*/
  • ม้าน้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : 31au497@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-26
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 82220
  • จำนวนผู้โหวต : 42
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม 2554
Posted by ม้าน้ำ , ผู้อ่าน : 2259 , 09:57:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ได้อ่านบทความของผศ.ดร. พิชาย  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  แล้วรู้สึกเห็นด้วยเพราะเมื่อครั้งที่ได้คุณอภิสิทธิ์ออกมาชี้แจงเรื่องที่ 7 คนไทยที่ถูกจับ บุคคลิกของท่านดูเปลี่ยนไปเหมือนไม่มั่นใจในสิ่งที่ท่านพูด โดยเฉพาะกับคำกล่าวที่ท่านบอกว่าถ้ายกเลิก MOU43 แล้วจะเกิดสงครามนั้นเราไม่เห็นด้วยเลย....

(เนื่องจากบทความค่อนข้างยาวจึงขอคัดมาบางส่วน) .......

       ……….เมื่อมนุษย์ทำตัวให้อยู่ห่างหรือบิดเบือนจากโลกแห่งความเป็นจริง   เขาก็ตกอยู่ในวังวนของจินตนาการและความเชื่อที่งมงาย แต่นั่นอาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขาเพราะจินตนาการทำให้เขาลดทอนความเจ็บปวดและความขมขื่นจากการรังเกียจตนเอง เพราะครั้งหนึ่งเขาอาจเคยเป็นผู้ที่บูชาความเป็นจริง แต่เมื่อสภาวะเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เขาต้องละทิ้งความเป็นจริง ด้วยสำนึกดั้งเดิมที่เขามีอยู่เขาจึงรู้สึกเจ็บปวด และเพื่อลดทอนความเจ็บปวดนั้นเขาก็เริ่มต้นสร้างจินตนาการและความเชื่อที่จอมปลอมขึ้นมาห่อหุ้มตนเอง       

       เมื่อเขานำเสนอบางสิ่งที่โดยลึกๆเองเขาก็รู้ว่ามันขัดแย้งกับความเป็นจริง เขาก็ไม่สามารถเสนออย่างสงบนิ่งและมั่นใจได้ อากัปกิริยาของเขาดูลุกลี้ลุกลน และเคร่งเครียด ผิดไปจากบุคลิกเดิมที่เคยปรากฏต่อสาธารณะ       
       เขาอาจปิดบังความจริงบางประการอยู่ แต่เขาปรารถนาที่จะให้สาธารณะเชื่อในสิ่งที่เขานำเสนอ เขาจึงใช้ตรรกะที่น่าพิศวงงงงวยต่อวิญญูชนจำนวนมาก บางคนถึงกับอุทานออกมาอย่างตกใจว่า “เป็นไปได้อย่างไรที่คนมีปัญญาเช่นเขาถึงกับใช้ตรรกะแบบทารกไปได้”       
       แรงปรารถนาในการรักษาอำนาจอาจเป็นพลังที่กระตุ้นอย่างสำคัญให้แก่เขาในการเปล่งวาจาร้อยเรียงออกมาเช่นนั้น โดยคาดหวังว่าจะทำให้ผู้วิจารณ์เขาอับจนเหตุผลที่จะมาโต้แย้งเขาภายหลัง       
       เขาตั้งคำถามว่า “หากไม่ใช้ MOU 2543 แล้วจะใช้อะไร” หรือ “ยกเลิก MOU 2543 แล้วยังไงต่อ” การตั้งคำถามเช่นนี้ หากผู้ตั้งเป็นเด็กๆ ผู้คนก็คงเข้าใจได้ในความไร้เดียงสา และความจำกัดของปัญญาที่จะใช้ในการวิเคราะห์เพื่อแสวงหาเลือกที่เหมาะสมมาทดแทนได้ ทว่าเขาเป็นถึงผู้นำของประเทศกำหนดชะตากรรมของผู้คนจำนวนหลายล้านคน การตั้งคำถามเช่นนี้จึงเป็นการสะท้อนและเปิดเผยตัวตนที่ว่างเปล่าของเขาออกมา …….      

