• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 7992595
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันศุกร์ ที่ 1 มิถุนายน 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 6280 , 09:08:21 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมได้รับจดหมายจากคุณฉัตรชัย ฉัตรภิญญาคุปต์เกี่ยวกับเรื่อง “แลปท๊อป ๑๐๐ เหรียญ” ที่เขียนในคอลัมน์นี้เมื่อวันก่อน เป็นคำชี้แจงที่น่าสนใจ จึงนำมาตีพิมพ์ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องนี้

เรียนคุณสุทธิชัย หยุ่น

อ้างถึงคอลัมน์ คิดนอกกรอบ ใน หนังสือพิมพ์ คมชัดลึกฉบับวันอังคารที่ 28 พ.ค. 2550 เรื่อง “แลปท๊อป 100 เหรียญ...มรดกบาปอีกชิ้นหนึ่ง”

สวัสดีครับคุณสุทธิชัย ผมชื่อ ฉัตรชัย ฉัตรภิญญาคุปต์ เป็นหนึ่งสมาชิกในทีมงานของประเทศไทยที่จัดตั้งขึ้นมาจากการประสานงานร่วมมือของ เนคเทค , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อประเมินโครงการ  แลปท๊อป 100 เหรียญของ MIT. ผมอยู่ในทีมประเมินทางด้านการออกแบบและการใช้งาน ซึ่งเป็นทีมวิจัยภายใต้คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มจธ.

จากเนื้อหาในคอลัมน์ดังกล่าวที่ได้อ้างถึงข้างต้น แจ้งข้อมูลเพื่อให้คุณสุทธิชัยได้ทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการประเมินความเหมาะสมของแลปท็อป 100 เหรียญ พร้อมกันนี้ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและโดยขอสรุปเป็นประเด็นดังต่อไปนี้
1.) โครงการนี้ริเริ่มขึ้นในสมัยนายกทักษิณฯ ก็จริง แต่ยังไม่ได้มีการตกลง ที่จะสั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์กับ Laptop , Inc. อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เนื่องจากทางทีมงานฝั่งประเทศไทย เห็นว่า เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย เราควรที่จะได้มีโอกาสประเมินประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าวนี้อย่างแท้จริง โดยมีการประสานงานกับทางกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงไอซีที เพื่อทำการศึกษาโครงการนี้ในเบื้องต้น เนื่องจากในช่วงแรกทางฝ่ายไทยยังมิได้เห็นเครื่องจริง ๆ ได้มีการพูดคุยระหว่างทีมงานและทาง MIT อยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังมิได้มีการทำสัญญาสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ดังกล่าวแต่อย่างใด ทางเนคเทคเองก็ได้ส่งเจ้าหน้าผู้เชี่ยวชาญไปที่ MIT เพื่อร่วมทดสอบเครื่องและทดสอบการทำ Thai Localization เป็นเวลากว่า 1 เดือน อีกทั้งทางเนคเทคเองก็ได้ดำเนินการประเมินคอมพิวเตอร์ในโครงการอื่น ๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการของMIT (รวมทั้งโครงการคอมพิวเตอร์ classmate ของ อินเทลด้วย) ทั้งนี้จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแต่อย่างใด
2.) เมื่อเครื่องต้นแบบได้ถูกจัดส่งมาถึงทางทีมงาน เครื่องรุ่น ทดสอบรุ่นที่หนึ่ง (Beta 1) ได้มีการจัดสรรให้กลุ่มงานต่าง ๆ ประเมินคุณสมบัติ ทั้งทางเทคนิค (โดยทีมงาน เนคเทค) คุณสมบัติทางด้านการเป็นเครื่องมือสนับสนุนทางการศึกษา (โดยทีมงาน มจธ) และการเตรียมการและประเมินการปรับ spec ของเครื่องให้เหมาะสมกับประเทศไทย (Thai Localization)  ณ ปัจจุบันนี้เราได้รับเครื่อง Beta 2 มาอีกจำนวนหนึ่งและทางเนคเทคได้ดำเนินการทดสอบภาคสนามที่บ้านสามขา (รายละเอียดสามารถดูได้จาก wiki ของโครงการที่  http://wiki.laptop.org/go/Thailand/trial-200705    หรือที่wiki –ของ nectec ที่ http://pclab.nectec.or.th/wiki
3.) หลายคนในทีมจะรู้สึกว่าโครงการนี้ถูกนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างที่คุณสุทธิชัยกล่าวจริง  แต่ในด้านของผู้ปฏิบัติงานนั้นและในฐานะของคนไทย เราคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และเราจะบอกให้ทางรัฐบาลให้ไม่ซื้ออย่างแน่นอนหากการประเมินออกมาว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะบริหารจัดการโครงการนี้ หรือประเมินแล้วพบว่าเด็กไทยจะไม่ได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวอย่างแท้จริง โครงการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
4.) จากข้อความในท้ายคอลัมน์ดังกล่าว ที่คุณสุทธิชัยลงท้ายไว้ว่า “นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งของความสะเพร่า ใจร้อน ต้องการสร้างภาพและหาเสียงโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเงินภาษีประชาชนของระบอบทักษิณ”เป็นสิ่งที่ทุกคนในทีมงานที่กำลังดำเนินการกันอยู่รู้สึกอยู่ตลอดว่าถูกสังคมมองอยู่อย่างแน่นอน แต่พวกเราก็พยายามกันอย่างเต็มที่ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยเพราะพวกเราก็เป็นคนไทยเหมือนกันและอยากเห็นระบบการศึกษาและการสนับสนุนทางการศึกษาที่ดีที่มีคุณภาพและมีความเหมาะสมกับประเทศไทยกับเด็กไทยเป็นเป้าหมายสำคัญ
5.) ถึงตอนนี้การประเมินโครงการนี้ยังดำเนินการอยู่แม้ว่าจะดำเนินการได้อย่างช้า ๆ แต่ขอให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและเด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอแสดงความนับถือ

ฉัตรชัย ฉัตรภิญญาคุปต์
นักวิจัย
Research and Design Services Center, (REDEK)
สำนักงานศูนย์ชุมชนน่าอยู่กรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
231/2 ถ.สาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. 10120

หมายเหตุ
**เอกสารนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ได้กล่าวถึงในเอกสารแต่อย่างใด**




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pc วันที่ : 05/06/2007 เวลา : 09.40 น.

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะครับที่เขียนยาวมาก และต้องใช้ภาษาอังกฤษบ้าง แต่เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่สนใจในโครงการนี้ครับ ถ้าเป็นไปได้อ่านให้จบนะครับ

ผมอาจารย์พรเทพ ฉัตรภิญญาคุปต์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (redek) www.arch.kmutt.ac.th/redek เป็นหัวหน้าทีมในส่วนของการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งานและการออกแบบผลิตภัณฑ์ โครงการ olpc
ปัจจุบัน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาในเมือง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (Collaborative Development KMUTT City Center) www.bangkokcode.com

ขออนุญาตแสดงความเห็นและตอบคำถามดังนี้ครับ

ตอบความเห็นที่ 5

"1) เมื่อคุณประเมินเสร็จแล้ว สามารถนำเอกสารการประเมินมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้สาธารณะทราบได้ไหมครับ
ถ้าทำทุกอย่างเป็นหลักฐานเปิดเผยได้ ท่านก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องความโปร่งใส
2) การประเมินโครงการดังกล่าวมีคณะบุคคลที่สามที่มาตรวจสอบ double check ไหมครับ เช่นโดยทีมงานจากอาจารย์ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และอีเล็กโทรนิกส์จากหลายๆสถาบัน หรือ สมาคมไฟฟ้าวิชาการ นอกจากทางคณะสถาปัตย์ฯ
3) ไม่ทราบว่าทางสถาปัตย์ ช่วยประเมินเครื่องคอมพิวเตอร์ในแง่มุมไหนครับ "


