• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8024809
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันศุกร์ ที่ 26 มกราคม 2550
Posted by กาแฟดำ , ผู้อ่าน : 899 , 09:05:42 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

            รัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศมาตลอดว่าเรื่องเทมาเส็ก กับชินคอร์ปนั้นเป็นเรื่องของเอกชน รัฐบาลไม่เกี่ยว...

            ดังนั้น เมื่อผู้นำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.ของไทยพูดดังๆ ว่า สงสัยว่าจะมีการดักฟังผ่านระบบสื่อสารไปถึงสิงคโปร์ ไฉนกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์จึงต้องเดือดร้อนถึงขั้นออกแถลงการณ์แก้เกี้ยวแทน "เอกชน" ของเขา?

            ฟังดูไม่เพียงแต่ประหลาดเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยความไม่จริงใจของเพื่อนบ้านที่เล่นเกมการเมืองเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของตนโดยไม่สนใจว่า "ความห่วงใย" ของไทยในกรณีทักษิณ และชินคอร์ป ที่ไปเกี่ยวโยงกับเทมาเส็ก นั้น เป็นเช่นไร

          อาการ "กินปูนร้อนท้อง" ของสิงคโปร์มีปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนแล้ว เมื่อกระทรวงต่างประเทศของเขาออกแถลงการณ์เป็นตุเป็นตะว่า เขาไม่ได้แอบฟังสัญญาณการสนทนาจากประเทศไทย เพราะเขาเป็น "มืออาชีพ"

          พร้อมกับบอกเป็นภาษาทางการว่า "We do not know what Gen Sonthi's remarks meant. Domestic calls within Thailand are not routed through Singapore. It does not make business or technical sense to route domestic calls via another country. Doing so will incur additional and unnecessary network resources, including costly international bandwidth, and degrade the quality of service..."

            แปลได้ความว่า หากมองจากด้านธุรกิจหรือเทคนิค การให้ระบบสื่อสารในประเทศ (ไทย) เชื่อมโยงผ่านต่างประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของการคุ้มค่าการลงทุน "ดังนั้น เราจึงไม่เข้าใจว่าคำพูดของพลเอกสนธิ มีความหมายว่าอย่างไร?"

            นักเลงปากซอยเขาบอกว่าอย่างนี้เรียกว่า "เพื่อนแกล้งโง่" หรือไม่ก็เข้าทำนอง "ไปไหนมา สามวาสองศอก"

          ทำไมเทมาเส็ก ไม่เคยออกมาอธิบายจุดยืนของตัวเองในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประเด็นร้อนๆ  เกี่ยวกับการซื้อหุ้นของชินคอร์ป จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในเมืองไทย? เทมาเส็ก ไม่รู้หรือว่าที่เขา "ฮุบ" ไปนั้นคือสัมปทานดาวเทียม โทรศัพท์มือถือและสถานีโทรทัศน์ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวโยงกับความมั่นคงของไทยทั้งสิ้น?

          หลายประเทศที่สิงคโปร์ พยายามเข้าไปซื้อธุรกิจด้านโทรคมนาคมก่อนหน้านี้ ก็มีปฏิกิริยาต่อต้านสิงคโปร์ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างกับที่กำลังถูกคนไทยตั้งคำถามอยู่

            แต่สิงคโปร์ ไม่เคยเรียนรู้บทเรียนและไม่สำเหนียกถึงความรู้สึกของเจ้าของประเทศ เพราะเพียงแต่ต้องการ "ซื้อมา ทำกำไร และขายไป" เท่านั้น

            นิตยสาร BusinessWeek เพิ่งจะตีพิมพ์บทความเท้าความให้ฟังว่า เมื่อปี 2543 บริษัทในเครือเทมาเส็กที่ชื่อ Singapore Telecommunications หรือ "Singtel" พยายามจะซื้อ "ไทม์ดอทคอม" ของมาเลเซีย ก็เจอกับการต่อต้านจากอดีตนายกฯ มหาธีร์ โมฮัมหมัด ที่ออกมาพูดจาประชดประชันอย่างมีเนื้อหาใกล้เคียงความจริงว่า

            "ผมเห็นคนมาเลเซียมีความกังวลต่อ Singtel ของสิงคโปร์ กันมาก ผมไม่รู้ว่าทำไม หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขา sing and tell กระมัง?"

            ความหมายก็คือว่าคนมาเลเซีย กลัวว่าสิงคโปร์จะ "ร้องไป เล่าไป" แฝงด้วยความหมายว่าถ้า Singtel เข้ามาเป็นเจ้าของระบบโทรคมนาคมของเขา ก็จะสามารถ "เล่า" อะไรให้ใครต่อใครในสิงคโปร์ได้รับรู้เกี่ยวกับความลับของมาเลเซียกันทั่วหน้า

            แปลว่าเพื่อนบ้านมาเลเซียกลัวว่าสิงคโปร์จะ "ล้วงตับ" เขานั่นเอง

            ต้องไม่ลืมว่าเทมาเส็กและบริษัทในเครือ เคยถูกต่อต้านอย่างหนักมาแล้วเมื่อพยายามจะเข้าไปซื้อระบบโทรคมนาคมของประเทศอื่นอีก เช่น ออพตัส ในออสเตรเลีย โกลเบิล ครอสซิ่ง ในอเมริกา และอินโดแซท ของอินโดนีเซีย

            ถ้าเทมาเส็ก อ้างว่า การลงทุนต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องของธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมืองเลยก็น่าสงสัยว่าทำไมแถลงการณ์ตอบโต้ไทย จึงมาจากกระทรวงต่างประเทศสิงคโปร์ มิใช่จากเทมาเส็ก?

            กระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าของเทมาเส็กทั้งดุ้น ก็ไม่เคยได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับคำถามมากมายของไทยเกี่ยวกับเรื่องความสลับซับซ้อนของการที่เทมาเส็ก เข้าครอบงำกิจการชินคอร์ป จากครอบครัวของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยในขณะนั้น

            ตั้งแต่กรณีเทมาเส็กซื้อหุ้นชินคอร์ป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่เมื่อ 19 กันยายน เป็นต้นมา ไม่มีน้ำเสียงของความเสียใจจากเพื่อนบ้านแห่งนี้เลยจริงๆ

          ฝรั่งบอกว่ามีเพื่อนอย่างนี้ ไม่ต้องมีศัตรูเลยก็ได้

          (ขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านเข้าไปแสดงความเห็นใน blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black ซึ่งจะทั้งบทความ และบทวิเคราะห์ที่เป็นเสียงสดๆ ของผมที่ฟังได้เฉพาะที่ blog แห่งนี้เท่านั้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้านครับ...)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
นักเรียนไทย ( guest ! ) วันที่ : 28/01/2007 เวลา : 11.32 น.

มันน่าตลกเนอะ บริษัทเทมาเส็คคือร่างทรงรัฐบาลสิงคโปร์เวลาคิดจะทำอะไรที่มันคาบลูกคาบดอก ก็ใช้ร่างทรงไปทำ รัฐจะไม่บาดเจ็บมาก อย่างมากก็บริษัทเจ๊ง ส่วนรัฐบาลไทยคือร่างทรงของบริษัทชินวัตร เวลาคิดจะทำอะไรเอาชื่อรัฐออกหน้า บริษัทชินวัตรจะได้ไม่บาดเจ็บมาก ตลกเนอะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มีเพื่อนที่คบไม่ได้ อย่าคบมันเลยดีกว่า ( guest ! ) วันที่ : 27/01/2007 เวลา : 04.05 น.

มีเพื่อนที่อยากได้ของๆคนอื่นมา โดยตนเองไม่ยอมลงแรงเอาแต่ลงทุนก็ไม่น่าคบแล้ว

เพื่อนนิสัยแบบสิงคโปร์นั้นคบไม่ได้ เล่ห์เหลี่ยมกลโกงแพรวพราว

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนรักชาติ ( guest ! ) วันที่ : 27/01/2007 เวลา : 02.01 น.

