• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8024080
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 2392 , 10:53:30 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          สิงคโปร์กำลังเป็นข่าวในเมืองไทยเพราะเรื่องให้ รองนายกฯ ชัยกุมาร ต้อนรับทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆ ที่มีเสียงเตือนจากรัฐมนตรีต่างประเทศไทยก่อนหน้านี้ 

           และเป็นข่าวเพราะ "เพื่อนทำกับเพื่อนอย่างนี้หรือ ?" กรณีที่ให้เทมาเซคซื้อหุ้นของชินคอร์ปจากตระกูลของทักษิณและรวมเอาสัมปทานดาวเทียม มือถือ และสถานีโทรทัศน์ไอทีวีเข้าไปด้วย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางด้านความมั่นคง 

           บังเอิญเหมือนกันที่นิตยสาร "นิวสวีค" เล่มล่าสุด ตีพิมพ์บทวิเคราะห์เศรษฐกิจของเกาะแห่งนี้ ที่ได้รับความชื่นชมมาตลอดว่ามีเศรษฐกิจดีเยี่ยม ถึงขั้นที่ประชาชนที่นั่นยอมให้รัฐบาลควบคุมทุกด้านของชีวิตส่วนตัว เพื่อแลกกับการที่ปากท้องอิ่มและความมีเสถียรภาพทางการเมือง 

           แต่นิวสวีคบอกว่า นั่นอาจจะเป็น "ภาพลวงตา" ที่มองจากข้างนอกก็ได้ เพราะสถิติล่าสุดบอกว่า คนสิงคโปร์ที่ยากจนร้อยละ 30 นั้น มีสถานภาพที่ย่ำแย่กว่าเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยซ้ำไป แต่ไม่เป็นข่าวเป็นคราวเท่าไร เพราะที่นั่นเขาไม่ยอมให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเหมือนในเมืองไทยวันนี้ 

          ภาพรวมเศรษฐกิจของสิงคโปร์ดูดีมาก เพราะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยที่ปีละ 7.6 เปอร์เซ็นต์ และสามารถสร้างงานใหม่ในอัตราที่ประเทศตะวันตกหลายชาติยังต้องอิจฉา 

 แต่นิวสวีคบอกว่า ปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง คือ "ชาวบ้านทั่วไปโดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลาง ยังไม่ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนจากความมั่งคั่งที่ว่านี้" 

           คนที่พูดไม่ใช่ฝ่ายค้าน (ที่ถูกล้อมกรอบจนไม่อาจจะแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา) หากแต่เป็นรองประธานของสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งสิงคโปร์ (Economic Society of Singapore) ที่ชื่อ เยียว ลำ เคียง ที่บอกว่า นี่คือ "ปรากฏการณ์รายได้จริงที่หดตัวลงและรายได้ขั้นต่ำที่ลดลง" สำหรับคนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของคนที่ถือว่ายากจนที่สุดของประเทศ" 

             เหตุผลหนึ่งก็เพราะ ผู้นำสิงคโปร์คิดว่าตัวเองเก่งกาจในเรื่องการสร้าง "ความสามารถในการแข่งขัน" กับประเทศอื่น และเอาใจนักลงทุนต่างชาติด้วยการลดค่าใช้จ่ายของธุรกิจทั้งหลาย...ผลก็คือ จำเป็นต้องทำให้คนสิงคโปร์เองที่รับใช้ต่างชาติ ต้องยอมรับมาตรฐานของรายได้ที่ต่ำลง โดยเฉพาะระดับกรรมกรและผู้ใช้แรงงานอื่นๆ ทั้งหลาย 

           แปลว่า ช่องว่างระหว่างคนมีกับคนจนของสิงคโปร์ก็กว้างขึ้น เพราะขยายขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ 

          ตัวเลขทางการแจ้งว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น คนสิงคโปร์ที่รวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ (ไม่นับรายได้อื่น เช่น กำไรจากการซื้อขายหุ้น หรือจากเงินปันผลที่เฉพาะคนมีสตางค์เท่านั้นที่จะมีสิทธิได้)  แต่คนจนที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ กลับมีรายได้ลดลงร้อยละ 4.3

          ขณะเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ก็เอาใจธุรกิจด้วยการยอมให้นายจ้างลดเงินที่ต้องช่วยพนักงานในรูปแบบของกองทุนสะสม หรือ Central Provident Fund ซึ่งเป็นแหล่งเงินที่เอาไปช่วยเงินบำเหน็จบำนาญ ที่อยู่อาศัย ค่ารักษาโรคและการศึกษาของประชาชนด้วย 

 แปลว่านโยบายเอาใจธุรกิจและคนรวยของรัฐบาลสิงคโปร์กำลังทำให้ชนชั้นกลางและชั้นล่างกลายเป็นผู้เสียเปรียบในสังคม 

         ใครที่เคยชื่นชมว่าผู้นำสิงคโปร์สามารถทำให้ประชากรทั้งเกาะ 4.3 ล้านคน มีความสุขจนไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนั้น เห็นทีจะต้องคิดใหม่แล้วกระมัง 

        




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนไทย ( guest ! ) วันที่ : 12/02/2007 เวลา : 16.05 น.

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอ็ง จึ่งทำให้ไม่มีจิตสำนึกในการ ที่จะอยู่ร่วมกับคนที่มีวัฒนธรรมที่ดีได้ ในจิตสำนึกของคนประเทศนี้มีแต่การแกร่งแย่งของคนอื่นมาเป็นของตนเอ็งไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เป็นธรรมดาของคนไม่มีสัญชาติ,และเป็นทาสมาตลอด, สิงคโปร์เป็นเมือง(ผักชี)อยากให้คนไทยทุกคนรวมพลังต่อต้านทุกสิ่งอย่างฯ ที่เป็นของสิงฯ แต่อีกด้านหนึ่งต้องยอมรับว่าเค้าอนุรักษ์ของเก่าๆไว้เป็นจุดขายให้กับคนไทยและทุกประเทศฯให้เอาเงินไปให้เค้า ความจริงจุดขายของบ้านเรามีมากมายฯ แต่เรากับทำลายในสิ่งที่ทุกประเทศไม่มี และไปตามประเทศอื่นๆซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆๆ จงกับมาอนุรักษ์และรักษาวัฒนธรรมของประเทศไทยให้ชาวโลกฯตามเราบ้างจะไม่ดีกว่าหรือ ขอฝากเรื่องนี้ให้ผู้บริหารบ้านเมืองไว้ด้วย ถ้าท่านรักประเทศจริง อย่างที่พูดกันตลอดมา เงินใครก็อยากได้อย่างไรทุกท่านก็ยังมีความสุขมากกว่า คนอีกหลายล้านๆๆคนในโลกใบนี้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
G ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 11.10 น.

คงเป็นที่ประเทศเล็กๆเลยเก็บกดเลยหาทางออกอย่าอื่นเอาเปียบใครได้ทำ ไม่เว้น เขาแข่งขันกันสูง คนเลยเห็นแก่ตัว ผมว่าน่าสงสารมากๆๆ คนแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Somchai ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 21.38 น.

คนที่มีความสารมรถทำให้เพื่อนบ้านติดๆกันไม่ชอบคิดดูก็แล้วกันว่าเขาดีหรือเลว

ย้อนมาดูตัวเอง
รอบๆบ้านเราใครชอบใครรักเรา บ้างละ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
naive วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

โอย จะเอาอะไรกันนักหนากะเกาะเล็กนิดเดียว ฝนก็ตกเกือบตลอดเวลา ทรัพยากรอะไรก็ไม่มีน้ำยังต้องซื้อกิน "Only strongest will survive" น่าจะเป็นเพลงประจำเกาะจริงๆ เพราะฉะนั้นพวกเราก็ทำได้อย่างเดียวคือเป็นนายหน้าหรือพ่อค้าคนกลาง แต่บังเอิญระบบเศรษฐกิจนั้นพ่อค้าคนกลางเป็นผู้ที่ได้มากกว่าเสียด้วยสิ คนที่ไม่คิดจะ Trade อะไรก็เลยกลายเป็นคนตกงานว่างงานกันไปหมด รัฐบาลก็เป็นเผด็จการเต็มขั้นซะขนาด สงสารคนสิงคโปร์จัง ขนาดอยากเป็นเกย์ยังไม่ได้เป็นเลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
giorin ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 18.06 น.

อยู่ที่สิงคโปร์มาหลายปี ที่นี่รวยก็รวยเลยและรวยขึ้น จนก็จนเลยและจนลง โดยเฉพาะคนแก่ที่นี่จนและถูกทอดทิ้งเยอะมาก เห็นแล้วสงสารบางทีมาขอกระป๋องโค้ก ก็ให้แกไปน่าสงสาร บางทีก็ให้ไปสองเหรียญๆ แกแก่มากๆ สักแปดสิบกว่าได้มั้ง เงินเดือนคนสิงคโปร์ต่ำจนหน้าตกใจ ต่ำกว่าคนไทยที่มาทำงานในระดับ ep ครึ่งนึงเลย เมืองไทยดีสุดครับผม

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายธรรมชาติ ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 14.36 น.

ผมไม่รู้จักคนสิงค์โปร และแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับประเทศนี้ นอกจากข้อมูลข่าวสารที่ได้จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี หนังสือพิมพ์ เพลงของคาราบาว เท่าที่ผมพอจะนึกออกเกี่ยวกับประเทศนี้ ผ่านข้อมูลที่ได้รับตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความรู้สึกก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนะ และด้วยความที่สิงค์โปรไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมโดยตรง ผมก็จึงคิดแค่ว่า ถ้าสิงค์โปรจะเอาเปรียบเรา ก็เพราะเรายอมให้เขาเอาเปรียบ แต่จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ที่ทำงานเราสั่งซื้ออุปกรณ์มาอย่างหนึ่งผ่านตัวแทนสิงค์โปร เมื่ออุปกรณ์มาติดตั้ง และต้องมีการฝึกอบรม โดยเซลล์คนนี้ ในระหว่างฝึกอบรม ผมมองว่าบรรยากาศมันตึงเครียดเกินไป ผมจึงพยามทำให้การฝึกอบรมมันมีบรรยากาศทีผ่อนคลายกว่านี้ ด้วยการถามและแสดงความเห็นแบบติดตลกนิดหน่อย ซึ่งทำให้เพื่อนคนไทยของผมอมยิ้มกันถ้วนหน้า แต่หมอนั้นไม่ขำด้วย ยังคงสร้างบรรยากาศทีจริงจังต่อไป เขามองผม แล้วคงมีความคิดหลายอย่าง ผมก็มีความคิดเช่นกัน "ไอ้หมอนี้ ไม่มีอารมณ์ขันเลยวะ" นั่นแหละคนสิงค์โปรที่ผมรู้จัก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
think วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THINK

โถ! คนจนเยอะจะตายครับ.....จนน้ำใจ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
อ้วน ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 13.29 น.

เคยคุยกับคนสิงคโปร์เอง เขาบอกว่า ไม่มีใครอยากอยู่ที่สิงคโปร์หรอก เกาะเล็กๆที่ค่าครองชีพแพงมหาโหด เงินจะซื้อบ้านสักหลังก็แสนจะหายาก โตขึ้นมาต้องรู้จักแต่คำว่าขายๆๆๆ ไม่เป็นตัวแทนขายโน่นก็ไปขายนี่ ขายทุกอย่างที่ขวางหน้า ดิ้นกันสุดๆ แต่เหตุนี้อาจทำให้เขาขยันทำมาหากินก็เป็นได้ ถึงได้มีเศรษฐกิจที่พัฒนาได้เร็วขนาดนี้ แถมการออกสิทธิ์ออกเสียงทางการเมืองเป็นไปไม่ได้เลย ใครต่อต้านรัฐบาลมีแต่คุกเท่านั้น ดูตัวอย่างที่เขาตัดสินประหารชาวต่างชาติที่มียาเสพติดอย่างเลือดเย็น เผด็จการตัวจริงอยู่ที่สิงคโปร์นั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chon ( guest ! ) วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 12.14 น.

เคยทำงานกับคนสิงค์โปร์ คนพวกนี้จะแข่งขันกันสูงมาก ทุอย่างต้องจริงจัง เขาบอกว่า บ้านเขาถ้าตกงาน ก็ลำบาก รัฐไม่ได้ช่วยอะไรมาก ดัชนีความสุขน้อยกว่าคนไทย เยอะมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำใส วันที่ : 29/01/2007 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 


แสดงว่า นายกคนก่อนต้องการลอกแบบมาจากสิงคโปร์ใช่ไหมคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All