• BizBlog
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bizweek@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 104773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
Bizweek คู่คิด...คนคิดรวย
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek คือหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายสัปดาห์ ในเครือของเนชั่น มัลดิมีเดีย กรุ๊ป มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสารเชิงธุรกิจ การลงทุน เศรษฐกิจ ไอที และการตลาด (วันนี้เรามีบลอกแล้ว...เย้!)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bizblog
วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน 2550
Posted by BizBlog , ผู้อ่าน : 1766 , 22:09:21 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นอกจากความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานแล้ว "เวที" เปิดตัวสินค้าเพื่อ "แจ้งเกิด" มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน P-Place หรือ "ทำเล" เป็นหนึ่งในสี่ห้อง "หัวใจ" ของการตลาด ยิ่งเป็นสินค้าที่ต้อง "พรีเซนท์" หากใครสามารถเลือกและยึดทำเลทองได้ก่อน เป็นการสร้างความได้เปรียบตั้งแต่เริ่มออกตัว ที่สำคัญทำเลจะต้อง "ลงตัว" สอดรับกับสินค้าและไลฟ์สไตล์ลูกค้า

กรุงเทพธุรกิจ BizWeek พาไป "แกะรอย" สุดยอดทำเลที่สร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจงานอดิเรกของเขาและเธอ

จากการสำรวจพบว่า ทำเลทองเหล่านั้นได้แก่

สวนจตุจักร

ร้านค้าออนไลน์

และตลาดนัดหน้าห้าง/ออฟฟิศ

เป็น 3 สุดยอดทำเลที่เหล่า "มือสมัครเล่น" ไม่ควรพลาด เพราะเวทีนี้ปั้นผู้ประกอบการมือใหม่กลายเป็น "ตัวจริง" มานักต่อนัก

"ตลาดนัดจตุจักร"

บ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นกระเตาะ

ต้องเรียกว่าเป็น "สุดยอดของสุดยอด" สำหรับตลาดนัดสวนจตุจักร แหล่งชอปปิงอมตะของขาช้อปทั้งในและต่างประเทศ และยังผลิตนักธุรกิจหน้าใหม่มานักต่อนัก หลายรายที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในวันนี้ ล้วนเริ่มกิจการมาจากทำเลทองดังกล่าวทั้งสิ้น

เช่นเดียวกับร้านขายเสื้อเล็กๆ ที่มีลูกค้าหมุนเวียนเข้าออกร้านอยู่ตลอดเวลา ผลผลิตของผู้ประกอบการวัยกระเตาะ "ปรัชญา จันทร์เชียร" หรือ เดี่ยว นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 1 และเพื่อนสนิท ไอซ์ "ณัฐสิน ตรีเพ็ชร" คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 3 เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงสองคนที่อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

สองผู้ประกอบการนี้เริ่มต้นในฐานะขาช้อปสวนจตุจักรตัวยง น้องเดี่ยวบอกว่า การไปเดินสวนจตุจักรทุกสัปดาห์ และชอบใช้เสื้อผ้าสไตล์จตุจักร จึงค่อยๆ บ่มความคิดอยากเป็นผู้ประกอบการทีละเล็กละน้อย

แต่เมื่อที่นี่เป็นศูนย์รวมของขาช้อปจากทั้งในและต่างประเทศ การจะทำสินค้าให้ซ้ำใครๆ คงไม่ใช่แต้มต่อในเวทีนี้

สิ่งที่วัยรุ่นทั้งสองเลือกทำคือ ทำเสื้อผ้าลวดลายดีไซน์เองออกวางขาย

"ผมอยากเปิดร้านขายเสื้อผ้า ที่เป็นลวดลายของเราเอง เรียกว่าทำตามใจตัวเอง เคยเห็นเด็กที่เรียนศิลปกรรมออกแบบเสื้อผ้าใส่เองด้วย เลยคิดที่จะทำเองบ้าง

พอคุยกับเพื่อนที่คิดแบบเดียวกัน เราเลยเริ่มธุรกิจนี้ขึ้นมา ใช้ชื่อร้าน "Ether" Irresistible Desire ผมว่าหาอะไรทำเวลาว่าง ยังดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไร้สาระ"

แล้วหน้าที่ก็ถูกแบ่งกันทำแบบง่ายๆ น้องเดี่ยวดูแลเรื่องเงิน ระบบบัญชี และการวางแผน น้องไอซ์ดูแลเรื่องการออกแบบ

แม้จตุจักรจะรวมขาช้อปที่หลากหลายวัย แต่พวกเขาเลือกที่จะเจาะตลาดวัยรุ่นมหาวิทยาลัย เพื่อนวัยเดียวกันเป็นหลัก แน่นอนว่าความใกล้ชิดด้านอายุ ทำให้รู้เทรนด์ของวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ดี

"เนื่องจากพวกเราตามเทรนด์อยู่แล้วจึงรู้ความต้องการของวัยรุ่นได้ดี เสื้อผ้าที่ออกแบบส่วนมากจะเป็นแนวทางสีเรียบง่ายดูสบายตา หากเป็นสีฉูดฉาดก็จะแรงๆ ไปเลย นอกจากนั้นในเรื่องของขนาด ก็จะมีขนาดที่เล็กกว่าไซส์ปกติที่ขายในบางร้าน เพื่อให้คนที่มีขนาดตัวเล็กๆ ได้มีแนวทางในการซื้อเสื้อผ้ามากขึ้น โดยมีทั้งเสื้อกล้าม เสื้อเชิ้ต เสื้อที่ดีไซน์แปลกๆ และชุดแซ็ค ราคาอยู่ที่ 150-700 บาท โดยส่วนใหญ่แล้วเสื้อกล้ามจะขายดี รองลงมาก็เป็นเสื้อเชิ้ต"

ความเหมือนๆ กันของหน้าร้านจตุจักร ถูกทำให้แตกต่างด้วยการจัดดิสเพลย์ที่สะดุดตา เพื่อผลักให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น สร้าง "แรงดึงดูด" ให้ลูกค้าเข้าร้าน

บวกกับการนำหุ่นมาตั้งโชว์ และจับใส่เสื้อผ้าหุ่นให้ Mix and Match จึงทำให้คนซื้อสามารถนึกได้ว่า ซื้อไปแล้วจะนำไปใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

การเลือกทำเลดี ออกแบบสินค้าได้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ร้านเล็กๆ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างน่าสนใจ

พวกเขาผลิตเสื้อผ้าได้ประมาณ 200 ตัวต่อเดือน แตกต่างกันไปตามชนิดของเสื้อผ้าแต่ละตัวที่มีความยากง่ายในการทำต่างกัน ซึ่งเริ่มดำเนินกิจการมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว ด้วยเงินลงทุนกว่าแสนบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท แบ่งออกเป็น ค่าเช่าที่ 15,000 บาท ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการตัดเสื้อ 5,000 บาท ค่าจ้างตัดเสื้ออีกตัวละประมาณ 30-100 บาท

แต่สามารถทำกำไรได้ต่อเดือนประมาณ 15,000 บาท น้องๆ บอกเราว่ากำไรถือว่ายังไม่ดีนัก แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะคืนทุนได้อีกประมาณ 4 เดือนเท่านั้น

ร้านค้าออนไลน์ รับกระแสไอทีบรรเจิด

ท่ามกลางกระแส อี-คอมเมิร์ซที่จุดพลุขึ้นอีกครั้งในเวลานี้ เปิดตลาดผู้ประกอบการมือใหม่ มีเวทีแสดงผลงานมากขึ้น งานอดิเรกที่ว่าเล่นๆ ก็สามารถสร้างลูกค้ากลุ่มใหญ่ได้ไม่รู้ตัว

เวบไซต์ที่ทำขึ้นมาอย่างเรียบง่ายของ www.fancybkk.com มีรูปตัวอย่างสินค้า ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ประเทศที่ส่งออก และที่อยู่ติดต่อของผู้บริหารหน้าละอ่อน "ศรีฟ้า โพธิวิเชียร" คือตัวอย่างของเวทีเปิดตัวงานอดิเรก "เครื่องประดับจากลูกปัด" ที่ทำรายได้ให้เธออย่างงามในตลาดโลก

ศรีฟ้าบอกเราว่า เพิ่งเริ่มเปิดเวบไซต์เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากธุรกิจแฮนด์เมด ที่เคยทำเป็นแค่งานอดิเรก เริ่มเติบโตเป็นที่รู้จักมากขึ้นกับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากได้มีการออกงานเสดงสินค้าในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ กับกรมส่งเสริมการส่งออก และมีหน้าร้านในประเทศ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น

จากสินค้าหลักสิบชิ้น เพิ่มขึ้นมาหลายร้อยชิ้น หลายร้อยแบบ

ปัญหาที่ตามมาคือ ไม่สามารถตั้งชื่อเรียกสินค้าได้หมด มีความยุ่งยากเมื่อลูกค้าขอสั่งซื้อสินค้า

ในช่วงจังหวะที่ยังไม่พร้อมลงทุนมากนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจเปิดตัวเวบไซต์ โดยให้รุ่นพี่ที่รู้จักกันเป็นคนทำให้ การลงทุนไม่มาก ค่าจดโดเมนเนมเพียง 450 บาท และค่าเวบไซต์อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยบริหารสต็อกและการจัดซื้อ

แต่ผลตอบรับกลับทำให้ลูกค้าต่างชาติเห็นสินค้าได้มากขึ้น และสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแค็ตตาล็อกออนไลน์ได้ง่ายดายและรวดเร็วขึ้น ขยับขยายพันธมิตร Fancy BKK กระจายไกลทั่วมุมโลก

"การเปิดเวบไซต์นับว่าช่วยเราได้มาก ก่อนหน้านี้เวลาลูกค้าสั่งออเดอร์แต่ละที ก็จะบอกแค่ว่า เอาสร้อยยาวๆ สีเขียว สีเหลือง ที่ผูกตรงปลายๆ น่ะ ซึ่งมันสื่อสารกันลำบากมาก เพราะสินค้าของเรามีหลายร้อยแบบ พอใช้การใส่รหัส และทำเป็นระบบออนไลน์ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ประเทศไหนเขาก็เลือกดูได้หมด

แต่สินค้าที่เอาขึ้นเวบไซต์ จะเลือกเฉพาะที่เรามีสต็อกเท่านั้น เพราะหากลูกค้าเลือกสั่งสินค้าที่เราทำออกมาน้อยชิ้น หรือแค่สินค้าเทสต์ตลาด แล้วเราไม่มีของให้ ก็จะเสียชื่อเราไปด้วย"

จากงานอดิเรกปัจจุบัน Fancy BKK มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก มีกำลังผลิตสินค้าในแต่ละเดือนถึงหมื่นชิ้น โดยมีหน้าร้านออนไลน์ทั่วโลกเป็น "แรงขับ" สำคัญ

เช่นเดียวกับตุ๊กตาไหมพรมทำมือไอเดียเก๋ Yes I Doo ของ "อ้อม-ตรีนุช ชาววงศ์จันทร์" นักเขียนบทฝีมือดีที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจส่วนตัว พลิกบทบาทของงานอดิเรกมาเป็นธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ

เธอเลือกใช้หน้าเวบไซต์ www.yesidoo.com เปิดตัวสินค้าทำมือ ด้วยการลงทุนที่ไม่สูงนัก และสามารถสร้างสรรค์ให้เวบไซต์ได้หลากรูปแบบ พอที่จะดึงดูดความสนใจจากสาวกคอออนไลน์ได้

การแปลงหน้าเวบไซต์ให้เป็นเหมือนไดอารี่ส่วนตัวที่คอยสื่อสาร เชื่อมโยงระหว่างเจ้าของชิ้นงาน และลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ จากเพียงแค่หน้าเวบไซต์ประสาร้านค้าออนไลน์ทั่วไป ก็ถูกพัฒนาลูกเล่นเอาใจคอไซเบอร์

ทั้งการมีเวบบอร์ด ไดอารี่ออนไลน์ เพิ่มเติมมาจากแกลอรีสินค้าที่จัดวางไว้ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ จุใจขาช้อป ช่องทางติดต่อและชำระเงินผ่านข้อความอารมณ์ดีประสานักเขียนเก่า บวกกับสีสันของเวบไซต์ที่สดใสและมีการอัพเดทหน้าตาอยู่สม่ำเสมอ ทำให้มีคนเข้าไปเยี่ยมเยียนเวบบอร์ดของ Yes I Doo อย่างต่อเนื่อง และกระจายกระแสนิยมของธุรกิจที่ทำง่ายๆ จากในบ้านให้กลายเป็นของดีที่ตลาดต้องการได้ไม่ยากเย็น

“อ้อมตัดสินใจใช้เงินลงทุนเปิดเวบไซต์ไปประมาณ 2 พันบาท ทำเวบ Yes I doo ขึ้นมา เรียกว่าเวบนี้มันรวมทุกอย่างที่เป็นอ้อมไว้ทั้งหมด บางทีบางอย่างเราคิดได้ แต่พูดกับใครไม่ได้ ในขณะที่บางเวลาเราก็อยากสื่อสารกับตัวเองและคนอื่น อ้อมเลยใช้วิธีเขียนลงไปในนี้เหมือนไดอารี่ส่วนตัว

ตอนแรกก็ไม่มั่นใจว่าจะมีคนเข้ามาอ่านเยอะแค่ไหน ก็จะคอยเช็คๆ ดู ปรากฏว่ามีคนสนใจพวกเรามากขึ้น จากเวบไซต์ที่ทำออกไป”

ตลาดนัดหน้าห้าง/ออฟฟิศ ทำเลทองใกล้ตัว

ใครที่ไม่ถนัดเรื่องไอที แต่อยากมีเวทีให้งานอดิเรกของตัวเองเป็นเงินเป็นทองขึ้นมาได้ ตลาดนัดหน้าห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงตลาดนัดหน้าตึกสำนักงานต่างๆ ยังน่าสน จากค่าเช่าพื้นที่ที่ไม่สูงนัก บางรายอาจใช้การฝากขายได้ ขณะที่มีขาช้อปเดินเข้าออกตลอดเวลา เงินหมุนเวียนสะพัดชนิดที่คาดไม่ถึง

แหล่งชอปปิงใกล้ตัวเหล่านี้ถือว่ามีศักยภาพ ไม่น่ามองข้าม

อย่างเช่นวันที่ช่างตัดเย็บฝีมือดีอยากหางานอดิเรกยามว่างจากการเลี้ยงลูกช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว สมาชิกครอบครัว "จิรโสภณ" ตัดสินใจขนตุ๊กตาหมีทำมือไปวางขายตลาดนัดใกล้บ้านอย่างเมืองไทย-ภัทร ถนนรัชดา ซึ่งมีขาช้อปไม่เพียงคนไทยแต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและเกาหลี อีกด้วย

กลายเป็นตลาดสำคัญเปิดประตูให้สินค้าทำมือได้อย่างน่าสนใจ

"พลากร จิรโสภณ" บอกว่า การเลือกแหล่งที่จะไปประเดิมวางสินค้า ต้องดูกลุ่มเป้าหมายของสินค้าก่อน อย่างตุ๊กตาหมีที่พวกเขาทำขึ้นมา กลุ่มที่สนใจจะเป็นนักท่องเที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่น เรียกว่าเครซี่เลยก็ได้ "อย่างเกาหลีถึงขนาดมีเท็ดดี้แบร์ มิวเซียม เลยทีเดียว"

"ที่เมืองไทย-ภัทร มีนักท่องเที่ยวมาลงเยอะ และมีพวกร้านขายของกิ๊ฟท์ช็อปอยู่ด้วย เราเริ่มจากไปฝากขายตามร้าน และตั้งราคาไม่สูง เพราะเพิ่งเปิดตัว เลยยังไม่มั่นใจเท่าไร ปรากฏว่ากลับขายดีมาก ทำส่งอาทิตย์ละประมาณ 20-30 ตัว"

หลังจากเปิดตัวเพื่อทดสอบตลาดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเขา ก็ตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทและเปิดตัวแบรนด์ Four Bears ขึ้นมาในปี 2002 เอาฤกษ์เอาชัยจากปีที่เท็ดดี้แบร์ครบรอบ 100 ปีพอดี

ทำเลใกล้เคียงกันนี้ มีตุ๊กตาไล่ฝนการบูร แบรนด์ Bo Bo Membo ของน้องไพ "อำไพ โฮมสองชั้น" ที่เลือกเปิดตลาดอย่างง่ายๆ ประสาแม่ค้ามือใหม่ ที่ตลาดนัดหน้าห้างสรรพสินค้า ด้วยเหตุผลสำคัญคือเป็นงานอดิเรก โดยเธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนคือหลัง 5 โมงเย็น มาขายของ ซึ่งตลาดประเภทนี้จะเริ่มครึกครื้นตั้งแต่ 17.30 น. ไปจนถึงประมาณ 21.30 น.

"หนูไม่เคยขายของมาก่อนเลย ตอนแรกที่เริ่มขาย ก็เลือกที่ที่มีคนเยอะๆ ตามตลาดนัดหน้าห้างสรรพสินค้า เริ่มจากคาร์ฟูร์รัชดา โดยใช้วิธีไปขอที่เจ้าของแผงเดิมขาย แล้วแลกเปลี่ยนด้วยการช่วยเขาขายของไปด้วย ทำให้ไม่ต้องเสียค่าที่ และก็ขายสินค้าเราไปได้ด้วย"

เพราะพื้นที่ขายจำกัด น้องไพเลยเลือกหาอุปกรณ์เสริมอย่างไม้แขวนผ้าในบ้าน ที่มีที่แขวนหลายๆ อันในชิ้นเดียว นำมาแขวนตุ๊กตา แล้วผูกติดกับคอไว้ ตุ๊กตามากมายเลยอวดโฉมให้ลูกค้าเห็นเต็มตัวคนเล็กๆ ประหยัดเวลาพรีเซนท์สินค้าไปได้มาก

จากทำเลที่ใกล้ทั้งแหล่งทำงาน บ้านพัก และสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้ลูกค้าที่วนเวียนแวะชมสินค้าของน้องไพ มีทั้งกลุ่มวัยรุ่น แม่บ้าน สาวทำงาน ไล่ไปจนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น

น้องไพบอกว่า ขายของลูกค้ากลุ่มนี้ต้องเตรียมใจรับการต่อมหาโหด แต่ยังถือเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่น่าสนใจในย่านนี้

สำเพ็ง-วัดสน-พาหุรัด-เตาปูน ศูนย์รวมวัตถุดิบอินเทรนด์ถึงจะเป็นแค่ธุรกิจงานอดิเรก แต่การบริหารต้นทุนการผลิตผู้ประกอบการ "มือใหม่" ห้ามมองข้าม

เพราะการ "เข้าถึง" แหล่งวัตถุดิบ "แท้จริง" เป็นอีกเดิมพันว่า โอกาสจะเปลี่ยนจากสิ่งที่รักเป็น "ธุรกิจ" มีมากแค่ไหน

ผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง "ศรีฟ้า โพธิวิเชียร" เจ้าของเครื่องประดับลูกปัด Fancy BKK บอกว่า คิดอะไรไม่ออกให้เดินไปที่ "สำเพ็ง" เพราะที่นั่นจะมีของแทบทุกอย่างให้เลือกซื้อในราคาถูก

"เราเริ่มต้นจากสำเพ็ง เพราะที่นี่มีทุกอย่าง เรียกว่าเป็นที่เริ่มต้นธุรกิจได้ดีมาก อยากได้อะไรล่ะ ผ้า กระดุม ซิป เครื่องประดับ ลูกปัด อะไรก็มีหมด เรียกว่า ขนาดแก้ผ้าเข้าไปแล้วกลับมาคุณก็ได้ทุกอย่างครบ"

นอกจากสำเพ็งจะเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศให้กับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจโดยเฉพาะงานแฟชั่นแล้ว ที่นี่ยังมีการหมุนเวียนเข้าออกของขาช้อปที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

นั่นทำให้ Fancy BKK ตัดสินใจเปิดหน้าร้านของตัวเองที่นี่ ขยายฐานลูกค้าไปอีกทางด้วย

ส่วนแหล่งผ้ายืด "พลากร จิรโสภณ" เจ้าของงานอดิเรกจับตุ๊กตาหมีแต่งตัว จนกลายเป็นแบรนด์ "Four Bears" บอกว่าวัตถุดิบสำคัญ สำหรับเสื้อผ้าตุ๊กตาหมี ต้องที่ "วัดสน" แถวสุขสวัสดิ์ โดยจะซื้อแบบยกพับเพื่อราคาที่ถูกกว่า ขณะที่ผ้ายีนส์ ไม่มีแหล่งตายตัว เพราะสามารถซื้อจากที่ไหนก็ได้ ไม่แตกต่างกัน

ใครที่สนใจธุรกิจเสื้อผ้า น้องเดี่ยว "ปรัชญา จันทร์เชียร" เจ้าของร้านเสื้อผ้าดีไซน์เองที่สวนจตุจักร แนะแหล่งคุ้นหูอย่าง "พาหุรัด" และ "เตาปูน" พวกเขาบอกว่า ที่นี่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ในราคาไม่สูงนัก ถือเป็นแหล่งเสื้อผ้าที่น่าสนใจ ใกล้ๆ ตัว หาซื้อได้ง่ายสะดวก ทั้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์ในการทำพร้อมเพรียง

จีราวัฒน์ คงแก้ว





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

BizWeek

ไฮไลท์ ประจำสัปดาห์ มาแล้ววว !!

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]