• บิ๊กกัน191
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 259
  • จำนวนผู้ชม : 863351
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
วาไรตี้ต่างๆ โดย biggun191
ส่งข่าวสารน่าสนใจ ในปัจจุบัน ให้อ่านเพื่อเพิ่มองค์ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191
วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
Posted by บิ๊กกัน191 , ผู้อ่าน : 3584 , 00:09:51 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แกะกล่อง iPhone (ภาค 4 ) ภาคสุดท้าย




มาถึงตอนจบของแกะกล่องกันเสียทีครับ ได้รับคอมเม้นท์มาว่า น่าจะแยกการใช้งานไปเป็นอีกบทความหนึ่งไปเลย ผมก็เลยหยิบเอาเฉพาะในส่วนของ Hardware มารีวิวนะครับ อาจจะแทรกทิปการใช้งานไปบ้างเป็นระยะ เพื่อให้เวลาใช้งานจะได้คุ้นๆ ข้อมูลพวกนี้ครับ


ภาพจากเว็บไซต์ www.apple.com



ตัวเครื่องนั้นโค้งมนเข้ากับรูปมือ น้ำหนักประมาณ 135 กรัม ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่น้อยหากเทียบกับโทรศัพท์หรือพีดีเอตัวอื่นๆ แต่หากถือจริงๆ จะรู้สึกได้ว่าไอโฟนนั้นไม่เบาเลย อย่างไรก็ตาม ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ก็ยังสามารถถือเพื่อใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างไม่ยากเย็น ตามสเปกของไอโฟนนั้นจะมีขนาด สูง 115 มิลลิเมตร กว้าง 61 มิลลิเมตร หนา 11.6 มิลลิเมตร




ด้านหน้า


ด้านหน้า

ด้านหน้ามีเพียงปุ่มเดียวคือปุ่ม Home การทำงานของไอโฟนนั้น หลายท่านให้ความเห็นว่าคล้ายกับ Palm OS PDA กล่าวคือ เวลาออกจากโปรแกรม เราไม่ต้องทำการปิดโปรแกรม แต่เราจะกดปุ่ม Home เพื่อออกไปยังหน้าจอหลักแทนครับ ปุ่มนี้ จึงถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของเครื่องเลยทีเดียวครับ ตัวปุ่มเป็นพลาสติก มีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมที่ปุ่ม ซึ่งหมายถึง Home ปุ่มมีลักษณะเว้าลงไปในตัวเครื่อง เวลาเอามือลูบดูก็จะสัมผัสถึงปุ่มได้โดยง่าย เวลาใช้งานตอนกลางคืน ก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก

Tips:

* ปุ่ม Home นี้ นอกจากจะเป็นการออกจากโปรแกรมแล้ว ในกรณีที่โปรแกรมค้าง เราสามารถกดปุ่ม Home ค้างไว้ เพื่อเป็นการ force quit โปรแกรมได้อีกด้วย
* บนไอโฟนเฟิร์มแวร์ 1.1.1 หรือสูงกว่า คุณสามารถกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง (Double Click) เพื่อเรียกใช้งานเมนูลัดเป็น Home หรือ iPod หรือ Phone Favorites ได้ด้วย ซึ่งสามารถตั้งค่าได้จาก Settings >> General >> Home Button
* เวลาไอโฟนเข้าสู่ sleep mode คุณสามารถกดที่ปุ่ม Home เพื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วเลื่อน slider ได้

ในด้านหน้าของตัวเครื่องนี้ นอกจากจะมีปุ่ม Home แล้วยังมีช่องลำโพง (Receiver) สำหรับฟังสนทนาโทรศัพท์อีกด้วย โดยหลายท่านที่ซื้อมาตอนแรก พยายามไม่ดึงแผ่นพลาสติกติดหน้าจอออก ซึ่งทำให้อาจจะไม่ได้ยินเสียงจากคู่สนทนาได้ เหนือ receiver ขึ้นไป จะเป็นที่อยู่ของ sensor สำคัญในไอโฟนสามตัว อันได้แก่