……….เราลองมาดูประโยคตรรกที่เขาใช้ในการอธิบายต่อประชาชน “หากยกเลิก MOU 2543 จะทำให้ประเทศไทยจะมีโอกาสในการที่จะเสียหาย หรือเสียดินแดน อาจจะต้องเข้าสู่สภาวะการสู้รบ” นัยของประโยคที่เขาอ้างหมายความว่า หากประเทศไทยไม่มี MOU 2543 จะทำให้ประเทศไทยต้องเสียดินแดนแก่ประเทศกัมพูชา หรืออาจต้องทำสงครามกับประเทศกัมพูชา
       
       ข้อเท็จจริงคือ MOU 2543 รับรองการดำรงอยู่ของแผนที่ 1: 200,000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่ทำให้ประเทศกัมพูชาได้ดินแดนของประเทศไทย ส่วนประเทศไทยเขายืนยันว่า เขาใช้หลักสันปันน้ำ แต่ในทางปฏิบัติจริงกัมพูชาได้ใช้แผนที่ 1:200,000 เป็นแนวทางดำเนินงานทางการเมือง การทหาร และการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการให้ชาวบ้านไปตั้งชุมชน การปลูกสร้างอาคาร และวัด ในอาณาบริเวณที่แผนที่ดังกล่าวครอบคลุม
       แต่เขาและรัฐบาลของเขา แม้จะพูดว่าใช้หลักสันปันน้ำ แต่ไม่มีร่องรอยการปฏิบัติการทั้งทางทหาร การทูต และการพัฒนาใด ที่สอดคล้องกับคำที่เขาประกาศเอาไว้เลย ในทางกลับกัน การปฏิบัติกลับดูเหมือนว่าเป็นการยอมรับข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาอย่างกลายๆ เช่น การถอนกำลังทหารออกจากวัดบริเวณเขาพระวิหาร หรือ ปล่อยให้กัมพูชาเขียนป้ายประนามทหารและประเทศไทย เป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งประชาชนผู้รักชาติหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเสนอต่อสาธารณะ เขาจึงยอมลงมือกระทำอะไรบางอย่างลงไป
       
........เขาบอกว่า การไม่มี MOU จะทำให้เกิดสงคราม การกล่าวเช่นนี้เป็นการข่มขู่ประชาชนที่ขาดข้อมูลข่าวสารและมีการรับรู้ที่จำกัดเกิดความกลัว และยอมรับในสิ่งที่เขากล่าว แต่คนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารย่อมคิดได้ว่าการเกิดขึ้นของสงครามระหว่างประเทศนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีหรือไม่มี MOU แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆหลายประการ เช่น ความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของชาติ ความเข้มแข็งหรือความอ่อนแอของผู้นำ และ แสนยานุภาพของกองทัพ เป็นต้น
       การปะทะกันระหว่างชายแดนไทยกับกัมพูชา มีเกิดขึ้นอย่างประปรายหลายครั้ง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี MOU แต่การมี MOU นั้นจะทำให้ประเทศที่ผู้นำต้องการรักษาหน้าและภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศเสียเปรียบเป็นอย่างไพศาล เพราะว่า ใน MOU มีข้อกำหนดไม่ให้ใช้กำลังทหาร และกำหนดให้รักษาสภาพแวดล้อมเดิมก่อนที่จะมี MOU
       
       เขาเป็นผู้นำประเทศที่รักหน้าและภาพลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงยึด MOU ประดุจคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกว่าผู้คลั่งไคล้ศาสนาที่ยึดมั่นในคัมภีร์ของศาสดาตนเอง หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะว่าศาสดาของเขาเป็นผู้ประกาศใช้ MOU เขาในฐานะที่เป็นสาวกอันซื่อสัตย์จึงได้ยึด MOU ไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างแน่นหนาและเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของ MOU อย่างลึกซึ้ง
       ขณะที่ผู้นำอีกประเทศหนึ่งหาได้ยึดติดกับ MOU ประดุจคัมภีร์ทางศาสนาแต่อย่างใด และไม่สนใจรักษาหน้าและภาพลักษณ์ของตนเองในเวทีระหว่างประเทศเท่าใดนัก สิ่งที่ผู้นำของกัมพูชาสนใจคือผลประโยชน์ของตัวเขาเองและประเทศของเขา เขาจึงใช้ MOU เป็นเครื่องมือในการที่ทำให้ตนเองได้เปรียบประเทศไทย ขอย้ำ ผู้นำเขมรมอง MOU เป็นเครื่องมือ แต่ผู้นำของไทยมอง MOU เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
       ผู้นำกัมพูชาจึงใช้เงื่อนไขใน MOU บุกคืบ บุกรุก แผ่นดินของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และใช้ MOU เป็นเครื่องมือในการพันธนาการกองทัพอันทรงแสนยานุภาพของไทยเอาไว้ และพื้นใดที่เขาได้เปรียบอยู่แล้วก็ใช้ MOU ตรึงเอาไว้ ดังที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านหนองจาน และอีกหลายพื้นที่บริเวณชายแดน
       ………..
       เมื่อนักข่าวถามว่า “ก่อนมี MOU 43 กัมพูชาทำอะไรไทยไม่ได้” ท่านผู้นำเห็นทีได้โอกาสก็รีบสวนกลับทันทีเลยว่า “ใครบอกหละครับ อย่างชุมชนตรงนี้อยู่กันมา 30 ปี ส่วนเอ็มโอยูเพิ่งเกิดมา 11 ปี อะไรเกิดก่อนหลังหละครับ” อนิจจา เขาลืมคิดไปว่า MOU เกิดมา 11 ปี แล้ว แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทเหล่านี้ได้แม้แต่น้อย และไม่สามารถทำให้ประเทศไทยได้ดินแดนตรงนี้คืนมาได้ การพูดของเขา ยิ่งสะท้อนให้เห็นความไร้น้ำยาของ MOU 43 และยิ่งพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า MOU 43 หาใช่เครื่องมือวิเศษหรือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ประเทศไทยได้ดินแดนที่ถูกกัมพูชาครอบครองแต่อย่างใด
      หากท่านผู้นำของเรารู้จักคิดและวิเคราะห์ตามสภาพปัญญาดั้งเดิมของท่าน โดยถอยห่างจากอคติ อวิชาสักนิด ท่านคงคิดได้ และต้องแสวงหาเครื่องมือใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาใช้แทน MOU 2543 แล้ว แต่สิ่งนี้ดูเหมือนจะเลือนรางออกไปทุกที
     ผู้นำไทย ยึด MOU 43 ดุจคัมภีร์ทางศาสนา ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมิไยว่าจะทำให้ประเทศและประชาชนเสียประโยชน์และเดือดร้อนเพียงใด ก็หาได้ตระหนักรู้ไม่ ขณะที่ผู้นำกัมพูชาใช้ MOU 43 เป็นอาวุธอันทรงพลานุภาพสำหรับพันธนาการรัฐบาลไทย กองทัพไทย รวมทั้งบุกรุกยึดพื้นที่ประเทศไทยและใช้อำนาจอธิปไตยของศาลเหนือแผ่นดินไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
       แล้วอย่างนี้คนไทยผู้มีปัญญาและรักชาติ จะเอา MOU 43 ไว้ทำอะไร........

ขอขอบพระคุณท่านผู้เขียนบทความ ผศ.ดร.พิชาย  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต   มา ณ ที่นี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
@ช้างป่า วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changpa2

ขอบคุณครับ ที่เอา บทความของอาจารย์พิชาย มาเผยแพร่...ท่านเ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
@ช้างป่า วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changpa2

ประเทศเรามีแต่คนเก่งเนอะ น่าภูมิใจ
...................................................................
สวัสดีครับคุณม้าน้ำ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

ผมไม่เคยได้ยินฝ่ายเขมรพูดถึง MOU อะไรกับไทยเลย เพราะเขาได้เปรียบอยู่ มีแต่ไทยเรานี่แหละที่บ้าพูด ทั้ง ๆ เสียเปรียบอยู่ บ้าจริง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

เรื่องเสียเปรียบ ได้เปรียบ ไม่เกี่ยวกับ MOU สักนิดเดียวครับ

แผนที่ 1/200000 อะไรนั้น มันเป็นเพียงหนึ่งในหลายเรื่อง หรือหลายแผนที่ ที่ถูกนำมาบรรจุไว้ในกรอบการเจรจา เราจะเอาแต่ข้อเสนอของฝ่ายเรามาบรรจุแต่เพียงฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือครับ
ที่สำคัญ ในการเจรจาของอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการปักปันเขตแดน ต้องไปถกกันในการเจรจาว่าจะเอาอย่างไร

แต่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในกรอบการเจรจา แล้วเรามาช่วยกันสรุปว่าเรายอมรับ ผมว่ามันเพี้ยนนะครับ ต้องไม่ลืมว่าที่ยอมรับนั้นคือยอมรับเอามาเป็นกรอบ ไม่ใช่บทสรุป
แม้มีข้อสรุปในอนุกรรมการ เราต้องมาสรุปในคณะกรรมการ แล้วนำเสนอรัฐบาล นำเรื่องเข้าสู่รัฐสภา เห็นไหมครับว่าเรามีขั้นตอนมากมาย

