• BizBlog
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : bizweek@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 50
  • จำนวนผู้ชม : 104867
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
Bizweek คู่คิด...คนคิดรวย
กรุงเทพธุรกิจ Bizweek คือหนังสือพิมพ์ธุรกิจรายสัปดาห์ ในเครือของเนชั่น มัลดิมีเดีย กรุ๊ป มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสารเชิงธุรกิจ การลงทุน เศรษฐกิจ ไอที และการตลาด (วันนี้เรามีบลอกแล้ว...เย้!)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/bizblog
วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2550
Posted by BizBlog , ผู้อ่าน : 6689 , 11:18:08 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ครูดนตรี อาชีพอิสระ ทำเงินงาม... สอนพิเศษทั่วไปคลาสลิก 1-2 พันบาท สอนในสถาบันมีชื่อ 2 วัน รายได้แตะหมื่นบาท ไม่นับ "จ๊อบ" อีเวนท์ที่รับได้ตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงพีคสุดๆ งานเทศกาล วันเดียวทำเงินเกือบหมื่นบาท

หากเป็นคลาสรายได้ 1-2 พันบาทต่อคลาส และสามารถสอนได้ไม่จำกัด หรือจะรับสอนอิสระ นอกเวลาสอนก็สามารถสานฝันเป็นนักดนตรี "อาชีพ" ในผับมีค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1 พันบาทต่อครั้งๆ ละ 2 ชั่วโมง

พร้อมๆ กับรับเล่นดนตรีในงานอีเวนท์ต่างๆ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลเป็นเวลาทอง อย่างวันปีใหม่มีรายได้นับหมื่นบาททีเดียว

เรียกว่าถ้าบริหารให้ดีๆ ก็จะรวยเอาได้ง่ายๆ

ที่สำคัญ อาชีพ "ครูดนตรี" ยัง "ขาดตลาด" อยู่มาก

"บุปผวรรณ ธีระวรรณวิไล" Music Director สถาบันจินตการดนตรี กระซิบบอกรายได้งามๆ ของ ครูสอนดนตรีให้เราฟังว่า สอน 2 วัน ประมาณ 7 ชั่วโมง มีค่าจ้างอยู่ถึง 10,000 บาท สำหรับการเป็นครูพาร์ทไทม์

คนในแวดวงอย่างบุปผวรรณบอกเราว่า เหตุผลหนึ่งคือ สถาบันการศึกษายังมีน้อย จึงผลิตบุคลากรด้านนี้ได้น้อย แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ความพิเศษของอาชีพครูสอนดนตรี ที่ไม่ได้มีแค่ "พรสวรรค์" หรือความสามารถทางด้านดนตรีเท่านั้น แต่ต้องสวมวิญญาณครู เป็นนักถ่ายทอดที่ดีได้ด้วย “เด็กที่เรียนดนตรีส่วนมากไม่ชอบอาชีพครูหรอก อยากเป็นนักดนตรีกันทั้งนั้น แต่นักดนตรีมีเยอะอยู่แล้วในอุตสาหกรรมนี้ ในขณะที่ครูมีน้อยมาก เพราะไม่ใช่แค่เล่นดนตรีได้ แต่ต้องถ่ายทอดเป็น เด็กที่จบดนตรีมาจึงไม่ใช่จะสอนได้ทุกคน บางคนเล่นดี แต่ถ่ายทอดไม่ได้ เพราะอาชีพนี้ต้องใช้จิตวิทยาเยอะ คนที่จะมาเป็นครูต้องมีจุดร่วมเดียวกัน คือ อยากช่วยเหลือ อยากถ่ายทอด และมีความตั้งใจจริง ”

เธอย้ำว่า

“ศิลปิน” ของครูสอนดนตรี ที่เธอบอกเราว่า “เงิน” แทบไม่มีความสำคัญอะไรเลยสำหรับพวกเขา ทำให้การควบคุมทำได้ค่อนข้างยาก เรียกว่าถ้าไม่อยากสอนขึ้นมา ก็ไม่มีใครห้ามได้เช่นเดียวกัน

