• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7993376
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันอังคาร ที่ 30 มกราคม 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 6158 , 17:58:03 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สุทธิชัย หยุ่น


เจ้านกกระแตแต้แว้ดคู่ริมน้ำคู่นั้นสอน "ความเป็นเซน" ให้ฉัน

โดยไม่ได้นัดหมายกัน ที่ริมแม่น้ำท่าจีน

เราพบกันครั้งแรกเช้าวันหมอกจัด ของหน้าหนาวแห่งบางเลน

เสียงนกร้องดังมาจากหนองน้ำและสุมทุมพุ่มไม้อย่างเริงร่า

และบางจังหวะเหมือนจะเร่งร้อน

เหมือนนัดหมายมาทำประชาพิจารณ์

เรื่องนกปากห่างยกพวกมาเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ตัว

เพื่อโหมทำรังสร้างลูกหลานอย่างเป็นระบบรอบ ๆ บริเวณนั้น

จะถือว่าเป็นการเสริมสภาวะนิเวศน์ของเรา (ทั้งประชาคมและฉัน)

หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผน "ครอบครองปรปักษ์" อย่างเป็นขั้นตอน

------------------------------------------------------

แต่กระแตแต้แว้ดคู่นั้นดูเหมือนจะจงใจแยกตัวเอง

ออกจากความคึกคักที่เกิดขึ้นรอบตัว

ทันทีที่เห็นฉัน ทั้งคู่ส่งเสียง "แต้แว้ด" ขึ้นมาพร้อม ๆ กันอย่างตื่นเต้น

และโผขึ้นบินจากริมบึงน้ำข้างต้นไม้ใบหนาทึบอย่างคึกคัก

------------------------------------------------------

วนเวียนส่งเสียงดังก้องไปรอบ ๆ อยู่สองสามรอบ

เจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นี้ก็แยกกันไปคนละทิศ...

สายตาของฉันติดตามความเคลื่อนไหวของมันอย่างใกล้ชิด

มันเป็นเสียงแสดงความยินดีที่ได้พบปะกับคนแปลกหน้า

หรือเป็นเสียงเตือนให้ผู้เหยียบย่ำดินแดนของมันถอยออกห่างไป

เขามองฉันเป็นกัลยาณมิตรร่วมชะตากรรม


หรือผู้กำลังจะรุกรานพื้นที่ของเขา?

ตัวแรกโผบินเป็นเส้นตรง พร้อมส่งเสียงร้องดังลั่น

 พุ่งตรงมาทางฉัน และก่อนที่จะปะทะกับศีรษะของฉัน

มันก็หักมุมเลี้ยวกลับขึ้นไป, อย่างฉับพลัน, อย่างคล่องแคล่ว...

และดูเหมือนจะอย่างผลุนผลันด้วย

ในบัดดลนั้นเอง ตัวที่สองก็แฉลบลงมาอีกด้านหนึ่งด้วยความเร็ว

ดุดันและส่งเสียง "แต้แว้ด" ออกมาอย่างมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ใกล้ ๆ หูข้างหนึ่งของฉัน

พลัน,ฉันเห็นภาพของฝูงนกอาละวาดมนุษย์

ในภาพยนตร์สยองเรื่อง The Birds

ของอัลเฟรด ฮิชค็อก ขึ้นมากระทันหัน

และในบัดดลนั้นเอง ความหมายของเซนก็ปรากฎชัดแจ้ง

ตรงริมน้ำท่าจีนแห่งนั้น

------------------------------------------------------

เพราะเป้าหมายของเซนคือการไร้เป้าหมาย

ไม่กี่นาทีต่อมา, เจ้านกทั้งสองไปตั้งหลักอยู่ริมสระบัวข้าง ๆ ...

ตัวแรกส่งเสียง "แต้แว้ด" กับตัวที่สอง หลังจากบินฉวัดเฉวียนเหนือ

ศีรษะฉันอย่างน่าหวาดเสียวว่า

"ฉันบินไปเปล่า ๆ,แล้วกลับมาเปล่าๆ...ไม่ได้มีเป้าประสงค์อะไร"

ตัวที่สอง "แต้แว้ด" กลับมาถามด้วยความงุนงงว่า


"ถ้างั้น,แกโผขึ้นลงด้วยลวดลายตื่นเต้นอย่างนั้นเพื่ออันใดเล่า?"


