• บิ๊กกัน191
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 259
  • จำนวนผู้ชม : 868164
  • ส่ง msg :
  • โหวต 587 คน
วาไรตี้ต่างๆ โดย biggun191
ส่งข่าวสารน่าสนใจ ในปัจจุบัน ให้อ่านเพื่อเพิ่มองค์ความรู้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/biggun191
วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2551
Posted by บิ๊กกัน191 , ผู้อ่าน : 2430 , 00:07:28 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง “น้ำมันแพง !”

เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2549 ได้มีบรรยายพิเศษ หัวข้อ วิกฤติน้ำมันแพง ใครอยู่เบื้องหลัง โดย ดร.โสภณ สุภาพงษ์ รักษาการ ส.ว.กทม. ณ ห้องบรรยาย 3 คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้ง นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และอาจารย์นักวิชาการ กว่า 60 คน

โดยเนื้อหาการบรรยาย ดร.โสภณ เริ่มต้นปูพื้นฐาน ตั้งแต่แนวคิด ปรัชญา วงจรปัญหาสังคม มาสู่โครงสร้างเชิงนโยบายด้านทุน การเมืองและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนแผนงานระดมทุน ที่เอื้อให้เกิดคอร์รับชั่น ในกิจการพลังงาน ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะในระดับนโยบายรัฐวิสาหกิจนั้น ดร.โสภณได้สรุปทิ้งท้าย ว่า สำหรับปัญหานี้ต้องมองและแก้ไขทั้งระบบ โดยเฉพาะด้านวิธีคิดและจิตสำนึกคน นอกจากนั้น องค์กรตรวจสอบภาคประชาชน ต้องเข้มแข็งและมีทุกอณูของอำนาจบริหารด้วย

“การมองปัญหาระดับประเทศต้องมองที่โครงสร้าง ว่าโครงสร้างของเรื่องน้ำมันนั้น ต้องมองว่าเป็นการครอบครองโดยอะไร อย่างไร เพราะรัฐวิสาหกิจที่น่าครอบครองที่สุด คือ น้ำมัน ไฟฟ้า โทรคมนาคม การบิน เนื่องจากเป็นการค้าขนาดใหญ่ และที่สำคัญประชาชนต้องกลายเป็นขี้ข้าไปเพราะต้องจ่ายเงิน เราจ่ายเงินค่าน้ำมันปีหนึ่งมากกว่า 8 แสนล้านบาท

ชาวบ้าน คนยากคนจนล้วนลำบาก ส่วนคนรวย เจ้าของกิจการ คนเป็นนายกฯ คนรับราชการคนพวกนี้ใช้น้ำมันฟรีทั้งนั้น คนที่อยู่ในบริษัท ปตท.ก็ใช้ฟรี เพราะมาเบิกกับบริษัทๆ และบริษัทก็ไปบวกใส่ในต้นทุนรายการสินค้า แล้วก็มาเก็บเป็นรายจ่ายของประชาชน สุดท้ายคนที่ลำบากก็คือคนจน นั่นเอง

อันดับต่อมาคือ ไฟฟ้า เราใช้ ไฟฟ้าปีละ 2.2 แสนล้านหน่วยต่อปี ถ้าเขาได้ไปเขาก็จะสมคบกันตั้งราคาแพงขึ้นแค่บาทหนึ่งเขาก็จะได้เป็น 120,000 ล้านบาทแล้ว

ส่วนโทรคมนาคม อันนี้เป็นปัญหามานานตั้งแต่ รสช.เราจ่ายค่าโทรศัพท์ ปีหนึ่งร่วม 2 แสนล้านบาท นโยบายกองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลให้ชาวบ้านไป 7 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งชาวบ้านไปซื้ออยู่สองอย่าง คือ โทรศัพท์มือถือกับมอเตอร์ไซค์ มือถือนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านจ่ายค่าโทรศัพท์เดือนละ 8 ล้านบาทเงินกองทุนหมู่บ้านไม่พอแม้กระทั่งจะจ่ายค่าโทรศัพท์

ด้านกิจการการบิน อันนี้เรายังไม่พูดถึง แต่ประเทศเรามีทุนให้เรียนเป็นนักบินเอื้ออาทร แล้วท่าน (นายกทักษิณ) ก็ตั้งบริษัทแอร์เอเชีย แข่งกับการบินไทย โดยได้นักบินฟรีจากเงินภาษีอากรของเรา

วันนี้ ปัญหาของน้ำมัน ถ้าทั่วโลกเขามีปัญหาอยู่แค่ 1 ปัจจัย แต่กับประเทศไทย เราเผชิญอยู่ถึง 3 ปัจจัย กับ 1 ปัจจัยของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก คือ ปัญหาการเก็งกำไร ของกลุ่มผลประโยชน์ข้ามชาติที่หากินกับชาติต่าง ๆ เพราะน้ำมันนั้น จริงๆ ต้นทุนอยู่ที่ 3-4 เหรียญในตะวันออกกลาง และที่เขาขายกันในราคา 65 – 70 เหรียญ ต้นทุนจริงๆ มันอยู่ที่ 30 เหรียญ เท่านั้น ที่เหลือจากนี้เป็นการเอาเปรียบและฉวยโอกาสของทุนข้ามชาติ

เช่นน้ำมันที่ทะเลเหนือ ก็ต้นทุนประมาณ 10 – 20 เหรียญ ตะวันออกกลาง ก็ 3-4 เหรียญ แต่ที่มาขาย 70 เหรียญก็เป็นเรื่องของการเอากำไรของบริษัทนั้นเหมือนกัน

ปัญหานี้ ประเทศไทยเราก็เผชิญอยู่เหมือนกัน แต่ประเทศไทยต้องเผชิญอยู่อีกสองปัจจัยที่ต่างจากประเทศอื่น ปัจจัยแรก คือ รัฐวิสาหกิจนี้ถูกเอาไปขาย เครื่องมือที่ใช้ดูแลถูกนำไปขาย ผมคิดว่าถ้าเราจะรู้เรื่องน้ำมันต้องทำความรู้จักกับคณะกรรมการนโยบายทุน ที่นำรัฐวิสาหกิจนี้ไปขาย ทำกำไรให้กับพวกตัวเอง

ท่านคงจำได้ ปตท.ถูกขายไปปี 2544 แปรรูปเต็มที่เมื่อปี 2545 ตอนนั้นขายหุ้นในราคา 35 บาท 850 ล้านหุ้น ทั้งหมดราคา 30,000 ล้านบาท วันนี้หุ้น ปตท.ราคาเท่าไหร่ มากกว่า 250 บาทก็ประมาณ 266 บาท 850 ล้านหุ้นเป็นเงินเท่าไหร่ มากกว่า 210,000 ล้านบาท ความหมายคือเขาเอาทรัพย์สินที่มีราคา 210,000 ล้านบาท ไปขายในราคา 30,000 ล้านบาท วันจองหุ้นใช้เวลาเพียง 1 นาทีกับ 17 วินาที ก็ขายหมด ไปอยู่กับตระกูลรุ่งเรืองกิจ หรืออะไรเหล่านี้หมด เฉพาะกำไรก็กินไป 180,000 ล้านบาท จากการขายสมบัติประชาชนเป็นกำไรนั่นเอง

กำไรอันที่สอง ก็เอากิจการของประชาชนนี้แหละ มาขายเอากำไรหากินกับประชาชนอีก หากินตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เพิ่มตามปกติของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ได้กำไรก็ร่ำรวยกันมหาศาล เพราะเมื่อร่ำรวยมันก็ไปที่นี่หมด (เกาะบริติสเวอร์จิน) ไปตั้งบริษัท แล้วเข้ามาซื้อมาเป็นเจ้าของในกิจการทั้งหมดของประเทศ โดยรวมแล้วกิจการพลังงานน้ำมัน (ปตท.) ทั้งหมดเป็นของรัฐเพียง 30 % อีก 70 % เป็นของนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ นายทุนสิงคโปร์ ฝรั่งและอื่น ๆ โดยเอาความเป็นรัฐบังหน้า ว่าเป็นของรัฐ

ปัญหาแบบนี้ เคยเกิดขึ้นที่อเมริกาใต้ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เขาเกิดก่อนเรา 20 ปี ในลักษณะประชานิยมและอีก 10 ปี คือ การการเอาชาติไปขาย ของเราประสิทธิภาพสูงมาก เพราะใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็ขายหมดเลย เขาเก่งหรือเราโง่ก็ไม่รู้นะครับ

เชื่อไหม การทำกำไรในลักษณะนี้ถ้าพรรคไหน ทำได้พรรคนั้นจะเป็นอมตะเลย ขนาดรายได้ของมัน (โครงสร้าง) บันดาลให้เราเป็นอมตะ เพราะ อันนี้เป็นการแปรรูปประเทศ ไม่ใช่เฉพาะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แปลงราชการเป็นพนักงานของรัฐ จากข้าของราชากลายเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย ซึมเข้าไปอย่างนี้ เอาระบบคุณค่ามาทำกำไร อย่างนี้

สังเกตให้ดีมันเป็นปัญหาโครงสร้างได้อย่างไร เป็นเพราะมันเปลี่ยนโครงสร้าง เช่นให้ ส.ว.มารับเงินเดือนจากรัฐบาล จากตรวจสอบ จึงกลายมาเป็นรับสินบนแทน เลยยับกันไปทั้งประเทศ

มันไม่ใช่เรื่องของความรู้ แต่มันเป็นเรื่องจริยธรรม ใครก็ทำได้ถ้าโหดร้ายพอ มันไม่ได้เป็นความสามารถแต่มันเป็นเรื่องโหดร้ายพอไหมที่จะเอาประเทศไทยไปขาย

ประสบการณ์จากการทำเรื่องโทรคมนาคม เป็นประสบการณ์ที่สร้างความสามรถมาก เพราะในระบบโทรคมนาคมที่ถูกผูกขาดแล้วนำไปขายในต่างประเทศ มันมีลักษณะเป็นตัวคน คนนั้นไป คงจะจำได้ว่าแต่ละท่านที่อยู่ตรงนี้ อาจจะพาเราสับสนว่าท่านคือใคร เช่นเราจำไม่ได้ว่าท่านเป็นรัฐมนตรี หรือประธาน กสช. แต่แน่นอน ทุกคนเป็นคนของคุณทักษิณ

โครงสร้างของการกระทำอย่างนี้ ก็ใช้ประสบการณ์เช่นเดียวกันกับน้ำมัน แต่น้ำมันง่ายกว่าเพราะว่ามันมีแก๊งเดิม ๆ อยู่แล้ว หากินกันเป็นแก๊งอยู่แล้ว มันก็สามารถเอื้อประโยชน์กันได้ น้ำมันนี่สามารถที่ทำได้ด้วยการใช้นโยบายคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ เอาชาตินี้ไปขายแล้วใช้คณะกรรมการนโยบายพลังงานกำหนดราคา เพื่อจะใส่เงินประชาชนเข้าไปในกิจการ เพื่อสร้างกำไร คนทำอยู่ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะมาเป็นผู้ถือหุ้น มาเป็นประธาน กรรมการ บริษัทน้ำมันต่างๆ

ตอนนั้นเราไม่ได้เขียนกฎหมายกันไว้ เพราะสมัยก่อนไม่ได้มีตลาดหุ้น ข้าราชการที่มาดูแลเรื่องราคาน้ำมัน อย่างมากที่สุดก็แค่ขโมยเงินเราไปตีกอร์ฟ แต่ตอนนี้ที่มันกำหนดราคาแพง ๆ ทำให้หุ้นเขาขึ้นและเขาได้กำไรไปด้วย

ตัวอย่างเช่น ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาเป็นกรรมการ ปตท. เป็นประธานไทยออยล์ประธาน เอ็นทีซี ได้เบี้ยประชุมจากการเป็นกรรมการและโบว์นัสอีกประมาณ 13 ล้านต่อปี แต่ได้กำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นของตน 130 ล้านบาท ถามว่าจะให้เขามีเวลาทำงานให้ใคร ข้างคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนระดับหมื่น ๆ แต่ฝั่งนี้ได้เป็นร้อย ๆ ล้าน ใครคุมใคร

แล้วในกฎหมายตลาดหลักทรัพย์นี้ระบุชัดว่า คณะกรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์และกำไรของบริษัท ถ้าไม่ทำก็ผิดกฎหมายเลย ข้างนี้ (ฝ่ายรัฐ) ไม่มี ข้างนี้ (บริษัทน้ำมัน) มีกฎหมายให้บริษัทหากินหากำไรเต็มที่ ถ้าไม่หากินเต็มที่ ก็จะผิดกฎหมายด้วย

เพราะฉะนั้นคณกรรมการนี่ก็เป็นเครื่องมือ และคนที่ได้ก็คือ “ไอ้โม่งที่อยู่นอกประเทศ”

โครงสร้างมันเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเข้ามาเป็นคระกรรมการ ผมคิดว่าอย่างน้อย 6 คนที่กำกับนโยบายพลังงานแล้วไปอยู่ในบริษัท (แปรรูปจากรัฐวิสาหกิจ) และถือหุ้นด้วยมี 11 คน ที่อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งดูแลเรื่องราคาไฟฟ้า เป็นกรรมการที่บริษัทไฟฟ้า ดังนั้น ถ้าไฟฟ้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ตายอย่างเขียด เรียกว่า เจ้าหน้าที่รัฐเป็นมือให้ไอ้โม่งที่อยู่ข้างนอก” ดร.โสภณอธิบายถึง กระบวนการคอร์รับชั่นในระดับนโยบาย ผ่านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หลังจากนั้นก็ย้ำถึงปัญหาและวิธีการเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ซึ่งพุ่งทยานไม่หยุด ว่าแท้จริงเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

“รู้ไหมตอนนั้น หลังจากขายหุ้น ปตท.แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร วันรุ่งขึ้นราคาน้ำมัน 75 – 78 เหรียญ เราจ่ายค่าชดเชยให้เขาลิตรละ 6 บาทเพื่อจะให้เขาขาย 15 บาท แต่อยู่ดี ๆ รัฐบาลประกาศขึ้นราคาเป็นลิตร 18 บาท ตอน 2 ยาม ผมบอกว่าต้องคืนประชาชนเขา 3 บาทสิ เพราะในสต็อคที่เราเอาออกมาขาย เขา (ประชาชน) จ่ายค่าชดเชยให้แล้ว

ความจริงคนพวกนี้ ผมเป็นคนสอนมาเองแหละ แต่ผมลืมสอนเรื่องจริยธรรม เพราะคิดว่าทุกคนมันมีกันอยู่แล้ว มีคนมาบอกผมว่า คุณโสภณ มันไม่ใช่แค่ในสะต๊อค ราคาน้ำมันที่เรียกว่า ราคาขั้นต้น ราคาธรรมดาแค่ 2-3 เหรียญ ก็ร่ำรวยกันมหาศาลแล้ว ตอนนี้มันตั้งราคา ตั้ง 12 เหรียญ ผมก็ถามว่าคุณไปจำอะไรมาผิดหรือเปล่าจึงราคา 12 เหรียญเพราะมันปล้นกันเลยนะ ไม่ใช่แค่โกง

ผมก็เข้าไปเปิดดูข้อมูล คนที่บอกผมพูดไม่จริง เพราะความจริงมันได้มากกว่านั้น ผมตกใจมาก ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา

หากย้อนดูจะเห็นว่า ปี 2545 บริษัทในเครือ ปตท. คือโรงกลั่นต่าง ๆ พวกนี้ รวมทั้ง ปตท. มีกำไรรวมกัน 22,099 ล้านบาท ปี 2546 วันที่ 13 ก .พ.หมอมิ้ง ( น.พ.พรหมมินทร์) ขออนุมัติ ครม.ในฐานะคณะกรรมการนโยบายพลังงาน ซึ่งมีนายกฯ เป็นประธาน ให้กำหนดราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับ ขออนุมัตินโยบายขายหุ้น ซึ่งมีนายกเป็นประธาน ไปขออนุมัติ ครม.ซึ่งนายกเป็นประธาน ให้ขายหุ้น ปตท. ซึ่งเป็นคน ๆ เดียวกัน