"สรเสกข์ ศรีวิภานนท์" อาจารย์สอนดนตรีเลือดใหม่ คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คือแบบอย่างของคนรักดนตรี ที่ดึงเอาความชอบมาเป็นอาชีพได้อย่างน่าสนใจ นอกจากเป็นอาจารย์ประจำสอนเพื่อนรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยแล้ว เขายังรับเล่นดนตรีในผับ และรับแสดงในงานอีเวนท์ต่างๆ อีกด้วย และหากมีเวลาก็รับสอนพิเศษเด็กๆ ความสุขของการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สอดคล้องกับเม็ดเงินที่จะใช้ดำรงชีพได้อย่างสบาย % ด้วยซ้ำไป เพราะคณะนี้เรียนยากมาก เนื่องจากต้องทั้งเรียน ฝึกซ้อม และออกไปเล่นดนตรี อย่างคณะอื่นเวลาเขากลับบ้าน ท่องหนังสือก็จบ มีเวลาว่างไปดูหนังได้อีก แต่ของเราเช้าต้องเรียน ตกเย็นก็ซ้อม ซึ่งถ้าจะให้เก่งต้องซ้อมไม่ต่ำกว่าวันละ 4-5 ชั่วโมง ก่อนนอนก็ต้องทบทวนในสิ่งที่เรียนมาอีก บางวันพอเรียนเสร็จ ซ้อมได้นิดหน่อย ก็ต้องออกไปเล่นดนตรี หรือไปดูคนที่เก่งกว่าเขาเล่น เรียกว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ตลอดชีวิตของคุณเลย"

สมัยเรียน สรเสกข์ก็เป็นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่มีฝันอยากเป็น "นักดนตรี" ไม่ใช่ครูผู้สอน เขายอมรับตรงๆ ว่า ภาพครูสอนดนตรีมันแสนเชย และดูไม่เท่เอาเสียเลยสำหรับเด็ก ขณะที่ศิลปินนักร้องคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้หลายคนอยากเข้ามาศึกษาด้านนี้ แต่ด้วยความที่เป็นนักกิจกรรมตัวยง ทำงานให้มหาวิทยาลัยมาตลอด ซ้ำยังมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้เมื่อเรียนจบ (รุ่นแรกของคณะ) ถูกทาบทามจากอาจารย์ให้มาสอนรุ่นน้อง

"ภาพของครูสอนดนตรีบ้านเราเริ่มเปลี่ยนไป เพราะมีเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเป็นครูมากขึ้น อย่างที่มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนโยบายที่อยากให้นักศึกษามาเป็นอาจารย์สอนเพิ่มขึ้น เพื่อให้รุ่นน้องที่เข้ามาเรียน รู้ว่าคณะนี้ไม่ได้ตัน สามารถทำอะไรต่อไปได้บ้าง และคณะเองก็อยากให้อาจารย์กับเด็กเติบโตไปด้วยกัน

ข้อดีคือผู้สอนค่อนข้างเข้าใจเด็ก เพราะวัยใกล้เคียงกับเขา และสามารถอธิบายได้ดีกว่า อย่างผมเพิ่งเล่นได้มาหมาดๆ เพิ่งเจอปัญหาแบบนั้นมา ก็จะสามารถอธิบายรุ่นน้องได้ ว่าปัญหาที่น้องเจอพี่ก็เจอมาแล้ว มันใกล้ชิดกันมากกว่า"

ครูดนตรีบอกเราว่า เด็กที่มาเรียนด้านนี้เข้ามาใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมาเรียนใจเหลือแค่ครึ่งเดียว ขาดความทุ่มเท บางคนคิดว่าไม่รู้จะทำอะไรเลยเรียนดนตรีดีกว่า เพราะพอเล่นดนตรีได้ แต่เมื่อมาเรียนจริงๆ มันไม่ง่ายอย่างนั้น

"เด็กที่มาเรียนใน 100 คน จบจริงๆ ไม่เกิน 60 คน และที่จริงจังอาจมีไม่ถึง 20

กว่าจะฝ่าด่านจนเรียนจบ ต้องมาทดสอบสวมวิญญาณความเป็นครูอีกขั้น และยังไม่สามารถทิ้งการซ้อมได้เลย

"ผมหยุดซ้อมไม่ได้ หยุดซ้อมเมื่อไรความเป็นนักดนตรีจะหายไปทันที ก็เหมือนกับสร้างปราสาท สร้างกำแพงเมืองจีนนั่นแหล่ะ ถ้าไม่ขยันซ้อม ขยันสร้าง มันก็จะพังทลายลงไปเรื่อยๆ ความเป็นนักดนตรีของผมก็จะไม่มีเหลือ"

นอกจากซ้อมหนัก ก็ยังต้องมาทำแผนการสอน และขยันหาข้อบกพร่องของตัวเองเพื่อปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

"ครูสอนดนตรีมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สอนแบบโรงเรียนดนตรีทั่วไป ที่สอนได้ตามใจผู้สอน แต่ต้องมีแผนการสอน ต้องร่างแผนมาก่อน ว่าใน 1 ปี เด็กต้องได้อะไร ต้องผ่านเกณฑ์อะไรบ้าง เขาต้องสอบอะไร จึงจะผ่านมาตรฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งปีแรกผมยังไม่มีแผนการสอนเลย มันสะเปะสะปะไปหมด แต่ก็ต้องปรับตัวเองมาเรื่อยๆ