การที่เรามีญาติที่เคารพป่วย แล้วเรามาร้องให้ฟูมฟายว่าตายแล้วๆๆๆ มันไม่ตลกมากไปหน่อยหรือครับ
ด้วยความเคารพ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ tanatach ค่ะ
ม้าน้ำว่ากัมพูขาก็คงไม่มัวมาอ่านกฎบัตรฯ อะไรหรอกค่ะ เค้ายึดถือแต่ MOU43 เพราะเป็นครั้งแรกที่กระทรวงต่างประเทศของเรายอมรับแผนที่ 1: 200000 ทำให้เขาสามารถรุกล้ำเกินแนวเขตแดนที่เคยปักปันจนสิ้นสุดไปแล้วตั้งเกือบ 100 ปี โดยที่ทหารไทยไม่สามารถผลักดันออกไปได้เพราะติด MOU ข้อ 8 ที่ระบุให้ใช้การเจรจาไม่ให้ใช้ความรุนแรง เราประท้วงไปกี่ครั้งก็ไม่เคยสนใจ
ถ้าเค้าให้ความเคารพ กติกาเหมือนที่เราเคารพก็คงดีเจรจากันได้ แต่นี้เค้าไม่เคยเคารพ เลย เพราะฉะนั้นMOU ที่ทำให้เราเสียเปรียบอย่างนี้จะเก็บไว้ทำไมละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ด้วยความเคารพ ผมว่าคุณม้าน้ำสับสน ไม่เข้าใจเรื่อง MOU
มันขัดแย้งในข้อเขียนของคุณเอง คุณลองไปทำความเข้าใจเรื่องกฎบัตรสหประชาชาติดูสิครับ โดยเฉพาะมาตรา 41 42 และ มาตรา 51 คุณจะเข้าใจคำว่า MOU ได้ดีขึ้น แล้วไปเพิ่มเติมในเรื่อง" รุกราน "ตามนิยามที่ใช้ในคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติ ดีกว่ามานั่งฟังคนเหล่านั้นที่พูดวกไปวนมาเพื่อสร้างความสับสน
ด้วยความเคารพ
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
neti วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.51 น.

เชื่อหรือไม่ว่าอเมริกาที่ใคร ๆ คิดว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตยประเทศหนึ่งในโลกนี้ ก็เกรงกลัวการรัฐประหารเช่นเดียวกัน เพราะอเมริกาเป็นประเทศใหญ่เป็นประเทศผู้นำของโลก เรื่องเกียรติศักดิ์ศรีคนอเมริกาทนไม่ได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งในยุคของประธานาธิบดีเคนเนดี้ รัสเซียซึ่งมีนายครุซซอพเป็นประธานาธิบดี ได้เข้ามาติดตั้งขีปนาวุปที่ประเทศคิวบาซึ่งใกล้ชิดกับรัสเซียและเป็นประเทศที่อยู่ใกล้อเมริกามากจนทำให้ประธานาธิบดีเครียดแต่ก็ไม่กล้าจัดการอะไรเพราะกลัวเกิดสงครามนิวเคลียร์ แต่เชื่อไหมว่าต่อมาทำไมประธานาธิบดีจึงยื่นคำขาดต่อรัสเซียซึ่งเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งให้ถอนขีปนาวุปออกจากคิวบาภายใน ถ้าจำไม่ผิด 3วัน ไม่เช่นนั่นอเมริกาจะถล่ม เชื่อไหมว่ารัสเซียซึ่งเป็นประเทศใหญ่และเป็นมหาอำนาจต้องรีบถอนขีปนาวุธออกจากคิวบา จนทำให้ภาวะการเกิดสงครามสงบและยุติ เบื้องหลังการตัดสินใจของประธานาธิบดีเคนเนดี้ ทำไมจึงกล้ายื่นคำขาดต่อรัสเซีย ไม่เกรงกลัวสงครามนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นหรือ เพราะเบื้องหลังคือถูกกดดันจากฝ่ายทหารให้ประธานาธิบดียื่นคำขาดเช่นนั้น หากไม่ทำประเทศที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่ไม่เคยถูกรัฐประหาร ทหารจะยึดอำนาจทันที เพราะรัสเซียหยามหน้าหยามเกียรติศักดิ์ศรีของอเมริการและคนอเมริกา ทหารจึงทนไม่ได้ จึงทำให้เคนเนดี้ต้องตัดสินใจยื่นคำขาดทั้ง ๆ ที่เกรงว่าอาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งผลทำคิดว่าจะเกิดสงครามกลับสงบและสันติ และประเทศอเมริกาก็ไม่มีรัฐประหารซึ่งจะทำให้อเมริกาไม่ต่างกับประเทศด้อยพัฒนาอื่น ๆซึ่งจะเป็นผู้นำประเทศประชาธิปไตยไม่ได้ นี่คือตัวอย่างความเด็ดขาดของผู้นำประเทศ ความเข้มแข็งของแสนยานุภาพของกองทัพอเมริกา จึงทำให้โลกสงบสันติได้ หากนำมาเปรียบเทียบกับไทยซึ่งกลัวสงคราม ยิ่งกลัวก็ยิ่งเกิดสงครามแน่นอน เพราะผู้รุกรานไม่ใช่รุกรานแค่จุดเดียว มันก็ต้องเกิดความฮึกเหิมขยายการรุกรานตลอดชายแดนแน่นอน แล้วจะไม่เกิดสงครามสได้อย่างไร แต่หากเรามีผู้นำที่กล้าหาญสามารถตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน ประเทศไทยเป็นประเทศใหญ่กว่าเขมร แค่ยื่นคำขาดเท่านั้น เชื่อว่าเขมรมันต้องถอยแน่นอน แต่ผู้นำไม่กล้า จึงต้องนำประเทศไปสู่สงครามในที่สุดแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ม้าน้ำ วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bestpoint