Accelerometer ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนย่อย อันได้แก่ Silicon mass, Silicon springs และ Electrical current ที่จะคอยทำงานประสานกัน หากผู้ใช้งานเอียงเครื่อง ตัว accelerometer ก็จะตรวจจับ แล้วปรับเปลี่ยนการแสดงผลให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ

Proximity Sensor ซึ่งจะคอยดับหน้าจอ เวลาที่คุณยกหูขึ้นมาสนทนาโทรศัพท์ และจะเปิดหน้าจอ ทันทีที่ยกไอโฟนออกจากหู นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นการช่วยป้องกันการสัมผัสปุ่มต่างๆ บนไอโฟนโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย

Ambient Light Sensor ซึ่งจะคอยรับแสงจากภายนอก แล้วนำไปประมวลผลเพื่อปรับระดับความสว่างของหน้าจอโดยอัตโนมัติ ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นมาคอยปรับความสว่างเวลาอยู่กลางแจ้ง - เข้าที่มืด


ทางด้านหน้าจะมีกรอบโลหะสีเงินแวววาว ทำหน้าที่ยืดตัวหน้าจอเข้ากับตัวเครื่อง ซึ่งลบเหลี่ยมต่างๆ ออกไปได้อย่างสวยงาม เวลาใช้งานสัมผัสหน้าจอ เราแทบจะไม่รู้สึกว่ามีขอบอยู่เลย แตกต่างจากพีดีเอหรือโทรศัพท์ทั่วไป ที่จะมีขอบขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กรอบโลหะนี้เป็นจุดหนึ่งที่ค่อนข้างบอบบาง กล่าวคือไม่ทนต่อการขีดช่วนใดๆ และจะเป็นรอยขนแมวได้ค่อนข้างง่าย หากเป็นรอยขนแมวน้อยๆ เราสามารถใช้ครีมเช็ดรถมาทำให้จางลงได้ แต่หากมากๆ ก็คงต้องปล่อยไปตามการใช้งานครับ :) และมาถึงส่วนสำคัญหากไม่พูดถึงหน้าจอก็คงไม่ได้ หน้าจอของไอโฟนมีขนาด 3.5 นิ้ว (วัดตามแนวทแยงมุม) มาพร้อมกับเทคโนโลยี multi-touch ที่สร้างความฮือฮากับลูกเล่น multi-touch นี้พอสมควร resolution ของจอมีขนาด 480 x 320 พิกเซล ที่ความละเอียด 163 ppi โดยหากเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ Game Multimedia device อย่างเช่น Sony Playstation Portable (PSP) ซึ่งมีขนาด 4 นิ้ว resolution 480 x 272 พิกเซล จะพบว่าไอโฟนนั้นมีความละเอียดสูงกว่า PSP เยอะทีเดียว


ภาพจากเว็บไซต์ www.apple.com


เทคโนโลยีที่นำมาใช้นั้น น่าทึ่งทีเดียว เริ่มจาก TFT LCD display ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานของอุปกรณ์ไอทีไปหมดแล้ว ชั้นต่อมาเป็น electrical field ซึ่งจะเป็นชั้นที่ทำงานร่วมกับชั้น Capacitive touch panel การทำงานนี้จะจำเพาะกับร่างกายของคนเรา เวลาใช้งานสัมผัสหน้าจอ จะใช้ส่วนใดของร่างกายก็ได้ แต่เน้นที่เป็นร่างกายของคนเรา วัสดุอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โลหะ ยาง แก้ว พลาสติก ผ้า ไม้ ล้วนแต่ไม่ตอบสนองกับหน้าจอของไอโฟน ซึ่งทำให้ถูกมองหน้าจอจะตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอโดยการมีประจุไฟฟ้า (ร่างกายคนเรามีไฟฟ้าอยู่แล้ว) ผมได้ทดสอบต่อกับร่างกายส่วนต่างๆ ของสัตว์พบว่า ถึงแม้สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประจุอยู่ในร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถใช้ในการสัมผัสหน้าจอไอโฟนได้ อนึ่งการทดสอบนี้เป็นการทดสอบเพียงเล่นๆ เท่านั้นครับ ปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ตัดออกไปถึงก็คือขนสัตว์นั้นเป็นฉนวนไฟฟ้า และอุ้งเท้าหรือปลายจมูกของสัตว์ก็เป็นฉนวนเช่นเดียวกัน การจะนำเอาผิวหนังสัตว์จริงๆ มาทดสอบนั้นทำได้ลำบากครับ ;) ในส่วนชั้นนอกสุดนั้นคือ protective shield ซึ่งมีความแข็งแรงค่อนข้างมาก จากการทดสอบ ผมลองเอาทั้งมีดคัทเตอร์ กุญแจ ไขควง ขูดดู ก็ไม่พบรอยบนหน้าจอแต่อย่างใดครับ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าหน้าจอแข็งแรงทนทาน จุดที่ต้องระมัดระวังกลับกลายเป็นกรอบโลหะรอบหน้าจอแทน หลากหลายข่าวที่ผู้ใช้งานทำจอแตก มักจะเกิดจากการกระแทกตามมุมหรือกรอบโลหะ ส่งผลให้จอแตก แต่การกระแทกหน้าจอโดยตรงกลับไม่มีข่าวสักเท่าใด



ด้านหลัง



ด้านหลัง

ด้านหลังของเครื่องนั้นแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนบนเป็นโลหะด้านสีเงิน ผิวหยาบ เพื่อให้จับกระชับมือไม่ลื่น ในส่วนนี้มีเพียงกล้องให้เห็นเท่านั้นครับ กล้องมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยรอบของกระจกครอบเลนส์จะมีขอบโลหะหนาขึ้นเล็กน้อย เพื่อที่จะป้องกันเวลาผู้ใช้งานวางไอโฟนบนพื้น จะได้ไม่เป็นการกระแทกหรือเสียดสีกับตัวกระจกครอบเลนส์ ตัวกระจกครอบเลนส์นี้จะเคลือบเอาไว้ด้วย multi-coat เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน lens flare จากการถ่ายรูป ท่านที่เป็นตากล้องอาจจะคุ้นเคยกับคุณสมบัติดังกล่าวกันดีอยู่แล้ว เวลาผู้ใช้งานถ่ายรูปย้อนแสง อาจจะพบว่ามีแสงสะท้อนเป็นวงกลมๆ การเคลือบด้วย multi-coat จะลดปัญหาดังกล่าวนี้ไปได้พอสมควร ดังนั้นจึงมีข้อควรระวัง นอกจากจะต้องระมัดระวังการกระแทก การเสียดสีที่บริเวณกระจกครอบเลนส์แล้ว ยังต้องคอยระวังเรื่องสารเคมี หรือของเหลวที่อาจไปทำลายชั้น multi-coat นี้อีกด้วย

ใต้กล้องลงไป ก็มีสัญลักษณ์ Apple และรายละเอียดต่างๆ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ iPhone, สถานที่การผลิต, รุ่น, FCC ID, Serial no., IMEI และขนาดความจุของไอโฟน ขยับใต้ลงไปอีกนิดจะเป็นส่วนที่สอง ซึ่งเป็นพลาสติกสีดำ ภายในเป็นแบตเตอรี่และ antenna สำหรับการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น WiFi หรือตัวรับส่งสัญญาณโทรศัพท์ สาเหตุที่ส่วนนี้จะต้องเป็นพลาสติก นั่นเป็นเพราะหากเป็นโลหะก็จะปิดกั้น และสะท้อนสัญญาณไป ดังนั้นในการใช้งานทั่วไปอย่างถูกต้องนั้น ไม่ควรเอามือกำในส่วนพลาสติกสีดำนี้ รวมถึงหากเอียงเครื่อง ก็แนะนำให้เอาด้านพลาสติกสีดำนี้ออกด้านนอก จะได้ไม่รบกวนการรับส่งสัญญาณ