ที่สำคัญครูที่ดีต้องไม่โทษเด็ก เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องกลับมาดูตัวเอง ว่าเราสอนบกพร่องตรงไหน ผมมองว่าครูที่ดีต้องทำให้ "คนโง่" ฉลาดขึ้นมาได้ ถ้าวันหนึ่งเด็กเก่งขึ้นมา ครูคนนั้นจะเยี่ยมยอดมากๆ"

ขณะที่ "อารมณ์ศิลปิน" ก็สร้างปัญหาให้กับวิชาชีพของเขา เขาบอกเราว่า ความเป็นศิลปินมักสวนทางกับความเป็นระเบียบเสมอ ถ้ามีระเบียบมาก ดนตรีก็จะไม่มีเสน่ห์ แต่คนที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบเวลาเล่นดนตรีจะมีคนชอบ มีเสน่ห์มากกว่า แต่ข้อเสียคือความไม่มีระเบียบวินัย เช่นจะให้ตื่นเวลานี้เพื่อไปทำงานก็ไม่ทำ ทำไม่ได้ ไม่อยากถูกควบคุม ซึ่งอาจทำให้เสียงานได้ จึงอยู่ที่การปรับตัวของนักดนตรีด้วย ว่าจะรับภาระความรับผิดชอบที่มีได้มากน้อยแค่ไหน

ถ้ารับทุกอย่างที่พูดมาได้หมด อาชีพนี้น่าสนใจไม่น้อยเลย

แต่ข้อเสียก็มาก เขายอมรับว่างานนี้ไม่มั่นคง ไม่เหมือนพนักงานออฟฟิศที่จะมีเงินเดือนที่แน่นอน สิ้นเดือนก็รับทรัพย์ แต่กับพวกเขาเล่นดนตรีในผับไซน์คอนแทคอย่างมากก็ 6 เดือน-1 ปี เท่านั้น แต่หลังจากนั้นการันตีไม่ได้ว่าจะมีงานอีก และในปีหนึ่งๆ จะมีวันเทศกาลอย่างปีใหม่สักกี่ครั้ง

ทั้งหมดคือจุดอ่อนสำคัญ แต่ถ้ายอมรับได้ และปรับตัวทัน ความเป็น "ศิลปิน" ก็ผันเป็น "เม็ดเงิน" สร้างรายได้งามๆ ให้พรสวรรค์ที่มีได้อย่างแน่นอน

แม้โอกาสของงานสอนเริ่มเปิดทาง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าทุกคนที่มาเรียนจะเป็นอาจารย์ได้ทุกคน
“นักดนตรีทุกคนมีพรสวรรค์ แต่สิ่งสำคัญคือกระบวนการสื่อสารเท่านั้นเอง”อีกเหตุผลสำคัญ คือการเป็น

สิ่งที่บ้านเราขาดคือ ผู้เชี่ยวชาญในการสอน ไม่ใช่ขาดนักดนตรี

ที่สำคัญ "ครูสอนดนตรี" ยังเป็นอาชีพที่ "ขาดตลาด"

รู้อย่างนี้แล้วอย่ามองข้ามอาชีพสุดทำเงิน

ว่ากันว่าถ้าตั้งคำถาม ถามเด็กวัยรุ่นถึงอาชีพในฝัน คำตอบลำดับต้นๆ มีชื่อของ "ศิลปิน" ปักธงมาแต่ไกล แต่เมื่อให้เลือกประกอบอาชีพจริงๆ ความฝันและความจริงก็ถอยห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะ "อารมณ์ศิลปิน" มักสวนทาง "จิตวิญญาณธุรกิจ" โอกาสทำเงินเลยห่างไกลอาชีพนี้ไปหลายก้าว

หากความจริงแล้ว "พรสวรรค์" ที่มีพร้อม "พรแสวง" ของนักดนตรี สามารถสร้างเม็ดเงินให้อย่างมากมาย

อาชีพหนึ่งที่หลายๆ คนมองข้าม แต่ทำเงินได้อย่างน่าสนใจก็คือ "ครูสอนดนตรี"





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BizBlog วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bizblog
 พบกับเราได้ทุกวันศุกร์ทุกแผงหนังสือ www.BangkokBizweek.com  

ขอบคุณกับ 1 โหวตของคุณ nookker

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nookker วันที่ : 02/07/2007 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nookker-newz

ชอบดนตรีอ่ะ แต่เป็นได้แค่ดีเจ โหวตให้คับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

BizWeek

ไฮไลท์ ประจำสัปดาห์ มาแล้ววว !!

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]