• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7994351
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันพฤหัสบดี ที่ 15 มีนาคม 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 3294 , 17:19:14 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำว่า 'สื่อสาธารณะ' ได้รับการกล่าวขวัญบ่อยขึ้น และชัดเจนขึ้นหลังกรณี 'ไอทีวี' แปลงร่างเป็น 'ทีไอทีวี'
ไม่ได้เปลี่ยนแต่ชื่อ, หากแต่ยังถูกแปรสภาพจากความเป็น 'เอกชน' มาเป็นของ 'รัฐ' เมื่อรัฐบาลตัดสินใจยึดสัมปทานคลื่นความถี่ UHF จากบริษัทไอทีวี ของชินคอร์ป (ที่เคยเป็นของตระกูลทักษิณ ชินวัตรและต่อมาขายไปให้เทมาเส็กของสิงคโปร์ จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา)
เจตนารมณ์เดิมที่จะให้ 'สาธารณชน' เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ เพื่อเป็นสื่อกลางของประชาชนโดยไม่ต้องอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองและกลุ่มทุน จึงกลายเป็นหมันไป
ไอทีวี เสียความเป็น 'ทีวีเสรี' ตั้งแต่นาทีแรกที่ทักษิณเข้าไปยึดไอทีวีมาเป็นของตัวเอง โดยไม่คำนึงว่านั่นคือการ 'ปล้นกลางแดด' สมบัติของประชาชน อย่างน่าอับอายที่สุด
จึงเป็นที่มาของการเอ่ยขานถึงคำ 'สื่อสาธารณะ' หรือ public broadcasting  ที่ควรจะมีในเมืองไทยมานานหนักหนา แต่สังคมยังไม่เคยถูกกดดันรุนแรงถึงขั้นที่รู้ว่าจำเป็นต้องลุกขึ้นมายืนยันสิทธิของตัวเองที่จะต้องมี 'สื่ออันเป็นของสาธารณชนอย่างแท้จริง' เสียที
จะหวังให้อำนาจรัฐ (แม้รัฐบาลชั่วคราวที่ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองอย่างของนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็เถอะ) ยื่นมอบสื่อมาเป็นของสาธารณะอย่างจริงจังและจริงใจนั้น อย่าได้หวังเป็นอันขาด
สื่อสาธารณะ (public broadcasting) ย่อมต่างจากสื่อพาณิชย์ (commercial broadcasting) ตรงที่ว่า สื่อสาธารณะนั้นต้องบริหารโดยคนที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐ และอิทธิพลของกลุ่มทุนขณะที่สื่อพาณิชย์ประกาศจนจะแจ้งว่าหารายได้จากปริมาณ หรือ ratings เพื่อนำไปเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้มีสินค้าและบริการ จะขายมาเสียสตางค์ซื้อเวลาแจ้งความและโฆษณา
ความแตกต่างง่ายๆ ของ 'สื่อสาธารณะ' กับ 'สื่อพาณิชย์' ก็คือ อย่างแรกมีเป้าหมายที่จะให้ความรู้และความบันเทิงที่มีสาระต่อประชาชน ขณะที่อย่างหลังนั้นคือ การทำกำไรเป็นหลัก คุณสมบัติหลักของ 'สื่อสาธารณะ' นั้น, ในสายตาของผม คือ
 1.ต้องมีอิสระในการทำหน้าที่เป็นสื่อ โดยปลอดจากอิทธิพลการเมืองและกลุ่มทุน หรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ
 2.ต้องเป็นศูนย์กลางแห่งการแสดงความเห็นที่หลากหลายและรอบด้าน, ไม่ว่าจะเห็นพ้องกับผู้มีอำนาจทางการเมืองในขณะนั้นหรือไม่ก็ตาม
 3.ต้องส่งเสริมและสนับสนุนรายการที่มีคุณภาพและตามมาตรฐานแห่งจริยธรรม โดยไม่จำเป็นต้องโอนอ่อนผ่อนตาม ความต้องการของตลาด' อย่างที่เป็นทิศทางของ 'สื่อพาณิชย์'
 4.ต้องมีเนื้อหาที่สนองความต้องการของคนกลุ่มน้อยของสังคม ซึ่ง 'สื่อพาณิชย์' มักจะไม่สนใจที่จะผลิต เพราะไม่อาจจะ 'ทำเงิน' ให้เขาได้
 5.แข่งขันกันทำเนื้อหารายการที่มีคุณภาพ มากกว่าการแสวงหา ratings
 6.ต้องมีกฎเกณฑ์กติกาที่ส่งเสริมให้ 'เปิดเสรี' แทนที่จะ 'ควบคุม' หรือ 'กำกับดูแล' เพื่อให้มีรายการที่หลากหลาย, สอดคล้องกับความเป็นไปของสังคม และเปิดโอกาสให้มีการสะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนที่แตกต่างกันไป
 7.เงินสนับสนุนให้บริหาร 'สื่อสาธารณะ' ต้องมาจากแหล่ง 'สาธารณะ' นั่นคือ ภาษีประชาชน, การบริจาคขององค์กรเอกชนหรือสาธารณะ, ภาษีเฉพาะกิจเพื่อส่งเสริมให้มีสื่อคุณภาพของประชาชน หรือการเก็บค่าดูทีวีจากผู้บริโภค
สรุปว่า หัวใจของ 'สื่อสาธารณะ' นั้นคือ การคืนอำนาจและนวัตกรรมและกระบวนการเรียนรู้ของสังคมสู่ประชาชนเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง
แต่ถ้าสังคมไทยยังกลัวจะไม่ได้ดูละครน้ำเน่า, ก็อย่าได้หวังว่าจะมีใครต่อสู้เพื่อการได้มาซึ่ง 'สื่อสาธารณะ' อย่างจริงจัง
อยากได้, แต่ไม่อยากสู้, สังคมก็เป็นอย่างที่เห็นกันอยู่นี่แหละ...




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 17/03/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ไม่เห็นทางที่สื่อจะเป็นสาธารณะได้ ตราบใดที่ยังต้องจ่ายค่าสัมปทานให้แก่รัฐจำนวนสูง นอกเหนือจากการลงทุนในอุปกรณ์ต่างๆที่รคาสูงและเยอะไปหมด อีกทั้งทีมงานมีคุณภาพสูง ยังถูกเอาเปรียบจากภาครัฐ ในการเขียนสัญญาสัมปทานว่า เป็นสมบัติของรัฐทั้งหมด ถูกครอบงำโดยรัฐผ่านทางสัญญาสัมปทานตั้งแต่วันแรกเลย
ส่วนรายได้จากการเก็บจากประชาชน เช่นปีละ1000-2000บาทต่อปี เป็นไปได้ยากสำหรับคนไทย ทั้งๆที่ในต่างประเทศทำกันเป็นเรื่องปกติ และคนไทยก็จ่ายค่าเคเบิลรายเดือนด้วยความยินดี ในราคาขนาดนี้ แต่พอถึงทีวีสาธารณะก็จะเกิดรายการ"เอาฟรี" เลยเป็นช่องทางให้โฆษณาแฝงตัวเข้ามา อาจจะไม่ใช่การขายของแบบปกติ แต่เป็นการสร้าง/ขายภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่นิยมใช้กลบเกลื่อนปัญหาหรือหารับประทาน (บันไดปลาโจน)
เลิกคิดเถอะครับ สิ่งดีๆที่เห็นในต่างประเทศ ไม่ว่าสื่อสาธารณะ (เนชั่นและกบนอกกะลาก็ทำเนื้อหาดีมากอยู่แล้ว โดยไม่ต้องอิงการขายละครน้ำเน่าหรือโฆษณา) ประชาธิปไตย การศึกษาทางไกล ฯลฯ ไม่ใช่ว่าผมจะขวางความเจริญ แต่พอเอามาทำที่บ้านเรา มีแต่คนมุ่งจะหาประโยชน์อันมิควรได้ ทั้งภาครัฐและเอกชน (ความร่วมมืออย่างแท้จริง) และยังมีพวกเรื่องมาก คิดมาก ปากมาก ที่คอยแย้งซ้ายแย้งขวาได้ตลอดเวลา (นักวิชาเกิน)จนขยับไม่ได้ (ดูเอฟทีเอไทยญี่ปุ่นที่ขวางกันมาสามปีแล้ว โฮ่ย ไอ้ประเทศด้อยพัฒนาทำไมจึงเรื่องมากขนาดนี้ จนเขาคิดจะย้ายการลงทุนไปเวียดนามแล้ว ยังไม่รู้ตัว ยังขอกู้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างรถไฟฟ้าจากเขา)

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Canไทเมือง วันที่ : 17/03/2007 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/canthai

ต้องมีกฎหมายเฉพาะ หักภาษีจากธุรกิจบางส่วนมาเป็น "รายได้ของสื่อสาธารณะ"

องค์กรที่ดูแล ต้องได้รับการยอมรับจากสาธารณะ

เนื้อหารายการเน้น "สาระ" และ "สาระบันเทิง"

บางรายการเค้าทำสนุก ๆ และมี "สาระแฝง" อย่างเนียน ๆ

( พอ ๆ กับโฆษณา "อิน โปรแกรม" นั่นแหละ )

เปิดพื้นที่ให้กับทุกกลุ่มเข้ามาใช้...

ที่จริงหารายได้จากโฆษณาก็ไม่น่ารังเกียจแต่หามาช่วยพอให้มี "ค่าจ้าง" คนดี คนเก่ง ที่สามารถชูคอสู้กับ "คู่แข่ง" ได้อย่างไม่อายใคร

ใครคิดว่า "เงินตอบแทน" ไม่สำคัญ ต้องคิดใหม่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
วรวิทย์_สิทธิกรณ์ วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worawit
H

ในฐานะคนทำสื่อคนหนึ่งก็ขอพูดบ้างครับว่า อิทธิพลจากทุนมีส่วนสำคัญมากต่อความเป็นอยู่ของคนทำสื่อ อย่างเราจะผลิตรายการอะไรออกมาซักรายการก็ต้องหาทุน ทั้งค่าเช่าเวลา ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ต่างๆ มากมาย นั่นก็เพราะเราอยากให้คนรับสารได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน แต่ก็ควรจะตั้งอยู่ในความพอดีไม่ใช่ทุนดำเนินการไม่กี่บาทก็ไปขูดรีดนายทุนจนน่าเกลียด ไม่ทันไรนายทุนคนเดิมก็เรียกร้องว่าต้องสื่ออกมาแบบนั้นแบบนี้ สุดท้ายคนทำงานก็เดินต่อไม่ได้เพราะไม่มีอิสระในการทำงาน ก็เป็นอันว่าต้องโบกมืออำลานายทุนดีกว่าจะให้เขามาจิกหัวด่าว่าไม่สนองนโยบาย......

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

ป่วยการที่จะพูดกันถึงสื่อสาธารณะในโลกประชาธิปไตยเต็มใบ
เพราะในขณะนี้คุณอยู่ภายใต้ คมช.รัฐบาลของทหารเผด็จการที่หลอกใช้รูปแบบประชาธิปไตย มี ครม.มาลวงคุณ
ยิ่งการจัดการภาครัฐในการแปรกิจกรรมรัฐเป็นเอกชนในกรณีไอทีวี
ยิ่งเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลคมช.ครม.ไม่เข้าใจหลักการนี้ จึงทำไปโดยเปรียบเสมือน สังคมนิยม คือ รัฐจัดการเองทุกสิ่ง
และมีแนวโน้มที่จะเดินตามลัทธินี้โดยไม่รู้ตัว
สังคมนิยมกับเผด็จการ คือ พวกเดียวกันหาใช่อื่นไกลไม่
การวิเคราะห์ต้องเอาลัทธิสังคมนิยมมาวิเคราะห์ จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า อุ้มไอทีวีเพราะอะไร ก็เพราะนึกว่าตัวเองเป็นสังคมนิยมตามที่ทหารได้เล่าเรียนมานะเซ้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
thebeegees วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeegees

สื่อในปัจจุบันส่วนใหญ่ก็คงจะต้องคำนึงถึงเชิงพาณิชย์ส่วนหนึ่งละครับ ปฏิเสธไม่ได้ เพียงแต่ว่าคนทำสื่อ คนบริหารสื่อต้องสร้างความสมดุลย์ระหว่างการเป็นสื่อเพื่อสาธารณะ กับการเป็นสื่อเชิงพาณิชย์(เพื่อความอยู่รอดของสื่อ พนักงาน)
การทำรายการที่มีคุณภาพอาจจะไปไม่ได้กับจำนวนเรทติ้ง ดังนั้นคนทำสื่อจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์พอสมควรในส่วนนี้ครับ ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลย์ นี่พูดในเชิงที่สื่อมีอิสระในการดำเนินการจริงๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Mr.Z วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 06.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ZhuqiBLOG

เก้าะ ... เห็นด้วยในหลายๆ ประเด็นครับ แต่ในเรื่องของ rating และการหารายได้นั้น ไม่อยากให้รู้สึกว่า "ไม่ควรสนใจ" เลย

การที่เราต้องคำนึงถึง rating นั้น ก็เพื่อที่เราจะต้องพยายามหาแนวทางในการนำเสนอ "ความตั้งใจดี" นั้น ให้สามารถสื่อไปถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด และมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งควรจะเป็นตัวกำหนด "รูปแบบ" หรือ "วิธีการ" ในการนำเสนอ "ความตั้งใจดี" นั้นๆ ด้วย

ส่วนในเรื่องของรายได้นั้น ก็ควรที่จะเปิดทางให้ "สื่อสาธารณประโยชน์" สามารถที่จะมีช่องทางในการหารายได้มาจุนเจือตัวเอง ไม่ควรปิดกั้นจนกลายเป็น "กฎเหล็ก" ว่า "ห้าม" หรือ "ทำไม่ได้" เอาซะเลย แต่ต้องไม่ใช่จุดประสงค์หลัก และไม่ควรมองเป็นวัตถุประสงค์หลักในการปฏิบัติงาน ... แต่ควรจะต้องอนุญาตให้สามารถทำได้ โดยที่ไม่ขัดแย้งกับ "ความตั้งใจดี" ที่กำหนดเอาไว้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
memano.b วันที่ : 16/03/2007 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/journalism

เห็นด้วยกับคุณสมบัติของ "สื่อสาธารณะ"ทุกข้อในสายตาของคุณสุทธิชัย ยกเว้นข้อเดียวที่คิดว่าเป็นข้อสำคัญที่สุดคือข้อ 1 ซึ่งถ้าต้องไม่ให้อยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมือง กลุ่มทุน หรือกลุ่มผลประโยชน์ แล้วกลุ่มไหนจะเป็นผู้เข้าไปดูแล บริหาร และจะทำให้มั่นใจได้อย่างไรว่าผู้เข้าไปดูแลหรือบริหารซึ่งมาโดยวิถีทางตามข้อ 7 จะมีความเป็นกลาง ไม่เข้า หรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มต่างๆแม้แต่ผู้ที่เป็นผู้คัดเลือกเข้าไป หรือผู้บริหารด้วยกันเอง
เพราะการคัดเลือกคนเข้าไปบริหารก็คงหนีไม่พ้นคนที่มาจากกลุ่มต่างๆ ที่เข็ดขยาดกันมาแล้วทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จีนาง วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gank

โมเดิลไนท์ เขาสังคมอุดมปัญญา และก็อุดมปัญญาจริงๆไม่มีละคร......หากเป็นTITVทีวีเสรีละจะทำอย่างไรถึงจะเป็นทีวีเสรีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
anchor13 วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anchor13

ถ้ากบฎไอทีวีมีมากกว่า 20 กว่าคน ไอทีวีคงไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างวันนี้
การปฏิรูปสื่อก็เป็นสิ่งที่มีแต่คนพูด แต่ไม่มีคนทำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
insanetheater วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
  Anything too stupid to be said is sung (Voltaire)   

ผมว่าวันสุดท้ายก่อนเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น titv แสดงจุดยืนของพนักงานได้ชัดที่สุด ทั้งการเสนอข่าวและข้อมูลด้านเดียว และทำให้ข้อเท็จจริงต่างๆ ดูเลือนราง กลายเป็น drama ไปเสียเฉยๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชัยแสงทิพย์ วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChaiSangthip
KMITL1-RU10 -SWU10

ความรู้ต้องคู่คุณธรรม เงิน รายได้ วัตถุนิยม ค่านิยม ชื่อเสียง เกียรติยศ ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่จิตวิญญาณนะ อยากให้รัฐบาลทำTITV ให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง ไม่มีกำไร ขาดทุนก็ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐอันพึงมีต่อประชาชน เน้นยกระดับศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรมของคนไทยทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถาบันการศึกษา หน่วยงาน องค์กร โดยประสานผนึกกำลังกับวัด โรงเรียน สถานศึกษา ศูนย์สำนักปฏิบัติธรรม สื่อมวลชนทั่วประเทศ ต้องรีบทำด่วนที่สุดแต่วันนี้ ยังไม่สายเกินไป แต่ถ้ารอช้าไม่กี่ปีจะแพ้แม้แต่เวียตนาม ผมไม่อยากเห็นภาพที่น่าเศร้าแบบนั้นนะ....เมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนา แต่คนไทยทำแต่ทาน บุญ แต่ไม่ค่อยชอบปฏิบัติสมาธิภาวนากัน ถือเป็นเรื่องล้าสมัย แต่ความจริงมันตรงข้ามนะ ทุกวันนี้ศีลธรรมเสื่อมลงแบบน่าใจหาย แต่คนไทยไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรือกระไร??....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
zuni วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zuni

ทุนนิยมแทรกซึมกินลึกไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้แต่ผู้ทำงานด้านสื่อหรือผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ฉะนั้นเราต้องเปิดใจรับฟัง วิเคราะห์และสังเคราะห์ข่าวทุกชนิดเอาเอง ติดอาวุธทางปัญญากันเอง ตอนนี้อย่าไปหวังกับอะไรลมๆแล้งๆเลยนะ บอกได้อย่างเดียวว่า..ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนจ้า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
gentlebaby วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gentlebaby

อยุ่ที่การบริโภคข้อมูลของประชาชนส่วนใหญ่ ด้วยหละครับว่า เห็นความสำคัญของการรับข้อมูล ข่าวสารขนาดไหน ถ้ามีสื่อสาธารณะ แต่ประชาชนยังไม่สนใจข่าวสารโดยเห็นว่าเป็นเรื่องหนักสมอง ธุระไม่ใช่ ก็ยากที่จะดำเนินการต่อ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
namo วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namo

ไม่แน่ใจว่าพนักงาน TITV จะมีจิตวิญานของความเป็นสื่อสาธารณะมากน้อยแค่ไหนเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเคยชินกับการนำเสนอข่าวรับใช้นายทุนพรรคการเมืองบิดเบือนข้อมูลข้าวสาร ทางที่ดีผมว่าตั้งสถานีในระบบ UHF ขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งช่องและสรรหาพนักงานที่มีคุณสมบัติอย่างที่กาแฟดำว่าน่าจะง่ายกว่าที่จะปรับเปลี่ยน TITV ให้กลายเป็นสื่อสาธารณะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้ำใส วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

เราผู้รับข้อมูล ก็ต้องการข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเช่นกันค่ะ ถ้าจะให้เราจ่ายปีละครั้งในอัตราที่พอรับได้ เราก็ยอมค่ะถ้าจะทำให้เราได้สื่อที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เด็กโดมใจดี วันที่ : 15/03/2007 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dekdomejaidee
วรภัทร(ต้อง) วีรพัฒนคุปต์

ทีไอทีวีเป็นทีวีมีกรรมจริงๆ ผมว่าชาตินี้คงไม่มีวันเป็นทีวีเสรีได้ ซึ่งก็อย่ามับแต่โทษใครเลย โทษประชาชนผุ้บริโภคนี่แหละ ที่มองไม่เห็นความสำคัญของทีวีเสรีที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนเดือนพฤษภา เพราะไงเสียละครน้ำเน่าก็สะท้อนความเป็นสังคมไทยได้ชัดเจนอยู่แล้ว
แต่ขอแย้งที่ว่ารัฐบาลนี้ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน แค่การขึ้นมาเป็นนายกฯจากการรัฐประหาร นี่ก็เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All