ด้านข้าง


ด้านข้าง

ด้านขวา (เมื่อหันหน้าจอเข้าหาตัว) ไม่มีปุ่มใดๆ ส่วนด้านซ้ายมีปุ่ม 2 ปุ่ม อันได้แก่ Ring/Silent Switch ที่เอาไว้ปิดเปิดเสียงริงโทนและเสียงเตือนอย่างทันที โดยไม่ต้องเข้าเมนูของเครื่อง ปุ่มนี้จะเลื่อนซ้ายขวา (swing) หากถือไอโฟนด้วยมือซ้ายจะใช้นิ้วโป้งเลื่อนได้อย่างสะดวก แต่หากถือไอโฟนด้วยมือขวาอาจจะลำบากในการใช้ปุ่มนี้พอสมควร ต้องใช้ปลายนิ้วชี้เลื่อนครับ ปุ่มถัดมาก็คือ volume button เอาไว้ เพิ่มหรือลดเสียงต่างๆ ของไอโฟน

Tips:

* ปุ่ม volume button นี้ หากมีสายเรียกเข้ามา แล้วเราไม่ต้องการรับ เราสามารถกดที่ปุ่มนี้เพื่อปิดเสียงริงโทนได้ (แต่ก็ยังมีสัญญาณเรียกเข้าตามปกติ)
* ปุ่ม volume button นี้ สามารถเพิ่มและลดเสียงเมื่อใช้งานร่วมกับ stereo headset หรือหูฟังบลูทูธได้


ด้านบน


ด้านบน

ด้านบนมีช่องหูฟัง (Headset jack) สำหรับเสียบสาย stereo headset หรือหูฟังที่มีแจ็คขนาด 3.5 มิลลิเมตร มาตรฐาน แต่มีข้อแม้ว่าพลาสติกตรงหัวแจ๊คจะต้องเล็กด้วย หากเป็นหูฟังที่มีแจ๊คเป็นรูปตัว L หรือหูฟังที่มีพลาสติกหัวแจ๊คหนา จะใส่ไอโฟนไม่ได้ อาจต้องหาอุปกรณ์เสริมมาใช้งานเพิ่มเติม ถัดไปจะเป็น SIM card tray เวลาจะเปลี่ยนซิมก็เพียงหาคลิปหนีบกระดาษกดตรงรูเล็กๆ ข้างช่องหูฟัง เพื่อดันให้ SIM card tray กระเด้งออกมา

Tips

* เวลาแกะคลิปหนีบกระดาษให้ใช้ด้านยาว อย่าใช้ด้านสั้น
* เวลางอคลิปหนีบกระดาษให้พยายามทำเป็นมุมฉาก จะได้ใช้แรงในการกดน้อยที่สุด
* แนะนำให้ถือด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด โดยให้อุ้มมือปิดหน้าจออยู่ (ด้านหลังเครื่องไอโฟนหันเข้าหาตัว) และ SIM card tray อยู่ด้านบน
* กดเข้าไปตรงๆ ออกแรงเล็กร้อย SIM card tray จะกระเด้งออกมาเอง









ด้านล่าง



ด้านล่าง


ด้านล่าง

เมื่อคว่ำหน้าจอลง ด้านล่างเป็นที่อยู่ของไมโครโฟน (Microphone) Dock connector และ ลำโพง (speaker) ดังจะทราบว่าไอโฟนมีลำโพงอยู่เพียงด้านเดียว ท่านที่ได้ยินเสียงออกด้านเดียว อันนี้ถูกต้องแล้วนะครับ เพราะอีกด้านเป็นไมโครโฟนนั่นเอง Dock connector นี้มีข้อระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ควรจะใช้กับอุปกรณ์เสริมที่มีสัญลักษณ์ Work with iPhone กำกับอยู่เท่านั้น หากนำไปใช้งานกับอุปกรณ์อื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ว่าสำหรับไอโฟน ถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับไอพอดเอง ก็อาจจะทำให้ไอโฟนมีปัญหาได้ครับ




สรุปส่งท้ายกับข้อมูลในคู่มือไอโฟนเองครับ อ้างอิงจากหน้า 10 ส่วนส่วนประกอบต่างๆ ของไอโฟน



โดยรวมแล้วในส่วนของ Hardware ถือว่าทาง Apple inc. ออกแบบไอโฟนได้ดีทีเดียว ทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
dekkid วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reading

Thank you ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลูกสาวดาวศุกร์ วันที่ : 16/05/2008 เวลา : 03.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/luksowdowsuk

หวัดดีค่ะ
http://www.oknation.net/blog/starwords/2008/05/16/entry-1

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::น่าสนใจ แต่ไม่มีตังค์ ยืมใช้ก่อนได้มั๊ย..ซะงั้น:::

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Nozz วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

ขอบคุณที่มาครบ 20,000 กว่าคลิ๊กครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วิตามินบี วันที่ : 13/05/2008 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ได้ไอพอดแบบหนีบกระเป๋าฟรีมา
ยังเล่นไม่ค่อยเป็นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
kroo-ngoe วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smcmfb
http://www.oknation.net/blog/swcmband วงดนตรีบำบัดhttp://www.oknation.net/blog/my  กีฬา+นานาสาระ

ดูภาค 4 อย่างเดียว ภาคอื่นไม่ได้ดู ไอ้ที่ใช้อยู่ จอสีขาว-ดำ รับสายโทรเข้าได้อย่างเดียว (ตังค์หมด)

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมมานะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

เห็นอะไรใหม่ๆ ได้แต่ทำตาปริบๆ
เฮ้อ..

สวยนะคะ แต่เหมือนคุณบีว่า มือถือยังใช้ไม่ค่อยจะเป็น
ได้แบบนี้มา ไม่รู้จะใช้เป็นหรือเปล่า

ฉะนั้น ไม่มีดีแล้วเน๊าะ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
INDYLOVE วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ เข้ามาทักทายค่ะ
เห็นแล้วอยากมีสักเครื่อง...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
cozy วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วิตามินบี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 02.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


แค่มือถือ ก็ยังใช้งานไม่ครบถ้วนทุกฟังก์ชั่นแล้วค่ะ
แถมยังใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง
ขืนไปใช้ไอโฟน คงได้แต่นั่งมองเครื่องตาปริบๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mayjune วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 00.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

มาดูเฉยๆ นะ

ยังไม่มีเป็นของตัวเองเลยวุ้ย

ตอนนี้มีแต่

i when

อ่านว่า ไอเวนนนน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บิ๊กกัน191 วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191


โทษทีครับ ไม่รู้ว่าผิดสำแดง คุณ incityscape

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
incityscape วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 00.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/incityscape

คิดถึง iphone จังเลยครับ ผมได้มาตอนเดือน 9 ปีทีแล้วผ่านไปเร็วมาก เล่นแค่ไม่ถึงสัปดาห์ ปัจจุบันถูกแฟนยึดไป ได้เล่นบ้างไม่ได้เล่นบ้าง เศร้าจิตจริงๆ

อีกอย่างเมื่อวาน คุณไม่น่าเอารูปอีตานั้นมาแปะไว้ใน คอมเมนท์เลยยังแอบเคืองอยู่นะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอ่านข่าวอะไรมากที่สุด
กีฬา
26 คน
การเมือง
24 คน
อาชญากรรม
15 คน
ดารา
33 คน
ทั่วไป
34 คน

  โหวต 132 คน