คุณ tanatach ค่ะ
ดร.สมปอง สุจริตกุล เคยพูดไว้ดังนี้ค่ะ....
ในฐานะนักวิชาการผู้เห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าขอย้ำว่า MOU 2543 ไม่มีผลดีต่อประเทศไทยแต่ประการใด การที่ไทยยัง เก็บรักษา MOU 2543 ไว้โดยอ้างว่าใช้ประโยชน์ในการปรามกัมพูชามิให้รุกล้ำผืนแผ่นดินไทยนั้นขัดแย้งกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพราะได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่บังเกิดผลและไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง กัมพูชายังคงคุกคามและรุกรานบูรณภาพแห่งพื้นแผ่นดินราชอาณาจักรไทยอย่างต่อเนื่องโดยเพิกเฉยไม่นำพาต่อคำประท้วงหรือคำเตือนหลายครั้งหลายหนของรัฐบาลไทย ส่วนไทยกลับเป็นฝ่ายยอมล่าถอยเสมอมา แม้การกระทำของกัมพูชาจะผิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักปฏิบัติสากล แต่กัมพูชาก็ยังถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องโดยที่ไทยไม่สามารถหยุดยั้งได้ จึงกลายเป็นว่า MOU ดังกล่าวมีผลบังคับไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ไม่กระทบกระเทือนกัมพูชาซึ่งสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบรวมทั้งละเมิดMOU ฉบับดังกล่าว

นอกจากนี้ แม้ว่าจะมี MOU 2543 หรือไม่ก็ตาม ไทยย่อมได้รับ ความคุ้มครองจากกฎหมายระหว่างประเทศทั้งในด้านจารีตประเพณีและข้อบทแห่งอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาและพิธีสาร ค.ศ. 1907 รวมทั้งกฎบัตรสหประชาชาติอยู่แล้วโดยไม่ต้องอาศัย MOU 2543

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tanatach วันที่ : 30/01/2011 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

หลายคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่า MOU จึงไม่รู้ว่า MOU เป็นข้อหนึ่งในหลายข้อที่ใช้แก้ไขกรณีมีข้อพิพาทระหว่างรัฐ

การบอกว่าทหารตำรวจถูกมัด ถูกพันธนาการจาก Mou ก็เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น คนพูดก็พูดไม่หมด คนฟังก็ฟังอย่างคนเสียสติ

มีใครเคยพูดถึงเรื่องกฎบัตรสหประชาชาติบ้าง มีใครเคยพูดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบ้าง ใครบ้างรู้ว่าเรื่องการต่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีกรอบของสหประชาชาติให้ปฏิบัติ

ที่พูดกันมาล้วนเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ...ทำไมผมจึงกล้าพูด เพราะพูดด้วยหลักการแห่งความเป็นจริง
สำหรับเรื่องนี้ผมจึงไม่กลัว ไม่กลัวว่าใครจะมีคำว่าด็อกนำหน้าสักกี่ตัว ผมพร้อมแลกเปลี่ยน
ธนธัช

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน