*/
  • ไชยวรมันต์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bigbabe92002@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-26
  • จำนวนเรื่อง : 238
  • จำนวนผู้ชม : 542397
  • จำนวนผู้โหวต : 237
  • ส่ง msg :
  • โหวต 237 คน
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2551
Posted by ไชยวรมันต์ , ผู้อ่าน : 13794 , 18:16:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ป้านพ โหวตเรื่องนี้

ธรรมะคำสอน : หลวงปู่ทวด (เหยียบทะเลน้ำจืด)

ช่วงนี้ในบ้านเมืองเรามีปัญหารุมเร้ามากมาย

อยากนำธรรมะคำสอนที่ดีๆมาให้ทุกคนได้อ่าน

ถูกใจจะนำไปปฎิบัติมีข้อห้ามใดๆ นี่แหละข้อดีของพุทธศาสนา ไม่ได้บังคับ

คำสอนธรรมะเหล่านี้ หากสนใจ ตั้งมั่นจริง

สามารถนำใช้ให้เกิดประโยชน์

แก่ตนเองและบริวารรอบข้าง

ใครนำคำสอนไปปฎิบัติสิ่งดีก็เกิดแก่บุคคลนั้น


ธรรมประจำใจ

พูดมาก เสียมาก พูดน้อย เสียน้อย ไม่พูด ไม่เสีย นิ่งเสีย โพธิสัตว์

 

ละได้ย่อมสงบ

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ทุกอย่างในโลกนี้ เคลื่อนไปสู่การสลายตัวทั้งสิ้น ไม่ยึด ไม่ทุกข์ ไม่สุข ละได้ย่อมสงบ

 

สันดาน

" ภูเขาถูกมนุษย์ทำลายลงมาได้

แต่สันดานของคนเราที่นอนนิ่งอยู่ในก้นบึ้ง

ซึ่งไม่เหมือนกันย่อมขัดเกลาให้ดีเหมือนกันได้ยาก

 

ชีวิตทุกข์

การเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติหนึ่ง จะว่าประเสริฐก็ประเสริฐ

 จะว่าไม่ประเสริฐก็ไม่ประเสริฐ

จะเห็นได้ว่า ตื่นเช้าก็มีความทุกข์เข้าครอบงำ

 จะต้องล้างหน้า ล้างปาก ล้างฟัน ล้างมือ

เสร็จแล้วจะต้องกินต้องถ่าย

นี่คือความทุกข์แห่งกายเนื้อ

เมื่อเราจะออกจากบ้าน

ก็จะประสบความทุกข์ในหมู่คณะ ในการงาน ในสัมมาอาชีวะ การเลี้ยงตนชอบ

นี่คือ ความทุกข์ในการแสวงหาปัจจัย

 

บรรเทาทุกข์

การที่เราจะไม่ต้องทุกข์มากนั้น เราจะต้องรู้ว่า

เรานี้จะต้องไม่เอาชีวิตไปฝากสังคม

เราต้องเป็นตัวของเราเองและเราจะต้องวินิจฉัย

ในเหตุการณ์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเราว่าส่งใดเราควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

 

ยากกว่าการเกิด

ในการที่เราเกิดมา ชีวิตแห่งการเกิดนั้นง่าย

แต่ชีวิตแห่งการอยู่นั้นสิยาก

เราจะทำอย่างไรให้อยู่ได้อย่างสุขสบาย

 

ไม่สิ้นสุด

แม่น้ำทะเล และมหาสมุทร

ไม่มีที่สิ้นสุดของน้ำ ฉันใด

กิเลสตัณหาของมนุษย์ก็ย่อมไม่มีที่สิ้นสุด ฉันนั้น

 

ยึดจึงเดือดร้อน

ทุกวันนี้ เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน

ก็เพราะมนุษย์ไปยึดโน่น ยึดนี่

ยึดพวกยึดพ้อง ยึดหมู่ยึดคณะ ยึดประเทศเป็นสรณะ

โดยไม่คำนึงถึงธรรม สากลจักรวาลโลกมนุษย์นี้

ทุกคนมีกรรมจึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก

สัตว์โลกทุนคนต้องใช้กรรมตามวาระ ตามกรรม

ถ้าทุกคนยึดถือเป็นอารมณ์

ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากัน เกิดการฆ่าฟันกัน

เพราะอารมณ์แห่งการยึดถืออายตนะ ฉะนั้น

ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า สิ่งใดทำแล้ว

สัตว์โลกมีความสุข สิ่งนั้นควรทำ

นี่คือ หลักความจริงของธรรมะ

 

อยู่ให้สบาย

ในภาวะแห่งการที่จะอยู่อย่างสบายนั้น

เราต้องอยู่กันอย่างไม่ยึด อยู่กันอย่างไม่ยินดี อยู่กันอย่างไม่ยินร้าย

 อยู่กันอย่างพยายามให้จิตวิญญาณของนามธรรมนั้น

เหนืออารมณ์ เหนือคำสรรเสริญ เหนือนินทา

เหนือความผิดหวัง เหนือความสำเร็จ เหนือรัก เหนือชัง

 

ธรรมารมณ์

การอยู่อย่างมีธรรมารมณ์คือ การอยู่เหนือความรู้สึกทั้งปวง

อยู่อย่างรู้หน้าที่การเป็นคน และรู้หน้าที่ในการงาน

คือรู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผลตอบแทน

เพราะถ้าเราทำงานเพื่อหวังผลตอบแทนต่างๆแล้ว

ถ้าสิ่งต่างๆไม่สัมฤทธิ์ผลตามความหวังนั้น

เราย่อมเกิดความโทมนัส เสียใจน้อยใจ เป็นทุกข์

 

