• มงกุฎ2529
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bilaksi-kongkoy@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-10
  • จำนวนเรื่อง : 90
  • จำนวนผู้ชม : 261870
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
21มงกุฎ
ฉันจะอธิบาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/binnlaksi
วันพุธ ที่ 12 ธันวาคม 2561
Posted by มงกุฎ2529 , ผู้อ่าน : 1156 , 17:50:18 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"เวลาในขวดแก้ว" นวนิยายชั้นดีจากงานเขียนของ ประภัสสร เสวิกุล ที่ถูกสร้างเป็นละครทางโทรทัศน์ถึง 3 ครั้ง และภาพยนตร์เพียง 1 ครั้ง...นวนิยายที่เยาวชนไทยทุกคนควรอ่าน...เรื่องของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ผ่านช่วงชีวิตอันหนักหนาสาหัส...ความทรงจำที่บ่มไว้ในใจของพวกเขาและเธอก็เปรียบเสมือนเม็ดทรายที่บรรจุในขวดใส ๆ นั่นเอง

ภาพยนตร์เรื่อง "เวลาในขวดแก้ว" ถ่ายทำในปี 2533 และฉายในช่วงต้นปี 2534 ได้รับรางวัลผู้มีผลงานยอดเยี่ยมจากสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ชมรมวิจารณ์บันเทิง และสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง และยังเป็นหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในดวงใจของคนหลาย ๆ คนตราบทุกวันนี้ 

เป็นธรรมดาที่การทำหนังสักเรื่องหนึ่งย่อมมีจุดเด่นและจุดด้อย เรื่องนี้ก็เช่นกัน ถ้าคุณอยากรู้ว่าเบื้องหน้าและเบื้องลึกจะเป็นอย่างไร ฉันได้พบบทความจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งก็เลยตัดเก็บเอาไว้ จึงขอเผยแพร่มุมมองของผู้เขียนที่มีต่อหนังเมื่อครานั้นให้คุณได้อ่านกันในวันนี้

ด้วยความเคารพ.

 

 

แด่ชีวิตที่โลดแล่นอยู่ในสังคมจริงวันนี้ “เวลาในขวดแก้ว”

บทวิจารณ์ของ รรรดา / ตีพิมพ์ใน นสพ.โลกกีฬารายวัน หน้าชีวิตชีวา ปีที่ 2 ฉบับที่ 440 วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2534

 

               เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดหมุน เวลาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ชีวิตในวันนี้ต้องโลดแล่นไป เราไม่อาจที่จะให้มันหยุดอยู่เพียงแค่ช่วงแห่งความสุขได้ แต่ถ้าเพียงเราจะจดจำในสิ่งที่ผ่านมา สิ่งนั้นก็เพียงพอที่จะทดแทนช่วงเวลานั้นได้เช่นกัน และ “เวลาในขวดแก้ว” ก็เป็นตัวแทนสำหรับชีวิตที่กำลังเป็นไปในสังคมจริงวันนี้

                เวลาในขวดแก้ว นวนิยายขายดี ผลงานของ ประภัสสร เสวิกุล ที่ไม่ใช่เพียงแค่ขายดีหรือขายได้เท่านั้น แต่จัดว่าเป็น “เบสท์ เซลเลอร์” เล่มหนึ่งของเมืองไทย ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 17 ครั้ง เท่านั้นยังไม่พอ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาเรียน ทั้งในระดับมัธยมตอนปลาย วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งด้วย

                เรื่องราวชีวิตวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในฉากของเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2516-2519 ของสังคมไทย สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันระหว่างเพื่อน อุดมการณ์ และความใฝ่ฝันวาดหวังที่จะไปให้ถึงดวงดาวของตัวละครแต่ละคน ท่ามกลางอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ นานา ต่างคนก็ต่างปัญหา บางคนครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไปคนละทาง บางคนรวยล้นฟ้า แต่หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้ บางคนพ่อแม่กำหนดเส้นทางชีวิตไว้ให้แล้ว โดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือก

                แต่ละเส้นทางที่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วใครเป็นคนกำหนดให้ชีวิตต้องโลดแล่นไปอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตัวละครที่ดำเนินอยู่ในสังคมตัดสินใจเลือกเดินไป โดยที่ไม่มีใครตัดสินได้ว่า ใครถูกหรือใครผิด เนื่องเพราะสถานการณ์ในเวลานั้น เป็นส่วนหนึ่งที่กำหนดให้คนเราต้องเลือกที่จะทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะนำพามาซึ่งความสุขหรือความทุกข์

                จากปลายปากกามาสู่แผ่นฟิล์ม “เวลาในขวดแก้ว” ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยการสร้างสรรค์ในรูปแบบของภาพยนตร์ โดยผู้สร้างและผู้กำกับหนุ่มไฟแรงอย่าง ประยูร วงษ์ชื่น ร่วมกับทีมงานคนรุ่นใหม่อย่าง อมรศรี เย็นสำราญ และอนุกูล จาโรทก กำกับการแสดง และนักแสดงที่มีทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่อย่าง นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร, วาสนา พูนผล, ปวีณา ชารีฟสกุล รวมทั้งนักแสดงวัยรุ่นอีกหลายคน