เมื่อ 13 ก.พ. นั้นเอง ที่ให้กำหนดราคาดีเซลเป็นราคาควบคุม จากนั้นก็ควบคุมราคาโรงกลั่นให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นราคาต้นทุน แล้วมาขายในราคาถูกลง ส่วนต่างนี้นำเงินมาชดเชยให้โรงกลั่น ประชาชนรู้สึกว่าซื้อน้ำมันราคาถูกแต่ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ เช่น ราคาดีเซลน่าจะลิตรละ 16 บาทก็ไปควบคุมเป็น 18 บาท มาขายให้ประชาชน 15 บาท โดยเอาเงินกองทุนมาชดเชย 3 บาท ก็แฮปปี้กัน เราก็ไม่รู้เรื่อง แป๊ปเดียวกองทุนน้ำมันเป็นหนี้แสนล้านบาท แล้วบอกว่า ประชาชนต้องใช้หนี้นี้ ก็เริ่มมาเก็บจากราคาหน้าปั๊มไปใช้หนี้ ที่บอกว่าตอนนี้เหลือ 8 หมื่นล้านที่ยังเป็นหนี้อยู่

การควบคุมราคาดีเซลให้สูงขึ้น ตั้งแต่ 13 ก.พ. (2546) ด้วยสูตรสิงคโปร์ คือกำหนดให้เท่ากับราคาสิงคโปร์บวกเพิ่มประมาณ 1 บาท ซึ่งจริง ๆ แล้วมันต้องเป็น สิงคโปร์ลบ 2 บาท สมัยผมอยู่ใช้ลบ แก๊สหุงต้มผมใช้ราคาตะวันออกกลางซึ่งถูกกว่าเยอะ ดีเซลก็กำหนดราคาตะวันออกกลางได้ เพราะว่าเราไม่ได้ซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ มันสมมุติกันขึ้น

เราผลิตน้ำมันในไทย เราใช้น้ำมันดิบ ไม่ได้ใช้น้ำมันสำเร็จรูป ต้นทุนเป็นราคาน้ำดิบ ไม่ไช่ น้ำมันสำเร็จรูป มันไม่น่าจะกำหนดราคาอิงสิงคโปร์ เพราะสิงคโปร์มันเป็นเจ้าของโรงกลั่นในประเทศไทย แล้วมันก็มาสร้างกำไร สิงคโปร์ฉลาดกว่าเราเยอะ

จะเห็นว่าหลัง 13 ก.พ.หลังจากขายหุ้น ปตท.เขาก็เริ่มกำหนดราคา ดีเซล โรงกลั่นกับ ปตท.ราคาเพิ่มจาก 23,000 ล้าน เป็น 56,000 ล้าน เพิ่ม 150 %ในปี 2547 กำไรของราคาน้ำมันมาจากโรงกลั่น เพราะมันเป็นต้นทุนจากน้ำมันดิบ ตั้งราคาน้ำมันสำเร็จรูปแพงขึ้นๆ ก็ทำให้ได้กำไรมากขึ้น ๆ ส่วนปั๊มก็เจ๊ง เพราะมันตั้งราคาโรงกลั่นแพงขึ้น ต้นทุนที่แพงเพราะสมมุติขึ้นมาแพง ๆ เฉย ๆ

ปี 2548 โรงกลั่นทั่วไป ถ้าทำกำไรปีละ พันล้าน ก็มีความสุขแล้ว หนีไปตีกอร์ฟกันหมดแล้ว แต่นี่พูดกันเป็นแสนล้าน ถ้าราคาเพิ่มขึ้นในระดับปกติก็ขายเพิ่มปีละ 3 % กำไรปีละ 4% ตอนนี้ 1,000 % โรงกลั่นไทออยมีกำไรเพิ่มขึ้น 40 เท่า ส่วนราคาปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้กำหนดราคา หน้าโรงกลั่น ซึ่งท่านมีหุ้นอยู่ในบริษัทไทยออย และเป็นประธาน ได้เบี้ยประชุม ได้โบว์นัส ได้เงินปันผล และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปอยู่ในไทยออย ก็ซื้อได้ในราคาถูกกว่าปกติซ้ำยังไม่มีการเสียภาษีอีกด้วย