1) การประเมินในโครงการนี้มีรายละเอียดเป็นรายลักษณ์อักษรอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน แต่เนื่องจากการประเมินยังไม่สิ้นสุดเอกสารจึงมีเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆครับ ที่สุดแล้วหลังจากการที่โครงการนี้ถูกนำเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองทางทีมเองก็มีความประสงค์ที่จะจัดการสัมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากโครงนี้อย่างแน่นอนต่อไป
2) และ 3) ก่อนจะตอบข้อสอง ขออนุญาตตอบข้อสามก่อนครับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมีสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นสาขาวิชาทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นการวิจัยทางด้านความต้องการสูงสุดของผู้ใช้
ในส่วนของทางทีมงานเอง เน้นในเรื่องของการออกแบบทางกายภาพของตัวผลิตภัณฑ์เช่น มีน้ำหนักเหมาะสมกับเด็กไทยหรือไม่ เพราะในการออกแบบที่มาจากต่างประเทศการนำฐานข้อมูลมาใช้ก็จะเป็นข้อมูลของคนในพื้นที่นั้นๆ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นยุโรป หรือเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นการวิจัยในส่วนของพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งทางทีมงานได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเฉพาะตัวของเด็กๆที่อยู่นอกเขตเมือง เพื่อหาลักษณะเฉพาะตัวของเด็กไทยที่มีความต้องการแตกต่างจากเด็กในส่วนอื่นของโลก อาทีเช่น เรามีการตรวจสอบดูว่าเด็กนำอะไรไปโรงเรียนบ้าง ซึ่งก็จะพบตั้งแต่อุปกรณ์การเรียน กล่องข้าว อุปกรณ์ตกปลา อุปกรณ์ซ่อมจักรยานเป็นต้น ซึ่งการเก็บข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราทราบได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมานั้นมีความเหมาะสมกับคนในพื้นที่หรือไม่

ตัวอย่างเช่น จุดประสงค์ของตัวOLPCได้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ได้ในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าจึงมีตัว generator แบบมือหมุนติดมาด้วยในตอนต้น ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนเป็นแบบเท้าเหยียบเหมือนจักรเย็บผ้า ซึ่งเราพบว่ามีปัญหากับเด็กไทยในชนบท เพราะส่วนใหญ่ที่บ้านไม่มีโต๊ะเขียนหนังสือ ส่วนใหญ่ทำการบ้านอยู่กับพื้น ซึ่งหากต้องทำการปั่นไฟด้วยเท้าแล้วจะเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดเพราะการทำในลักษณะนั้นจะกระทำได้ในท่านั่งห้อยเท้าได้สะดวกที่สุดเท่านั้น

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือการใช้งานในส่วนของ tablet เครื่อง olpc ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานโดยการเขียนด้วย stylus ได้ (เหมือนอย่าง PDA) ซึ่งพื้นที่ในส่วนเขียนมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับตัวหนังสือภาษาอังกฤษเท่านั้น ในขณะที่ภาษาไทยมีทั้งวรรณยุกต์ สระ การันต์ ทำให้มีความต้องการในส่วนของพื้นที่เขียนใหญ่กว่าปกติจึงไม่เหมาะต่อลักษณะการเขียนของเด็กไทย (หมายเหตุ - feature นี้ยังใช้การได้ไม่ดีนักในปัจจุบันอันเนื่องมาจากการอยู่ระหว่างการพัฒนา)

ตอบข้อสอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนถึง ณ ปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน สามหน่วยงานหลัก
1. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน
2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มีสองหน่วยงานย่อย คือ FIBO ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ดูแลในเรื่องทางเทคนิคทั้งหมดทั้งในส่วนของไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และงานระบบ ต่างๆ (FIBO เป็นหน่วยงานหลักของทาง มจธ.) อีกหน่วยงานหนึ่งของทาง มจธ. คือ REDEK www.kmutt.ac.th/redek (ศูนย์วิจัยและออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ) ดูแลในเรื่องของการออกแบบทางด้านผลิตภัณฑ์และวิจัยพฤติกรรมความต้องการการใช้งานของผู้ใช้ ในทีมประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและต่างชาติในสาขาวิชาต่างๆมาทำงานด้วยกัน ทั้งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ (product design) นักออกแบบการสื่อสาร (communication design) นักออกแบบปฏิสัมพันธ์ (cognitive designer) นักวิจัยพฤติกรรมมนุษย์ (physiologist) นักออกแบบกราฟฟิค (graphic designer) นักเศรษฐศาสตร์ นักการศึกษาทั้งภาคปกติ instructionism และ constructionism
3. NECTEC ทำงานร่วมกับ SIPA และ FIBO ทางด้านเทคนิค OS และ software

