๐๔ ฝรั่งเศสและไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาเพื่อตั้งคณะกรรมการผสมปักปันเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม ในห้วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๐๕ ถึง ๑๙๐๘ คณะกรรมการร่วมฝรั่งเศส-สยาม ได้จัดทำแผนที่ทั้งสิ้น ๑๑ ระวาง รวมถึงระวางหนึ่งซึ่งปักปันตอนที่ ๖ ซึ่งเป็นพื้นที่ของปราสาทพระวิหาร
- ใน ปี ค.ศ. ๑๙๕๔1 ทหารไทยได้รุกล้ำแผ่นดินกัมพูชาและยึดครองประสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙2 กัมพูชาได้ฟ้องคดีล่วงละเมิดนี้ไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อาศัยโดยหลักการตามแผนที่ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการผสมฝรั่งเศส-สยามที่อ้างถึงข้างต้น ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๒3 ดังนี้
“…ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในแผ่นดินภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา;”
“ประเทศไทยอยู่ภายใต้พันธกรณีที่จะต้องถอนทหาร หรือตำรวจ หรือยามอื่น หรือผู้เฝ้าดูแลที่ประจำการโดยประเทศไทยที่ปราสาท หรือบริเวณใกล้เคียงบนแผ่นดินกัมพูชา;”
- ข้อ ๑ (ค) ของบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและรัฐบาลแห่งของราชอาณาจักรไทยในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ลงนามวันที่ ๑๔ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๐๐4 เช่นกันได้ยอมรับแผนที่ซึ่งอ้างถึงข้างต้นในฐานะเป็นหลักฐานตามกฎหมายสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย
– ตามแผนที่ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการผสมฝรั่งเศส-สยาม วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ สร้างโดยประชาชนกัมพูชาในปี ค.ศ. ๑๙๙๘5 เป็นที่ชัดเจนว่าตั้งอยู่ในแผ่นดินกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ ธงของราชอาณาจักรกัมพูชาโบกสะบัดเหนือพระเจดีย์โดยถูกกฎหมาย
– แถลงการณ์เช่นนั้นโดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคู่ขนานกับการฝึกซ้อมทางทหารที่ชายแดนประเทศกัมพูชา เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการยั่วยุและสร้างเหตุที่จะทำสงคราม6 เพื่อจะรุกรานประเทศกัมพูชาในอนาคต กัมพูชาสงวนสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของตนเอง
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศปรารถนาที่จะเน้นย้ำว่าแถลงการณ์โดยนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนี้ เป็นสิ่งซึ่งยอมรับไม่ได้ และรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อเรียกร้องซึ่งเหยียดหยาม

พนมเปญ, ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔

ขอบคุณข้อมูลจาก 15thmove.net

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ tanatach ค่ะ ไม่อยากเชื่อที่พันธมิตรพูดก็ไม่เป็นไรค่ะ ลองฟังคนอื่นที่ไม่ใช่พันธมิตรพูดก็ได้ค่ะ

