• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8025303
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันจันทร์ ที่ 22 มกราคม 2550
Posted by กาแฟดำ , ผู้อ่าน : 696 , 08:52:59 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      ศตวรรษของจีน" หรือ The Chinese Century คือพาดหัวของบทความพิเศษในนิตยสารไทม์ สะท้อนถึงแนวคิดตะวันตกที่ทั้งกลัวทั้งชื่นชมภาพของจีน ที่กำลังกลายเป็นมหาอำนาจทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองของโลก

           มองจากมุมของผู้นำจีนปัจจุบันประเทศอื่นๆ ในโลกโดยเฉพาะโลกตะวันตกที่มีอเมริกาเป็นแกนนำและสหภาพยุโรปไม่มีอะไรต้องกลัวจีน ขอเพียงแต่อย่าได้มีนโยบาย "สกัดกั้น" (contain) จีนอย่างที่เคยมีระหว่างสงครามเย็นเท่านั้นเป็นพอ

           จีนตอกย้ำเสมอว่าการเติบใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจของจีนนั้นเป็นการ "เติบใหญ่อย่างสันติ" หรือ "peaceful rise" ซึ่งแปลว่าปักกิ่งจะไม่ทำตัวเป็นที่คุกคามประเทศใดแม้จะมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และมีอัตราเติบโตที่คึกคักก็ตาม

          นักวิเคราะห์มะกันตั้งประเด็นว่าเมื่อจีนกลายเป็น "มังกรยักษ์" ทางด้านเศรษฐกิจและตั้งเป้าว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจ (ไม่ว่าจีนเองจะยอมรับว่ามีความใฝ่ฝันเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม) จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับอเมริกา ที่ถือว่าความเป็นพระเอกของตนนั้นไม่มีใครมาท้าทายได้หรือไม่?

          จุดแข็งของจีนมีมากมายหลายด้าน แต่แง่ลบของจีนก็มีไม่น้อยเช่นกัน

           ด้านบวกของจีน คือ การมีประชากรมากถึง 1,300 ล้านหรือร้อยละ 20 ของประชากรโลก อัตราโตทางเศรษฐกิจปีละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 และกำลังผลิตคนเก่งๆ ในเกือบทุกด้านที่พร้อมจะแข่งขันกับทุกประเทศในโลก มีความชัดเจนในนโยบายและทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้า

          ด้านลบของจีนก็มีไม่น้อย...ในภาพรวมแล้ว จีนยังเป็นประเทศที่ยากจน (ปีที่แล้ว ผลผลิตมวลรวมหรือ GDP ต่อหัวอยู่ที่ 1,700 เหรียญขณะที่ของสหรัฐอยู่ที่ 42,000 เหรียญหรือเกือบ 25 เท่า)

          ตลาดแรงงานของจีนมีปัญหาลึกๆ อยู่ไม่น้อยเพราะคนต้องการหางานทำมีสูงกว่างานตำแหน่งใหม่ๆ แต่ละปีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

          ระบบสวัสดิการสังคมโดยเฉพาะบำเหน็จบำนาญของจีนเกือบจะไม่มีเลย ทำให้กลายเป็นสังคมที่หนักหน่วงต่อไปข้างหน้า และจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาการเมืองหากผู้นำไม่สร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ทางสังคมให้กับประชาชนของตน

          ปัญหาที่ร้ายแรงอีกเรื่องหนึ่งของจีนคือมลพิษทั้งทางด้านอากาศและน้ำ ซึ่งเป็นเรื่อง "ฝันร้าย" ที่ผู้นำจีนเองก็ยอมรับว่าหนักหนาสากรรจ์เหลือเกิน

          อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาหนักอึ้งคือคอร์รัปชันที่มีอยู่ในเกือบทุกระดับของสังคมจีนวันนี้

         แม้จะไม่เป็นข่าวใหญ่ในสื่อที่รัฐบาลคุมอย่างเคร่งครัด แต่คนงานในต่างจังหวัดที่เดือดร้อนเพราะปัญหาสังคมและการโกงกินของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีการประท้วงและบ่อยครั้งก็ปะทะกับตำรวจและเจ้าหน้าที่...ว่ากันว่าการต่อต้านลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นพัน ๆ กรณี แต่มีเพียงบางเรื่องเท่านั้นที่เป็นข่าวในสื่อของรัฐ

