• บิ๊กกัน191
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 259
  • จำนวนผู้ชม : 865794
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
วาไรตี้ต่างๆ โดย biggun191
ส่งข่าวสารน่าสนใจ ในปัจจุบัน ให้อ่านเพื่อเพิ่มองค์ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191
วันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคม 2551
Posted by บิ๊กกัน191 , ผู้อ่าน : 805 , 16:03:11 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ยามเฝ้าแผ่นดิน” เชื่ออดีตคนทีไอทีวีชะลอสมัครเข้าทีพีเอส หวังรอดูอัตราเงินเดือนก่อน พร้อมชี้ ปชป.อึดอัด “ไชยวัฒน์” ไม่ถอนฟ้องเลือกตั้งโมฆะ หวั่นถูกครหา “ขี้แพ้ชวนตี” แฉเบื้องหลัง “เพื่อแผ่นดิน” ร่วมผสม พปช.หลังต่อรอง 3 กระทรวงขุมทรัพย์ “พลังงาน-อุตสาหกรรม-ไอซีที” เผย “ดร.เสรี” เสียใจอย่างหนัก “เติ้ง” พลิกลิ้นจูบปาก “พลังแม้ว”
       
  
       
       
       สโรชา - สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” วันพุธที่ 16 มกราคม 2551 อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แอ้ม-สโรชา พรอุดมศักดิ์ รายงานตัวเข้าเวรยาม วันนี้เวลา 17.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน 15 วัน พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการนี้ พระสงฆ์ 10 รูป จะสวดพระพุทธมนต์ จบแล้วพระธรรมวรเมธี จากวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม ถวายพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ จบแล้วพระสงฆ์ 4 รูปสวดพระธรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 10 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน 15 วัน พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
       
       สโรชา - ในความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในวันนี้หลายคนจับตามองเรื่องการไต่สวนฉุกเฉินคำร้องของพนักงานไอทีวีค่ะ อ.ปานเทพ วันนี้มีไปกันหลายคน ทั้งตัวแทนของพนักงานไอทีวี รวมไปถึงผู้ที่ยื่นคำร้องด้วย รวมอยู่ในนี้ คือ นายแพทย์เหวง โตจิราการ รวมไปถึงคุณประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ และมีผู้บริโภคอีกจำนวหนึ่ง ที่เป็นส่วนในการยื่นคำร้องในฐานะผู้บริโภคที่รับชมสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ขอให้ศาลนั้นมีกำหนดบรรเทาทุกข์ให้กับพนักงานทีไอทีวี วันนี้ศาลได้ฟังถ้อยคำการให้การของคุณปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ก่อนที่จะเข้าให้ถ้อยคำ คุณปราโมช ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าการที่สั่งให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวียุติการออกอากาศเป็นอำนาจของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2550 ซึ่งสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เข้ามากำกับดูแลทีไอทีวี เพราะฉะนั้นตรงนี้มีอำนาจอย่างแน่นอน
       
       สโรชา - มีคำถามว่าแล้วทำไมพนักงานทีไอทีวี จึงไม่ทราบการตัดสินก่อนหน้านี้ คือ ไปทราบเอาวันนั้น และคืนวันนั้นยุติการออกอากาศเลย คุณปราโมช บอกว่าจริงๆ แล้วในใบสัญญาในเงื่อนไขของ ทั้งพนักงาน ทั้งผู้ผลิตรายการ บอกชัดเจนว่าเมื่อกฎหมายสื่อสาธารณะมีผลบังคับใช้ทุกอย่างจะต้องยกเลิก แล้วถ่ายโอนให้สื่อสาธารณะโดยทันที นอกจากนี้ กฎหมายนี้ก็อยู่ในสายตาของสื่อมวลชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ทราบดีว่า จะต้องมีการบังคับใช้เมื่อไหร่ และเมื่อบังคับใช้แล้ว ผลที่จะเกิดขึ้นคืออะไร สรุปว่า หลังจากที่ได้ฟังคำให้การ ถ้อยคำของพยานทั้งหลายแล้ว ศาลท่านบอกว่า จะมีการนัดฟังคำสั่ง โดยศาลจะแจ้งคำสั่งทางแฟกซ์ ให้กับสื่อมวลชน ให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. รอว่าศาลปกครองท่านจะมีคำสั่งว่าอย่างไร ในวันพรุ่งนี้ วันนี้ทาง TPBS เขาเริ่มดำเนินการวันแรก ในลักษณะเริ่มรับสมัครพนักงาน ยังไม่ได้รับความสนใจจากพนักงานหรือคนในสื่อเท่าไหร่นัก พนักงานไอทีวีบอกว่าจะรอคำสั่งของศาลปกครองก่อน แต่ที่แน่ๆ มีคนหนึ่งที่สนใจอยากจะเป็นผู้ประกาศกับเขา
       
       ปานเทพ - คือใครครับ
       
       สโรชา - คุณลีนา จังจรรจา
       
       ปานเทพ - ไปสมัครอีกแล้วนะครับ
       
       สโรชา - แต่หน้าไปเต็มที่ พร้อมบอกว่า อยากสมัครในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวของ TPBS ที่จะเกิดขึ้น คือสื่อสาธารณะที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ก็ฮือฮากันเล็กน้อย
       
       ปานเทพ - สำหรับผมไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการว่าใครถูกหรือใครผิด เพียงแต่ว่าถามจริงๆ ในฐานะพนักงานไอทีวีเดิม แล้วมาเป็นลูกจ้างชั่วคราวในสถานภาพอย่างไรก็ไม่ทราบ ที่กรมประชาสัมพันธ์ตัดสินใจให้เข้ามาร่วมกันจัดการกับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ หรือว่าคลื่นความถี่ของชาติทั้งหมด ตอนช่วงรอยต่อในช่วงระยะเวลาเกือบๆ จะ 1 ปี มีคำถามมากมายเกิดขึ้นว่าถูกหรือผิด แต่เอาละ เมื่อดำเนินการมาแล้ว ปัญหาคือ เมื่อมีกฎหมายฉบับใหม่เกิดขึ้น ก่อกำเนิดคณะกรรมการชุดใหม่ และมีเจตนารมณ์ต้องให้คลื่นความถี่นี้เป็นทีวีสาธารณะ เหตุใดจึงจำกัดให้กับพนักงานเพียงแค่กลุ่มเดียวมีสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นๆ แล้วมีสิทธิ์บริหารคลื่นนี้เพียงคนของตัวเองและกลุ่มเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ผมว่าเรื่องนี้ พูดตรงๆ ว่า ตอนนี้ก็คือว่า ถ้าเป็นคลื่นของพนักงานไอทีวี เป็นคลื่นความถี่ของบริษัทไอทีวีก็เป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่ง แต่นอนนี้ไม่ใช่ลูกจ้างของไอทีวีแล้วด้วยซ้ำไป
       
       สโรชา - พ้นสภาพมาแล้ว
       
       ปานเทพ - เป็นลูกจ้าง ในฐานกรมประชาสัมพันธ์ เป็นลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้วต้องถือว่า ตัวเองมีสถานภาพครบถ้วน การชดเชยมาจากบริษัทก็ได้ครบถ้วนแล้ว ถ้าเป็นลูกจ้างตามกฎหมายต้องให้ค่าตอบแทนตามสมควรอีกเหมือนกัน กระบวนการจะได้รับการคุ้มครองหรือไม่อยู่ที่วันพรุ่งนี้ แต่ว่าการเริ่มต้นด้วยการรับสมัครพนักงาน เป็นนิมิตรหมายที่ดี เท่ากับว่าเป็นการเปิดกว้างอย่างมากที่สุด ใครมีความสามารถและประสบการณ์ รวมถึงความตั้งใจและอุดมการณ์จริง ไปสมัครได้ที่
       