ก็ได้เสียงตอบ"แต้แว้ด" กลับมาเกือบจะทันทีว่า

"หาไม่แล้วจะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าฉันไปเปล่าๆ แล้วกลับมาเปล่าๆ..."


อีกตัวหนึ่งตอบว่า

"ฉันก็เหมือนแกนั่นแหละ"

------------------------------------------------------

"บทสนทนา" ของกระแตแต้แว้ด

ทำให้ฉันหวนคิดถึงพระเซนที่วัดนอกกรุงเกียวโต

ที่ฉันไปนอนค้างเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดทางธรรม


"การทำให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรจะต้องทำนั้น

ไม่เหมือนกับการไม่ทำอะไร...เซนคือการทำให้แน่ใจว่าไม่ทำอะไร


แต่การไม่ทำอะไรคือความขี้เกียจ"

สำหรับผู้ศึกษาเซนใหม่ ๆ ความเป็นเซนกับความขี้เกียจย่อมไม่เหมือนกัน

...แต่อย่าได้แปลกใจเป็นอันขาดหากอาจารย์เซนเก๋าจริงๆ

จะบอกคุณว่าทำไมเซนกับความขี้เกียจจะเป็นเรื่องเดียวกันไม่ได้

และอย่าได้เผลอตกหลุมพรางแห่งเซน

ด้วยการตอบว่าเซนก็คือทุกอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

เพราะเซนจะบอกคุณว่าการไม่ทำอะไรนั้นก็คือการทำอะไรแล้ว

------------------------------------------------------

บ้านน้อยริมน้ำที่บางเลนแห่งนี้

สำหรับฉันจึงเป็นการทำจิตใจให้ว่าง...

การจงใจไม่ทำอะไรเพื่อเป็นการทำอะไร...

“ความว่าง" กับ "ความว่างเปล่า" ย่อมไม่เหมือนกัน

นกกระแตแต้แว้ด (Red-watted Lapwing)

อาจเป็นนกประจำถิ่นของไทย สีสวย หุ่นดี พบเห็นได้ทั่วไป

พบได้ทุกภาคของประเทศ

------------------------------------------------------

แต่เจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นี้ที่บางเลน มีความหมายพิเศษสำหรับฉัน

ริมหนองน้ำและพุ่มไม้ริมแม่น้ำท่าจีน (แม่น้ำนครชัยศรีก็เรียก)

มันไม่ได้เป็นพระเอกของธรรมชาติบริเวณนั้นด้วยซ้ำ

เพราะนกปากห่างที่ใหญ่กว่าและเคลื่อนเป็นกองทัพนั้นดูขึงขัง

ยิ่งใหญ่อลังการกว่ามากมาย

อีกทั้งนกกระปูด, นกกระติ๊ด, นกคุ่มอกลาย

นกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก), นกกาเหว่า

นกกางเขน, นกเขา...

ต่างก็แวะเวียนมาถามไถ่ทุกข์สุขของกันและกันที่นี่เป็นประจำ

แต่เจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นี้มีความผูกพันกับฉันเป็นพิเศษ...

หลายวันแล้วที่เหมือนเราจะมีนัดหมายกัน

เพื่อ "การทดสอบทางจิตวิญญาณ" ของกันและกัน

เช้าอีกวันหนึ่ง มันทำท่าจะหลอกล่อให้ฉันตายใจ เมื่อฉันเดินเข้าป่าข้างบ้าน

และทำสมาธิไปอย่างเนิบๆ ช้า ๆ...

เดินแบบที่ท่านติช นัท ฮันห์เรียกว่า "เดินโดยไม่มีการไปถึง"

เดินอย่างที่ "แต่ละก้าวคือชีวิต, แต่ละก้าวคือสุขสันติ"

ฉันเหลือบดูจุดที่เจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นั้นเคยปักหลักเป็นถิ่นอาศัย

ไม่มีร่องรอย ไม่มีเสียง ไม่มีอาการใด ๆ ของการทักทายอย่างร้อนแรง

อย่างที่เคยสัมผัสมาหลายวันก่อนหน้านี้

ฉันตายใจ...วันนี้ฉันกับป่าไผ่และต้นหลิวกับไม้เต็งรังริมน้ำ

คงสามารถอยู่ในความสงบ

แต่ละก้าวย่างที่เดินจะไปกับการปล่อยวางจิตได้...

แทรกด้วยก็แต่เพียงกลิ่นหอมของหญ้าริมทางเท่านั้น

ฉันก้าวเดินด้วยการบอกตัวเองให้มีสติ รู้สึกถึงลมหายใจละเอียดขึ้น

เริ่มบอกตัวเองว่าสามารถกำหนดรู้ทั้งการหายใจและก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน

------------------------------------------------------

วัดความยาวของลมหายใจด้วยจำนวนก้าว...ยิ่งหายใจช้า, ยิ่งก้าวช้า...

นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าการ "ประคองการกำหนดรู้และสันติสุข"?

เมื่อกำหนดรู้แล้วความผ่อนคลายก็ตามมา...

ดอกบัวในสระทั้งตูมและบานอย่างสดชื่นและสันติ...

ดอกบัวจะบานขึ้นจากรอยเท้าที่เชื่องช้าแต่มั่นคงหรือไม่หนอ?

ฉันไม่กล้าคิดต่อ...

เพราะเซนบอกว่าเป้าหมายของการทำสมาธิคือการไม่มีเป้าหมาย...

เพราะ "ซาเซ็น" (zazen) คือการนั่งเฉย ๆ โดยไม่ต้องมีเป้า

ไม่มีความคาดหวัง, ไม่สร้างวิมานในอากาศ...

แค่อยู่เฉย ๆ กับความว่าง

ก็คือการบรรลุในสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะบรรลุแล้ว

ทันใดนั้นเอง, เสียงเจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นั้นก็ดังขึ้นมา

...เป็นเสียงคุ้นเคย, เป็นเสียงก้องกังวานที่ท้าทายความเงียบสงบรอบ ๆ ตัว

------------------------------------------------------

ตัวแรกโผบินขึ้นกลางอากาศอย่างคึกคะนอง หักมุมกระทันหัน

และ...พลันที่ฉันเหลือบหางตาไปทางทิศของมัน...

ก็เห็นมันพุ่งตรงมาที่ฉันเกือบจะเป็นเส้นตรง

ด้วยอาการมุ่งมั่น, ด้วยความร้อนรน

หากฉันไม่หลบ, เจ้า "แต้แว้ด" ตัวนั้นคงจะปะทะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายฉัน

...หรือมันคิดว่ามันจะหลบทันในวินาทีสุดท้าย

ก่อนจะเกิดวิกฤตที่ทั้งมันและฉันไม่ได้แสวงหา?

------------------------------------------------------

ขณะที่ฉันพะวงกับเจ้าตัวแรก,"แต้แว้ด" ตัวที่สองก็พุ่งเสียงดังจากข้างหลัง

ประหนึ่งว่าเป็นปฏิบัติการ "กามิกาเซ่" ที่วางแผนร่วมกันมาอย่างแยบยล

ฉันไม่อาจจะบอกได้ว่าใครหลบใครได้ทันท่วงที

แต่ต่างฝ่ายต่างกลับไปสู่จุดเดิมของตนอีกครั้ง

ฉันพยายามจะหาคำตอบ

ถามตัวเองว่าเจ้ากระแตแต้แว้ดคู่นี้ต้องการจะทำลายสุขสันติทางใจ

แห่ง "การเดินอย่างมีสติ" ของฉัน

หรือต้องการจะท้าทายให้ฉันต้องยิ่งต้องฝึกความนิ่งภายใต้การเร่งเร้า

และก่อกวนของเพื่อนร่วมทาง

------------------------------------------------------

แว่วที่ข้างหูจากอาจารย์ติช นัท ฮันห์อีกว่า

"หากเธอไม่อาจแลเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าและรอบกายของเธอ

เธอจะคาดหวังที่จะแลเห็นธรรมชาติของเธอเองได้อย่างไร?"


วันรุ่งขึ้น, ฉันเดินเนิบช้าตามปกติดั่งทุกวัน...

ฉันพร้อมสำหรับการท้าทายจากกัลยาณมิตรกระแตแต้แว้ดแล้ว

ฉันพร้อมที่จะพิสูจน์ความสงบนิ่งของจิตใจ

เพื่อประสานกับเสียง "แต้แว้ด" ของเพื่อนร่วมเดินทางคู่นี้

---------------------------------------------------------

เพราะอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ บอกไว้ว่า

ในดินแดนบริสุทธิ์ เสียงเพลงของนก คือเสียงแห่งธรรมะ

บนโลกของเรา เสียงเพลงของนกก็เปิดเผยธรรมชาติที่แท้จริงของเรา

--------------------------------------------------------

อาจารย์เซน อีกท่านหนึ่ง เล่าขานกันต่อมาว่า

"ในยามเริ่มแรก, ทุกสิ่งทุกอย่างหามีการเกิดหรือแตกดับไม่...

เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง, ดอกไม้นับพันพากันยินดี

นกสีทองพากันร้องเพลงบนหลิวเขียว"

--------------------------------------------------------

หลายวันแล้วที่กระแตแต้แว้ดคู่นั้นไม่ได้ส่งเสียงทักทายฉัน...

ฉันรู้แล้ว, บทเรียนแห่งธรรมชาติที่บางเลนสอนฉันอีกบทหนึ่ง

เมื่อที่นี่ไม่มีอะไร, ในจิตใจก็ไม่มีอะไร...

ความสุขสุดยอด คือการไม่มีอะไร

-----------------------------------

       




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami

ทำไม เดินทางอ้อมไปซะล่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 08/07/2008 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami

คน เปรียบได้เป็นบัว 4 เหล่า
บัวพ้นน้ำ และ บัวปริ่มน้ำ รวมมี 30 %
บัวใต้น้ำ 20 %
บัวใต้โคลน 50 %
เอาได้ 50 แบบหืดขึ้นคอ อยากรู้ดูการทำงานของพันธมิตร

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ก้อยไกด์ วันที่ : 26/12/2007 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/koiguide

รูปถ่ายสวยจัง.....อ่านแล้วสงบลง....

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
physigmund_foid วันที่ : 24/12/2007 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buddhabath

ฌาณเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ
เริ่มจากความไม่มีฌาณดับลง
ความมีฌาณก็เกิดเอง

และ นิวรณ์ นั้น ก็คือธรรมชาติ
จึงไม่พ้นไปเสียจากหลักอนิจจัง
นิวรณ์มี เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วไยจะไม่ดับไปเองเล่า?


นิวรณ์ 5 ก็ย่อมดัไปเองได้ เป็นธรรมดา
มิได้ต้องทำสิ่งใดเลย จึงมิใช่กรรม เป็นกริยาจิตเท่านั้น

แล้วกิเลสนั้นเล่า ก็มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
เหตุไฉน กิเลสจะไม่ดับไปเองเล่า?
การดับไปเอง ย่อมไม่ใช่กรรม เป็นเพียงกริยาจิตเท่านั้น

แล้วอวิชชาเล่า ก็มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มิใช่หรือ?
เหตุไฉน อวิชชาจะดับไปเองไมได้เล่า?
การดับไปเอง ย่อมมิใช่กรรม เป็นเพียงกริยาจิตเท่านั้น

เพราะเป็นกริยาจิต
จึงเป็นเรื่องพฤติจิต
ไม่ใช่เรื่องการนึกคิดเอาเองว่าดับไป


นั่นแหละ "นิพพาน"

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สิเนรุ วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konpop


แล้วเราก็รู้ว่าการปล่อยวางให้มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เป็น ความสุขที่แท้จริงฯ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ปั้น วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mafuang


เซน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ต้นบัวดิน วันที่ : 08/10/2007 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tonboudin

ขอบคุณ งานเขียน เซน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
zen วันที่ : 02/04/2007 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zen

ภาวะความรู้สึกนึกคิด ในตัวคุณสุทธิชัย ซึ่งเป็นคน
ภาวะความรู้สึกนึกคิด ในกระแตแต้แว้ด ซึ่งเป็นนก
ไม่แตกต่างกันเลย ต่างปรุงแต่งด้วยจิตที่ว่างเปล่าทั้งนั้น
ภาวะแห่เซ็น นั้นมีเหมือนกัน อาจแต่กต่างก็เพียงปริมาณ
การเข้าถึงเซ็น นั้นอาจช้าเร็วตามปริมาณและความมุ่งมั่น
หากจิตว่างวางลงได้เมื่อใด ย่อมพบ เซ็นได้เช่นกัน
รูปสังขารที่ดำรงอยู่ ต่างแก่ เจ็บและตายเหมือนกันทั้งสอง
แบกไว้คือเหตุเกิดทุกข์ วางลง คือกรรมที่ทำให้พ้นทุกข์ วางเปล่าเบาสบายคือผลที่พ้นจากทุกข์ เครื่องมือที่ช่วยคือ สมาธิ และปัญญาจึงจะเข้าใจเข้าถึงและพ้นจากทุกข์อย่างสมบูรณ์ได้ เมื่อท่านตัดใจวางลงด้วยสมาธิและท่านก็จะรับรู้การพ้นจากทุกข์ได้ด้วยปัญญาทันที่

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Thaihippy วันที่ : 24/03/2007 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

ใช่ครับ เหมือนจะมีอะไร..แต่ไม่มี อ่านแล้วโปร่ง สบายดีครับ...
แต่ที่แน่ๆน่ะ อาการของกระแตแต้แว้ด ที่น้าแบล็คเขียนให้เห็นภาพนั้น แสดงว่าน้าเดินเข้าไปใกล้รังของเขามากๆระดับเฉียดๆเลยล่ะ รังเขาจะอยู่บนพื้นดินในละเมาะแถวนั้น
แล้วเขาหวงไข่ หรือลูกน้อย ก็เลยพยายามดึงความสนใจของน้า หรือพยายามผลักไสให้เราไปที่อื่น..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ฝนเดือน วันที่ : 21/03/2007 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fontree

ในอ้อมกอดแห่งเซ็น

ดวงใจถูกขว้างลงไปในบ่อน้ำไร้ก้น
ระหว่างปากบ่อถึงก้นเบื้องล่าง
คือการแตกปะทุและการปลดปล่อย
วางไว้ทุกขณะของความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
zen วันที่ : 21/03/2007 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zen

ไม่มีทั้งนก
ไม่มีทั้งคง
มีแต่ เซ็น
นกมีสังขารเป็นอนิจัง
คนมีสังขารเป็นอนิจัง
ทั้งนกและคนต่าง มีจิตรับรู้และปรุงแต่งเองทั้งสอง แท้จริงว่างเปล่าทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 01.12 น.

-- แก้ไข -- กาย รูป จิต ธรรม เป็น กาย เวทนา จิต ธรรม

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 01.10 น.

เขียนให้มีอะไร ก็ไม่ถึงเซนสิ คห.ล่างๆ ข้อเขียนเซนจะทำให้สติเกิดสว่างโพรง ส่วนใหญ่ในตอนที่คิดว่ามีอะไรแต่ไม่มี ถ้าใครอ่านแล้วไปตีความออกขึ้นมาก็ยังไม่เข้าถึงความเป็นเซนที่อยู่ในเซน ... ว้าเฉลยแบบนี้ก็ไม่มีอะไรนะสิ ความไร้กับความมีคือความจริง

ปล. แต่ถ้าอยากออกจากวัฏฏะ ต้องวิปัสนาเท่านั้น ตาม กาย รูป จิต ธรรม มันก็เป็นของมันที่มันเป็น แนะนำศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.wimutti.net/ พระอาจารย์ปราโมทย์ ศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เป็นสูตรลัดที่สุดก่อนสอบเอนทรานส์

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ยังเติร์ก วันที่ : 19/02/2007 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngturk

อ่านตอนแรกๆพยายามหานัยที่แฝงเอาไว้ครับอาจารย์
แต่ตอนสุดท้ายกลับหาไม่เจอราวกับว่ามันไม่มีอะไรซะอย่างนั้นเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
จารุวัฒน์ ( guest ! ) วันที่ : 18/02/2007 เวลา : 16.35 น.

เป็นการเขียนที่ลึกมากผมยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
นักเดินทางมือใหม่ ( guest ! ) วันที่ : 13/02/2007 เวลา : 14.33 น.

คุณสุทธิชัยเขียนได้ดี อ่านแล้วแฝงปรัชญาเซนจริงๆ
ได้ปล่อยวางตามไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Just a drop ( guest ! ) วันที่ : 13/02/2007 เวลา : 13.34 น.

ไม่นึกว่าคุณสุทธิชัยจะเขียนได้นุ่มขนาดนี้
.
เคยอ่านงานของ ท่านติช นัท ฮันห์ เหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
หนุ่มร้อยปี ( guest ! ) วันที่ : 11/02/2007 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/centuryboy

เคยอ่านข้อเขียนของคุณสุทธิชัย หยุ่น มามาก พอมาอ่านข้อเขียนเกี่ยวกับเซน ทำให้แปลกใจพอสมควรกับแนวคิด และนึกไม่ถึงว่าคุณสุทธิชัยจะมีความรู้เกี่ยวกับเซนได้อย่างลึกซึ้ง นับถือครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
pukpik วันที่ : 10/02/2007 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

เหมาะที่เป็นของขวัญให้ผู้อื่นจริง จริง นะคะ (คุณสนธิคงอ่านแล้วชอบ)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
emedicius วันที่ : 09/02/2007 เวลา : 04.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/emedicius

อยากอ่านคุณอาสุทธิชัยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง สุขภาพบ้าง เพราะเคยอ่าน "วิ่งหา ก็หนีหาย" แล้วรู้สึกชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
โอเลี้ยงสีดำ ( guest ! ) วันที่ : 01/02/2007 เวลา : 19.54 น.

คุณสุทธิชัยนับถือศาสนาเซนเหรอครับ
เล่าเรื่องกำเนิดเซนให้ฟังหน่อย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
nuke ( guest ! ) วันที่ : 01/02/2007 เวลา : 11.14 น.

อ่านแล้วชอบ มาก เลยครับ เพราะกำลังศึกษา เกี่ยวกับ เซน อยู่ มีหนังสือ แนะนำให้อ่านไหมครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
naive วันที่ : 31/01/2007 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

เมื่อเทน้ำหมดแล้ว แก้วก็ว่างพอที่จะเติมน้ำใหม่ลงไป

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
kee ( guest ! ) วันที่ : 31/01/2007 เวลา : 15.41 น.

เซนเห็นความว่าง
สัมผัสได้มองเห็นมีอยู่จริง
ด้วยจิตเดิมแท้...

นกบินไปเปล่าๆ
เป็นนกเปล่าๆ
คนเดินไปเปล่าๆ
เป็นคนเปล่าๆ

เห็น ไม่เห็น เป็นสิ่งเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผึ้งนรก วันที่ : 31/01/2007 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bee
กินไม่ได้แต่เท่ส์..

นก เลือกดำเนินวิถีแห่งนก
คน เลือกดำเนินวิถีแห่งคน
นก ดำเนินวิถีตามธรรมชาติ ด้วยแรงผลักดันของสัญชาติญาณ
คน ดำเนินตามแรงอยากได้ ตามความโลภที่ตนมี
นก ล้วนต้องตายลงเหลือร่างแค่ธุลี หามีสิ่งใดดำรงค์ไว้ให้รุ่นหลัง
คน ก็ล้วนต้องตายแต่หากไว้แต่ดีชั่ว ประดับโลก โลกา

ขอบ้าง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
a receiver ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 21.03 น.
http://a-receiver.blogspot.com/

นกสองตัวอาจไม่มีอะไร
แต่เราก็ทำให้มีอะไรได้

ชอบจังๆ

ทราบว่าท่านติช นัท ฮันห์จะมาเมืองไทยเดือนพ.ค.นี้
คุณสุทธิชัย น่าจะลองไปสนทนากับท่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มหาเนชั่น วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mhanation

ช่างนับถือนกพวกนั้นจังที่ไม่ร้องว่า "ของกู....ของกู"

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mister_art วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

ทราบมาว่ารูปถ่ายเหล่านี้บางรูปคุณสุทธิชัยถ่ายเองด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นฤมิตร ( guest ! ) วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coffee

ตื่นเต้นมากเลยครับ ที่คุณสุทธิชัย หยุ่นเขียนเซนได้ลึกซึ้งมาก พยายามอ่านแล้วเดินทางติดตามประสบการณ์ทางจิตวิญญาณตามครับ

ชอบศึกษางานของ ท่านติช นัท ฮันห์ เช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kenta22 วันที่ : 30/01/2007 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogdog


ชอบมากๆ เขียนให้อ่านอีกนะ ชอบจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All