        แน่นอน ปัญหาที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องคอร์รัปชันและปัญหาสังคมก็คือการกำกับควบคุมการไหลเทของข่าวสารที่ยังเข้มงวดอยู่ และหากเสรีภาพของสื่อเมืองจีนยังไม่กระเตื้องขึ้นก็ย่อมจะแปลว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนจะยังไม่อาจจะปรับปรุงขึ้นได้ และหากสื่อไม่เสรี ระดับของการฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะยิ่งหนักหน่วงขึ้น

          นิตยสารไทม์อ้างการสำรวจของสองสถาบันวิชาการที่อเมริกาที่บอกว่าคนจีนร้อยละ 87 อยากจะเห็นประเทศของตนเองมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น

         การสำรวจที่จัดทำโดย Chicago Council on Global Affairs กับ Asia Society ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอเมริกาครั้งนี้พบด้วยว่าคนจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าอิทธิพลของจีนจะสามารถเทียบทันกับของสหรัฐภายใน 10 ปีข้างหน้านี้

          เพราะนโยบายของจีนที่ "ไม่ก้าวก่าย" เรื่องภายในของประเทศอื่น (ไม่เหมือนมะกัน ที่ต้องให้ทุกประเทศอื่นเดินตามแนวทางประชาธิปไตยแบบตะวันตกของตัวเอง) ทำให้นโยบายการแสวงหามิตรเพื่อได้มิตรและความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้นประสบความสำเร็จมากกว่าสหรัฐ

         นี่คือทิศทางของปักกิ่งที่วอชิงตันทั้งกลัวทั้งเกรง

        บทความของไทม์ยอมรับว่าประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ได้แสดงความสามารถพิเศษ...ด้วยการเล่นบทบาทเสริมฐานะและผลประโยชน์ของจีนในต่างประเทศได้ขณะที่ยังมีปัญหาสารพัดในบ้าน

         หูจิ่นเทา สร้างมิตรในอเมริกาใต้ แอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียอย่างคล่องแคล่วและไร้อุปสรรคขณะที่ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐเผชิญกับปัญหาลุ่มๆ ดอนๆ

         บทบาทของจีนได้ค่อยๆ ปรับตัวมาอย่างนุ่มนวล และวิถีทางการทูตก็ลดความ "โฉ่งฉ่าง" ลงอย่างเห็นได้ชัด ภาษาร้อนแรงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เคย "ฟันธง" ไม่ยอมเสวนากับตะวันตกในหลายๆ เรื่องก็เริ่มจะนุ่มนวลลง แม้ว่าเป้าหมายหลักจะไม่ได้เปลี่ยนก็ตาม

         ลีลาท่าทีของจีนที่สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอเมริกา และพร้อมที่จะเล่นเกมสากลในทุกเวทีโลกอีกทั้งยังมีลูกเล่นแพรวพราวและนุ่มนวลกว่ามะกันคือสิ่งที่ท้าทายดุลถ่วงอำนาจของโลกอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอยู่ในขณะนี้

        (ติดตาม "ชีพจรโลก" 4 ทุ่มคืนนี้ทางช่อง 9 อสมท สัมภาษณ์คุณธนากร เสรีบุรี แห่งกลุ่มซีพี...ว่าด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปีในการทำธุรกิจที่เซี่ยงไฮ้...สะท้อนถึง "ศตวรรษแห่งจีน" อีกแง่มุมหนึ่ง...อย่าลืมติดตาม)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NatsCracker วันที่ : 24/01/2007 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natscracker

Then look back to ourself , so sad that we keep consuming our resources...but never get real long life growth in return.


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนรักชาติ ( guest ! ) วันที่ : 24/01/2007 เวลา : 14.39 น.

ยอมรับว่าชีพจรโลกให้อะไรได้มากกว่าข่าวจริงๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 22/01/2007 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist

ติดตามชีพจรโลกทุกวันความรู้รอบทิศดีเยี่ยมครับ พัฒนาความรู้ส่งเสริมความคิดของแง่มุมหลากหลายเป็นความรู้ที่ได้จากจอทีวียุคใหม่ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All