       สโรชา - ที่กรมประชาสัมพันธ์ ตอนนี้เขาดำเนินการอยู่ที่หอประชุมของกรมประชาฯ อ.ขวัญสรวง ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆ แล้วในการพิจารณาพนักงานทั้งหมด เปิดกว้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานเดิมของทีไอทีวีก็มาสมัครได้ ที่สำคัญจะพิจารณาที่ประสบการณ์ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ทีไอทีวีเดิม หรือที่เป็นไอทีวีอยู่ พนักงานเอกชน เงินเดือนค่อนข้างสูง เมื่อไปเทียบก็ไม่แพ้สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องอื่นๆ หรือว่าจะดีกว่าด้วยซ้ำไป ในฐานะเคยเป็นอดีตพนักงานของชินคอร์ป เลยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เอ๊ะ หรือเขารอดูว่าอัตราค่าจ้างของ TPBS จะออกมาเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่า อัตราค่าจ้างที่จะจ้างกันอยู่ในอัตราเท่าไหร่
       
       ปานเทพ-ก็วางเกณฑ์ครับ อย่าเพิ่งเอาตัวบุคคลมาจับ ว่าเราต้องการบุคลากรลักษณะอย่างไร ทำอะไรบ้าง ตั้งเกณฑ์มาว่าบุคลากรจบการศึกษาอะไร มีความสามารถอย่างไร มีประสบการณ์กี่ปี ทำอาชีพอะไรมาก่อนบ้าง และก็กำหนดเงินเดือน และวันนี้ได้ข่าวว่าเขาจะเทียบเคียงกับอัตราของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) แค่พูดว่าอาจน้อยกว่านิดหน่อย แต่ก็มากกว่าหรือน้อยกว่าคงไม่สำคัญเท่ากับการสร้างเกณฑ์ และมาตรฐานให้มีความชัดเจน และโปร่งใส เพราะว่าความคาดหวังของทีวีสาธารณะ หรือ TPBS (Thailand Public Broadcast Service) ซึ่งผม
       
       สโรชา-TPBS คือ Thailand Public Broadcast Service
       
       ปานเทพ - ซึ่งผมคิดว่าเป็นการตั้งชื่อที่ใช้ไม่ได้เลย ทำให้ประชาชนเข้าใจยาก จำก็ยาก แค่เริ่มต้นก็เป็นวิชาการจนกระทั่งไม่ถึงประชาชนแล้ว
       
       สโรชา - เดาว่าคงเอาโมเดลมาจากอเมริกา อเมริกาเขามี PBS คือ Public Broadcast Service นี้ก็เติม Thailand เข้าไปหน่อย
       
       ปานเทพ - เอาง่ายๆ คือทีวีสาธารณะ หรืออะไรสักอย่างที่มันเรียกง่ายกว่าที่เราเรียกอยู่ทุกวันนี้ว่า TPBS แต่ผมคิดว่าเป็นนิมตรหมายที่ดี และดูจากบุคลากรที่ทำหน้าที่หลายคนให้ความหวังมาก ไม่ว่าจะเป็นประะานของคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ คือ อ.ขวัญสรวง รวมถึงรักษาการผู้อำนวยการของTPBS คือ คูรเทพชัย หย่อง ทุกคนให้ความเชื่อมั่นได้ว่า จะให้ความเป้นธรรมจะสร้างหลักเกณฑ์ที่ดี จะมีคำอธิบายที่ดี
       
       สโรชา - วันนี้ถ้าดูด้านการเมืองทุกคนพูดไปในทิศทางเดียวกัน คือ เรื่องการพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ คือ จริงๆ แล้วฟังอาจารย์เมื่อคืนนี้รวมไปถึงสื่อ แทบจะทุกสื่อด้วยซ้ำไปก็เข้าใจตรงกันว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ คือคงได้ผลไม่ก็ทางใดทางหนึ่ง คือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินี หรือการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ วันนี้ฟังคุณเติมศักดิ์ จัดรายการวิทยุ คุณเติมศักดิ์ สัมภาษณ์คุณกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน คุณกุเทพ กลับเข้าใจตรงกันข้ามอีกหลายๆ คน คุณกุเทพ บอกว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในศุกร์ที่จะถึงนี้ คือ ศาลจะมีคำสั่งเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่พรรคพลังประชาชนยื่นไปคือเรื่องที่ว่าศาลฎีกามีอำนาจในการพิจารณาคดีนี้หรือไม่เท่านั้น เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมา คือ ศาลยังไม่ได้ไต่สวนพยานอะไรทั้งสิ้น
       
       สโรชา - เพียงแต่ว่าจะมีการอ่านคำสวั่งในประเด็นนี้เท่านั้น ถ้าหากบอกว่าศาลมีอำนาจที่จะพิจารณาคดีนี้จึงจะมีการไต่สวนกันต่อ ซึ่งก็ตรงกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคพลังประาชน ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้ว่ามีการยื่นหลักฐานคำแถลงไปยังศาลแล้ว ยื่นเป็นเอกสารนะคะ และก็รอว่าคำสั่งศาลที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้เป็นอย่างไรบ้าง ที่สำคัญคือสิ่งที่ชี้แจงไปยังศาลวันนี้มี 2 ประเด็น คือ 1.ประเด็นศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยคดีนี้หรือไม่ 2.คือคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ มีอำนาจในการยื่นคำร้องคดีนี้หรือไม่เท่าน้น ไม่ได้ชี้ขาดไปถึงว่าพรรคพลังประชาชนเป้นนอมินีหรือไม่ และการเลือกตั้งล่วงหน้า 15-16 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นโมฆะหรือเปล่า ซึ่งถ้าเกิดสิ่งที่คุณกุเทพ เข้าใจ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแสดงว่าคนอื่นทั่วประเทศเข้าใจผิดหมดเลย
       
       ปานเทพ - ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นหมายความว่าพวกเรา และข้อมูลข่าวสารที่รับมาเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมด แต่ว่าผมขออนุญาตพูดนิดหนึ่ง คือ วันที่ 18 เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างมาก และแน่นอนว่าการยื่นเรื่องก่อนหน้านี้ที่หลายคนเข้าใจว่าไปยื่นเรื่องที่ศาลปกครอง ศาลปกครองก็บอกว่าไม่ใช่อำนาจของศาลปกครอง ต้องเป็นอำนาจของศาลฎีกา บุคคลเหล่านี้ก็ไปยื่นที่ศาลฎีกา และมีความคาดหวังว่าสามารถจะให้ความเป็นธรรมได้ กฎหมายคงไม่ได้กำหนดเพียงแค่ว่าทุกคนต้องผ่าน กกต.เท่านั้น จึงจะมีสิทธิในการพิจารณาในการกลั่นกรองเสียก่อน ทุกคนก็มีสิทธิที่ยื่นต่อศาลฎีกาได้แต่ว่าพรรคพลังประชาชนเห็นว่า ไม่น่าจะยื่นได้ อันนี้เป็นข้อเทคนิคทางกฎหมาย
       
       สโรชา-คุยกับพี่ๆ ในวงการสื่อมีการตั้งข้อสังเกต และตั้งคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าพรรคพลังประชาชน กำลังพูดไว้ล่วงหน้าเผื่อว่าถ้าหากมีคำพิพากษาจริง ว่า พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีอาจใช้ข้อแก้ต่างในลักษณะที่ว่าศาลท่านยังไม่ได้ไต่สวนพยานหลักฐานอะไรมากมายนัก ทำไมศาลจึงพิพากษาได้เป็นไปได้ไหมคะ
       