เรื่องกำไร 200,000 ล้านบาทนี้ ไม่ต้องไปหาว่าเกิดจากอะไร มันเป็นการหาผลประโยชน์จากคนไทยชัดเจน ไม่ต้องเกี่ยงว่าเพราะอะไร ระหว่างที่คนไทยกำลังยากลำบาก ต่างประเทศกลับหากินกับเรา เอาเครื่องมือเราไปขาย คนเหล่านี้ยังหากินกำไรกับเราอย่างไร้จริยธรรม จำนวนมหาศาลในขณะที่ธุรกิจคนอื่นๆ เขาเจ๊ง เพราะค่าน้ำมันเป็นต้นทุน และยังต้องแข่งขัน ส่งออกนอกอีก เรื่องนี้ต้องยอมรับว่ามันไม่ปกติ

โครงสร้างเหล่านี้มันมีกองกำลังส่วนตัวอยู่ในทุกหนแห่งเลย ตรงนี้เป็นปัญหาหลัก ถ้าผมออกมาพูดก็จะเล่นงานผม ผมไม่สนใจหรอกเพราะผมไม่เคยมีหุ้นกับเขาแม้แต่บาทเดียว แต่มันทารุนกับเด็ก เล็ก ๆ แทนที่จะได้เงินไปซื้อขนมที่โรงเรียน พ่อแม่กลับต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อให้พวกเขาร่ำรวยกันเป็นแสนๆ ล้าน

สิ่งที่เขารวยเพิ่มจากปกติ ตกปีละแสนล้านบาท ถ้ารวมกัน ตกประมาณ 370,000 ล้านบาท แต่ได้กำไรปีละ 23,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปี รวมกัน 60,000 กว่าล้านบาท เขารวย 3 แสน 1 หมื่นล้านบาทภายในเวลา 3 ปี รวยขึ้นมาเฉย ๆ ประชาชนครอบครัวละ 26,000 บาท ที่ต้องจ่ายให้เขารวยกัน

ทีนี้เราต้องมาวิเคราะห์ ว่า เขาเอากำไรมาจากไหน ใน 200,000 ล้าน ตัวเลขชัดๆ ตอนนี้จำง่ายคือ 202,020 ล้านบาท ซึ่งจำนวนมหาศาล

เราคิดแบบง่าย ๆ คือเอากำไร 220,000 ล้าน ซึ่งทุกไตรมาสได้ 180,000ล้าน เอา 180,000 ล้าน มาลดค่าน้ำมันได้ไหม คำตอบว่า ได้ น้ำมันดีเซลปีหนึ่งเราใช้ 2 ล้านลิตร เอา 180,000 ในราคา 9 บาท เขาก็ยังมีกำไรเท่าเดิม ดังนั้นลดไปเลย 9 บาท ประชาชนทั้งประเทศจะมีความสุข นายกฯ ที่ดีเขามักทำอย่างนี้กันครับ”
ดร.โสภณย้ำชัด


อัฎธิชัย ศิริเทศ
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
indexthai วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ค่าน้ำมันแพง เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BaCon วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countonme

ผมคิดว่าต้องตัดสัมพันธ์กับพวกสิงคโปร์ไปเลยครับ
ประกาศไปเลยว่า ... เลิกคบกับพวกสิงคโปร์ 20 ปี
แล้วรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกลไกทางการค้าของไทย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 28/05/2008 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อรุณสวัสดิ์ค่ะ ...

ขอบคุณ สำหรับบทความ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบอ่านข่าวอะไรมากที่สุด
กีฬา
26 คน
การเมือง
24 คน
อาชญากรรม
15 คน
ดารา
33 คน
ทั่วไป
35 คน

  โหวต 133 คน