                ความพยายามในการที่ผู้สร้างและทีมงานต้องการที่จะ “เสนอ” เรื่องราว เวลาในขวดแก้ว จากตัวหนังสือออกมาโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์มให้ได้มากที่สุดนั้น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากพอสมควร เพราะไม่ว่าจะมีความสามารถมากเท่าใดก็ตาม แต่สิ่งที่ผู้ชมคาดหวังว่าจะได้อรรถรสครบถ้วนเหมือนกับการอ่านหนังสือนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่าย และประยูร วงษ์ชื่น เองก็ยอมรับว่าสามารถคงจุดสำคัญของเรื่องเอาไว้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดต่าง ๆ ก็ต้องตัดออกไปบ้าง เพราะ “เวลาในขวดแก้ว” เป็นเรื่องราวที่หลากหลาย แต่ต้องสรุปให้ได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมง

                ซึ่งสิ่งที่ว่านี้จึงเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ เวลาในขวดแก้ว แบบภาพยนตร์ไทย กร่อยลงไปในพริบตา ความหลากหลายของชีวิตที่ไหลลื่นออกมาจากปลายปากกาของ ประภัสสร เสวิกุล ทำให้การดำเนินเรื่องของภาพยนตร์ต้องเร่งรีบ และไม่ค่อยจะต่อเนื่องสักเท่าไหร่ จนดูเหมือนว่ารีบเหลือเกิน ในการที่จะรวบรัดตัดความเรื่องราว จึงทำให้ผู้ชมบางคนค่อนข้างที่จะหงุดหงิด แล้วก็พาเอาอรรถรสในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้หลุดหายไปบ้างในบางครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชมที่ได้เคยอ่าน เวลาในขวดแก้ว มาแล้ว จะเห็นได้ชัดในเรื่องของ “ความแตกต่าง” รวมทั้ง “ความปะติดปะต่อ” ที่ดูเหมือนว่าจะน้อยไปสักนิด แต่ยอมรับว่ายังคงรักษาจุดเด่นของเรื่องเอาไว้ได้ดี เพียงแต่การดำเนินเรื่องที่รีบร้อนเกินไปเท่านั้นเอง

                ในเรื่องของผู้แสดงที่ตัวสำคัญของเรื่องคือ จ๋อม เด็กสาวที่เกิดมาในครอบครัวที่รวยล้นฟ้า แต่ทว่าไม่มีความสุขที่แท้จริงเลย สวมบทบาทโดย วาสนา พูนผล ซึ่งดู ๆ ไปก็ไม่มีบทบาทเด่นอะไรเลย จนเหมือนกับว่า จ๋อม เป็นเพียงตัวเสริมเท่านั้น แต่ตัวเด่นของเรื่องกลับกลายเป็น ป้อม รับบทโดย ปวีณา ชารีฟสกุล เด็กวัยรุ่นหัวรุนแรงและเต็มไปด้วยอุดมการณ์ ซึ่งเด่นสะดุดตาพอ ๆ กับ นัต ตัวสำคัญอีกคนหนึ่งที่ครอบครัวแตกแยก ซึ่งรับบทโดย นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร

                และสำหรับตัว นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร ก็ได้พูดถึงตัวเองในบทบาทของ “นัต” ว่า “เป็นบทที่โก้ชอบมาก และก็เป็นอะไรที่ตัวเองถนัดมากกว่า คือเราเล่นแบบสบาย ๆ แล้วก็ได้คนสอนดีด้วย แต่จริง ๆ แล้ว ครอบครัวโก้ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เป็นครอบครัวที่มีความสุข แต่โก้ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจอะไรหรอกฮะ”

                ความเร่งรีบในการดำเนินเรื่องหรือสิ่งอื่น ๆ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดที่จะให้อภัยกันไม่ได้เลย ความที่จุดเด่นของเรื่องไม่ได้ถูกทำลายไป ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากที่สุดแล้ว และโดยจุดมุ่งหมายของผู้ที่นำเอาบทประพันธ์มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์นั้น ก็ไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนเนื้อหาหรือจุดเด่นของเรื่องแต่อย่างใด แต่การดำเนินเรื่องนั้น น่าที่จะต้องคำนึงถึง “ความปะติดปะต่อ” ให้มากกว่านี้

                ความนิยมของ เวลาในขวดแก้ว แบบที่เป็นตัวอักษร ก็น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถเป็นตัวดึงดูดผู้ชมได้อย่างมาก แถมมีตุ๊กตาทองปี พ.ศ. 2533 จากรางวัลเพลงนำเรื่องยอดเยี่ยม ฝีมือของบัตเตอร์ฟลาย พ่วงท้ายตามมาด้วย แต่การเอาบทประพันธ์มาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ไม่ว่ากี่รายต่อกี่ราย เห็นตกม้าตายตอนจบทุกที!!!

--- สวัสดี ---




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2018 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]