เรื่อง ปัญหาบันทึกความเข้าใจ M.O.U.ปี พ.ศ.2543
เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อนอื่น ผมขอแนะนำตัวเองว่า ผมชื่อ นายสุเทพ กิจสวัสดิ์ สอบเนติบัณฑิตไทยได้ตำแหน่งที่ 2 ข้อเขียนได้ที่ 1 (สมัยที่ 15) ผมเคยเป็น ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 ปี และตำแหน่งสุดท้าย เป็นอธิบดีผู้พิพากษา ศาลแรงงานกลาง 2 ปี เกษียณอายุปี พ.ศ.2536
ผมขอแสดงความเห็นในฐานะเป็นราษฎรคนหนึ่ง ที่รักชาติ ไม่อยากให้เสียดินแดนแก่กัมพูชา โดยนำ M.O.U.ปี พ.ศ.2543 มาอ่าน และพิเคราะห์แล้วมีความเห็นดังต่อไปนี้
M.O.U.ข้อ 1.(ค.) มีสาระสำคัญว่า ไทยกับกัมพูชา จะร่วมกันดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ระหว่างไทยกับกัมพูชาให้เป็นไปตามเอกสารต่อไปนี้
(ค.) แผนที่ที่จัดทำขึ้น ตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ระหว่างไทยกับอินโดจีน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญา ฉบับปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญา ฉบับปี ค.ศ.1907 กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง กับการบังคับใช้อนุสัญญา ปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาฉบับปี ค.ศ.1907 ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
ท่านนายกฯ กล่าวว่า M.O.U.ปี พ.ศ.2543 เป็นประโยชน์ ทำให้ยูเนสโก้เลื่อนการพิจารณาที่กัมพูชาเสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่บริเวณ รอบเขาพระวิหารไป 1 ปี
ผมขอออกความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า M.O.U. ปี พ.ศ.2543 ข้อ 1.(ค.) ซึ่งมีแผนที่ที่ฝรั่งเศสขีดเส้นแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างสันปันน้ำ เข้ามาในเขตไทย 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น เป็นแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นแต่ฝ่ายเดียว กรรมการฝ่ายไทยมิได้เซ็นรับรองด้วย แผนที่ดังกล่าวจึงมิได้ผูกพันไทย เส้นแบ่งเขตที่ฝรั่งเศสจัดทำขึ้นจึงไร้ความหมาย
แต่ต่อมาปี พ.ศ.2543 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้ลงนามรับรองใน M.O.U.ปี พ.ศ.2543 ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เมื่อมีคำเสนอและคำสนองเกิดขึ้น M.O.U.ปี พ.ศ.2543 จึงเป็นสัญญาที่สมบูรณ์ผูกพันไทยกับกัมพูชา ทำให้เส้นแบ่งเขตที่ฝรั่งเศสขีดขึ้นในแผนที่ตามวรรคข้างบนจึงสมบูรณ์ ไม่ไร้ความหมายอีกต่อไป เส้นแบ่งเขตนี้ ห่างสันปันน้ำ เป็นเนื้อที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร แผนที่นี้ ใช้มาตราส่วน 1:200,000 ไทยน่าจะเสียดินแดนในตอนนี้ เป็นเนื้อที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร
เหตุผลเสริมมีว่า M.O.U.ปี พ.ศ.2543 มีข้อความให้ไทยกับกัมพูชาร่วมกันสำรวจและจัดทำหลักเขต จึงมีข้อคิดว่า ข้อความสำรวจและจัดทำหลักเขตต้องไปทำในเส้นที่ฝรั่งเศสขีดเส้น ข้อความนี้จึงไปเสริมให้กัมพูชามีเหตุผลหนักแน่นขึ้น แต่มิได้มาเสริมฝ่ายไทย เพราะไทยยึดถือสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขต เนื่องจากสันปันน้ำเป็นแนวเขตถาวรตามธรรมชาติ ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องสำรวจและจัดทำหลักเขตแต่อย่างใด แนวเขตสันปันน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตจึงมีน้ำหนักน้อยลง
กัมพูชาถือว่า M.O.U.ปี พ.ศ.2543 มีเส้นที่ฝรั่งเศสขีดขึ้น เป็นแนวแบ่งเขตไทยกับกัมพูชา กัมพูชาจึงถือว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นดินแดนของกัมพูชาและถือว่ากัมพูชามีอธิปไตยเหนือ 4.6 ตารางกิโลเมตร กัมพูชาจึงเข้าไปยึดครอง โดยส่งคนเขมรไปตั้งภูมิลำเนา สร้างวัด สร้างตลาดและสร้างถนน โดยมีทหารเขมรติดอาวุธเข้าไปคุ้มครองพื้นที่ และรักษาพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร คนทุกชาติเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรได้ แต่คนไทยเข้าไปไม่ได้ ผมจึงขอฟันธงว่า ไทยน่าจะเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรแล้ว และต่อไปอาจเสียดินแดนบางส่วนของ 11 จังหวัด เป็นเนื้อที่ 1.5 ล้านไร่ เมื่อรวม 4.6 ตารางกิโลเมตรแล้ว ไทยน่าจะเสียดินแดนประมาณ 1.8 ล้านไร่
จึงกราบเรียนท่านนายกฯ ได้โปรดพิจารณาและหาทางแก้ไขต่อไป

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(นายสุเทพ กิจสวัสดิ์)

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
captain.Jack วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

เห็นด้วยกับท่าน Tanatach ...การเสพข้อมูลต้องใจเป็นธรรม..ให้ดีรู้ข้อมูลหรือสืบหาข้อมูลมาดเทียบเคียงด้วยก็ดี
ส่วนท่านลานเทวด...ท่านอยากรบจริง ๆ หรือ....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ศักดิ์ศรีของไทย เกียรติยศของชาติไทย ก็อยู่ที่การกระทำของคนไทยเราเองนั้นแล

พื้นที่แถบนั้นเคยไปดูเมื่อปี2520 ล้วนเป็นที่บุกร้างถางป่ามาใหม่ๆ เป็นส่วนมาก ราคาถูกมาก เป็นที่จับจอง ไม่มีอาณาเขตแน่นอน เลยไม่ซื้อในตอนนั้น

อย่าง 3 ข้อเรียกร้อง ไม่เห็นว่ามีเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์กับประเทศไทย
ซึ่งหากฟังพันธมิตรด้วยสติที่พร้อมที่จะเรียนรู้ ไม่ฟังจนเคลิ้มเสียสติ ก็จะรู้ว่าการพูดของบรรดามวลสมาชิกพันธมิตรเองนั้นแหละจะบอกเราเอง ให้ทบทวนก็จะเห็นว่าพูดเองขัดกันเองแทบทุกวัน
ที่มีปัญหา ก็เพราะเราฟังอย่างเสียสติ จึงไม่รู้ในข้อเท็จจริง
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลานเทวา วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เขมรท้ารบ เราหลบนิ่ง


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
neti วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.35 น.

ศักดิ์ศรีของตัวเองยังรักษาไม่ได้ แล้วจะรักษาศักดิ์ศรีของประเทศได้อย่างไร ใช่ไหมคุณมาร์ค ที่ชอบแต่งตัวหน้าหล่อตลอดเวลา ไปเถอะครับ ก่อนที่จะไม่มีหน้าให้หลบ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อังศนา วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

ขอบคุณค่ะ และมอบให้ ๑ โหวต
ประชาชนอย่างข้าพเจ้ากระหายข้อมูลจากทุกฝ่ายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลานเทวา วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เขมรท้ารบ เราหลบนิ่ง


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลานเทวา วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เขมรท้ารบ เราหลบนิ่ง


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

อ้าว ... ถ้าแผนที่นี้ไม่จริง งั้นคุณมาร์คก็แหกตาคนทั้งประเทศซิค่ะ เพราะเป็นแผนที่เดียวกับที่คุณมาร์คใช้พยากรณ์อากาศเมื่อวันที่ 23 มกรานะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

แผนที่นั่นใครจะดูออกสักกี่คน
แล้วแต่เขาจะวาดมาโชว์ เพราะมันไม่ตรงกับของ ตชด.ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน