• บิ๊กกัน191
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 259
  • จำนวนผู้ชม : 863345
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
วาไรตี้ต่างๆ โดย biggun191
ส่งข่าวสารน่าสนใจ ในปัจจุบัน ให้อ่านเพื่อเพิ่มองค์ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191
วันศุกร์ ที่ 4 เมษายน 2551
Posted by บิ๊กกัน191 , ผู้อ่าน : 1887 , 00:09:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เพื่อแผ่นดิน ชี้ การุณ ด่า10 นาที

โดย คม ชัด ลึก วัน พฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551 00:00 น.

"อภิสิทธิ์" จี้ พปช.ทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการกับความประพฤติของ "การุณ" ยันลูกพรรค ปชป.ไม่กุเรื่องใส่ไฟใครแน่ “สมเกียรติ”ย้ำอันธพาลและนักเลงไม่ควรอยู่ในรัฐสภา "อลงกรณ์"ส่งทนายแจ้งความ"การุณ"หมิ่นประมาท "อภิวันท์" ล้อมคอกเตือน ส.ส.ห้ามพูดพาดพิงบุคคลอื่น



เก่ง การุณ


(3เม.ย.) ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน หนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ทำร้ายกันระหว่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะที่เกิดเรื่องนั้นตนนั่งทานข้าวอยู่กับเพื่อนส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ขณะที่กำลังทานข้าว คุยกันอยู่ก็ปรากฎว่ามีเสียงดังเอะอะ โวยวาย บริเวณด้านหลังที่ตนนั่ง ตอนแรกก็ไม่กล้าหันไปมอง เพราะกลัวจะถูกลูกหลง และส่วนตัวก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ด้วย

แต่เมื่อชำเลืองไปดูก็เห็นส.ส.ที่ตัวเล็กๆที่เป็นข่าวตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ไม่สามารถเอามาพูดต่อได้ ซึ่งตนก็ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ส่วนจะไปทำร้ายอะไรหรือไม่ตนไม่เห็น แต่เขาใช้เวลาในการด่าอยู่นานประมาณ 10 นาที โดยที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีอยู่เต็มไปหมดก็ยืนเฉยๆไม่ได้ทำอะไรเลย สงสัยจะยังงงอยู่

“ที่เขาอ้างว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไปรุมทำร้ายคนตัวเล็กนั้นไม่ใช่เด็ดขาด จะไปรุมได้ยังไงในรัฐสภาพวกพรรคประชาธิปัตย์เขาอยู่กันเฉยๆ คงจะยังงงๆ มีแต่คนตัวเล็กที่ด่าเขาเสียงดังอยู่ซัก 10 นาที แล้วนายชัย ชิดชอบ ก็เอาตัวไป”ม.ร.ว.กิติวัฒนา กล่าว

"เฉลิม"ยันพฤติกรรม”การุณ”ไม่เกี่ยวพรรค

ที่กระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แล้วแต่มุมมอง การทะเลาะเบาะแว้ง เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะคนเรามีอารมณ์โกรธเคืองได้เสมอ ไม่ใช่เฉพาะในสภาของไทยที่เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่แค่สภาผู้แทนฯในวุฒิสภาก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ตรงนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ขณะที่ต่างประเทศเองก็ต่อยกันประจำอยู่ เช่น ที่ประเทศใต้หวัน ความโมโหมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล คงไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า บุคคลที่ก่อเหตุเป็นคนที่สังกัดพรรคการเมือง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มันก็มองได้ทั้งนั้น แต่เรื่องนี้มันเกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก

ต่อข้อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์มีมติออกมาจากวิปฝ่ายค้านต้องไปแจ้งความ พรรคพลังประชาชนจะดำเนินการอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนมองว่า เป็นเรื่องส่วนตัว มันจะเป็นเรื่องการเมืองได้อย่างไร

"พรรคประชาธิปัตย์จะทำอะไรมันเป็นสิทธิของเขา การไปแจ้งความร้องทุกข์ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเขาบอกว่า เขาถูกทำร้าย ส่วนคนที่ถูกกล่าวหาต้องไปแก้ข้อกล่าวหามอบตัวสู้คดี ซึ่งเป็นคดีทำร้ายร่างกายธรรมดา ไม่ได้บาดเจ็บอะไร โดยหลักการเป็นคดีลหุโทษ ถ้าใครรับสารภาพก็เปรียบเทียบปรับ ถ้าบอกว่าทำร้ายร่างกายมีอาการเจ็บปวดก็ต้องไปดูว่า ทำร้ายร่างกายสาหัสหรือไม่ หากไม่ถึงสาหัสก็ต้องโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 เป็นการทำร้ายทั่วไป ถ้าสาหัสเจ็บป่วย 20 วันขึ้นไปก็ต้องโทษมาตรามาตรา 297 โดยทางพรรคไม่ได้ปกป้อง ผิดต้องว่าไปตามผิด แต่นายการุณ บอกว่า เขาไม่ได้ลงมือทำร้าย ต้องเอาพยานหลักฐานมาสู้กัน" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ปธ.สภาประชาชนอีสานจี้ “การุณ”ลาออก

นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน กล่าวว่า ตามที่นายการุณ แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม ด้วยการกระโดดถีบ นายสมเกียรติ เข้าที่บริเวณต้นขา ขณะยื่นอยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานทั้ง 19 จังหวัด ไม่พอใจต่อพฤติกรรมของนายการุณ เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ให้เกียรติสถานที่ ซึ่งถือว่ารัฐสภาเป็นสถานที่ทรงเกียรติ แต่กับมีกุ๊ยเข้าไปอยู่ในสภา

พฤติกรรเช่นนี้ ทำให้ประชาชนในอีสานไม่พอใจมาก โดยเฉพาะชาวโคราช ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก และต่างบอกเป็นเสียเดียวกันว่า หากต้องการจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ควรที่จะมีสติปัญญามากกว่านี้ และหากต้องการที่จะเป็นนักเลง ก็ให้มาเจอกับม็อบประชาชน เพราะที่ผ่านมา ถึงจะมีการชุมนุมของเกษตรกร หรือถูกรัฐรังแกเพียงใด ก็ไม่เคยแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ดังนั้น พฤติกรรมของนายการุณ แสดงให้เห็นว่าเป็นอันธพาล

“หากต้องการเป็นที่จะเป็น ส.ส. ซึ่งถือว่าเป็นที่พึ่งของประชาชน ควรที่จะมีคุณธรรมและจรรยาบรรณทางการเมืองมากกว่านี้ ไม่ใช้แสดงให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็นว่า เป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งวุฒิภาวะ ดังนั้น จึงขอให้แสดงความรับผิดชอบ โดยการลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. พรรคพลังประชาชน” นายประพาส กล่าว

นายประพาส กล่าวอีกว่า ในช่วงค่ำวันนี้ ( 3 เม.ย.) สภาประชาชนภาคอีสาน จะมีการประชุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสมเกียรติ เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน ได้รู้ถึงพฤติกรรมของตัวแทนประชาชน ในเมื่อมีนักการเมืองเช่นนี้แล้ว ประชาชนที่ต้องต่อสู้เรียกร้อง เพื่อความถูกต้อง และความเป็นธรรมจะไม่ถูกรังแกหรือ ดังนั้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ประชาชนก็ต้องไร้ที่พึ่ง

ส่วนของภาคประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน หลังจากที่มีการประชุมในช่วงค่ำวันนี้( 3 เม.ย.)แล้ว ก็จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว กดดันรัฐบาลให้ดำเนินการสอบสวน และลงโทษนายการุณ เพื่อเป็นตัวอย่าง เพราะในสภาอันทรงเกียรติ ไม่ควรที่จะมีการแสดงกิริยาเช่นนี้ ไม่ใช่วันรุ่นที่อยู่หน้าเวทีหมอลำแล้วทะเลาะวิวาทกัน

"อภิสิทธิ์"จี้พปช.จัดการ"การุณ"แนะอย่าป้องคนผิด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 3 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์นายการุณ โหสกุล ส.ส.เขตดอนเมือง พรรคพลังประชาชน ทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส. สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ทางพรรคจะเรียกร้องให้ นายการุณ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกเหมือนกรณี พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตส.ว.กทม. ลาออกเพราะไป ชกนายนายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ อดีตส.ว.แม่ฮ่องสอน ระหว่างการประชุมวุฒิสภา เมื่อปี 2547 ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรและ พ.อ.อภิวันท์ วิริยชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร รับเป็นประธานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงอยากให้เร่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด เพราะหากรอข้อบังคับเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมจะทำให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการร่างบังคับการประชุมสภาฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รองประธานสภาฯ ได้ประสานมาเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ซึ่งวิปฝ่ายค้าน จะเข้าไปช่วยดูว่าจะทำอย่างไรให้ เรื่องนี้มีความกระจ่างออกมาตามข้อเท็จจริงและมีการดำเนินการอย่างเหมาะสม เราอยากให้การสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และทางแก้ไม่ใช่มาปฏิเสธข้อเท็จจริง แต่ควรแสดงให้เห็นว่าสภาฯ ดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องนี้และดำเนินการตามความเหมาะสม

ถ้าพยายามกลบเกลื่อนข้อเท้จจริงก็ไม่เป็นผลดีต่อส่วนรวม จึงควรว่ากันไปตามข้อเท็จจริงและแสดงความรับผิดชอบเรื่องก็จะจบได้ ดังนั้นจึงขอให้กรรมการทุกคนไม่ว่าจะมาจากไหนต้องคิดในกรอบนี้เพราะคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมีอยู่มาก และไม่ได้เป็นไปตามที่นายการุณ พูดว่า มีแต่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากขอให้พูดความจริงกัน และขอให้พรรคพลังประชาชนมีมาตรการดำเนินการกับนายการุณ เพราะหากมีการปกป้องจะทำให้ส่งผลเสียต่อพรรคพลังประชาชน และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรด้วย

“ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์และส.ส.ของพรรคไม่มีความคิดและไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นที่จะไปสมคบกันกล่าวร้ายเพื่อนส.ส.ด้วยกัน แต่เป็นข้อเท็จจริงก็ต้องนำเสนอไปตามข้อเท็จจริง และไม่มีเหตุผลที่ ส.ส.พของพรรคจะกุเรื่องขึ้นมา แม้ว่าจะมีการพยายามโยงให้เป็นการทะเลาะวิวาทส่วนตัวหรือความไม่พอใจกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร หรืออาจารย์สมเกียรติ ส.ส.พรรคพลังประชาชนก็ไม่มีสิทธิมาทำร้ายร่างกายอาจารย์สมเกียรติอย่างนี้ ผมอยากแนะนำเจ้าตัวว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ขอให้ยึดตามนั้นแล้วก็แก้ไขกันไป”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

“สมเกียรติ”ย้ำอันธพาลและนักเลงไม่ควรอยู่ในรัฐสภา

นายสมเกียรติว่าไม่ได้พูดจาหยาบคายและไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติว่า ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุมีประมาณ 20 คน ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดเพียงนาทีเดียว แต่เกิดขึ้นประมาณ 10 กว่านาที และมีการปะทะกันหลายรอบ โดยรอบแรกเป็นการปะทะกันระหว่างนายการุณกับนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และนายโกวิท ธารณา ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ และรอบสุดท้ายมาอีกรอบที่ถือถุงกระดาษมาเป็นการปะทะกับนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการย้ำว่าพฤติกรรมของการหาเรื่องมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ตน แต่ตนไม่ได้ตอบโต้ และไม่ได้มีคำพูดอะไรออกมาจากปากของตน ดังนั้นกรณีนี้ก็ควรต้องมีการดำเนินการ

“โดยกระบวนการกฎหมาย เราต้องให้กฎหมายคลี่คลายปัญหานี้ เพราะปัญหานี้มันไม่ใช่เรื่องผมเจ็บขนาดไหน มันเป็นเรื่องเกียรติภูมิของชาติ เพราะผมสงสารประเทศไทยมากที่รัฐสภาอันทรงเกียรติ อำนาจหลักของชาติได้ส.ส.แบบนี้ ใน 200 ประเทศมีก่อเหตุไม่กี่ประเทศ และเป็นการก่อเหตุซ้ำซากด้วย และผมพูดจริง ๆว่า อันธพาลและนักเลงไม่ควรอยู่ในรัฐสภา ถ้าประเทศเรามีศักดิ์ศรีจริง”นายสมเกียรติ กล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวด้วยว่า ประจักษ์พยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมากเกินกว่าที่จะบอกว่านายการุณพูดจริง โดยเฉพาะที่พูดว่า “อาจารย์ครับ “แล้วมาเปลี่ยนเป็น “พี่ครับ” และไปบอกในรายการ “สยามเช้านี้”ทางช่อง 5 ว่าตนพูดหยาบคายในสภา ซึ่งตรงนี้ตนได้บันทึกเทปเอาไว้แล้ว เพื่อจะได้ทราบว่าสิ่งที่พยายามแก้ตัวโดยตลอดถูกต้องหรือไม่ หากคนพูดความจริงในสภาผู้แทนราษฎรไม่โห่ ซึ่งในสภามีการโห่กันอย่างหนักคือในสมัยพฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่โห่พรรคสามัคคีธรรม ซึ่งเป็นพรรคข้างมาก และกรณีของนายการุณมีการโห่ถึงสองครั้ง ฉะนั้นน่าจะมีนัยของข้อความที่ฝ่าฝืนความจริงอยู่มาก ไม่เช่นนั้นสภาคงไม่เกิดอารมณ์ร่วมกันในการโห่ถึงสองครั้ง

ส่วนกรณีที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรระบุว่าการลงโทษส.ส.ที่กระทำการวิวาท ทำได้แค่ว่ากล่าวตักเตือนนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหา ต้องแล้วแต่กระบวนการ เพราะกรอบจริยธรรมไม่ใช่เรื่องการลงโทษหนักเบา แต่เป็นมโนธรรมสำนึกส่วนบุคคลว่าจะรักษาเกียรติภูมิของประเทศชาติได้หรือไม่ ซึ่งเป็นมโนธรรมสำนึกของแต่ละคนว่าถ้ากระทำผิดก็ต้องยอมรับ เหมือนกรณีที่ตนใช้คำว่า “ไอ้” กับรัฐมนตรีบางคน ตนก็ยอมรับ เพราะรัฐมนตรีคนนั้นใช้คำว่า “ไอ้ 5 พันธมิตร”กับตนมาก่อน

“ผมไม่เคยปฏิเสธเรื่องแบบนี้ ผมไม่เคยแสร้งทำเป็นมนุษย์สองหน้า ที่ด้านนอกสภาเป็นอีกอย่างหนึ่ง ด้านในสภาเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้” นายสมเกียรติ

ส่วนจะหวังได้แค่ไหน หากดูพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายการุณนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ประชาชนเฝ้าติดตามเรื่องนี้อยู่ และตนไม่เหมาะที่จะไปแสดงความเห็น เพราะเป็นคู่กรณี และหากนายการุณยืนยันว่าไม่ได้กระทำการตามที่ตนระบุ ก็ไม่เป็นไร เพราะมีคณะกรรมการสอบสวนของสภาผู้แทนราษฎร และมีกลไกทางศาลที่จะต้องพิสูจน์กันอยู่

นายสมเกียรติ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายการุณนำอาวุธเดินเข้ามาหาว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ยืนยันว่ามีอาวุธอยู่ในถุง ซึ่งในช่วงนั้นตนนั่งอยู่ห่างประมาณ 3 วา แต่ตนไม่เห็นอาวุธ เห็นเพียงถุง ซึ่งครั้งแรกที่เดินเข้ามาไม่ได้ถือถุง โดยครั้งแรกที่ต่อกรกับนายโกวิท ธารณา เห็นว่านายการุณพยายามใช้มือซื้อหยิบส้อมหนา ๆ ของห้องอาหาร แต่ไม่ได้ทำอะไร

ด้านนายอภิสิทธิ์ เปิดเผยด้วยว่าได้รับการประสานจากพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เพื่อให้ไปปรึกษาเรื่องตั้งกรรมการสอบสวนกรณีที่นายสมเกียรติ ซึ่งทางพรรคได้ส่งกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้านไปช่วยดูแลว่าทำอย่างไรให้เรื่องนี้มีความกระจ่างตามข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างเหมาะสม เพราะในความเห็นของพวกตนคิดว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องระหว่างบุคคล หรือระหว่างพรรค แต่เป็นพฤติกรรมของส.ส.ที่เข้ามาทำร้ายร่างกายส.ส.บุคคลอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากให้การสอบสวนเรื่องนี้ตรงไปตรงมา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ดังทางแก้ไข ไม่ใช่พยายามที่จะปฏิเสธข้อเท็จจริง แต่ควรแสดงให้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรจริงจังกับเรื่องนี้และดำเนินการตามความเหมาะสม

“เหตุการณ์เกิดไปแล้ว ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว วันนี้เป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่จะบรรเทาความเสียหายด้วยการแสดงให้เห็นว่าสภาไม่ควรจะยอมรับพฤติกรรมอย่างนี้ และจริง ๆ แล้วพฤติกรรมอย่างนี้ หนึ่งมีปัญหาเรื่องผิดกฎหมาย สองก็ขัดกับจริยธรรมค่อนข้างชัด ก็ต้องมีการดำเนินการ และผมคิดว่าประธานคงต้องดูบรรทัดฐานในอดีต และดูเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญด้วย”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ไม่ว่าคณะกรรมการสอบสวนจะเป็นใครมาจากที่ไหน ก็ขอให้ยึดในกรอบข้อเท็จจริงและแสดงความรับผิดชอบกันไป เชื่อว่าเรื่องจะจบได้ เพราะคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุมีจำนวนมาก ไม่ใช่มีเฉพาะส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ฉะนั้นของให้พูดความจริง ทั้งนี้ขอย้ำว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความคิดและไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะไปสบคบกันกล่าวร้ายเพื่อนส.ส.ด้วยกัน แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องว่าไปตามจริง เพราะหลังเกิดเหตุการณ์ส.ส.ของพรรคได้มาพบตนและทุกคนยืนยันตรงกันว่านายสมเกียรติไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้มีท่าทีที่จะไปต่อสู้อะไรทั้งสิ้น และคำที่นายการุณพูดก็เป็นคำหยาบ และไม่เหมาะสม ดังนั้นอยากแนะนำนายการุณว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ขอให้ยึดตามนั้นแล้วก็แก้ไขกันไป

"การุณ"ยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย"สมเกียรติ"

นายการุณ ให้สัมภาษณ์หลังจากไปรับดอกไม้ให้กำลังจากใจจากชาวบ้าน 50 กว่าคนจากอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยย้ำว่าไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติ ตามที่มีการอ้างแน่นอน ฝ่ายนั้นต้องมาขอโทษตนที่รุมทำร้ายตน ยืนยันตนโดนทำร้ายมีการนผลักตนติดฝาผนัง และในห้องอาหารมีแต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้น

นายการุณระบุว่า ตนไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติตามที่มีการกล่าวหา 1ล้านเปอร์เซ็นต์ แม้นายสมเกียรติไปแจ้งความแล้วนั้น ตนก็ยินดี จะได้ฟ้องกลับด้วยและวานนี้(2เมย.)ตนก็ไปแจ้งความที่สน.ดุสิตในข้อหาโดนทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทแล้ว ขอเรียนว่าเหตุการณ์ในวันนั้น หากตนทำจริงตามที่กล่าวหา ตนพร้อมลาออก หากตนไม่ได้ทำร้ายนายสมเกียรติ นายสมเกียรติจะลาออกหรือไม่ เพราะเรื่องนี้พิสูจน์ความจริงได้ด้วยพยาน รปภ.รัฐสภา กล้องทีวีวงจรปิดของรัฐสภา

ส่วนที่มีข่าวว่านายสมเกียรติไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าโดนเตะหัวหน่าวนั้น นายการุณกล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้ทำ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าตนมีคัตเตอร์พกไปด้วยนั่น ไม่ใช่ ตนไม่ใช่ช่างกลที่จะพกคัตเตอร์ แต่เป็นปากกาของตนที่พกเป็นประจำเพราะวันนั้นอย่าว่าแต่คัตเตอร์เลย แม้แต่มีปืนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะในห้องอาหารนั้นมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 คนกว่า และตอนนั้นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนก็ใช้คำพูดไม่สุภาพกับตน เช่น มึง-กู โดยเฉพาะนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นผู้อาวุโสทางการเมืองก็พูดจาไม่สุภาพกับตนก่อน และบอกว่าอยู่ข้างนอกเดี๋ยวสวยนั้น ตนก็บอกไปว่าตนก็ใช้คำพูดแบบนั้นได้เหมือนกัน และวันนั้นนายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็ผลักตนติดผนังด้วย

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์รัฐสภาเสียหาย นายการุณกล่าวว่า นายสมเกียรติเล่นการเมืองนอกสภาก่อน เพราะไปร่วมแถลงข่าวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและขึ้นเวทีด่าส.ส.ว่าเอี้ย รวมทั้งด่าผู้ที่ทำประโยชน์ให้บ้านเมือง อาทิ นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเมื่อมีส.ส.สอบถามเรื่องนี้ต่อที่ประชุมสภาวานนี้นั้นก็ขอถามว่านายสมเกียรติและพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่ รวมทั้งยังด่าผู้ที่ทำประโยชน์ให้ประเทศ เช่นนายสมัคร สุนทรเวช นายยกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯด้วย

นายการุณกล่าวว่า วานนี้ส.ส.พรรคพลังประชาชนก็สอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุม แต่นายสมเกียรติกลับท้าทายแบบนั้น มันก็จุดประกายให้ส.ส.พรรคพลังประชาชนหลายคนและตนอึดอัด ตนก็ไปสอบถามเรื่องนี้กับนายสมเกียรติด้วยความสุภาพเพราะเป็นส.ส.ใหม่ แต่ฝ่ายนั้นกลับสบถว่ากูไม่พูดกับส.ส.เหี้ยๆและยังโดนผลักด้วย ตนไม่รู้ว่า ตนใช้คำพูดที่สุภาพในสถานที่อันปลอดภัยเช่นนี้ แต่ตนกลับโดนกริยาถ่อยๆกลับมานั้น รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ ก็บอกว่าควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนร่วมกันทั้งสองพรรค เรื่องนี้ควรรอผลการสอบสวนก่อน แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กลับไม่ฟังคำสั่งของนายอภิสิทธิ์เลย

“ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรค ผมไม่พอใจบทบาทของนายสมเกียติมา2ปีแล้ว บ้านเมืองวุ่นวายเพราะการชุมนุมของใคร พวกนี้เคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย ผมย้ำเสมอว่านายสมเกียรติได้เป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และได้ดิบได้ดีแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ชอบรัฐประหาร ผมมาจากการเลือกตั้งแม้จะโดนสื่อกล่าวหาหลายเรื่อง แต่ผมพิสูจน์ตัวเองจากกระบวนการยุติธรรมและการเลือกตั้งแล้ว ขอถามว่าหากใครเป็นพยานให้นายสมเกียรติ ผมขอชวนไปสาบานร่วมกันจะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ”นายการุณกล่าว

เมื่อถามว่า หากนายสมเกียรติทำในสิ่งไม่เหมาะสม การกระทำของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนำกลุ่มมหาประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตยเหมาะสมหรือไม่ นายการุณกล่าวว่า สิ่งที่ประชากระทำนั้นควรยกย่อง พรรคพลังประชาชนมีระบบพรรค เมื่อผู้ใหญ่ในพรรคขอร้องนายประชาก็ยุติ มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรละอาย ผิดกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะนายสมเกียรติเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แต่กลับมาทำตัวกุ๊ยๆ ตนคิดว่า เสือควรเดินทางเสือ หมาควรเดินทางหมา และหมาไม่ควรมาเดินบนทางของเสือ ส่วนใครจะเป็นหมาหรือเสือนั้นก็คิดเอาเอง ขอเรียนว่า ตนพิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากการเลือกตั้ง หากตนทำให้บ้านเมืองเสียหายตามที่มีการกล่าวหากันนั้น ตนคงไม่ได้รับเลือกตั้ง ฉะนั้นตนภูมิใจในสิ่งที่ตนมีและทำอยู่

"อลงกรณ์"ส่งทนายแจ้งความ"การุณ"หมิ่นประมาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีที่นายการุณ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องการทะเลาะวิวาทกับนายสมเกียรติว่า นายการุณให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าตนใช้ถ้อยคำหยาบคาย มึง กู ด่าว่านายการุณ นั้น ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นขาวกับดำ ตรงกันข้ามกันทั้งหมด ตนพยายามจะเข้าไปเตือนให้นายการุณในฐานะที่เป็นส.ส.รุ่นน้องให้ใจเย็นๆ แต่นายการุณพูดจาด้วยความรุนแรงกลับมา

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เหตุนี้จึงมอบหมายให้ทนายความรวบรวมหลักฐานเตรียมแจ้งความนายการุณ ทั้งข้อหาหมิ่นประมาท ในทางอาญา และการเละเมิดทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ด้วยเหตุผลที่นายการุณกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายผู้อื่นทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อสาธารณะทั้งที่มีผู้อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะได้สอบสวนและนำหลักฐานเหล่านี้มาพิจารณา รวมทั้งภาพวีดีโอวงจรปิด หากมีการบันทึกไว้ ซึ่งตนในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่านายการุณ เป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรใช้ถ้อยคำหยาบคาย โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อไป

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า หาก นายการุณสำนึกผิด หรือขอโทษกับการกระทำดังกล่าวต่อนายสมเกียรติ ต่อที่ประชุมสภา ตนก็จะถอนฟ้อง แต่กลับกลายเป็นว่านายการุณไม่มีความสำนึกผิดไม่ขอโทษ ยังให้สัมภาษณ์กล่าวให้ร้ายตน ซึ่งการเป็นผู้แทนราษฎร ต้องมีวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ไม่ไช่มาใช้คำหยาบคายหรือให้ร้ายกับส.ส.ที่มีความอาวุโสสูงกว่า ที่ผ่านมาได้มีส.ส.อาวุโสคนหนึ่งเข้าไปชกต่อยส.ส.รุ่นน้องแต่ก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจและได้ขอโทษ และหากนายการุณไม่ขอโทษก็จะไม่ได้รับการอภัยจากประชาชนและเพื่อนส.ส.

“ผมอยู่สภามา 15 ปี เป็นส.ส.เพชรบุรี เจอนักเลงมาก็มาก แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาเจอนักเลงในสภา ที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงใน 2535 ถึงขั้นแบ่งเทพแบ่งมาร แต่ก็ไม่เคยมีการชกต่อยทำร้ายกันเหมือนอย่างตอนนี้ หรือครั้งหนึ่งเคยมีส.ส.เมาเหล้าแล้วไปชกส.ส.อาวุโส ท่านหนึ่งแต่สุดท้ายเมื่อได้สติส.ส.ท่านนั้นก็ยอมรับผิดและสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป แต่กรณีอย่างนายการุณ ยังไม่เคยเจอ” นายอลงกรณ์ กล่าวและว่า

ส่วนที่ส.ส.พรรคพลังประชาชน จะยื่นถอดถอนนายสมเกียติ ตนเห็นว่าการยื่นถอดถอนเป็นสิทธิ์ของสมาชิกก็จริงแต่ก็ต้องดูว่าเข้าข่ายการถอดถอนหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่านายสมเกียรติเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนดี ไม่เคยทำให้สภาเสื่อมเสียเลย

"สมชาย"อ้างกรณี"การุณ"เป็นเรื่องตัวบุคคล

ทำเนียบรัฐบาล - 3 เม.ย.- นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน ก่อเหตุทะเลาะวิวาท กับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นเรื่องส่วนบุคคล พรรคพลังประชาชนมีส.ส.กว่า230คน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีส.ส.ประมาณ 160 คน ซึ่งมีคนที่เป็นเพื่อน เป็นมิตรกันก็มี

ส่วนเรื่องในสภาฯ ต้องเป็นไปตามระบบ และส่วนตัว เขาก็สนิทสนม กินข้าวกับส.ส.ประชาธิปัตย์กันเป็นปกติ ดังนั้น ระหว่างพรรคไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นศัตรูกัน คนเป็นเพื่อนกัน บางวันพูดไม่ถูกหูก็ทะเลาะกัน อย่าไปคิดอะไรมาก ซึ่งเชื่อว่า จะไม่กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรค

เมื่อถามว่า จะมีการว่ากล่าวตักเตือนกันภายในพรรคหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งทราบว่าทางสภาฯก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขอให้ว่ากันไปตามระเบียบ ส่วนจะตกลงกันได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวคู่กรณีซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ภายนอกห้องประชุม ที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็น

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะมีการหยิบยกไปขยายผลร่วมกับกระแสต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมชายกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น และคิดว่าไม่มีใครนำไปโยง แต่เป็นเรื่องอารมณ์ชั่ววูบของแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่างพรรค บางครั้งคนเราโกรธกันเดี๋ยวก็ดีกัน สามีภรรยาทะเลาะตบตีกัน เดี๋ยวก็ดีกันก็มี

เมื่อถามว่า จะมีการกำชับ ส.ส.ของพรรค เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกครั้ง นายสมชายกล่าวว่า ส.ส.หลายคนอยู่ในสภาฯมานาน รู้มารยาทต่าง ๆ ไม่เหมือนกับกรณีนักเรียนครูประจำชั้น ทุกคนต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองอยู่แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีอะไรบานปลาย เพราะมีปัญหากันระหว่างสองคน ก็ไปดำเนินการกัน คนอื่นไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกัน

เมื่อถามว่า คนที่แสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ยังมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะเป็นส.ส.หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ให้ประชาชนที่เลือกเขาเข้ามาเป็นผู้วินิจฉัย เขาจะไปวินิจฉัยเสียงเดียวจะไม่เป็นธรรม

"อภิวันท์"ล้อมคอกเตือน ส.ส.ห้ามพูดพาดพิงบุคคลอื่น

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 3 เม.ย.นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยก่อนเข้าสู่วาระ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่า ขอความกรุณาสมาชิก วันนี้วันใหม่แล้ว ขออย่าพาดพิงบุคคลภายนอกให้ได้รับความเสื่อมเสีย

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพลังประชาชน หารือว่า ช่วงการปรึกษาหารือ ตอนนี้สภาฯยังไม่มีข้อบังคับการประชุมฉบับใหม่ การหารือปัญหาต่างๆ ไมรู้ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะนำไปแก้ไขหรือไม่ และเมื่อพ.อ.อภิวันท์ เป็นคนมองโลกในแง่ดี จึงเปิดให้หารือได้ทุกเรื่อง ทำให้สมาชิกอาจหยิบเรื่องใดขึ้นมาและไปพาดพิงบุคลภายนอก จนอาจเกิดเหตุการณ์ที่สภาไม่อยากให้เกิด กรณีแบบนี้ ประธานสามารถวินิจฉัยว่า ควรให้นำเรื่องนั้นๆหารือต่อสภาได้หรือไม่

ทั้งนี้ พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงว่า การหารือคือการให้สมาชิกสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน และสภาจะได้ร่วมหาทางแก้ไข ดังนั้นสมาชิกหารือหารือได้ทุกเรื่อง

ด้านนาย โกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่า นาย การุณ ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อเช้า กล่าวหาตนว่า ตนหากินในสมัยที่ทำงานเป็นทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. จึงขอชี้แจงว่า ตนเป็น ส.ส.5 สมัย มีศักดิ์ศรี ไม่เคยทำอย่างนั้น ขอให้สมาชิกคนดังกล่าวอย่ามาโกหกสภา ทั้งนี้สมาชิกทุกคนได้ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งในฐานะเป็นผู้แทนปวงชนแล้ว ฉะนั้นสภามีศักดิ์ศรี อย่ามากล่าวหากัน

ขณะที่นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาฯคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์โทรทัศน์เมื่อเช้าว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมและไม่มีประมวลจริยธรรมของสมาชิก แต่ตนตรวจข้อบังคับการประชุมสภาปี 44 ที่สภาในขณะนี้ใช้โดยอนุโลมพบว่า ข้อ 164 ระบุว่า ให้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนปี 2542 และให้ถือว่าประมวลจริยธรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับการประชุมปี 44 ดังนั้นเมื่อรองประธาน ไปให้สัมภาษณ์แบบนี้ตนจึงไม่สบายใจ เพราะคนจะสับสนว่า ตกลงมีประมวลจริยธรรมของสมาชิกหรือไม่ จึงขอให้ประธาน ชี้แจงในเรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.อ.อภิวันท์ ชี้แจงว่า ขณะนี้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาปี 44 โดยอนุโลม ซึ่งประมวลจริยธรรม ก็อยู่ในนี้ด้วย ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้น จึงต้องยึดข้อบังคับดังกล่าว จากนั้นจึงเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เจ๊กดำ วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amornkrampff

ถ่อยสุดๆ เข้ามานั่งในสภาได้ยังไง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Freedomheart วันที่ : 04/04/2008 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Freedomheart


... ช่วยกันไล่ไอ้หมาสันดานเสียตัวนี้ออกจากสภา ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอ่านข่าวอะไรมากที่สุด
กีฬา
26 คน
การเมือง
24 คน
อาชญากรรม
15 คน
ดารา
33 คน
ทั่วไป
34 คน

  โหวต 132 คน