ผมขอคิดอีกแง่หนึ่งน่ะครับเหตุการณ์ที่สิงคโปร์เข้ามาครอบครองธุรกิจในเมืองไทยผมว่ามีมาตั้งแต่ยุคแรกๆๆๆที่ทักษิณเป็นนายกแล้วล่ะแต่ทุกคนยังไม่ตื่นตัวเท่าที่ควรพอทักษิณขายหุ้นชินคอร์ปและธุรกิจสัมปทานด้านโทรคมมานาคมให้กับสิงคโปร์คนไทยถึงรู้สึกแตกตื่นและวิตกกังวล ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคนไทยควรจะวิตกกังวลหรือหาทางป้องกันเรื่องการเข้ามาครอบครองของกองทุนต่างชาติตั้งนานแล้วถ้าคิดดูให้ดีที่ดินแถวสาธรแถวสีลมและธนาคารอีกหลายๆ แห่งล้วนมีสิงคโปร์ครอบครองทั้งสิ้น ซึ่งพวกธุรกิจเหล่านี้ก็นับได้ว่าเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติไม่น้อยกว่าชินคอร์ป แต่คนไทยส่วนใหญ่แล้วมักจะมองข้ามกันต่อเมื่อจะสูญเสียสิ้นใดใดไปแล้วถึงรู้จักหวงแหน "จะเข้าทำนองเมื่อแกงจะจืดจึงรู้คุณเกลือหรือเปล่าครับ "

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ทาคุ วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aran

สิงคโปร์มองว่าอาเซียนอื่นเป็นเด็กน้อย ตัวเองไปไกลแล้ว อารยะแล้ว ใช้ทุนในการพัฒนาประเทศ ไม่เป็นไร ไม่ใช้สินค้าและบริการสิงคโปร์

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
POP ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 18.04 น.

ผมเห็นด้วยกับ ความคิดเห็นที่ 13 ครับ
แต่ ผมว่าที่คุณสุทธิชัย ต้องการจะสื่อ คือ เรื่อง รัฐบาลของสิงคโปร์ ทำไมต้องออกมาแถลง แทน เทมาเส็กที่เป็นเอกชนล่ะครับ(ถึงรัฐบาลสิงคโปร์จะเป็นก่อตั้งเองก็เถอะครับ) เรื่องนี้เป็นเรื่อง บริษัท เทมาเส็ก นะครับที่โดนกล่าวหา...ไม่ใช่รัฐบาลสิงคโปร์ และอย่างที่คุณสุทธิชัย สื่อไงครับ รัฐบาลสิงคโปร์บอกมาตลอดว่ารัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการดำเนินงานทุกอย่างของ บริษัท เทมาเส็ก นะครับ แต่มาออกตัวแทน ทุกเรื่อง อย่างงี้ ก็เหมือนพยายามรักษาผลประโยชน์ทุกเรื่องแทน บริษัท เทมาเส็ก สิครับ
อย่างงี้มันคล้ายๆว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ กับ เอกชน รึเปล่าครับ อืม...รึว่า บังเอิญ ธุรกิจทุกธุรกิจในสิงคโปร์ รัฐบาลสิงคโปร์ ไม่เป็นผู้ก่อตั้งเอง ไม่ก็ร่วมทุนกับกลุ่มทุนใหญ่ในสิงคโปร์(ซึ่งมีแค่ 3-4 ตระกูล) ทั้งหมด(คนสิงคโปร์ที่เหลือก็เป็นลูกจ้างไงครับ) เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเลยเป็นเรื่องธรรมดาจองสิงคโปร์ จนมองไม่เห็นพิษภัยของเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เลยไม่เข้าใจว่าผิดตรงไหน ที่รัฐบาลสิงคโปร์มาออกตัวแทนเอกชน(บริษัท เทมาเส็ก)ในเรื่องนี้ และอีกหลายๆคราวที่ผ่านมา
รึอีกแง่นึง รัฐบาลสิงคโปร์ก็แค่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนคนสิงคโปร์ทั้งประเทศ เหมือนๆกับรัฐบาลของทุกประเทศในโลก ย้ำนะครับของประชาชนทุกคนของประเทศ ไม่ใช่ บริษัทใดบริษัทหนึ่ง พวกใดพวกหนึ่ง แต่บังเอิญที่สิงคโปร์ ทุกบริษัทเป็นของรัฐกับคนอีกแค่ 3-4 ตระกูลที่เป็นพวกเดียวกันหมด ที่เหลือก็เป็นลูกจ้างในบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นการที่รัฐบาลสิงคโปร์ ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทเหล่านี้ ก็เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศสิงคโปร์ไปด้วย....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ไชโย ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 16.52 น.

สิงคโปร์ เขาต้องออกมาแก้ตัวเพราะ พลเอก สนธิ ชี้ชัดว่าโทรศัพท์ถูกดักฟังจากทางสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการกล่าวหาอย่างไม่มีหลักฐาน อาศัยสร้างกระแสให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยด้านความมั่นคง หากสิงคโปร์นิ่งเฉยโดยไม่ชี้แจง ย่อมไม่ถูกต้องและได้พยายามแจ้งเหตุผลแล้วว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดักฟัง และเป็นการไม่เคารพสิทธิของผู้ใช้โทรศัพท์ และผิดด้านการบริหารงานแบบมืออาชีพ สิงคโปร์จะไปดักฟังโทรศัพท์ด้านการทหารทำไม มันผิดกฏหมายระหว่างประเทศที่เป็นมิตรด้วยกัน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แอนดี้ ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 15.30 น.

จริงๆ แล้วว่ากันตามความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้น วิเคราะห์กันแล้วมีสาเหตุหลักๆ ไม่กี่สาเหตุที่จะแก้ปัญหาลงไปได้ สำหรับเรื่องนี้ แนวทางแก้ไขก็ชัดมาก "เอาสัมปทานคืน" ส่วนวิธีการ ต้องตั้งในความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เป๊บซี่ ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 15.02 น.

จะดักฟังทำง่ายมาก แค่ส่งคนมาต่อสายเข้ากับเครื่องอัดแล้วก็ส่งเทปกลับประเทศ ไม่เห็นต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไรเลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
X-MEN ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 13.09 น.

ยึดคืนสัมปทานให้หมดทั้งดาวเทียม,มือถือ,TV แล้วค่อยเปิดประมูลสัมปทานเหล่านี้ใหม่ หากเทมาเสกอยากได้อีกก็เชิญ แต่หากได้ไปค่อยยึดคืนทีหลัง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Capitalism ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 12.49 น.

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_mobile_network_operators

ตามลิงค์เป็นรายการลงทุนของโอเปอร์เรเตอร์ต่างๆ ทั่วโลก จะเห็นว่าโอเปอเรเตอร์ไปลงทุน cross border เยอะแยะ
ทำไมถึงเรื่องวุ่นๆ มันถึงเกิดที่ไทยที่เดียวครับ
(ไม่นับว่าเรามีผู้นำทหารที่พูดก่อนคิดนะ)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witphoto
APICHART AMMUAY Photographer Journalist


เพื่อนแบบนี้ไม่มีจะดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
5678 ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 12.24 น.

เพื่อนคนนี้เค้าหวังตังในกระเป๋าเรา....
เจ้าของกระเป๋าจะเป็นยังไงก็ชั่ง ...
ตังยังอุ่นอยู่ดีเป็นใช้ได้ ไม่ตายก็จะหาทางล้วงต่อไป

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
feng_shui วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


S'pore เค๊ามองผลประโยชน์สส่วนตนมาก่อนความเป็นเพื่อนก็สมแล้วที่เค๊าคบกับพี่แม้วเรา.....รอvoice blog วันนี้ของKhun กาแฟดำอยู่นะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
naive วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

Their country is so small and no other natural resources.. Trading is the only thing they can do. And from all time history of economy the middle man is always think of only profit!.. It's the country who have resources that must to protect ourself from this grasshopper.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
1/65ล้าน ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 11.25 น.

เราคิดไปเองหรือเปล่า..ว่า...เราเป็นเพื่อนกัน
คนไทยเรามักจะสำคัญไปว่า เมื่อเราเรียนหนังสือในโรงเรียนเราก็จะมีเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนโรงเรียนเดียวกัน ...อยู่หมู่บ้านเดียวกันเราก็จะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนบ้าน เวลามีปัญหามาให้เราช่วยเหลือเราก็จะยินดีที่จะช่วยอย่างเต็มที่ เรารับน้ำประปาลงแท้งน้ำก่อนที่จะสูบจ่ายใช้ในบ้านแต่คนที่เราคิดว่าเขาเป็นเพื่อนบ้านสูบน้ำประปาตรงจากท่อ..เรา..ควรเรียกเขาว่า..เพื่อนบ้าน..หรือ..คนที่อยู่ไกล้บ้านดีล่ะ
สิงคโปร์ เขาคิดว่า...ทักษิณ เป็น...เพื่อน แต่ ประเทศไทยนั้นเป็น...คนที่อยู่ไกล้กัน
สิงคโปร์กำลังสูบผลประโยชน์โดยตรงจากท่อที่ผ่านมาที่หน้าบ้านมัน โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่ไกล้บ้านมันนั้นจะเดือดร้อนเช่นไร
สิงคโปร์มันมีกำลังดูดผลประโยชน์เข้าประเทศในทุกวิถี
...เราควรเรียกมันว่าเพื่อนบ้าน..หรือ..ไอ้คนที่อยู่ไกล้บ้านดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NOZ ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 11.10 น.
www.dcorate.com

เห็นด้วยกับบทความครับ
แต่ก็พยายามเข้าใจว่า ทุกคนพยายามทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
เพียงแต่ทางสิงคโปร์ ค่อนข้างจะล้ำเส้นมากไปหน่อย

www.dcorate.com

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คอกาแฟ(ขาจรที่อยากเป็นขาประจำ) ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 10.19 น.

ผมมีความรู้สึกว่า สิงคโปร์ไม่ได้เห็นความสำคัญของประเทศไทยเลย เปรียบเหมือนเพื่อนที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเพื่อนเลย ทำหรือพูดอะไรโดยไม่เคยรู้สึกเกรงใจหรือระวังความรู้สึกกันก็แย่ระดับหนึ่งแล้ว แต่นี่ทำแล้วเพื่อนบอกให้รู้แล้วว่ารู้สึกอย่างไร นอกจากจะไม่ขอโทษนะเราไม่ได้ตั้งใจซึ่งเป็นคำขอโทษที่ง่ายๆโดยไม่ต้องคิดหาข้อแก้ตัวแล้วยังทำเหมือนว่าฉันทำได้ ฉันมีสิทธิทำ
กับสิงคโปร์ที่มีประชากรแค่ 3-4 ล้านคน ถ้าไม่ต้องคบกันก็ไม่เห็นน่าจะเป็นอะไรเลย กับเพื่อนที่เห็นแก่ตัว รู้แต่รักษาผลประโยชน์ของตนโดยไม่สนใจว่าจะกระทบต่อผลประโยชน์ของเพื่อนหรือเปล่า (คบได้ไง) ผมว่าเราน่าจะตัดช่องทางหากินของเพื่อนแบบนี้บ้าง เช่นขุดคอคอดกระ ให้เรือเดินสมุทรลดปริมาณการใช้ท่าเรือสิงคโปร์ ดูแลไม่ให้สิงคโปร์ใช้พื้นที่ในไทยเพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการทหาร ไม่ให้สิงคโปร์ที่หากินเป็นอยู่อย่างเดียวคือเป็นพ่อค้าคนกลางหาผลประโยชน์จากการได้คอมมิชชั่นจากคนไทยหรือบริษัทในประเทศไทยดีมั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รัก ( guest ! ) วันที่ : 26/01/2007 เวลา : 10.12 น.

ทีประเทศอื่นเค้ายังไม่ขายให้เพราะเค้ารู้ว่าจะทำให้ประเทศเสียหาย..แต่ทักษิณทำได้คิดเอาแล้วกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All