       ปานเทพ- ผมกลับคิดอย่างนี้คือว่าเรื่องนี้มีอยู่ 2 ประเด็นหลัก 1. คือสิ่งที่คุณชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ มีลูกพรรคไปยื่นเพื่อขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเป็น 1 ประเด็น ซึ่งประเด้ฯที่ซ้ำกัน และตรงกันกับคุณไชยวัฒน์ ไปยื่นว่าตัวเองเห็นว่าการเลือกตั้งล่วงหน้านั้น เท่ากับว่ามีการเลือกตั้งเป็นเวลาถึง 3 วัน เป็นการขัดเจตนารมณ์ของการเลือกตั้ง ผิดกฎหมาย ผิดเจตนารมณ์พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งให้มีวันเดียว เพราะฉะนั้นแล้วก็เลยร้องในเรื่องของการเลือกตั้งเป็นโมฆะ 2.คือว่าร้องว่าพฤติกรรมทั้งหลายคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ยื่นเพิ่มเติมในประเด็นที่ 2 คือว่ามีพฤติกรรมไม่ว่าจะเป็นวีซีดี ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการต่างๆ เชื่อได้ว่าเป็นนอมินีของไทยรักไทย ดังนั้นการส่งผู้สมัครทั้งหมดทั่วประเทศของพลังประชาชน ไม่น่าจะถูกต้องเพราะมีพฤติกรรมที่เชื่อได้ว่าเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย
       
       ปานเทพ - ซึ่งถูกตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยคำวินิจฉัยด้วยคำพิพากษาที่รุนแรงมาก ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็เลยทำให้เกิดปฏิกริยากว้างขวางมาก ผมเชื่อว่าหลายคนไม่มั่นใจว่าคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาในวันที่ 18 จะเกิดอะไรขึ้น และการพูดในลักษณะที่บอกว่าเป็นเพียงแค่บอกว่ามีอำนาจหรือไม่ ก็เป็นความคิดความอ่านของคุณกุเทพ ใสกระจ่าง เท่นั้น ส่วนจะเป็นจริงๆ อย่างไร ท่านผู้พิพากษาต้องพิจารณา การยื่นตีความอำนาจศาลก็แสดงให้เห็นว่าพรรคพลังประชาชนตอนนี้หวั่นไหวในเนื้อหาสาระหรือไม่ จนกระทั่งเน้นในเรื่องของอำนาจของศาลว่าทำได้หรือไม่ แทนที่จะเน้นในเรื่องของเนื้อหาว่าตัวเองไม่มีความผิด
       
       สโรชา-แก้ต่างในส่วนของการเป็นนอมินี
       
       ปานเทพ-ก็เป็นไปได้ว่าหวั่นไหวพอสมควรว่าตัวเองอาจมีโอกาสแพ้คดีความหรือไม่ แต่ว่าที่นี่แทนที่คุณกุเทพ จะนั่งตอบว่าพรรคพลังประชาชน คือนอมินี ของไทยรักไทยหรือเปล่า ทุกคคนก็ไม่มีใครตอบในพรรคพลังประชาชน แต่ถ้าในสายตาประชาชนเห็นพฤติกรรม คนจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่าเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย สถานการณ์อย่างนี้ทำให้หลายคนเชื่อว่าวันที่ 18 น่าจะมีสถานการณ์ที่เป็นเรื่องใหญ่ถ้าไม่เป็นไปตามที่คุณกุเทพ พูด ก็จะต้องมีทางใดทางหนึ่ง คือ 1.การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ 2.เป็นนอมินีหรือไม่ในนนามพรรคพลังประชาชน ห้ามส่ง ส.ส.สมัครหรือไม่ 2 เรื่องนี้ใหญ่ไม่แพ้กันครับ ถ้าเป็นโมฆะ หลายคนเชื่อว่าการเลือกตั้งก็จะเกิดอีกครั้งหนึ่ง สมมติว่าถ้านการเลือกตั้งเป็นโมฆะผิด ก็แปลว่าต้องมีการเลือกตั้งใหม่ที่ต้องทำให้ถูกต้องว และบอกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้านั้นรต้องไม่มี ต้องกำหนดให้มีการเลือกตั้งอย่างชัดเจนเพียงแค่ 1 วัน ที่เหลือต้องมความจำเป็นที่พิสูจน์ได้จริงๆ แต่ว่าสิ่งที่แลกมามีราคาที่ต้องจ่าย คือ 1. กกต.มีความผิดไหม และยังคงจัดหน้าที่ในการเลือกตั้งต่อไปได้หรือเปล่า ถ้าจัดไม่ได้แล้วใครจะนำไปสู่การ
       
       สโรชา - จัดการเลือกตั้งครั้งใหม่
       
       ปานเทพ - จัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ถ้าไม่มีแล้วลาออกด้วย การสรรหา กกต.ชุดใหม่จะเป็นใคร แล้วทำหน้าที่เข้มข้นกว่าเดิมหรือไม่
       
       สโรชา - แล้วรัฐบาลรักษาการณ์ชุดปัจจุบันจะต้องรักษาการณ์ไปอีกนานแค่ไหน
       
       ปานเทพ - ยังไม่ต้องพูดถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน เอาเป็นว่า เอาเฉพาะให้มีการเลือกตั้งแค่นี้ เลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองที่เคยหลอกลวงประชาชนว่า จะยืนหยัดอยู่ข้างหนึ่ง แล้ววันนี้มาประกาศยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง ตระบัดสัตย์ต่อคำพูดตัวเอง โกหกประชาชนเพื่อให้ได้คะแนนเสียงมา ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงฐานเสียงกันใหม่ ไม่แน่เกิดขึ้นได้
       
       สโรชา - วันนี้คงต้องหวั่นๆ อยู่
       
       ปานเทพ - หรืออีกด้านหนึ่งคือว่า ในแง่การพูดถึงการเป็นนอมินี อันนี้จะมีผลกระทบแรงมากต่อพรรคพลังประชาชน ถ้าถูกพิพากษาอย่างนั้น หมายถึงว่า การลงสมัคร ในเมื่อเป็นพรรคที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ มีพฤติกรรมนอมินีก็ส่งไม่ได้ เกมจะพลิกทั้งหมด ผู้สมัครจะเปลี่ยนการถ่ายโอนคะแนนกันครั้งใหญ่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นแล้ว จึงไม่แปลกใช่ไหมที่พรรคประชาธิปัตย์มีความคิดไม่เห็นด้วยกับคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในการไปทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แล้วอยากให้เหลือเพียงแค่ประเด็นเดียว คือว่า การทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้พิสูจน์ได้ว่า พรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย เพราะคิดอยากได้ ชนะเพียงอย่างเดียว
       
       สโรชา - คือเหลือแค่ประเด็นเดียวพอ อย่าไปพูดถึงเรื่องเลือกตั้งล่วงหน้า
       
       ปานเทพ - ไม่อยากพิสูจน์เรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกรงกลัวว่า 1. คนจะกร่นด่าสาปแช่งหรือเปล่าว่า เป็นต้นเหตุทำให้การเลือกตั้งใหม่ ประชาชนเบื่อหน่าย ต้องเสียงบประมาณอีกจำนวนมาก หรือประการที่ 2 คือไม่มั่นใจในคะแนนเสียงตัวเองว่าจะกลับมาเท่าเดิมมากเท่านี้อีกหรือไม่ ด้วยความรู้สึกแบบนี้ หรือประการที่ 3 คือว่า อยากได้ผลลัพธ์เพียงด้านเดียว คือ พรรคพลังประชาชนไม่ส่ง ส.ส. แล้วตัวเองได้ ส.ส.มากขึ้น จนเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
       
       สโรชา - พลิกขั้ว
       
       ปานเทพ - ก็เลยมีความคิดว่า มติพรรคไม่เห็นชอบกับคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่ไปยื่นร้องเรียนต่อความรู้สึกแบบนี้ แล้วดีไม่ดีพรรคประชาธิปัตย์อยากรักษาสายสัมพันธ์กับ กกต.ชุดนี้ ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนัก ในบางคน ทำงานอย่างหนัก ด้วยความเข้มข้นในการตรวจสอบเรื่องของการให้ใบเหลืองใบแดง ตรวจสอบการทุจริตต่อการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นอยากรักษาสัมพันธ์ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณไชยวัฒน์ เลยเหมือนเป็นบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์อึดอัดพอสมควรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
       
       สโรชา - แล้วต่างฝ่ายต่างอึดอัดด้วย ดูอาการ
       
       ปานเทพ - แต่คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นบุคคลที่อยู่กับการเมืองมาไม่น้อย แล้วการเข้ามาสู้การทำงานกับภาคประชาชน สิ่งที่คุณไชยวัฒน์ยึดถือเสมอ คือ ความถูกต้อง และความสัตย์ในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ แล้วเดินไปถ้าเชื่อว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นคนอย่างคุณไชยวัฒน์ สินสุวงค์ คงไม่มายืนแล้วต่อสู้กับระบอบทักษิณเป็นระยะเวลานาน เพราะมีความเชื่อและศรัทธา และไม่เคยหวั่นไหวกับอะไร เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เพิ่งเกิดหรอก ใครก็ตามที่พรรคประชาธิปัตย์นำเข้ามา แล้วมาจากภาคประชาชน ต้องเข้าใจก่อนว่า พวกเขามีความคิดความอ่านอย่างไร
       
       สโรชา - มีมาตรฐานทางด้านจิตใจอย่างไรบ้าง
       
       ปานเทพ - แล้วมาตรฐานในการทำงานในความถูกต้องอย่างไร ไม่ได้ประนีประนอมกับว่า ผลสุดท้ายทางการเมืองจะเป็นอย่างไร เชื่อมั่นว่า อะไรผิดว่าไปตามผิดอะไรถูกว่าไปตามถูก
       
       สโรชา - จะพูดได้ไหมว่าไม่ได้เป็นนักการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์
       
       ปานเทพ - ไม่ใช่นักการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เป็นอย่างนี้ แต่เชื่อว่า สถานการณ์อย่างนี้ทุกคนต้องเฝ้ามอง ที่เฝ้ามองเพราะว่า ศาลฎีกามีความหมายถึงว่า เมื่อมีคำพิพากษาแล้วหมดสิทธิ์จะอุทธรณ์ต่อ หรือหมดสิทธิ์ที่จะดำเนินการต่อด้วยกระบวนการอื่น ไม่มีแล้ว
       
       สโรชา - กระบวนการทางกฎหมายจบสิ้นเพียงเท่านี้
       
       ปานเทพ - จบแล้ว แล้วที่สำคัญในประเทศไทย ศาลละเมิดอำนาจศาลไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์ศาลก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการชุมนุม หรือการเริ่มการปราศรัยท้วงติงอำนาจของตุลาการทำไม่ได้ในประเทศไทย เพราะถือทำในนามพระปรมาภิไธย โดยเฉพาะศาลฎีกา ดังนั้นไม่ว่าจะตัดสินในทางไหนจะต้องยุติในฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แม้ไม่เห็นด้วยในคำพิพากษาก็ต้องยุติ เพราะต้องถือว่าต้องน้อมรับและเคารพในคำตัดสินของศาลฎีกา ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวพันกับนักการเมืองฝ่ายไหน ไม่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนกลุ่มใด ว่าไปตามตัวบทกฎหมาย
       
       สโรชา - วันนี้ ศาลฎีกาท่านไม่ได้พิจารณาคดีของคุณไชยวัฒน์เพียงคดีเดียว ได้พิจารณาเพิ่มเติมไปถึงคดีของคุณเทพพนม ศิริวิทยา ที่ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้า 15, 16 ธันวาคม เช่นเดียวกัน ประเด็นเดียวกันกับที่คุณไชยวัฒน์ยื่น วันนี้ศาลได้พิจารณาในประเด็นนี้ โดยคุณเทพพนมได้ยกข้อกฎหมายในบทต่างๆ เพื่อให้ศาลท่านพิจารณาแล้วมีเพิ่มเติมด้วยว่า การที่เลือกตั้งล่วงหน้าถึง 2 วัน โดยที่ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีเหตุผลในการใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ทำให้มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือว่าที่เข้าไปมอนิเตอร์เลือกตั้งต่างๆ ไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำให้เปิดช่องให้นักการเมืองซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันได้อย่างกว้างขวาง ศาลท่านนัดฟังคำสั่งในวันที่ 21 มกราคม เวลา 16.00 น. เพราะฉะนั้นมี 2 วันสำคัญ ถ้าเกิดหลุดวันที่ 18 ไปก็ไปฟังวันที่ 21 คือวันจันทร์หน้าอีกวันหนึ่ง
       
       ปานเทพ - อยากจะบอกว่า คำร้องไม่ต่างกันในเนื้อหา เพราะฉะนั้นเราเห็นวันที่ 18 น่าจะเข้าใจกระบวนการทั้งหมดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อยากจะย้ำว่า เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาถือเป็นอันสิ้นสุด ผมถือว่า บริบทที่เราต่อสู้มา 2 ปีกว่า ปิดฉากลง ไม่ว่าจะจบทางใดทางหนึ่ง มีท่านผู้ชมโทรศัพท์มาถามว่า เราควรประพฤติปฏิบัติอย่างไรถ้าคำพิพากษาเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ผมบอกว่า คำพิพากษาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เราเคารพและเราไม่ต้องทำอะไรต่อ เพราะถือว่าสิ่งที่เราสู้ต่อมา ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ทุจริตคอร์รัปชั่น เราสู้แล้ว จนกระทั่งอำนาจรัฐเปลี่ยน มีการตรวจสอบ คตส.แล้ว ถ้าเราเชื่อว่าเป็นนอมินี แล้วนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลท่านเชื่อว่าอย่างนี้ พิพากษาแล้วก็ยุติบทบาท
       
       ปานเทพ - แล้วผมเชื่อว่าไม่มีใครขยับอะไรได้ เพราะไม่เหมือนตุลาการรัฐธรรมนูญ จำได้ไหมครับว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา คำพิพากษายุบพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าแกนนำ นปก.ก็ดี ไม่ว่าแกนนำของ 111 คนอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ศาล วิพากษ์วิจารณ์ตุลาการรัฐธรรมนูญ ว่าไม่เห็นด้วยอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วป่าวประกาศไปทั่วโลก แต่คราวนี้ไม่ได้ เหตุการณ์ทุกอย่างจะยุติทั้งหมด หลังจากมีคำพิพากษา ในวันที่ 18 มกราคม ถ้าเป็นการดำเนินการเพื่อพิสูจน์ว่า 1. การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ 2. พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยหรือไม่ จะถูกพิสูจน์กัน แล้วเราไม่ต้องพูดอีกแล้ว หลังจากวันที่ 18 แล้ว เรา ผม คุณแอ้ม คุณแอน คุณคำนูณ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เราไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกแล้ว ถือว่าจบในบริบทนี้บริบูรณ์ จะพูดเรื่องอื่นๆ ต่อไปเป็นเรื่องอนาคตข้างหน้า
       
       สโรชา - วันนี้ กกต.มีการประชุมกันเช่นเคยเหมือนทุกๆ วัน ได้พิจารณาทั้งหมด 3 เรื่อง เรื่องคำร้องคัดค้านคุณบัณฑูร เกียรติก้องชูชัย ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 3 เขต 2 พรรคชาติไทย จ.ชัยภูมิ กรณีให้เงินจูงใจ มีมติให้ กกต.จังหวัด ไปทำสำนวนเพิ่มเติม พร้อมรับคำชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน เรื่องที่ 2 สำนวนคัดค้านว่าที่ ส.ส.เขต 2 จ.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชาชน เรื่องการจัดเลี้ยงให้เงิน กกต.มีมติยกคำร้อง ในส่วนของมติ กกต.เกี่ยวกับการที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความคิดเห็นตรงกับ กกต. ในเรื่องของคุณสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.เขต 1 ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย กกต.มีมติให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 ปราจีนบุรี 1 คน รวมไปถึงให้คุณสุนทรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเลือกตั้งทั้งหมด และดำเนินการทางอาญาคุณสุนทรด้วย
       
       สโรชา - เรื่องของ การที่คุณสุนทรเป็นรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แล้วจะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่นั้น กกต.มีมติให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการพิจารณาต่อไป โดยบอกว่า ยังไม่สามารถจะชี้ได้ว่าจะส่งต่อไปยังอัยการสูงสุดหรือไม่ ในส่วนของการเลือกตั้งใหม่ จ.ชัยนาท ปราจีนบุรี วันที่ 27 มกราคม ที่จะถึงนี้ จะมีการเลือกตั้งใหม่ รวมไปถึงอุดรฯ น่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 27 เช่นเดียวกัน เดี๋ยวเราพักกันสักครู่ดีไหมคะ กลับมายังมีความคืบหน้าเล็กน้อยเพียงเท่านั้น เรื่องของคดีคุณยงยุทธ แต่ที่มีความคืบหน้าสำคัญทางการเมือง ก็คือ การประกาศของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ตัดสินใจด้วยมติที่เป็นเอกฉันท์ที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยนั้นคงต้องรอดูพรุ่งนี้ แต่เดี๋ยวเราพักกันสักครู่เดี๋ยวกลับมาค่ะ
       
       ( ยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่สอง )
       
       สโรชา - กลับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดินช่วงที่ 2 วันนี้ความคืบหน้าในคดีของคุณยงยุทธ ติยะไพรัช หลังจากที่คุณวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัครเชียงราย เขต 3 พรรคชาติไทย ได้ไปถอนคำร้อง การยื่นคัดค้าน การทุจริตของคุณยงยุทธ วันนี้ กกต.บอกว่าได้มอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนไปพิจารณาว่าคุณวิจิตร ถอนคำร้องได้หรือไม่ จากนั้นคณะอนุกรรมการก็จะเสนอความคิดเห็นมายัง กกต.กลางเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ถึงแม้ว่าจะถอนคำร้องคัดค้าน แต่ทางคุณสุเมธ อุปนิสากร บอกว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 103 ก็ยังให้อำนาจ กกต.สอบสวนต่อไปถึงแม้ว่าจะได้ถอนคำร้องไปแล้วก็ตาม
       
       สโรชา - ซึ่งตรงกับที่คุณสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ได้ออกมาให้ความคิดเห็นในวันนี้เช่นเดียวกัน ส่วนในกรณีที่คุณยงยุทธ ออกมาบอกว่าหลังจากที่ดูวีซีดีแล้ว ทั้งหมด 8 แผ่น 80 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าเป็นการตัดต่อ คุณสุทธิพล บอกว่าจริงๆ แล้วควรให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเป็นกลางเข้ามาดู และมีความคิดเห็นอย่างไรก็ค่อยมาว่ากันตามนั้น ส่วนคุณอภิชาต บอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ แต่ว่าจะนำวีซ๊ดี ทั้ง 8 แผ่น มาประกอบการพิจารณาของ กกต.หรือไม่นั้น คงต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง และดูความคิดเห็นของอนุกรรมการด้วย
       
       สโรชา - วันนี้พรรคเพื่อแผ่นดิน เขามีความเคลื่อนไหวไปประชุมกันและมีมติเป็นเอกฉันท์ เพื่อที่จะมีการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน คุณสุวิทย์ คุณกิตติ บอกว่าได้รับการมอบอำนาจอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกของพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อที่จะไปเจรจากับพรรคชาติไทย ในการร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ คุณสุวิทย์ให้เหตุผลว่าต้องการให้ประเทศชาติเดินต่อไป เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสมานฉันท์ และยุติความขัดแย้ง คุณสุวิทย์ บอกว่าพรรคจะขอเป็นตัวแทน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายนแดนภาคใต้ และยืนยันว่าไม่มีการต่อรองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นอันขาด แต่ถ้าไปถามคุณวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคฯ คุณวัฒนา จะพูดในอีกลักษณะหนึ่ง คุณวัฒนาบอกว่า ยอมรับว่าสมาชิกส่วนใหญ่องพรรคฯ ต้องการที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน แต่คุณวัฒนา เองยังมีจุดยืนเหมือนเดิม คุณวัฒนา บอกว่าการเข้าร่วมรัฐบาลต้องมีเงื่อนไข 5 ข้อ ตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และมั่นใจว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี จะไม่มีงูเห่าแน่นอน มีเสียงคุณวัฒนา ใช่ไหมคะ
       
       (VTR วัฒนา อัศวเหม)
       
       สโรชา - ความจริงก็รู้ว่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าความจริงจะรู้ว่าไปแล้วแต่วันนี้คุณบรรหาร ศิลปอาชา ก็ยังคงเล่นตัวเล็กน้อย เล่นตัวเยอะพอสมควร เมื่อนักข่าวไปถามว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน เขามีมติเรียบร้อยแล้วว่าจะเข้าร่วม พรรคชาติไทยว่ายังไง คุณบรรหาร บอกว่าตอนนี้ยังไม่ครบ 15 วัน ผมยังไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
       
       ปานเทพ -แล้วที่พูดก่อนหน้านี้ล่ะครับ
       
       สโรชา - ไม่รู้ ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าทำไม แต่ว่าวันพรุ่งนี้(17ม.ค.)คุณบรรหาร บอกว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้สื่อมวลชนไปรวมตัวกันที่โรงแรมปาร์ก นายเลิศ ในเวลา 20.00น.คุณบรรหาร จะแถลงจุดยืนของพรรคชาติไทย อย่างเป็นทางการว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่
       
       ปานเทพ - ครับ ก็ดีครับ
       
       สโรชา - มีคุณผู้ชม โทรฯ มาจากบางกะปิ ว่าอยากถาม อ.ปานเทพ ว่าที่ว่าจะคุนกับ อ.เสรี อย่าลืมนะคะ
       
       ปานเทพ -ไม่ลืมครับ แต่ขออนุญาตพูดถึงพรรเพื่อแผ่นดิน สักนิดหนึ่ง และพูดถึง อ.เสรี ประมาณ 5-7 นาที สุดท้าย พรรคเพื่อแผ่นดินวันนี้ มีการแถลงข่าวอย่างที่ว่าตอนนี้ เมื่อตอนเช้าปรากฏว่าคุณวัฒนา อัศวเหม สัมภาษณ์ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ที่เอเอสทีวีช่อง 1 แล้วก็ให้ความเห็นว่าตัวเขายืนหยัดเหมือนเดิม แม้ตอนช่วงสุดท้ายก็บอกว่ายืนหยัดเหมือนเดิม ผมถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ติดตามการขยับเขยื้อนของพรรคเพื่อแผ่นดินมาโดยตลอด พรรคเพื่อแผ่นดินจริงๆ แล้วไม่เคยแสดงจุดยืนสักครั้งเดียวว่าจะเป็นศัตรูกับพรรคพลังประชาชนตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่วันที่ก่อตั้ง จำได้ไหมครับ
       
       สโรชา - คะ พูดเพียงคำว่าสมานฉันท์ พูดว่าพยายามจะไม่มีความขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น
       
       ปานเทพ - เพราะฉะนั้นแล้วจริงๆ แล้ว พรรคเพื่อแผ่นดินไม่มีความจำเป็นที่จะแสดงจุดยืนว่าจะไม่สามารถที่จะร่วมกับพรรคพลังประชาชนเพราะไม่ประกาศเหมือนพรรคชาติไทย หรือเหมือนกับพรรคประชาราช หรือเหมือนกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย เราจึงพูดน้อยมากกับพรรคนี้ ถูกไหมครับ
       
       สโรชา - หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ ทำไมถึงไปร่วม
       
       ปานเทพ - ก็เหมือนกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ไม่เคยแสดงจุดยืนอย่างนั้น เพื่อหลอกประชาชน
       
       สโรชา -ไม่ได้มีความคาดหวังที่สูงส่งอะไรเกี่ยวกับพรรคเหล่านี้
       
       ปานเทพ - ไม่ได้มีความคาดหวังว่าเขาจะร่วมหรือไม่ร่วมเป็นสิทธิที่เขาจะร่วได้ เมื่อประกาศตัวอย่างนั้น เพียงแต่ว่าบุคลากรที่มาเป็นผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็น ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย หรือว่าอีกหลายคนก็ตามดูเหมือนว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของพรรคเพื่อแผ่นดินถึงขนาดยอมรับออกมาผ่านสื่อว่าที่รับไม่ได้ต่อคุณทักษิณ เพราะเคยได้ยินมากับหู ถึงคำบางคำที่ไม่ควรจะต้องพูดในที่สาธาณะ และรับไม่ได้ จึงต้องถอยออกมา ขนาดนั้นแล้ว บุคลากรซึ่งเป็นจุดเเริมต้นของพรรคเพื่อแผ่นดิน และแม้ว่าตอนหลังจะไม่อยู่ร่วมแล้วก็ตาม หลายคนก็ยังมีความคาดหวังว่าพรรคนี้น่าจะมีบุคลากรที่มีความเชื่ออะไรคล้ายๆ กัน
       
       สโรชา - คล้ายๆ กับผู้ก่อตั้ง
       
       ปานเทพ-คล้ายๆ กับผู้ก่อตั้งว่าทำอะไรเพื่อแผ่นดินจริงๆ แล้วก็ในที่สุดในช่วงแรกๆ ของพรรคเพื่อแผ่นดิน คนจะมองภาพลักษณ์ของคุณวัฒนา อัศวเหม ในเชิงลบ และยังติดภาพในคดีความก็ดี หรือกลุ่มงูเห่าก็ดี กาลเวลานี้พิสูจน์คนนะครับ ใครจะเชื่อว่าคุณวัฒนา อัศวเหม เป็นคนที่ยืนหนักแน่นจนถึง และก็ไม่สามารถขวางพรรคเพื่อแผ่นดินได้ที่สุด จนนาทีสุดท้าย ผมเองก็อยากจะบอกว่าได้รับ ได้ยิน เพราะคนในที่ประชุมพรรคฯ กรรมการบริหารพรรคฯ คนก็ได้ยินเยอะว่าคุณวัฒนา อัศวเหม ไม่เห็นด้วยกับการไปพรรคพลังประชาชน เพราะอย่างน้อย 5 ข้อ ที่อุตสาห์สร้างกันขึ้นมาที่เป็นเงื่อนไขว่า เพราะเหตุใดจะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน พรรคพลังประชาชนยังไม่ตอบรับเลยอย่างเป็นทางการ แต่พรรคชาติไทยไปแล้ว ไม่สนใจในสิ่งที่ตนเองพูดเป็นคนที่แถลงเองกับปาก ยังไม่สนใจเลย
       
       ปานเทพ - แต่คุณวัฒนา จุดประเด็นเรื่องนี้ให้ได้คิดว่าตัวเองมีหน้าอะไรที่จะไปร่วม ในเมื่อประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างนั้น คุณวัฒนา อัศวเหม ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ่ทนไม่เคยเล่าให้ผมฟัง แต่ผมไปงานทำบุญอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พุทธมณฑล หรืออีกหลายที่ เห็นท่านไปทำบุญให้กับพระธรรมทูต ไม่ว่าจะเป็นงานฉันเพลถวายภัตตาหาร หรือช่วยสนับสนุนให้เกิดพระธรรมทูตไปกระจายไปอยู่ที่ต่างประเทศ เพื่อขยายเผยแผ่ศาสนาพุทธจากประเทศไทยออกไป ไม่มีใครรู้ หลายปีมานี้นะครับ ไม่มีใครรู้ว่าจิตวิญญาณของท่านคิดอะไร และทำอะไรอยู่ แต่ช่วงบั้นปลายชีวิต สิ่งทีทท่านควรจะต้องได้รับการเลือกตั้งที่ชนะ ท่านอาจเป็นรัฐมนตรีก็ได้ อย่างง่ายได้สัปดหาแรก แต่ท่านยืนในฐานะคนที่ลงทุนมากที่สุดกับพรรคเพื่อแผ่นดินในเชิงเงินทอง เชิงสนับสนุนด้านการเงินให้กับพรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านก็ยืนจนนาทีสุดท้าย ซึ่งผมเชื่อว่ากาลเวลาพิสูจน์ทำให้เห็นว่าท่านได้ตัดสินใจมในช่วงบั้นปลายชีวิตให้กับแผ่นดินแล้ว แม้ว่าผลจะเป็นอย่างนี้ก็ตาม แต่ว่าเรื่องที่น่าสนใจคือว่า ถามว่า ได้อะไร ทำไมคนถึงกระสันอยากจะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชนจำนวนมาก
       
       สโรชา - คิดได้แค่ว่า นักการเมืองก็คือนักการเมือง ขอร่วมรัฐบาลไว้ก่อน ก็อย่างที่คุณบรรหารพูดเองว่าไส้แห้ง
       
       ปานเทพ - ผมรำคาญในประโยคที่บอกว่า เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อชาติจะได้เดินไป คำสวยหรู คำหลวง และคำโก้ๆ ให้ตัวเองดูดี
       
       สโรชา - แก้ไขปัญหาเรื่องความขัดแย้ง
       
       ปานเทพ - ทำไมไม่บอกความจริงไปล่ะว่า พรรคเพื่อแผ่นดินไปเจรจามาขอได้ตำแหน่งในกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงไอซีที เรียบร้อยแล้ว
       
       สโรชา - นี่ได้มาแล้วหรอ
       
       ปานเทพ - ไม่อย่างนั้นจะยอมหรอ ใช่เพราะเหตุนี้หรือเปล่า เป็ฯ 3 กระทรวงนี้จริงหรือไม่ ตอบมาซิครับ อย่าให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า นักการเมืองมัวแต่ตลบแตลงแล้วพูดกันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนี้
       
       สโรชา - อย่างนี้คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ก็พูดถูก บอกว่า ไม่ได้ต่อรองในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพราะว่าอาจจะได้รัฐมนตรีว่าการไปเรียบร้อยแล้ว 3 กระทรวง
       
       ปานเทพ - กระทรวงที่ว่านั้น พลังงาน อุตสาหกรรม และไอซีที
       
       สโรชา - เด็ดๆ ทั้งนั้นเลยนะ
       
       ปานเทพ - แห่งที่มีผลประโยชน์อย่างมหาศาล ตั้งแต่กระทรวงพลังงาน ที่มีความคิดเรื่อง ปตท.อยู่ทุกวันนี้ แล้วเกี่ยวข้องกับการขึ้นพลังงาน กฟผ.ด้วย พลังงานไปแล้ว อุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับพลังงาน ชาติอยู่ได้ก็อยู่ใน 2 กลุ่มนี้ และไอซีทีที่มีผลประโยชน์จำนวนมหาศาล และขัดแย้งสูงมาก ใช่ไหมละ นี่คือสิ่งที่ได้รับ ที่พรรคเพื่อแผ่นดินพร้อมที่จะรับและพร้อมจะตอบสนอง อิ่มเพียงพอที่ตัวเองอยากจะไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ไม่พูดความจริงออกมา ที่น่าสนใจคือว่า ผมมีแมลงวันมาเล่าให้ฟัง ที่เข้าไปในที่ประชุมพรรคด้วย
       
       สโรชา - อ๋อหรอ บินออกมาจากที่ประชุมพรรคมาเล่าให้ อ.ปานเทพ ฟัง
       
       ปานเทพ - ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง เนื่องจากเป็นเสียงของแมลงวัน เล่าให้ฟังว่า แม้กระทั่งคนที่ได้เป็น ส.ส.สัดส่วน เพียง 1 เดียวในเขต 6 ซึ่งรวมกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี คือใคร ม.ร.ว.กิติวัฒนาปกมนตรี ไชยันต์ ซึ่งปรากฏว่า ท่านออกแคมเปญติดโปสเตอร์ทั่วกรุงเทพฯ ผมยังเห็นเลย เป็นรูปท่านที่สูงวัยแล้ว แล้วบอกว่า ชีวิตนี้ขอตอบแทนคุณแผ่นดิน ทำเพื่อแผ่นดิน
       
       สโรชา -เป็นหนึ่งเดียวของเพื่อแผ่นดินในกรุงเทพฯ
       
       ปานเทพ - คนเดียวครับ ท่านเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ที่เข้าร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดินเพราะได้คุยกับผู้บริหารพรรค มีเจตนาตรงกันที่ต้องการพิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แทนคุณแผ่นดินเกิด ตลอดจนรักสงบ มุ่งสร้างสันติและความสมานฉันท์ พิทักษ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เกิดอะไรขึ้นกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงต้องออกมาพิทักษ์ในวันนี้ มีภัยคุกคามใช่ไหมถึงได้พูดประโยคนี้ออกมา แต่น่าสนใจตรงที่ว่า ที่แมลงวันที่ว่านั้นมาเล่าให้ฟังว่า คนที่ยกมือและสนับสนุนในการเข้าร่วมพรรคด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ ม.ร.ว.กิตติวัฒนาปกมนตรี
       
       สโรชา - สนับสนุนการเข้ารัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน
       
       ปานเทพ - โดยเห็นว่า ควรให้โอกาสคุณสมัคร สุนทรเวช
       
       สโรชา - พูดขนาดนี้เลยหรอคะ
       
       ปานเทพ - ก็พูดได้เพียงแค่ว่า แต่ละคนก็มีจุดยืนของตัวเองไม่เหมือนกัน สิ่งที่คนไม่ได้โกหกเราก็คงตำหนิเขาได้น้อยที่สุด เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกถ้าจุดยืนเขาเป็นอย่างนึง แต่ว่าคนที่อยู่ข้างใน คนที่ชื่น คนที่ยังยืนหยัดได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณวัฒนา อัศวเหม ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่ไม่เห็นด้วยกับการรวมกับพรรคพลังประชาชน หรือแม้แต่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ซึ่งแมลงวันมาเล่าให้ฟังว่า 3 คนนี้คือคนที่ยืนหยัด และทนไม่ได้จนต้องเดินออกไปข้างนอกเพื่อไปรับประทานอาหาร โดยที่ขออย่าให้ตาม เพราะรับไม่ได้กับสภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้
       
       สโรชา - ส่วนที่ว่าเป็นเอกฉันท์ก็เอกฉันท์ลักษณะนี้แหละ ว่ามีคนเดินออกจากห้องประชุมด้วยการที่รับไม่ได้กับมติที่กำลังจะเกิดขึ้นถ้าหากว่าเป็นจริง
       
       ปานเทพ - แน่นอนว่า กรรมการบริหารพรรคมีจำนวนคนที่ถูกแต่งตั้ง บางคนเป็นเพียงประธานพรรค หรือประธานที่ปรึกษาพรรค จะยกมือก็ไม่ได้ หรือเป็นผู้จดประกายความคิด จะยกมือก็ไม่มีประโยชน์ แต่อยากจะบอกว่า สถานการณ์อย่างนี้ ทำอะไรทำกันไปเถอะ ชาติบ้านเมือง ผมเชื่ออย่างไรเสีย สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้ ทุกคนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนรอมชอมกับทุกเรื่อง ไม่สนใจว่าสิ่งที่เกิดมาเป็นอย่างไรและอนาคตจะเป็นอย่างไร สนใจแต่ตำแหน่งหน้าที่ และบอกประชาชนด้วยการเอาภาพสวยหรูของตัวเองมรกลบเกลื่อน ไม่ว่าจะเป็นคำแถลงของคุณบรรหาร ศิลปอาชา วันพรุ่งนี้ก็ตาม เลิกซะทีเถอะ 2 ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในส่วนของ 4 ช่วยว่าการ ที่ชาติไทยรับไปก็เพียงพอไม่ใช่หรอกหรือ เกษตร ไม่ใช่หรอกหรือ ถึงได้ต่อรองกันได้ถึงได้ตกลงกันได้ไม่ใช่หรอกหรือ ก็อยากจะบอกว่า พูดตรงๆ กับประชาชน ประชาชนวันนี้ยิ่งฟังสิ่งที่มันบิดเบือน มันน่าสะอิดสะเอียน
       
       สโรชา - เขารับไม่ได้กันแล้วหละ
       
       ปานเทพ - เพราะฉะนั้นบางทีคนเราเห็นภาพลักษณ์ในอดีตบางทีเราไม่รู้อนาคตหรอก คนเรามันก็เปลี่ยนได้ พลิกได้ เหมือนกับครั้งหนึ่งที่ ดร.เสรี วงศ์มณฑา ขออนุญาตพูดนิดหนึ่ง ท่าน อ.เสรี วงศ์มณฑา ยืนหยัดกับ ASTV ยืนหยัดกับเวทีพันธมิตร เสี่ยงภัย เสี่ยงกับคดีความมากมาย เหมือนกับพวกเรา ไม่ต่างกันหรอก ท่านมาที่นี่ไม่ได้หวังอะไรเลย หวังให้ความรู้กับประชาชน ต่อสู้หวังจะมีฟรีทีวีสักช่องเพื่อตัวเองไปพูดให้ได้มากที่สุดกับความเลวร้ายของข้อมูลข่าวสารของนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลหลากหลายมากขึ้น ต่อสู้จนถึงที่สุด ท่านเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคชาติไทยด้วย แล้วท่านออกมารับรองหลายครั้งว่า พรรคชาติไทยไม่มีทางไปร่วมเด็ดขาด ท่านเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไปฟัง อ.เสรี อยู่หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ท่านพูดวันที่ 29 พฤศจิกายน วันที่คุณบรรหารพูดที่กาฬสินธุ์ว่าตัวเองนั้นไม่มีขั้วไหนแล้ว พอแล้ว อ.เสรี พูดไว้ว่าอย่างไร ไปลองฟังครับ เชิญครับ
       
       (VTR ดร.เสรี วงศ์มณฑา)
       
       สโรชา - นี่คือรายการคนในข่าวที่ อ.เสรี ออกอากาศ
       
       ปานเทพ - ผมจำได้เลยวันนี้ผมวิพากษ์วิจารณ์คุณบรรหาร แล้ว อ.เสรี อยู่ที่ห้องส่ง แล้วออกมาบอกว่า คุณบรรหารไม่มีทางไปร่วม แล้วมาออกอากาศอธิบายอย่างนี้
       
       สโรชา - คือ อ.เสรี มีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจในตัวคุณบรรหาร
       
       ปานเทพ - แม้แต่คุณคำนูณก็เชื่อ ผมยังเผลอเชื่อคุณคำนูณไปหลายครั้ง และเชื่อคุณบรรหารไปหลายโอกาส ด้วยความที่คุณหนูนาเป็นผู้ใหญ่ที่พูดจาดูน่าฟัง หลงเชื่อไปหลายครั้ง จนวันหนึ่งเขาไปร่วมกัน ทั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน ทั้งชาติไทย ที่ อ.เสรี พูดถึง แต่สิ่งที่ประทับใจแล้วต้องมาทบทวนกันอีกทีคือว่า บทบาทของ อ.เสรี นั้น สู้กับ ASTV มาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดความท้อแท้ก่อนวันเลือกตั้ง แล้วเห็นโพลล์มากมาย อ.เสรี พูดด้วยน้ำตา ถ้าท่านผู้ชมจำได้ ไปทบทวนอีกสักครั้งหนึ่ง
       
       สโรชา - คือตอนนั้นอ่านขาดเลยแหละว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร
       
       ปานเทพ - เชิญครับ
       
       (VTR ดร.เสรี วงศ์มณฑา)
       
       ปานเทพ - ผมยัง ดูยังคล้อยตามอยู่เลยนะครับ แล้วมีอารมณ์ร่วมด้วยกับสิ่งที่ อ.เสรี พูด แล้วได้ข้อคิดในวันรุ่งขึ้นที่ อ.เสรี พูดนำมาออกอากาศซ้ำด้วย อยากจะบอกท่านผู้ชมว่า ท่าน อ.เสรี เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคชาติไทยมาก ผมไม่ได้ยินจากท่าน อ.เสรี โดยตรง พูดผ่านคุณแอน จินดารัตน์ เล่าให้ฟังว่า อ.เสรี ไม่รู้จะทำอย่างไร เสียใจจนกระทั่งไม่อยากมาจัดรายการที่นี่ ผมอยากจะปรับความคิด ขออนุญาตพูดผ่านท่าน อ.เสรี ผ่าน ASTV เลยว่า พวกเราทั้งหมดยังให้กำลังใจท่าน อ.เสรี และเชื่อมั่นต่อการทำงานอย่างกล้าหาญ และตั้งใจทำงานหนักอย่างทุ่มเทของท่าน อ.เสรี วันหนึ่งนักการเมืองที่หลอกอาจารย์ หลอกประชาชนทั้งประเทศได้ อาจารย์จะบอกว่าเสียใจ แล้วบอกว่ายุติไม่อยากมาจัดรายการแล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า แล้วจะเหลือสักกี่คนที่จะทำงาน ผมหยิบเทปวันที่ 22 ธันวาคม เพราะเห็นว่า อ.เสรี บอกว่า ต้องสู้เพราะมันไม่มีใครจะสู้ แล้วใครจะสู้ล่ะที่เหลือ
       
       สโรชา - ท่าน อ.เสรีไม่สู้ต่อไป
       
       ปานเทพ - แล้วใครจะสู้ เหมือนกันครับ ท่านผู้ชมที่คิดว่า อยากให้กำลังใจ ท่าน อ.เสรี แล้วผมเชื่อว่า ประชาชนอยากได้ยิน อ.เสรี พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้
       
       สโรชา - ทุกคนเห็นใจ เห็นใจและเข้าใจสถานะ อ.เสรี ณ เวลานั้น และณ เวลานี้ พวกเราก็เข้าใจ เพราะว่าตอนนั้นก็ทราบดี แล้ว อ.เสรี พูดด้วยความจริงใจ กับเราทั้งในจอทั้งนอกจอว่า อาจารย์เชื่อในตัวของคุณบรรหาร ณ เวลานี้ สิ่งที่ปรากฏอย่างที่ทุกคนเห็น พวกเราก็เข้าใจ ในสถานะ แต่ว่าอยากให้กลับมา คือหลายคนอยากจะฟัง อ.เสรี วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ว่าเป็นอย่างไร แล้วเราจะไปในทิศทางไหน หรือสถานการณ์จะไปในทิศทางไหนต่อ แต่ท่าทางความหวังเราค่อนข้างจะริบหรี่หรือเปล่า
       
       ปานเทพ - อยู่ที่ท่านผู้ชม ผมเชื่อว่าแรง SMS นับจากวันนี้ไป ท่านผู้ชมอยากให้กำลังใจ อ.เสรี มาจัดรายการที่ ASTV ท่านผู้ชมต้องส่งแรงใจมาเยอะๆ ผมอยากจะบอกว่า บุคลากรในเมืองไทย มันถูกความโลภ ความหลงมากมายดูดไปจนกระทั่งหายไปทีละคน หลายคนที่เราเคยเชื่อว่าใช่ ไม่ใช่ หลายคนที่เราคิดว่าเป็นของจริง ก็กลายเป็นของปลอม บางทีคนที่เราคิดว่าไม่ใช่บางทีกลับใช่ ยืนหยัดอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะฉะนั้นแล้วบุคลากรที่เป็นของจริงมันเหลือน้อยมาก
       
       สโรชา - มีน้อย
       
       ปานเทพ - คุณแอ้ม ครับ รายการทีวีเราเอง ทุกวันนี้คนจัดรายการก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ไปเป็นนักการเมืองบ้าง
       
       สโรชา -คุณผู้ชมคงสังเกตเห็น
       
       ปานเทพ - ถอยมาในเชิงยุทธศาสตร์บ้าง หรือต้องไปสมัคร ส.ว.ทำหน้าที่อื่นบ้าง แล้วถ้าไม่มีใครมาช่วยกันทำงานเยอะๆ แล้วสุดท้ายใครล่ะจะเป็นคนทำ มีคนจำนวนมากบอกว่า ทำไมคนอย่างคุณวีระ สมความคิด ต้องเป็นหน้าที่คนอย่างพวกเขา คนธรรมดาไม่มีตำแหน่งอะไรเลย ไม่มีหัวโขน ไม่มีอะไรเลย เดินทางยังต้องนั่งรถเมล์เลย เพราะอะไร เพราะถ้าไม่มีคนอย่างนี้ ไม่มีคนอย่างที่เราคิดว่าต้องทำงานเพื่อบ้านเมืองโดยไม่หวังผลตอบแทนซะบ้าง แล้วช่วยกันออกมามากๆ ไม่ท้อถอย ไม่รู้สึกว่าจะต้องพ่ายแพ้ ไม่ยอมสยบต่อความเลวร้ายทั้งหลายในบ้านเมือง บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
       
       สโรชา - ต้องไม่ท้อ ท้อได้แต่ต้องไม่ถอย
       
       ปานเทพ - ต้องไม่ถอย ทำหน้าที่ตัวเองดีที่สุด เมื่อดีที่สุดแล้ว สิ่งที่มันจะเลวร้ายที่นอกขอบเขตเราที่มันจะเกิดขึ้น มันไม่ใช่เกิดจากเรา มันเกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เราควบคุมไม่ได้ แล้วเราทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจไปกว่านี้
       
       สโรชา - คุณผู้ชม ถ้า SMS มา อย่าลืมระบุว่า ให้ อ.เสรี กลับมาที่ News 1 แห่งนี้ มาจัดรายการการเมืองนะ เพราะกลัวใจเดี๋ยวอาจารย์จะไปจัดเรื่องอื่นๆ เรื่องแนวสังคม ที่ช่องอื่นๆ ของ ASTV หรือเปล่า ให้กลับมาทำงานด้านการเมืองกันต่อดีกว่า การเมืองในอีกภาคส่วนหนึ่ง การเมืองในส่วนของภาคประชาชนอย่างแท้จริง หมดเวลาแล้วค่ะสำหรับยามเฝ้าแผ่นดิน กลับมาพบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้นะคะ สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Gacia วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DannyGacia

ก็ดีนะได้ฟังข่าวสารมากๆขึ้นดี.....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Mr_Com วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrcom

Kurt Cobain แห่งวง Nirvana ออกอาละวาด
http://www.oknation.net/blog/bodin2

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ .. ขอบคุณ สำหรับบทความ

มีความสุขนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอ่านข่าวอะไรมากที่สุด
กีฬา
26 คน
การเมือง
24 คน
อาชญากรรม
15 คน
ดารา
33 คน
ทั่วไป
34 คน

  โหวต 132 คน