• BizBlog
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bizweek@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 104783
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
Bizweek คู่คิด...คนคิดรวย
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek คือหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายสัปดาห์ ในเครือของเนชั่น มัลดิมีเดีย กรุ๊ป มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสารเชิงธุรกิจ การลงทุน เศรษฐกิจ ไอที และการตลาด (วันนี้เรามีบลอกแล้ว...เย้!)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bizblog
วันอาทิตย์ ที่ 8 เมษายน 2550
Posted by BizBlog , ผู้อ่าน : 2247 , 16:10:35 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ธุรกิจดอทคอม "ตัวจริง" บนถนนออนไลน์

7 ปีที่แล้ว ธุรกิจบนดอทคอมของไทยเปิดตัวขึ้นมาอย่าง "หวือหวา" และกลับ "ล้มละลาย" ในชั่วข้ามปี

แต่ธุรกิจดอทคอมที่กลับมาในรอบนี้เป็นไปด้วยท่วงท่า ลีลา ที่สุขุม รอบคอบยิ่งขึ้น จากการเรียนรู้ประสบการณ์ในอดีต

การกลับมาในครั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซสรุปว่า เป็น "ของจริง" มีการซื้อขาย "จริง" เกิดธุรกรรม "จริง"

และเป็นการทำธุรกิจที่สามารถทำเงินได้จริง !!

หากยังจำกันได้ "บิล เกตส์" แห่งไมโครซอฟท์ ได้ทำนายอนาคตของ "ทีวี" ในการประชุมว่าด้วยเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อต้นปีว่า “ภายใน 5 ปีจากนี้ คนจะหัวเราะกับสิ่งที่เรามี”

ในความหมายดังกล่าว บิล เกตส์ ต้องการสื่อว่า ภายใน 5 ปีจากนี้ ทีวีจะถูกทดแทนโดย “อินเทอร์เน็ต”

ปรากฏการณ์ดังกล่าว มิใช่แค่ต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยก็มีสิทธิเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

เห็นได้จากธุรกิจต่างๆ เริ่มเบนทิศสู่ธุรกิจบน "ดอทคอม"

แต้มต่อที่อินเทอร์เน็ตกำลังจะมีเหนือกว่าทีวีสื่อจอตู้ คือ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา-สถานที่ในการเข้าชม พร้อมเมื่อไร คลิกได้ทุกเมื่อ

ดังนั้นในความเห็นของ ปรเมศวร์ มินศิริ นายกสมาคมผู้ดูแลเวบไทย จึงกล้าฟันธงลงไปว่า ในเมืองไทยปรากฏการณ์ "เหนือกว่า" ของอินเทอร์เน็ตมาแน่ !

เพราะโลกใบนี้กำลังจะขยับไปสู่ยุคที่เขาเรียกว่า “ปฏิวัติดิจิทัล” ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งปัจจุบันไทยได้รับอานิสงส์ โดนหางเลขเข้าให้แล้วเช่นกัน

โดยมี “ผู้ใช้” บีบคั้นให้ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องปรับตัว

“แต่ละธุรกิจตอนนี้เริ่มตระหนักว่า จะเอาอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยได้อย่างไร เห็นได้ชัดมาก เพราะผู้ใช้เป็นตัวขับดันเรื่องการปฏิวัติดิจิทัล ผมว่าในเมืองไทยกำลังมา ขณะที่ในเมืองนอกมาแล้ว"

ปรเมศวร์ยกตัวอย่างให้เห็นว่า เมื่อผู้ใช้ซื้อกล้องดิจิทัล ทำให้บริษัทฟิล์มและร้านค้าต้องปรับตัว ลูกค้าซื้อ iPod เพื่อฟังเพลง หรือ Flat Drive ที่ฟังเพลงได้ ค่ายเพลงจึงต้องหันมาปรับตัวเช่นกัน และสิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงบริการบนอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้วัฒนธรรมที่กำลังจะตามมากับการปฏิวัติดิจิทัล คือ “วัฒนธรรมคลิก” (Click Culture)

“หลายคนได้เห็นข่าวสาร หรือเรื่องราวจากการคลิก เช่น ดูทีวีไม่ทัน ก็ต้องมาเปิดอินเทอร์เน็ตดู หลายคนเริ่มเสพคลิปวิดีโอสั้นๆ เหล่านี้เป็นชั่วโมงๆ เพราะว่าเขาสนใจ เราเริ่มเข้ามาอยู่ในช่วงนี้แล้ว เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน มีอินเทอร์เน็ตเป็นตัวเข้ามาเล่น” ปรเมศวร์ให้ทัศนะ

เขายังเห็นว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) คือ เครื่องมือ (Tool) สำคัญในการขับเคลื่อนยุคดังกล่าว เพราะคอนเทนท์หรือบริการที่หลากหลายในอินเทอร์เน็ต ย่อมต้องการการรองรับจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น

“ในช่วง 2 ปีหลัง เห็นการเติบโตของบรอดแบนด์ การที่เราเป็นคนทำเวบเอง เราจะรู้ความเร็วของผู้ที่เข้ามาชมเวบ และตามหลักการตลาด การที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแพร่หลายมากขึ้น เพราะราคาถูกลงมาก”

ขณะที่ "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" กรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาด ดอท คอม ผู้ให้บริการเวบไซต์ www.thaisecondhand.com และ www.tarad.com และมีประสบการณ์อยู่ในวงการนี้ตั้งแต่ยุคบุกเบิก ก็บอกว่า แม้อีคอมเมิร์ซจะสะดุดไปช่วงเวลาหนึ่ง แต่เริ่มมีพัฒนาการที่ดี โมเดลของธุรกิจเริ่มฉายภาพชัด และค่อยๆ สดใสมากขึ้น

"ตอนนี้ดอทคอม คือ "ของจริง" ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป อีคอมเมิร์ซตอนนี้ต้องเป็นอะไรที่ชัวร์ สร้างรายได้จริง"

ภาพสวย เวบดัง ตังค์ไม่มี นี่คือคำนิยามดอทคอมยุคฟองสบู่แตก แต่ยุคนี้ เวบไม่ดังไม่ว่า แต่ต้องมีตังค์

และเมื่อพิจารณาจาก ข้อมูลสถานะพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2549 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พบว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไทยปี 2548 มีมูลค่า สูงถึง 220,924 ล้านบาท

เทียบกับปี 2546 ถือว่าเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 71.28%

หากตัดธุรกิจ B2G ที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 65% หรือประมาณ 143,437 ล้านบาทออกแล้ว เนื้อในของธุรกิจดอทคอมมีมูลค่า 78,297 ล้านบาท (B2B 30% หรือ 66,095 ล้านบาท และธุรกิจ B2C 11,395 ล้านบาท)

แม้ว่า 3 ปี ตัวเลขของธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะเติบโตเพียง 30-40% แต่ภาวุธถือว่าเป็นการเติบโตที่มีแนวโน้มดีขึ้น และเริ่มมีอิทธิพลกับนักช้อปออนไลน์มากขึ้น

"ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์" ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า นักท่องเน็ตเริ่มยอมรับการจ่ายเงินซื้อของบนเวบมากกว่าการสำรวจครั้งก่อน โดยระบบการชำระเงินยอดนิยมคือ การชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง (e-banking) สัดส่วน 20.28% จ่ายผ่านบัตรเครดิต 20.15% และจ่ายผ่านผู้ให้บริการกลาง 19.72%

เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะคนดอทคอมเริ่มทำธุรกิจเป็น ไม่เน้นการสร้างภาพ และไม่เน้นว่าต้องเป็นแหล่งชุมนุมผู้คนมากมาย ถึงคนจะน้อยหน่อย แต่เป็นคนยอมจ่าย ยอมซื้อจริง พวกเขาแฮปปี้กว่า

ธุรกิจดอทคอมยุคนี้จึงไม่เน้นการสร้างคอมมูนิตี้ แต่ “ดาวรุ่ง” ที่มาแรงส่วนใหญ่กลับกลายเป็นธุรกิจที่เจาะลึกลงแต่ละ “เซ็กเมนท์” เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนมากกว่า เช่นเวบสำหรับเด็กวัยทีน เวบเกม เวบชอปปิง กีฬา เวบข่าว หรือสารพัดดาวน์โหลด

“เพราะว่าถ้าทำกว้างแล้วแข่งไม่ได้แล้ว โดนเจ้าตลาดกินหมด” ภาวุธบอก

ในการจัดอันดับ "สุดยอดเวบไซต์" ของทรูฮิตส์ดอทเน็ตพบว่า ปีที่ผ่านมาเวบไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดอันดับ 1 เป็นเวบไซต์ด้านบันเทิง 39.45% อันดับ 2 เวบไซต์ข่าวและสื่อ 7.64% อันดับ 3 เวบไซต์ประเภทบุคคล สังคม 7.16%

"ปีที่ผ่านมาเวบข่าวมาแรงมาก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ประเทศไทยเกิดการรัฐประหาร เวบไซต์ข่าวเป็นเวบที่มีคนเข้าเยอะมากที่สุด โดยเฉพาะในวันที่ 20 กันยายน 2549 เราพบว่า มีคนเข้าชมเวบไซต์เกือบแสนคน เฉพาะวันนี้วันเดียว ถือว่าเป็นวันที่มีเพจวิวมากที่สุดของปี 2549 และน่าจะเป็นเทรนด์ปีนี้ด้วย" "ดร.ปิยะ ตัณฑวิเชียร" ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยพัฒนาบริการ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ (สบทร.) หรือทรูฮิตส์ดอทเน็ต กล่าว

ส่วนปีนี้ดร.ปิยะ บอกว่า ให้จับตาเวบกลุ่มบันเทิง ข่าว และเวบ 2.0 อย่างเช่น เวบบล็อกที่จะมาแรง

เช่นเดียวกับภาวุธที่เชื่อว่า ดาวรุ่งมาแรงสุดสุดที่ได้ใจวัยทีนต้องยกให้เวบบล็อก เวบไดอารี่ ที่มียอดฮิตกันถล่มทลาย เช่น exteen.com ที่มีบล็อกเกอร์แล้วกว่า 6-7 พันราย

ที่สำคัญทุกเวบต่างพยายามสร้าง “สะพานเชื่อม” สู่ “ธุรกิจ” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตามการที่ 5-6 ปีที่ผ่านมา ดอทคอมถูกปล่อยให้อยู่ในสุญญากาศ โมเดลธุรกิจอาจจะดีขึ้น แต่รูปแบบการหารายได้ยังไม่หลากหลายเท่าต่างประเทศ

การโฆษณาหรือแบนเนอร์ยังคงเป็นโครงสร้างหลักในการทำธุรกิจดอทคอม แต่แบนเนอร์ที่จะยอม “แปะ” ต้องเป็นเวบที่มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมหนาตาพอสมควร เช่น พันทิป กระปุก

เพราะเมื่อคนเข้ามาเยอะ โอกาสที่โฆษณาจะผ่านตามีมาก

ภาวุธจึงตั้งข้อสังเกตว่า เม็ดเงินรายได้ของโฆษณาบนเวบยังกระจุกตัวในเวบดังๆ เท่านั้น อย่างสนุก กระปุก ผู้จัดการ กินแชร์ไป 60-70% ของโฆษณาบนเวบไซต์

ขณะที่ปรเมศวร์บอกว่า แนวโน้มใหม่ของ Banner จะมีเรื่องของวิดีโอเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นสปอตโฆษณา ไม่ต่างกับการ “ย่อส่วนทีวี”

“ปีนี้นอกจาก Banner จะมาแล้ว ตัวที่เป็นวิดีโอจะมาด้วย เพราะสามารถเอาสปอตโฆษณาเดิมที่อยู่บนโทรทัศน์ หรือเวอร์ชั่นที่ยาวกว่าในโทรทัศน์มาเล่นในอินเทอร์เน็ตได้ ให้คนได้พูดคุย ได้วิจารณ์

ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าเริ่มทำแบบนี้แล้ว สปอนเซอร์สนใจ เพราะเราคลิกเข้าไปดูสปอตโฆษณาชิ้นนั้นได้เลย ดูเวลาไหนก็ได้ที่อยากดู ”

ไม่แน่ว่า เทรนด์ใหม่นี้ อาจจะทำให้รายได้จาก Banner ในภาพรวมสูงขึ้น จาก 2% มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้จากโฆษณาทั้งระบบ

“สมาคมโฆษณาประกาศสัดส่วน 2% น้อยมาก ในต่างประเทศโตน่าจะ 7-10% มองแนวโน้มโฆษณาบนเวบไซต์ ผมคิดว่าแนวโน้มดี แต่ขึ้นอยู่กับอินฟราสตรัคเจอร์ของอินเทอร์เน็ตบ้านเรา

ถ้าเรายังอยู่กับเทคโนโลยีเดิม โฆษณาก็จะไปได้ระดับเดียว แต่ถ้าวันหนึ่งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น 3G และคนจะมีอินเทอร์เน็ตใช้กันมากขึ้น ก็ยังเติบโตได้อีกสัก 5% ก็ดีใจแล้ว”

ดังนั้นในความเห็นของปรเมศวร์ คิดว่า Banner ยังไม่ถึงทางตัน มีแต่จะโตขึ้น

นอกจากเรื่องของวิดีโอแล้ว ปรเมศวร์ระบุว่า เวบที่เป็นสังคมออนไลน์ในต่างประเทศจะมีลูกเล่นถึงขั้นที่จะเลือกแบนเนอร์ในการสื่อสารกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความแตกต่างกัน

“เวบพวกนี้จะเก็บโพรไฟล์ของผู้ใช้ทั้งหมด เพศ อายุ ชอบอะไร พอล็อกอินเข้าไป จะเลือก Banner ที่สื่อสารกับเขา เพราะฉะนั้นสินค้าแคมเปญเดียวกัน อาจจะมีแบนเนอร์ 5 แบบ สำหรับคน 5 โพรไฟล์ ทำให้สามารถสื่อสารกับผู้หญิงอายุมากได้อย่างหนึ่ง ผู้หญิงอายุน้อยอย่างหนึ่ง คนกรุงเทพฯ แบบหนึ่ง คนต่างจังหวัดก็เลือกสื่อสารอีกอย่างหนึ่ง อินเทอร์เน็ตตอบโจทย์พวกนี้ได้”

นอกจากนี้ เขายังเห็นว่า รูปแบบการสื่อสารกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่จะสร้างรายได้ให้กับเจ้าของเวบไซต์ นั่นคือ การใช้มีเดียในลักษณะที่เป็น “เอ็นเตอร์เทนเมนท์” หรือซอฟท์เซลล์มากกว่า “ฮาร์ดเซลล์”

อีกธุรกิจดอทคอมที่น่าจับตามอง คือ การ "กลายพันธุ์" ลงมือถือมากขึ้น และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเน็ตมากขึ้น

ไม่เพียงแค่การดาวน์โหลดริงโทน เกม วอลเปเปอร์ แต่การจับมือของกูเกิลกับยาฮูทำให้ใครๆ ก็ท่องโลกอินเทอร์ผ่านมือถือได้สบายๆ

"แนวโน้มนี้เริ่มเห็นชัดที่ญี่ปุ่น เพราะตลอดเวลาการเดินทางเขาจะใช้มือถือตลอด แต่สำหรับประเทศไทยคงต้องอาศัยระยะเวลา

ที่ผ่านมาโมบายไลฟ์จับมือเอไอเอส เพื่อพยายามสร้างคอมมูนิตี้บนมือถือ หรือทรูที่ใช้กลยุทธ์คอนเวอร์เจนท์ เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ เหล่านี้เริ่มชัดมากขึ้น" ภาวุธกล่าว

เขาเชื่อว่าการแข่งขันบนโลกอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังไม่รุนแรง และยังมีโอกาสมากมายในหลายเซ็กเมนท์ ขอเพียงมองให้ลึก เจาะให้ถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้า คนน้อยไม่สำคัญ แต่ต้องเป็นคนที่ "ใช่"

ขณะที่ปรเมศวร์มองว่า อัตราเติบโตธุรกิจดอทคอมในไทยจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางเวบไซต์มีอัตราเติบโตในแง่ของคนเข้าชม (เพจวิว) มากกว่า 100% ติดต่อกัน

“อัตราเติบโต เข้าใจว่าโตตามอัตราเติบโตผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันในเมืองไทยมีประมาณ 10 ล้านคน

ผมคิดว่าบางเวบไซต์เติบโตมากกว่า 100% ก็มีขึ้นอยู่กับสัดส่วนคนชมเดิมว่านานเท่าไร เช่น เวบไซต์สนุกตั้งมาเป็นสิบปี แต่บางเวบไซต์เพิ่งตั้งใหม่ฐานคนดูน้อยก็เติบโตสูง

เพราะฉะนั้นอัตราเติบโต 100% เป็นเรื่องปกติของธุรกิจอินเทอร์เน็ต เยอะกว่านี้เป็น 500% ก็มีมาแล้ว”





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนชอบติดตามข่าวหุ้นวันนี้ วันที่ : 10/04/2007 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/setnews


แวะมาเยี่ยม คะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

BizWeek

ไฮไลท์ ประจำสัปดาห์ มาแล้ววว !!

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]