• บิ๊กกัน191
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 259
  • จำนวนผู้ชม : 865794
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
วาไรตี้ต่างๆ โดย biggun191
ส่งข่าวสารน่าสนใจ ในปัจจุบัน ให้อ่านเพื่อเพิ่มองค์ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191
วันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคม 2551
Posted by บิ๊กกัน191 , ผู้อ่าน : 839 , 15:41:33 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

* จับตา7 ภารกิจลับที่ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” กำลังขับเคลื่อนอยู่ในขณะนี้
       * จะส่งผลให้ครอบครัวชินวัตรกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!
       * ส่วนปัญหาการเมืองจะถึงจุดคลี่คลาย ภายใต้โลโก้ พปช.
       * 14 คดีโคตรโกง ที่เชื่อมโยง “ทักษิณ-พจมาน” กำลังถูกจัดแถว ด้วยฝีมือของหญิงที่สามารถซ่อนดาบในรอยยิ้มได้ดีที่สุด...
       
        หากเป็นผู้โดยสารรายอื่นที่เดินทางกลับจากฮ่องกงสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
       
       แต่เมื่อเที่ยวบิน TG 603 นำผู้โดยสารระดับวีไอพีอย่าง “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” อดีตภริยานายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหยียบย่างสู่บ้านเกิด หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับมานานเป็นแรมเดือน ย่อมเกิดกระแสทั้งด้านบวกและลบต่อการกลับมาครั้งนี้ของคุณหญิงอ้อ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
        การกลับประเทศไทยของคุณหญิงอ้อในครั้งนี้ย่อมได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเป็นธรรมดา เนื่องจากทุกคนต่างรู้ดีว่า ณ เวลานี้อำนาจใหม่ของฝ่ายทหารที่เคยปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลไทยรักไทย ยังคงแผ่ขยายปกคลุมอยู่ทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าเจ้าของอำนาจเก่า ยังกล้าตัดสินใจกลับมาเผชิญหน้า..!
       
        อย่างไรก็ตาม ตามแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ระบุถึงเหตุผลในการกลับมาของภริยา 3 ประการ คือ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อต่อสู้คดี และเพื่อได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งเหตุผลดังกล่าวนั้นถึงแม้จะมีน้ำหนักที่น่าเชื่อถือและเป็นไปได้ก็ตาม แต่ดูเหมือนหลายคนยังเชื่อว่ายังมี “ภารกิจลับ” ซ่อนเร้นที่มากกว่าเหตุผล 3 ข้อที่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างแน่นอน
       
       (1) แสดงความจงรักภักดีลบข้อหา “หมิ่นเบื้องสูง”
       
        ในสายตาของคนภายนอกที่มองการกลับมาบ้านเกิดของคุณหญิงอ้อ ในมุมมองต่างๆนานา แต่สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอย่าง นพดล ปัทมะ หนึ่งในทีมทนายความของคุณหญิงอ้อ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยืนยันว่าการตัดสินใจของคุณหญิงอ้อ เช่นนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้กระบวนการทางยุติธรรมสามารถเดินหน้าไปได้เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้บรรยากาศเป็นไปในทิศทางสมานฉันท์มากขึ้น
       
       โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตอบข้อถามกรณีความเป็นไปได้หากจะมีการเจรจาร่วมกันเกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่างๆได้ หรือการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ที่ออกมาในทิศทางที่ไม่แตกต่างกันนัก คือการพูดถึงเรื่อง “การสมานฉันท์” น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในช่วงนี้
       
        “ต้องยอมรับว่าหลายอย่างเริ่มไปสู่แนวทางการสมานฉันท์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเมินจากท่าทีและการให้สัมภาษณ์ของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายทหาร คือ คมช.เอง รวมทั้งยังดูจากบรรยากาศการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนไปถึงแนวโน้มที่พรรคเสียงข้างจะได้ทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล จึงทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น”
       
        นพดลยังระบุด้วยว่า ในฐานะที่คุณหญิงอ้อเป็นคนไทยคนหนึ่งจึงต้องการที่จะมาแสดงความจงรักภักดี ต้องการมากราบพระศพของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เช่นเดียวกับคนไทยทั่วประเทศ และถือเป็นตัวแทนของครอบครัวชินวัตร ที่จะแสดงความจงรักภักดี ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนการที่หลายฝ่ายพยายามตั้งข้อสังเกตว่าคุณหญิงอ้อ จะเข้าไปมีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน นั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน การตั้งรัฐบาลได้หรือไม่เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง
       
       (2) ทดสอบกระบวนการยุติธรรม
       
        จากนี้ไป นพดล กล่าวว่า ทุกอย่างจะได้เดินไปสู่ขั้นตอนยุติธรรม สู่กระบวนการต่อสู้ในคดีต่างๆ ทั้งคดีการซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง และคดีการปกปิดโครงสร้าง บริษัท เอสซี แอสเซท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งทีมกฎหมายเชื่อว่าสิ่งที่ได้กระทำไปนั้นเดินไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้องทั้งสิ้น ทั้งนี้ ในส่วนของคดีที่ดินรัชดาฯ นั้นคาดว่าศาลจะต้องพักคดีไว้ก่อน เพื่อรอให้พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมา ในราวเดือน เม.ย.นี้
       
        “คุณทักษิณเป็นคนที่รักครอบครัว รักคุณหญิงพจมานมาก เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่คุณทักษิณ จะส่งภรรยาเพื่อมาทดลองเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี เพราะหากเป็นแบบนั้นจริงระยะเวลาที่อดีตนายกฯทักษิณ จะเลือกกลับประเทศไทยต้องทิ้งระยะห่างกัน1-2ปีเพื่อรอดูรูปคดีก่อน”
       
       นพดลกล่าวถึงการตัดสินใจที่จะกลับมาประเทศไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ ส่วนหนึ่งมาจากต้องการรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน และเมื่อมีความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยมากพอ ซึ่งในเดือน เม.ย.น่าจะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และเชื่อว่าเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาต่อสู้คดีต่างๆ ก็จะต้องได้รับการปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันกับคุณหญิงพจมาน เช่นกัน
       
       ได้ไฟเขียวเปิดทางต่อสู้คดี
       
        ความมั่นใจที่ทำให้ทั้งคุณหญิงพจมาน และพ.ต.ท.ทักษิณ กล้าตัดสินใจกลับมาต่อสู้คดีนั้น นอกเหนือไปจากการได้ทีมทนายความที่รวบรวมมือดีไว้จำนวนไม่น้อย มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบแต่ละคดีอย่างชัดเจนแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าตามธรรมชาติของผู้ที่ตกอยู่ในฐานะ “จำเลย” ต้องมีความมั่นใจทั้งในรูปคดีและความปลอดภัยจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังจากที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว
       
        “การเลือกกลับมาช่วงนี้น่าจะประเมินแล้วว่าพลังประชาชนได้เสียงข้างมากและกำลังจะได้เป็นรัฐบาล ส่วนเรื่องของคดีต่างๆนั้นก็คิดว่าคุณหญิงอ้อ และคุณทักษิณ น่าจะมีความมั่นใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจึงกล้ากลับมา เป็นธรรมชาติของจำเลยทั่วไป ถ้ามาแล้วไม่มีกำลังใจ ก็คงไม่อยากมา ดังนั้น การกลับมาครั้งนี้ต้องมีผนังพิง” แกนนำพรรคมัชฌิมาธิปไตย ระบุกับผู้จัดการรายสัปดาห์
       
       การกลับมาต่อสู้คดีของคุณหญิงพจมาน ท่ามกลางการเตรียมการรับมือของทีมทนายความส่วนตัวน่าจะสามารถสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งในแง่การต่อสู้ในชั้นศาล โดยดูได้จากการตระเตรียมให้คุณหญิงพจมาน เดินทางไปรายงานตัวในฐานะจำเลยที่ 2 คดีที่ดินรัชดาฯ ที่ศาลฎีกา และไปมอบตัวที่ดีเอสไอ ในคดีเอสซีฯ และยังสามารถได้รับการประกันตัวทั้ง 2 คดี ถือเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการเริ่มนับหนึ่งในการพิจารณาคดี ภายใน 1 วัน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วหากเป็นบุคคลทั่วไปกว่าจะผ่านขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ต้องใช้เวลาไม่น้อย
       
       “ตามปกติแล้วศาลจะพิจารณาว่าจำเลยมีเจตนาที่จะมอบตัวหรือหลบหนี หากมีเจตนามอบตัวอยู่แล้ว ศาลจะให้ประกันตัวง่ายกว่า รวมทั้งการพิจารณาหลักทรัพย์ ขั้นตอนต่างๆ ของศาลก็ต้องใช้เวลาทั้งสิ้น แต่ดูเหมือนว่าทีมทนายความได้เตรียมการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว"”
       
       ปรีชา สุวรรณทัต อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงชวลิตกุล มองว่า การที่ศาลจะพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากสังคมกำลังจับตามองคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำและภริยาอย่างมาก
       
       ลือสะพัดเดินสายเจรจา “ป๋าเปรม-คมช.”
       
       ภายใต้ 3 ภารกิจหลักอยู่ในหน้าที่ที่พึงกระทำของคุณหญิงพจมาน นั้นต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่องการกลับมาต่อสู้คดี นั้นมีความสำคัญและล่อแหลมต่อตัวเองในฐานะจำเลยมากที่สุด แต่เมื่อประเมินจากกระแสสังคม ที่ตอบรับการกลับมาในครั้งนี้ที่คุณหญิงอ้อ ได้รับต้องถือว่าได้เปรียบและมีแนวโน้มนำไปสู่ทิศทางของการสมานฉันท์ชัดเจนมากขึ้น อาจเป็นเพราะท่าทีที่เป็นเหมือนเป็นฝ่ายยอมรับเงื่อนไขจากผู้มีอำนาจในขณะนี้ของคุณหญิงอ้อ รวมทั้งว่ากันว่าก่อนกลับสู่บ้านเกิด ได้มีการต่อสายเจรจากับทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ทั้งฝ่ายรัฐบาลและคมช.
       
        จากกระแสข่าวการเจรจาระหว่างคุณหญิงอ้อ กับผู้มีอำนาจในกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นคมช.หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไข “วางมือ” จากการเมืองโดยถาวร นั้นได้กลายเป็นข่าวลือที่ทำให้สังคมต้องการคำตอบว่า เกิดการเกี้ยเซียะ กันขึ้นแล้วใช่หรือไม่ และฝ่ายที่กำลังตกเป็นเป้ามากที่สุดเวลานี้ย่อมไม่พ้น คมช.และตัว พล.อ.เปรม เองที่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจของ คมช.ที่ผ่านมา
       
        ทั้งนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจาก คมช.ระบุว่า การเจรจากันระหว่างคนสองฝ่ายย่อมเป็นสิ่งดี เพื่อที่จะได้รับรู้ว่าใครคิดอย่างไร และมีความต้องการอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายใดจะยื่นเงื่อนไขอย่างไรนั้น ก็สามารถทำได้
       
       “เพียงแต่อีกฝ่ายจะยอมรับในเงื่อนไขนั้นๆ หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เวลานี้มีแต่ข่าวลือต่างๆนานา ซึ่งข่าวลือดังกล่าวทำให้เกิดความระแวงขึ้นในสังคม แต่ถ้าลองพิจารณาดูก็จะรู้ว่าข่าวลือนั้นถูกปล่อยออกมาจากฝ่าย คมช.หรือไม่ มีแต่ฝ่ายการเมืองทั้งสิ้น”
       
       โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลใดก็ตามต้องการเข้าพบเพื่อพูดคุยกับ พล.อ.เปรม เพื่อทำให้บ้านเมืองได้ประโยชน์ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุยกันเรื่องผลประโยชน์ส่วนบุคคลก็ไม่น่าที่จะนำมาเจรจากัน สำหรับปัญหาใดที่มาจากฝ่ายการเมือง ก็ต้องให้ฝ่ายการเมืองไปหาทางออกกันเอง และไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ขอให้เป็นรัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เท่านั้น
       
       “เรามองว่าการก้าวเดินของคุณหญิงพจมาน นั้นมีจุดมุ่งหมายทั้งสิ้น ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเขามีความเหนือชั้น ข่าวต่างๆที่บอกว่ามีการไปพบคนนั้นคนนี้ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ แต่ยอมรับมีผลกระทบด้านลบต่อคนอื่น แต่ให้ผลบวกกับทางเขามากที่สุดแทบทุกครั้ง”
       
       (3) เงื่อนไขครอบครัวได้คะแนนสงสารอื้อ
       
       จากเหตุผล 3 ประการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นำมากล่าวอ้างเพื่อใช้เป็นเกราะกำบังให้กับคุณหญิงพจมาน นั้นย่อมส่งผลให้คุณหญิงพจมาน ได้รับการดูแลทางด้านความปลอดภัยจากรัฐบาลโดยชอบธรรม ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าในฐานะภริยาที่เดินทางเสมือนเป็นตัวแทนอดีตผู้นำและในฐานะตามเงื่อนไขข้อที่ (3) แม่ที่ต้องการได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกๆในเมืองไทย ย่อมได้รับความเห็นอกเห็นใจจากสังคมเป็นธรรมดา ดังนั้นนาทีนี้ต้องยอมรับว่าภริยาอดีตผู้นำรัฐบาล กำลังได้รับการคุ้มครองทั้งจากอำนาจรัฐและกระแสสังคม
       
       (4) เปิดภารกิจลับ “ผู้จัดการรัฐบาล”
       
       หากประเมินจากภารกิจทั้ง 3 ข้อข้างต้นแล้ว หลายคนยังไม่เชื่อว่าเป็น “ภารกิจหลัก” ผู้หญิงผู้ทรงอิทธิพล อย่างคุณหญิงพจมาน จะลงทุนนำพาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยยึดอำนาจเท่านั้น เพราะฉะนั้น “ภารกิจ” สำคัญที่ยังดึงดูดให้คุณหญิงพจมาน ต้องลงมาเล่นเอง ลำดับต่อย่อมหนีไม่พ้นการเข้ามาเร่งจัดตั้งรัฐบาลให้กับพรรคพลังประชาชน
       
       ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร ระบุว่าเนื่องจากการเจรจาต่อรองระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังไม่ได้ข้อยุติ โดยเฉพาะกรณีการตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน ที่ยังมีคนบางกลุ่มขวางอยู่ ดังนั้น คุณหญิงพจมานจึงต้องเดินทางกลับมาเพื่อทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยและทำให้รัฐบาลใหม่เกิดเสถียรภาพมากที่สุด
       
       ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วภายในพรรคพลังประชาชน มีมือไม้ที่ได้รับความไว้วางใจอยู่ก็ตาม คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองหัวหน้าพรรค และสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค แต่กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับ 5 แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ได้ หลังจากที่เลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้วเป็นเวลาเกือบเดือน
       
       ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเกิดกระแสข่าวการนัดพบเจรจาระหว่างแกนนำพรรคพลังประชาชนกับบรรดาว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้ข้อยุติออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ล่าสุดมีความชัดเจนว่า 5 พรรคร่วมรัฐบาลได้ฤกษ์แถลงเข้าร่วมรัฐบาลเป็นทางการในวันที่ 18 ม.ค.นี้โดยไม่มีการเลื่อนออกไปเหมือนที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการสะท้อนภารกิจการรับหน้าที่ "ผู้จัดการรัฐบาล" ของคุณหญิงพจมาน ได้อย่างชัดเจน
       
       แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคชาติไทย ยอมรับว่าปัจจุบันหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคไม่มีใครพูดภาษาไทยกันแล้ว เพราะทุกคนพูดภาษาฮ่องกงกันหมด ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังเกิดขึ้นไม่ได้นั้น น่าจะมาจากการต่อรองระหว่างแกนนำพรรคร่วมยังไม่ได้ประโยชน์ที่น่าพอใจ รวมทั้งพรรคร่วมอาจมีเงื่อนไขไม่ยอมรับว่าที่รัฐมนตรีบางคนของพรรคพลังประชาชน เช่นเดียวกับการไม่ยอมรับในตัว สมัคร สุนทรเวช แต่เชื่อว่าเมื่อคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ลงมาเจรจาทุกอย่างด้วยตนเอง ก็น่าจะได้ข้อยุติด้วยกันทุกฝ่าย
       
       "การโทรศัพท์คุยกัน หรือสั่งการก็สามารถทำได้ แต่คงไม่ดีเท่ากับการพูดคุยกันแบบเห็นหน้า เพราะจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อรองตำแหน่งใน ครม.หรือการให้ปัจจัยสนับสนุน"
       
       “บุญคลี” นั่ง รมว.-ทักษิณ มุ่งศึกษา
       
       ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชาชน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่ายังมีตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีที่เคลียร์กันไม่ได้อีก 2-3 ตำแหน่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ยังไม่เห็นด้วย รวมไปถึงเงื่อนไขของตัวสมัคร สุนทรเวช ด้วย
       
       "ถึงที่สุดถ้าติดขัดปัญหาคุณสมัครมาก ก็คงต้องให้หมอเลี๊ยบ ซึ่งเป็นคนที่มีเหตุมีผล มีความประนีประนอม และประสานงานได้ดี รวมไปถึงมีความรู้ด้านเศรษฐกิจที่สามารถเทียบชั้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ขึ้นมาทำหน้าที่นายกฯแทน และอาจจะมีการดึง คุณบุญคลี ปลั่งศิริ แกนนำสำคัญของชินคอร์ปที่ใกล้ชิดตระกูลชินวัตรมาก เข้ามาทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจเต็มตัว"
       
       อีกทั้งในเวลานี้สิ่งที่คุณหญิงพจมาน ได้พยายามต่อสายเพื่อบอกกับผู้หลักผู้ใหญ่ ว่าจากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมจะวางมือจากการเมือง เพื่อมุ่งสอนหนังสือและทำงานด้านการศึกษา เบื้องต้นจะเข้าไปบริหารมหาวิทยาลัยชินวัตร ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และอาจจะไปดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตรแทน แต่จะมีระยะเวลาเพียงใดหรือจะหวนกลับสู่การเมืองอีกครั้งเมื่อใดนั้น ยังไม่มีใครสามารถบอกได้แม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน
       
       (5) ปลุกเครือข่ายเก่า-จัดทัพ ขรก.
       
       สำหรับภารกิจลำดับต่อไปที่คุณหญิงพจมานจะต้องสานต่อ ไม่ใช่เพียงการจัดตั้งรัฐบาลก็คือ การปลุกเครือข่ายอำนาจเก่าที่เคยสนองงาน และพร้อมที่จะรับบัญชาให้กลับมามีบทบาทในหน่วยงานสำคัญทั้งองค์กรอิสระและกระทรวงต่างๆ ก่อนที่จะวางใจว่าสามารถกรุยทางเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับคืนสู่ประเทศไทยเพื่อเตรียมตัวต่อสู้คดีทุจริต
       
       ล่าสุดพบว่ามี "สัญญาณ" ที่เป็นบวกต่อกลุ่มข้าราชการและบุคคลต่างๆที่เคยสนองงานให้กับอำนาจเก่า จะได้คืนกลับสู่ฐานที่มั่นเดิม หลังจากที่ถูกเก็บเข้ากรุโดยอำนาจใหม่หลังการยึดอำนาจ 19 ก.ย.2549
       
       โดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ได้มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) ด้านความมั่นคง โดยตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นการเปิดขึ้นมาใหม่และดึงพล.ต.อ.จุมพล กลับคืนสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกสั่งย้ายจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง ที่ได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลทักษิณ ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระดับ11 ในการเปิดทางดึง พล.ต.อ.จุมพล กลับสู่บ้านเดิมครั้งนี้จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในขั้นแรกได้หรือไม่
       
       นอกจากหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำลังถูกจับตามองแล้ว ยังมีกระทรวงที่สำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ของทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน คือกระทรวงยุติธรรม เพราะแม้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ได้แยกอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ออกจากศาลอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ภายในการกำกับดูแลของกระทรวงยุติธรรม ยังประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญที่อาจส่งผลต่อคดีบางคดีได้ ซึ่งได้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมราชทัณฑ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
       
       "หน่วยงานเหล่านี้ล้วนแล้วถูกควบคุมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่สั่งตรงมาจากฝ่ายการเมือง ไม่ว่าข้าราชการในกระทรวงยุติธรรมที่ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย จะรู้สึกอย่างไร จะพอใจหรือไม่ก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าอำนาจจากฝ่ายการเมือง จะเข้ามาแทรกแซงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
       
       (6)จับตา "สมชาย-มานิตย์" คุม ก.ยุติธรรม
       
       ดังนั้นเมื่อกระทรวงยุติธรรม ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จึงทำให้ "เก้าอี้" รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มีสิทธิถูกจับจองโดยบุคคลที่พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานให้ความไว้วางใจมากอีกกระทรวงหนึ่ง
       
       โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมาตลอดถึงบุคคลที่ถูกวางตัวให้เข้ามาทำหน้าที่รมว.ยุติธรรม ทั้ง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม และในฐานะน้องเขย ส่วนพงศ์เทพ เทพกาญจนา นั้นถึงแม้จะมีชื่อติดโผและมีดีกรีเคยเป็นเจ้ากระทรวงนี้มาก่อน แต่ติดปัญหามีชื่อในบัญชี อดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คน รวมทั้งยงยุทธ ติยะไพรัช และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
       
       "ต้องไม่ลืมว่านอกจากคนเหล่านี้แล้ว ยังมีอดีตผู้พิพากษาอาวุโส อย่างมานิตย์ จิตจันทร์กลับ ที่เป็นแนวร่วมกลุ่มคุณทักษิณ อีกคนหนึ่ง และมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญเรื่องกระบวนการยุติธรรมอีกคนหนึ่งที่อาจถูกวางตัวให้เป็น รมว.ยุติธรรม" แหล่งข่าวจากนักกฎหมายระบุ
       หากรมว.ยุติธรรม ตกเป็นของน้องเขย พ.ต.ท.ทักษิณ คือสมชายจะยิ่งทำให้การควบคุมข้าราชการในกระทรวงสะดวกมากขึ้น เนื่องจากยังมีพรรคพวกอยู่ในกระทรวงยุติธรรมคอยให้การสนับสนุนอยู่ อาจกลับมาช่วยเป็นมือเป็นไม้ให้กับเจ้ากระทรวงอดีตนายเก่าได้เป็นอย่างดี
       
       (7) ปิดฉากคดีทุจริต 2 จำเลยใหญ่
       
       เมื่อทุกอย่างสามารถสอดรับในทุกขั้นตอน ตามภารกิจต่างๆที่คุณหญิงอ้อ ลงทุนลงแรงเอาตัวเองเข้ามาเป็นหนูทดลองยา กับอำนาจการเมืองและกระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว โอกาสที่ "จำเลย" ทั้ง 2 คือ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ย่อมมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง การดำเนินคดีในส่วนของคณะกรรมการคตส.ที่มีคดีทุจริตหลายสำนวนคดีเวลานี้กำลังเริ่มนับถอยหลังใกล้หมดลงในวันที่ 30 มิ.ย.2551 ตามมติแก้ไขประกาศคปค.ฉบับที่ 30 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ผ่านมา
       
       จากนั้นเมื่อหน้าที่ภารกิจของ คตส.ยุติลงไปแล้ว ขั้นตอนการพิจารณาคดีทุจริตต่างๆที่คตส.ส่งไปยังศาลฎีกา และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง จะกลายเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไปในวันหน้า
       
       ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อประเมิน "ผลประโยชน์" ที่จะได้รับจากทั้ง "ภารกิจหลัก" และ "ภารกิจลับ" ทั้ง7 ประการของคุณหญิงพจมาน ในครั้งนี้ต้องถือว่า มากมายมหาศาลทั้งชัยชนะในทางการเมืองหลังสามารถชักใยพรรคพลังประชาชนจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ และชัยชนะที่ต้องรอลุ้นจากกระบวนการพิจารณาคดี ที่มีทีท่าว่าแต่ละคดีแม้จะสาวไปถึงจำเลยทั้งสองก็ตาม แต่อาจไม่สามารถลงโทษหรือเอาผิดได้ในที่สุดหรือไม่?? ....
       
       *************



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ทำตัวหนังสืออ่านยากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอ่านข่าวอะไรมากที่สุด
กีฬา
26 คน
การเมือง
24 คน
อาชญากรรม
15 คน
ดารา
33 คน
ทั่วไป
34 คน

  โหวต 132 คน