กรรม

ถ้าเรามีชีวิตอยู่อย่างที่ว่า เกิดเพราะกรรม อยู่เพื่อกรรม

ทำเพราะกรรม ตายเพราะกรรมแล้ว

ชีวิตการเป็นมนุษย์ย่อมมีความภิรมย์ มีความรื่นเริง

 

มารยาทของผู้เป็นใหญ่

" ผู้ใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่เกิดก่อน ผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่เรียนสูง "

มารยาทจรรยาของการเป็นผู้ใหญ่ ก็คือต้องสุขุมรอบคอบ

และไม่ยึดติดเสียงเป็นหลัก คือ ต้องไม่หวั่นไหวกับคำนินทาและสรรเสริญ

 

โลกิยะหรือโลกุตระ

คนที่เดินทางโลกุตระ ย่อมไปดีทางโลกิยะไม่ได้

คนที่เดินทางโลกิยะย่อมสำเร็จทางโลกุตระได้ยาก เพราะอะไร ?

 ถ้าคนหนึ่งสำเร็จได้ทั้งโลกิยะ และโลกุตระง่ายแล้ว

ทำไม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธโคดม ต้องสละราชบัลลังก์แห่งจักรพรรดิไปเป็นธรรมราชาเล่า

ถ้าเป็นไปได้ พระองค์เป็นมหาจักรพรรดิพร้อมทั้งธรรมราชา ไม่ดีหรือ?

แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะโลกของโลกิยะและโลกุตระเดินคู่ขนานกัน

เราต้องตัดสินใจ ต้องมีความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญในการที่จะเลือกทางใดทางหนึ่ง

 

ศิษย์แท้

พิจารณากาย ในกาย

พิจารณาธรรม ในธรรม

พิจารณาวิญญาณ ในวิญญาณ

นั่นแหละ คือ สานุศิษย์อันแท้จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

รู้ซึ้ง

ทุกอย่างจะต้องมีเหตุ เมื่อมีเหตุจึงจะมีผล ผลนั้นเกิดจากเหตุ

เราได้วินิจฉัยข้อนี้แล้ว เราจึงรู้ซึ้งถึงพุทธศาสนา

 

ใจสำคัญ

การทำบุญนั้น จะต้องทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์

จะต้องทำด้วยความศรัทธา

ผลสะท้อนมันจะเกิดขึ้น เกินความคาดหมาย

 

หยุดพิจารณา

คนเรานี้ ถ้าไม่มีอะไรทำอยู่ในที่วิเวกคนเดียว จิตมันจะฟุ้งซ่าน

และถ้าภาวะนั้นตนไม่ปล่อยให้จิตฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ

คือหยุดพิจารณาแล้วค้นสัจจะของ ศีล สมาธิ ปัญญา

 ย่อมที่จะค้นหาสัจจะในธรรมะได้

 

บริจาค

ทำบุญสังฆทานเป็นจาคะ จาคะเป็นการบริจาคโภคทรัพย์ภายนอน

การสวดมนต์เป็นการภาวนา การภาวนาเป็นการบริจาคภายใน

เพราะฉะนั้น ถ้านับในด้านทิพย์อำนาจ

การบริจาคภายในย่อมได้กุศลมากว่า

การบริจาคภายนอน นี่คือเรื่องของนามธรรม

 

ทำด้วยใจสงบ

เราจะทำบุญก็ดี เราจะทำอะไรก็ดี จงทำด้วยความสงบ

อย่าทำด้วยอารมณ์แห่งความร้อน เพราะการทำด้วยอารมณ์ร้อนนั้น

มันจะพาเราไปสู่หายนะ เมื่อเกิดอารมณ์ร้อน

 เราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จงอย่าทำ นั่งให้จิตใจมันสบายเสียก่อน

เมื่อจิตใจสบายแล้วปัญญาก็เกิด

เมื่อเกิดปัญญาแล้ว จะทำสิ่งใดก็เป็นไปโดยความสะดวก

 

มีสติพร้อม

จะทำสิ่งใดก็ตาม เราต้องมีสติพร้อม คือ อย่าให้มีโทสะ

อย่าให้อารมณ์เข้ามาควบคุมสติ

 อย่าให้เรื่องส่วนตัวและขาดเหตุผลมาอยู่เหนือความจริง

 

เตือนมนุษย์

มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่งานส่วนตัว มนุษย์ผู้นั้น จะไม่มีงานทำในไม่ช้า

มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่ทรัพย์ส่วนตัว มนุษย์ผู้นั้น จะไม่มีทรัพย์ครองในไม่ช้า

มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่นอนมาก มนุษย์ผู้นั้น จะไม่ได้นอนในไม่ช้า

 

พิจารณาตัวเอง

คืนหนึ่งก็ดี วันหนึ่งก็ดี

ควรให้มีเวลาว่างสัก 5 นาที หรือ 10 นาที

ไม่ติดต่อกับใคร ให้นั่งเฉยๆ

คิดถึงเหตุการณ์ที่เราทำไปแต่ละวันๆ ว่าที่เราทำไปนั้นเป็นอย่างไร

คือให้ปลีกตัวมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง คิดเอาแต่เรื่องของตัว

อย่าไปคิดเรื่องของคนอื่น

เพราะมนุษย์เราส่วนมากทุกวันนี้

 มักเอาแต่เรื่องของคนอื่นมาคิด ไม่ค่อยคิดเรื่องของตัวเอง

 

คัดลอกจากหนังสือ

 เรียนธรรมะบูชาพระสุปฏิปันโน เล่มของ หลวงปู่ทวด

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรม



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน