• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8024104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1017 , 08:51:52 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           ถ้าใครบอกคุณว่าปัญหา "ภาวะโลกร้อน" หรือ ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างร้อนแรงทั่วโลกขณะนี้เป็นเรื่องของคนอื่น คนไทยไม่เกี่ยว คุณก็กำลังจะทำร้ายตัวคุณและลูกหลานของคุณเองในเร็ววันนี้

            คืนนี้ ผมเอาเนื้อหาของหนังสารคดี An Inconvenient Truth (ความจริงที่ไม่มีใครอยากรับรู้) ที่ผลิตและแสดงโดยอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ อัล กอร์ อันโด่งดังและเพิ่งได้รับการเสนอชื่อรางวัลออสการ์ที่จะประกาศวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้มาให้ท่านผู้ชมรายการ "ชีพจรโลก" ทางช่อง 9 อสมท ได้ดูอย่างพิถีพิถันก็เพื่อจะได้เตือนเพื่อนร่วมชาติในประเทศไทยว่า ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวเราอย่างยิ่ง

            ความแปรปรวนของอากาศ ปริมาณฝนที่ตกมากกว่าปกติ แต่ทิ้งช่วงผิดธรรมดา ทำให้เกิดภัยแล้งและอุทกภัยอย่างร้ายแรงกว่าที่เคยประสบมานั้น คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เตือนเราว่านี่คือการคุกคามของ global warming อย่างชัดเจนแล้ว และกำลังจะร้ายแรงมากขึ้นทุกขณะ

          ปีสองปีที่ผ่านมา ภาวะแห้งแล้งผิดธรรมชาติในไทยเกิดขึ้นในกว่า 65 จังหวัด พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายกว่า 10 ล้านไร่...นั่นก็คือจากปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" อันเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน

            ปีที่แล้วน้ำท่วมหนัก ดินถล่มอย่างรุนแรงที่อุตรดิตถ์ แพร่ สุโขทัย ลำปาง และน่าน ก็เพราะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน...นั่นคือปรากฏการณ์ "ลานีญา" ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทันทีกว่า 1 พันล้านบาท...ไม่นับความเสียหายที่จะเกิดต่อเนื่องไปอีก หากเราไม่ทำอะไรที่เป็นมาตรการที่จะป้องกันอย่างได้ผลอย่างจริงจัง

       

             ที่สมุทรปราการ มีตัวอย่างของ global warming ที่มีผลกระทบต่อไทยอย่างชัดเจนแล้ว...ชายฝั่งถูกกัดเซาะอย่างหนักหน่วงเพราะแผ่นดินทรุด น้ำทะเลสูงขึ้น คลื่นลมทะเลแรงขึ้นทุกวัน...ที่นั่น พื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งหายไปแล้วกว่า 11,000 ไร่ ทำให้ชาวบ้านต้องย้ายบ้านถึง 4-5 ครั้ง

            ผู้เชี่ยวชาญไทยที่ติดตามเรื่องนี้บอกว่าถ้าเราไม่ทำอะไรเลย อีก 20 ปีข้างหน้า (คือช่วงที่ลูกหลานเด็กไทยที่เกิดวันนี้เริ่มออกมาทำงานเผชิญกับความเป็นจริงของโลก) หรือเร็วกว่านั้น พื้นที่ชายฝั่งจะถูกกลืนหายไป 10.5 กิโลเมตร

            และถึงวันนั้น ที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ก็จะอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลเพียงแค่ 6 กิโลเมตรเท่านั้น

            นักวิทยาศาสตร์ที่เขาศึกษาเรื่องนี้บอกกับรายการ "ชีพจรโลก" ที่จะออกอากาศคืนนี้ว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนนั้น แสดงออกให้เห็นถึงน้ำค้างแข็งบนยอดดอยทางเหนือของประเทศเช่นดอยอินทนนท์ "น้ำค้างแข็ง" อาจจะดูสวยงาม แต่ความเย็นยะเยือกผิดปกตินั้น สามารถทำให้พืชและสัตว์ตายได้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า เพราะความหนาวเหน็บที่มนุษย์อาจจะไม่สำเหนียกด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์เราเองนี่แหละ

            เมื่อหมีขั้วโลกเหนือต้องว่ายน้ำดิ้นรนหาก้อนน้ำแข็งเพื่อเกาะเกี่ยว เมื่อคนในยุโรป 35,000 คนตาย เพราะอากาศร้อนเกินเหตุเมื่อปี 2003 และเมื่ออุณหภูมิในมหาสมุทรสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพายุรุนแรงขึ้น และเกิดถี่ขึ้น และเมื่อสภาพอากาศเกิดความแปรปรวนจนมนุษย์ไม่สามารถจะอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป

            นั่นคืออันตรายสำหรับมวลมนุษย์ทั้งโลกโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา สีผิวหรือฐานะทางเศรษฐกิจ

            ก่อนที่รายงาน "ช็อกโลก" ขององค์การสหประชาชาติ ที่เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 2,500 คนจาก 130 ประเทศใช้เวลา 6 ปีเพื่อศึกษาและค้นคว้าเพื่อเตือนถึงมหันตภัยของชาวโลกจะออกมาสู่สายตาสาธารณะวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

            ดูบทเจาะลึกเบื้องหลังภาพยนตร์ An Inconvenient Truth ในรายการ "ชีพจรโลก" ตอนสี่ทุ่มทางช่อง 9 อสมท คืนนี้แล้ว ท่านจะรู้ว่าคำว่า "ภาวะโลกร้อน" ไม่ใช่เรื่องที่จะ "ใจเย็น" กันได้อีกต่อไป

            ท่านดูแล้วคิดเห็นอย่างไร เขียนอีเมลตามที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตที่ระบุไว้ข้างบน หรือเข้าไปที่ blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black  นะครับ มีอะไรให้อ่าน ให้ฟัง (ด้วยเสียงผมเองที่ฟังได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น) มากมายเต็มอิ่มทีเดียวครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
May ( guest ! ) วันที่ : 14/02/2007 เวลา : 00.14 น.

สวัสดีค่ะ
ขอขอบคุณทาง the Nation ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น ดิฉันได้ดูหนังเรื่อง the Inconvenient truth ที่โรงหนังใน Sydney ถือว่าที่นั่นตื่นตัวกันมากในเรื่องสภาวะภัยพิบัตินี้เพราะว่าหนังเข้าในโรงหนังของที่นั่น ไม่ใช่ออกมาแค่ DVD อย่างเดียวเหมือนที่เมืองไทย และข้อสังเกตหนึ่งที่เห็นความแตกต่างของสองประเทศนี้คือดิฉันได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเดินขบวน"ขอร้อง" ให้ Howard เซ็นต์สัญญาลดการผลิต CO2 ไปสู่ชั้นบรรยากาศของโลกซึ่งจะมีจัดขึ้นปีละครั้ง และทุกปีที่มีการชุมนุม จำนวนผู้เข้าร่วมจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากจากปีที่ผ่านมา จากข้อสังเกตนี้ดิฉันเห็นว่าการได้รับความรู้และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญญาดังกล่าวของประชาชนประเทศไทยเป็นไปอย่างช้าและไม่ทั่วถึง ขอยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อ2-3 วันที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่ (โดยความเห็นส่วนตัวเห็นว่าผู้ประกอบอาชีพนี้มีความรอบรู้ในหลายๆเรื่องจนน่าทึ่ง) ในเรื่องได้มีการคาดการณ์ว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะหมดไปจากโลกนี้อีกในอีก ~50 ปี คุณเขาก็ตอบกลับมาว่าเป็นไปไม่ได้หรอก โลกเราสามารถผลิตทดแทนได้ อีกหลายพันปีกว่าจะหมด หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะหมดเลย เพราะเขาเข้าใจว่าพลังงานประเภทนี้เป็นแบบ renewable หลังจากได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเราน่าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้ในการสื่อสารให้ทุกคนได้รับรู้มหัตภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ เราควรจะเตือนสติคนไทยได้รับรู้เรื่องนี้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติในวันข้างหน้าและเพื่อลูกหลานของทุกคน
ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลแหล่งหา DVD เรื่อง the Incon.... แล้วก็เป็น Idea ที่ดีมากที่จะส่งต่อหนังเรื่องนี้ให้คนใกล้ชิดดู

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
This is me! ( guest ! ) วันที่ : 31/01/2007 เวลา : 11.09 น.

ติดตามรายการ "ชีพจรโลก" มาตลอด

และอยากให้ "ชีพจรโลกวันนี้" ย้ายเวลามาอยู่ช่วงกลางคืน ตอนเช้าอยากดูมากแต่ไม่สะดวกเลย

แบ่งเวลาคนละครึ่งกับ "ข่าวข้น คนข่าว" ก็ดีนะ

ขอให้กำลังใจสำหรับ รายการดีๆ ที่ nation ทำเพื่อสังคมอย่างมีอุดมการณ์มาตลอด

ไม่จำเป็นว่าต้องมีตำแหน่งหรือมีอำนาจหรือมีเงินแล้วจึงคิดประกาศว่าจะทำเพื่อสังคม ....นั่นไม่แน่ใจว่าจะจริงหรือเปล่า

ประเภทจะทำดี แล้วต้องทำการตลาดประกาศไปทั่ว ... เรียกว่า "ดีเทียม" คงจะเหมาะสมกว่า

"ของเทียม" อย่างไรก็อยู่ได้ไม่นาน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
สัก ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 17.48 น.

โทรไปถามที่บริษัทเขาเลยครับ 026753940-7 http://www.pacificmeg.com/ ซื้อยกโหลไปฝากเพื่อนๆด้วยก็ได้

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
วีรยา ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 12.51 น.

เมื่อวานได้ดูรายการในช่วงท้าย ๆ อยากทราบว่า dvd หรือ vcd เรื่อง An Inconvenient Truth (ความจริงที่ไม่มีใครอยากรับรู้) หาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะ (แบบระบุสถานีที่นิดนึงจะได้มั๊ยคะ) พอดีเป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อม และได้มีโอกาส เข้าร่วมประชุม/สัมมนา เกี่ยวกับ climate chang ในที่ประชุมได้มีโอกาศกล่าวถึงหนังเรื่องนี้ และอาจารย์ที่ปรึกษาก็อยากจะหาสื่อเรื่องนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับน้องนักศึกษาทั้งปริญญาตรีและปริญาโทในภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เลยอยากขอความอนุเคราะห์นะคะเท่าที่จะได้ จะเป็นพระคุณอย่างสูงมาก ๆ เลยคะ
ได้เห็นคุณสุทธิชัยนำเสนอประเด็นในด้านนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ เพราะ สมัยเรียนปริญญาตรี(ก็เรียนด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนเดิมนี่แหละคะ) ก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องที่ไกล อาจเป็นเพราะเรียนแต่ทฤษฏี รวมทั้งไม่เห็นมีสื่ออะไรที่พูดถึงอย่างเด่นชัดในบ้านเรา (ทั้งๆที่ประเทศไทยก็มีอาจารย์ที่ศึกษางานวิจัยด้านนี้มานานหลายปีและต่อเนื่อง) หรืออาจเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิจัยเฉพาะด้านเท่านั้น เลยชอบมากเลยคะพอได้ชมรายการ และตั้งใจรอชมรายการในอาทิตย์หน้าอย่างใจจดใจจ่อเลยคะ (^ o ^)/

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลูกบ้าน ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 11.58 น.

เรื่องของบ้านหลังหนึ่ง ที่ลูกบ้านต่างคนต่างอาศัย คนบางห้องสร้างปัญหา แต่คนที่รับปัญหากับกลายเป็นคนอีกห้องหนึ่ง การขาดซึ่งจิดสำนึก และความรับผิดชอบของคนบางห้องที่มีต่อบ้านหลังนี้ของเรา สิ่งที่เราๆ ทำได้คือ หาวิธีแก้ไขปัญหา ไม่ต้องออกไปประท้วง (เพราะพี่เบิ้มเขาไม่ฟังเสียงเราหรอก เขาฟังเงิน) ไม่ต้องไปแจ้งความหาผู้กระทำผิด ไม่ต้องบ่น เพราะบ่นไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป การลงมือทำต่างหากที่ช่วยเราๆ ได้ นี่คือข้อเสนอบางแง่มุมที่ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย
1) ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ มันเกี่ยวตรงไหนเหรอ ก็ตรงที่ โรงงานไฟฟ้าต้องผลิตไฟฟ้ามาให้แต่ละบ้านใช้ แต่ก่อนที่จะผลิตไฟฟ้ามาได้ คงเข้าใจบ้างแล้วว่ามันต้องใช้อะไรมาผลิตกว่าจะได้ไฟฟ้ามา ปิดไฟช่วยประหยัดเงินท่านและช่วยลดการใช้พลังงาน คุ้มค่าอย่างแรง
2) ใช้รถเดินทางเท่าที่จำเป็น ไม่ได้ห้ามออกบ้านเพราะกฎอัยการศึก แต่ให้วางแผนการเดินทางที่นอกจากจะประหยัดน้ำมัน ลดกาซจากท่อไอเสียที่ไปทำลายบรรยากาศโลก ช่วยชาติไม่ต้องนำเข้าน้ำมันมามากเกินไปแล้ว ยังทำให้ประหยัดเวลา และระยะทางที่ควรใช้ในการทำธุระอีกด้วย สุดคุ้มอีกข้อนี้
3) ปลูกต้นไม้มาสู้กับความวิปริต (ที่จริงจะว่าไปก็คือโลกเขาปรับตัวเขาเอง ข้อหาแรงและไม่ยุติธรรมไปหน่อยข้อนี้) นานมาแล้วโลกเราเขียวขจี จำไว้ให้ขั้นใจ แล้วจะมีสำนึก(บางคนมีอยู่แล้ว)มากขึ้น
4) อย่าเผาหญ้าโดบไม่จำเป็น นอกจากตัวคนเผาจะเหม็น และร้อน คนที่อยู่ละแวกนั้นก็ปวดเศียรเวียนเกล้ากันทั้งนั้น แล้วจะเผาไปทำหยังว่า
5) ใช้ถุงพลาสติกให้คุ้ม ในบางประเทศเขาอนุรักษ์ให้นำถุงพลาสติกกลับมาใช้ ใครซื้อของแล้วไม่นำมาด้วยต้องซื้อ ใช่ครับ ซื้อถุงเพื่อมาใส่ของ จะได้หลาบจำว่าคราวหน้าต้องเตรียมมาใส่จะได้ไม่เสียตังค์ บ้านเรานอกจากจะใช้อย่างฟุ่มเฟือยแล้ว ยังค่อยมีการนำกลับมาใช้ มีแต่เอาไปทิ้ง เออ..ผมทดลองแล้วนะ มันเอาไปใส่ขยะได้อีก ท่องไว้ พลาสติกคือสิ่งประดิษฐ์ สร้างง่าย ทำลายยาก คิดถึงลูกหลานไว้บ้าง ไม่ใช่เหลือแต่พลาสติก และมีรูปใบตองให้ศึกษาแต่ภาพถ่าย
ก็นึกเบื้องต้นได้เท่านี้ที่นำไปใช้ได้จริงๆ ถ้าคนๆ เดียวทำ คงไม่เห็นผลอะไร แต่อย่าได้ดูถูกผลของมันเชียว รวมกันทำ มันก็ดีกว่าไม่ทำอะไร และไม่เห็นผลอะไรเลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
กรรมของมนุษย์ ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 09.31 น.

มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ย่อมเป็นไปตามกรรม มนุษย์ชอบอ้างว่าตนเองเป็นผู้ฉลาดสูงด้วยปัญญา แต่ไม่เคยสำเหนียงว่าการกระทำนั้นเขลากว่าสัตว์เดรัชฉานที่ไม่เคยสร้างความเดือนร้อนให้กับแผ่นดินที่อาศัยอยู่ สมควรแล้วที่รับกรรมที่กระทำไว้กับโลก (โลกมีเกิด มีดับ อนิจจัง) อย่ายึดมั่ถืนมั่น มนุษย์จะต้องพลัดพรากจากทรัพย์สมบัติที่สร้างมา มนุษย์ไม่ได้สร้างโลก แต่มนุษย์อาศัยโลกดำรงชีวิต เป็นแค่ผู้อาคัยถ้าโลกจะทำความสะอาดบ้านตัวเองโดยเอาผู้อาศัยที่สกปรกออกไปก็ไม่แปลก

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
mister_art วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 23.59 น.
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5091329/A5091329.html

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สัก ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 22.46 น.

อย่าว่าแต่เรื่องโลกร้อนเลยครับ ประเด็นเรื่อง CO2 อากาศเป็นพิษ และเรื่องการเผาผลาญน้ำมัน ราชการเราก็ไม่เห็นว่าเป็นภัยอันตรายจริงๆ นโยบายก็ว่าจะลดการใช้น้ำมัน จะลดมลพิษ แต่ทำเฉพาะในแง่ประชาสัมพันธ์ทางการเมือง ไม่ได้ทำจริงๆจังๆ

ผมเคยขอทุนจากหลายหน่วยงานเพื่อทำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบสำหรับขับบนถนน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทวงคมนาคม สภาวิจัย สนง.นวัตกรรม ฯลฯ มีแต่เงื่อนไขที่เหมือนผลักไสมากกว่าจะอุ้มชูฟูมฝัก ให้เอกชนสร้างงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น ไม่ให้ทุนกับหน่วยงานที่เอางานไปหากำไร (มันถึงไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์ที่ออกมายืนในตลาดได้) หรือไม่ก็ต้องยกสิทธิบัตรให้ผู้ให้ทุน หรือต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน ฯลฯ เชื่อไหมว่าถ้าผมผลิตรถพลังงานไฟฟ้าขาย ผมต้องเสียภาษีสรรพสามิตสูงกว่ารถตุ๊กตุ๊ก 2 เท่า มากกว่ารถกระบะดัดแปลง 3 เท่า (ในขณะที่ต่างประเทศผมสามารถขอเครดิตภาษีได้ด้วยซ้ำ)

เลยกลายเป็นว่าถ้าหาทุนจากต่างประเทศน่าจะง่ายกว่า เพราะเขาสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังมาก เพราะมันช่วยลดการใช้น้ำมันเชื่อเพลิง ลดมลพิษในอากาศ ซึ่งลดผลกระทบกับเรื่อง Global warming นี่แหละ

เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จิตสำนึกต่อส่วนรวม กับความเห็นแก่ตัวครับ ว่าจะริเริมเอง หรือรอให้ถูกบังคับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พลังเอก ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 19.39 น.

แค่อ่านก๊รู้สึกว่าน่ากลัวมากแล้ว อยากดูมากๆครับ เคยเห็นมานานแล้ว(ในโณงภาพยนต์เล็กๆอย่างลิโด้ สยาม ) แต่ไม่ได้ดู เสียดายมาก และอยากให้โรงหนังใหญ่ๆนำกลับมาฉายหรือไมก็ถ่ายทอดออกฟรีทีวีเช่น ช่อง 3/5/7/911/ไอทีวีนำมาฉายเพราะว่าน่าจะเป็นการกระตุ้นเตือน ได้อย่างดี ผมว่าเวลานี้ งดฉาย ภาพยนต์สัก 1 ครั้งก็ คุ้มค่าต่อการกระตุ้นจิตสำนึกอย่างมากแล้วครับ
ดังตอนที่ รายการสัญยามหาชน นำอ.อาจอง มาพูดถึงวิกฤติโลกร้อน ก็สามารถสรางจิตสำนึกได้มากแล้ว
เสาร์-อาทิตย์ยิ่งดีเลยครับ ลองปลูกฝังวัฒนธรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมกันใหม่ดีกว่าครับ ทั้งพ่อแม่ลูกเลย น่าจะช่วยโลกเราได้อีกเยอะ..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หนุ่มกระทิงแดง...แรงฤทธิ์ ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 19.33 น.

สรรพสิ่งทุกอย่างภายในโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กันโดยสิ้นเชิง..ไม่ทางตรง...ก็ทางอ้อม...เช่น..มนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน...มนุษย์กับธรรมชาติ....หรือธรรมชาติกับมนุษย์...เพราะฉะนั้น...ภาวะโลกร้อน...จึงเป็นสิ่งที่ตอบแทนอย่างสาสม..ด้วยน้ำมือของมนุษย์เองที่กระทำกับธรรมชาติอย่างไม่มีเยื้อใย...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Woraphan ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 17.01 น.

คุณสุทธิชัยคะ

น่ากลัวมากค่ะ ได้ดู the inconvenient truth แล้วเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วก็สัญญากับตัวเองว่าจะประหยัดทรัพยากรทุกอย่างให้มากกที่ทำอยู่แล้ว ปัจจุบันก็ขี่จักรยานไปทำงานค่ะ (แต่โดนคนขับรถคนอื่นเฉี่ยวประจำ)

อยากให้รัฐบาลทำเลนจักรยานจัง พยายามประหยัดกระดาษ ทิชชู่ น้ำ และไฟฟ้า แต่ที่ทำงานใช้กระดาษเปลืองมากค่ะ เวลาที่เราเห็นคนอื่นใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองเราไปทักก็ไม่ได้นะคะ เพราะเค้าจะว่าเรากลับว่าเรื่องของเค้า ไม่ก็บอกว่าอ้าวก็ของฟรี (ของจริงเลยค่ะ คนในครอบครัวนี่เอง) เราจะมีวิธียังไงถึงจะทำให้คนไทยทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีได้คะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชาวระยองโดยกำเนิด ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 17.00 น.

สวัสดีครับ คุณกาแฟดำ
ก่อนอื่นก็คงต้องบอกเหมือนคนอื่นที่แนะนำตัวนะครับ ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่อ่านบทความของคุณ เรียกได้ว่าถ้าเปิดหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจก็ต้องอ่านบทความของคุณเลยทีเดียว โดยเฉพาะวันนี้(29/01/50)เรื่องราวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะตอนนี้มีประเด็นร้อนที่ทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจติดตามอยู่ เรื่องเกี่ยวกับมลภาวะเป็นพิษในจังหวัดระยองไงครับขอออกตัวนะครับ ผมเนี่ยเป้นคนระยองโดยกำเนิดเกิดและเติบโตที่นี่ รักที่นี่ และตั้งใจว่าจะตายที่นี่(ระยอง) รู้สึกดีใจจริงๆครับที่ทางกรุงเทพธุรกิจได้ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับมลภาวะในจังหวัดระยอง มันเหมือนกับว่ายังมีคน สนใจเหลียวแล ความเป็นความ ความอยู่ ของพวกเราคนระยองอยู่บ้างเพราะที่ผ่านมา สิ่งเลวร้ายต่างๆที่มันเกิดขึ้นๆ แล้วมันก็ผ่านไป แต่วันนี้ที่ผมได้ติดตามอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ได้เห็นการติดตาม เรื่งราว ข่าวคราว เกี่ยวกับมลพิษในจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่อง เลยดีใจ รู้สึกขอบคุณทางหนังสือพิมพ์ติดตาม ตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอด ถึงแม้มันอาจไม่มีอะไรดีขึ้นแต่ผมก็คิดว่า มันเป็นการแสดงความห่วงใยที่คนไทยคนหนึ่ง ห่วงใย คนไทยอีกคนหนึ่งที่กำลังได้รับ ความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบ จากกรรมของ คนเขาที่ผ่านเข้ามา และเขาก็จากไป และผมขอเป็นกำลังใจและ หวังว่าทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจและคุณ กาแฟดำจะติดตาม ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อยางเข้มข้นต่อไปนะครับ แล้วเอาไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกว่า เจ้า นิคมอุตสาหกรรม ที่บางครั้งก็เป็นเหมือนเพื่อนที่แสนดี และ บางทีมันก็ทำตัวเหมือนอันธพาล คอยระรานสร้างความเดือดร้อนให้พวกเราชาวระยองว่ามัน ให้อะไรกับพวกเราบ้าง และมันเอาอะไรไปจากพวกเราชาวระยองบ้าง
ท้ายนี้ก็หวังว่าคุรกาแฟดำจะสละเวลาอ่านเมล์ของผม และขอบคุณจริงนำเรื่องราวความเดือดร้อนของพวกเรามาตีแผ่ กระจายให้สังคมรับรู้ ขอบคุณจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Ansan ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 16.05 น.

ผมคิดว่า เป็นสถานการณ์ที่วิกฤตมากๆ เพราะเหล่ามนุษย์โลกมัวแต่สนใจเรื่องของตนเอง โดยไม่ได้สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกว่าปัญหาจะมาถึงตัว จึงสนใจ ทั้งๆที่ถ้าโลกวิกฤต ชีวิตมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนโลก โดยไม่สามารถไปหาที่อยู่อาศัยที่อื่นได้อีกในจักรวาลนี้ ก็จะวิกฤติไปด้วย
การจะให้ทุกคนร่วมใจกันออกมาเรียกร้องก็คงยาก เพราะคงมีแต่ในหนังเท่านั้น ตราบใดที่ผู้นำของแต่ละประเทศเห็นเรื่อง การแย่งชิงอำนาจเป็นหลักใหญ่ ในการบริหารประเทศ เห็นเรื่องประโยชน์ของตนเอง เป็นเรื่องสำคัญกว่าประชาชน ประชาชนก็คงต้องได้แต่เฝ้ารออย่างมีความหวังแต่ไม่มีทางเป็นไปได้
ดังนั้น สิ่งที่จะดีที่สุดของเราคือ ทำความดี ให้มากๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเกิดมาเป็นมนุษย์อีก ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดกันอีก ไม่ต้องมารับทุกข์ที่เราก่อ และไม่ได้ก่ออีก
ขอให้ทุกคนเร่งสร้างความดี ได้พบพระนิพพาน อันเป็นทางเดียวแห่งการหลุดพ้นจากวัฏฎะใดทั้ง 31 ภพภูมิ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
อ้วน ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 15.30 น.
-

อยากให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนให้มากขึ้นและในวงกว้างขึ้น เคยพูดกับรุ่นน้องเรื่องนี้ แต่คำตอบที่ได้รับคือ ไม่อยากดูหนังเรื่อง the inconvenient truth เพราะดูแล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะช่วยโลกได้อย่างไร แค่แรงเดียวคงไม่มีความหมาย ซ้ำยังเห็นความห่วงของเราเป็นเรื่องน่าขำ อยากให้มีการกระตุ้นการรับรู้เรื่องนี้ให้มาก ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ong ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 14.19 น.

น่ากลัวมากค่ะ ได้ดู the inconvenient truth แล้วเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วก็สัญญากับตัวเองว่าจะประหยัดทรัพยากรทุกอย่างให้มากกที่ทำอยู่แล้ว ปัจจุบันก็ขี่จักรยานไปทำงานค่ะ (แต่โดนคนขับรถคนอื่นเฉี่ยวประจำ) อยากให้รัฐบาลทำเลนจักรยานจัง พยายามประหยัดกระดาษ ทิชชู่ น้ำ และไฟฟ้า แต่ที่ทำงานใช้กระดาษเปลืองมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

จริงๆเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเตือนเรามานาน
ตอนนั้น คำว่า"เรือนกระจก"ที่ในหลวงทรงตรัส..ไม่เคยมีใครใส่ใจและนำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา

คืนนี้จะรอดูด้วยใจจดจ่อครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้ำใส วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

น่าห่วงนะคะ เมื่อมองไปข้างหน้า ยังมองไม่ออกเหมือนกันค่ะว่าจะแก้ได้อย่างไร เพราะเหตุมาจากมวลชนที่หลากหลายและมหาศาล
มันอาจเป็นสิ่งที่จะต้องเกิด โดยที่เราทำได้เพียงชะลอให้ช้าลง หรือต้องแสวงหาที่ใหม่ที่เหมาะกับการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิตอย่างเรากันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายธรรมชาติ ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 10.03 น.

ผมว่าแก้ปัญหายากนะครับ เพราะมันเกิดจากความผิดปกติหลายอย่าง เช่น มีประเทศหนึ่งที่เป็นตัวตั้งตัวตี ในการให้มีพันธสัญญาเกียวโต เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน แต่กลับเป็นประเทศเดียวที่ไม่ลงนาม ที่สำคัญเป็นประเทศที่ทำให้เกิดก๊าซซึ่งทำลายชั้นบรรยากาศมากที่สุด คิดเป็น 30% ของทั้งโลก และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ แทนที่จะบอกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร กลับออกมาบอกว่า ถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมแบบใหม่นี้ ในความคิดผม นั่นหมายความว่า ช่างหัวมันไอ้เรื่อง global warming นายเป็นมนุษย์ มนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวสูง เพราะฉนั้นจงทำซะ ผมอยากจะบอกว่า "shit! man"

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Lowfailer ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 09.57 น.
http://lowfailer.exteen.com

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้นำเสนอความเห็นของฝ่ายต่อต้านทฤษฎี Global Warmingด้วยครับ
เห็นจอร์จ บุชก็เชื่อไปในทางนั้นด้วยเลยอยากรู้ว่าฝ่ายนั้นมีเหตุผลอะไร

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
naive วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

ค่ะ วันก่อนไปเยี่ยมเพื่อนทำรีสอร์ทอยู่จันทบุรี น้ำทะเลสูงขึ้นมาเกือบครึ่งกิโลเมตรเมื่อก่อนหาดตื้นมีช่วงหาดทรายกว้างมากก่อนจะถึงทะเล ตอนนี้น้ำขึ้นมากขนาดช่วงบ่ายยังเกือบจะเกยที่พัก เทือกเขาแอลป์ปีนี้ไม่มีหิมะเล่นสกีเลยสกีรีสอร์ตก็ต้องขาดรายได้กันเป็นแถบ สงสัยต้องหัดพายเรือกันแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นฤมิตร ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 09.04 น.

อ้อ ลืมเขียนไปว่า เราอาจไม่ต้องการ Global Government มั๊งครับ เราต้องการ Global Citizens ต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นฤมิตร ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 09.02 น.
http://iamjj.exteen.com/

คืนนี้จะรอดูรายการครับ
ผมว่าเรื่องโลกร้อนเป็นปัญหาที่ผู้คนตระหนักมากขึ้นทุกที ข้อถกเถียงมีมากในต่างประเทศ ส่วนประเทศไทยก็ค่อยๆ ทยอยตระหนักขึ้นทีละคนสองคน

เนื่องจากปัญหาโลกร้อน ก็คงคล้ายๆ กับปัญหาหนี้สิน ที่คนเรามักให้ความสำคัญกับความสุขระยะสั้น ใกล้ตัวมากกว่าเรื่องสำคัญระยะยาว จึงผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ

World Bank ออกหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Global Issues for Global Citizens บอกว่าหลายๆ เรื่องเป็น Global Public Goods ในทางเศรษฐศาสตร์ จำเป็นต้องมีวิธีแก้ปัญหาที่ต่างออกไป เพราะเราไม่มี Global Government

ขอบคุณมากครับที่เอาเรื่องนี้มาบอกแจ้งเสมอๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All