ที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้ครับ
จนถึงปัจจุบันโครงการนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แม้กระทั่งดำเนินการประเมินอย่างเป็นทางการ ไม่มีงบประมาณ ไม่มีกรอบเวลา ไม่มีการมอบหมายงานอย่างเป็นทางการใดๆ ทุกทีมดำเนินการไปโดยอาศัยงบประมาณของแต่ละทีมบนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ให้ตกอยู่กับเด็กไทยอย่างสูงสุดครับ (ขอย้ำ) และจนถึงปัจจุบันการทำงานของทีมงานยังคงไม่มีอยู่ในบันทึกใดๆของทางรัฐอันเนื่องมาจากที่กล่าวมาข้างต้นคือการที่ยังไม่ได้มีโครงการอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นที่มาของการที่รัฐบาลในชุดปัจจุบันไม่สามารถหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในตอนต้นและได้ทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดพลาดตามมา ที่มาที่ไปเป็นอย่างนี้ครับ

วันแรกที่ทีมงานถูกเรียกตัว (ประมาณปลายปี 2548) เราได้รับข้อมูลว่า รัฐบาลในขณะนั้นต้องการเป็น 1 ใน 7 ประเทศของโครงการ olpc และมีความประสงค์ที่จะซื้อ olpc หนึ่งล้านเครื่อง เป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท
คำถามแรกที่ทางทีมงานถามไปคือ รู้แล้วหรือยังจะให้ใครใช้? ผู้ใช้มีความ่ต้องการหรือไม่? ผู้ใช้มีความพร้อมหรือไม่? กระบวนการจำหน่ายจ่ายแจกจะเป็นอย่างไร? เครื่องพร้อมแล้วหรือ? ทางด้านเศรษฐศาสตร์ล่ะ? ทำไมเราต้องซื้อเป็นกลุ่มประเทศแรก(ส่วนใหญ่เป็นประเทศกลุ่มกำลังพัฒนา) และแม้กระทั่งทางสังคม? (ในขณะนั้นมีการประกาศออกไปว่าจะให้เด็กทั่วทั้งประเทศมีใช้ ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งล้านเครื่องจะไม่พอแน่ (จากข้อมูลพบว่ามีเด็กไทยเข้าสู่ระบบการศึกษาปีละ 1 ล้านคนต่อปี รวมประถม 1 ถึงมัธยม 6 ซึ่งแปลว่าควรจะมีเด็กในระบบโดยประมาณ 12 ล้านคน) ซึ่งหากกระจายทั่วประเทศ ก็คงจะได้กันโรงเรียนละไม่กี่คน ปัญหาสังคมก็จะเกิดขึ้นหากมีการทำร้ายกันเพื่อแย่งเครื่องกัน
ซึ่งภาระของทีมที่ต้องทำอย่างถึงที่สุดโดยที่ไม่มีใครรู้คือการพยายามในการหาคำตอบทั้งหมดที่ถามออกไปโดยแข่งกับเวลาที่ไม่รู้ว่าทางรัฐบาลจะตัดสินใจซื้อเมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งที่ทางทีมมีโอกาสเข้าประชุมก็จะเอาปัญหาต่างๆเข้าไปชี้แจงถึงข้อดีและข้อเสียต่างๆอย่างเป็นกลางเพื่อชะลอการตัดสินใจที่อาจเกิดความผิดพลาดได้ออกไปให้ได้มากที่สุด และผมเชื่อว่าจนถึงเวลานี้ทางทีมทำได้เป็นอย่างดี (ยังไม่มีการดำเนินการจัดซื้อที่จะมีผลผูกพันใดๆจนถึงปัจจุบัน เครื่องตัวอย่างเพื่อการทดสอบทางเทคนิคทั่งหมดถูกจัดส่งมาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หากจะมีการจัดซื้อในอนาคต ก็จะเป็นการจัดซื้อ small lot เพื่อการทำการทดสอบศักยภาพการทำงานในสภาพการทำงานจริง (คุณสมบัติเด่นของอุปกรณ์ตัวนี้คือ mesh network ซึ่งพบว่าหากเป็นไปได้จริงจะมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อเด็กๆ รายละเอียดหากเป็นไปได้จะชี้แจงในโอกาสต่อไป)) ดังเช่นตัวอย่างทางด้านปัญหาสังคมที่จะตามมาหากมีการจำหน่ายจ่ายแจกอย่างที่รัฐบาลประกาศออกไป เมื่อมีการทักท้วงไปก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าวตามมา

ตอบความเห็นที่ 3
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ก็จะทำให้ทราบว่าทำไมมีบอกระยะเวลานะครับ และที่ยังไม่เสร็จ(จัดซื้อ)ไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี:)

ถามว่าทำไมโครงการยังทอดมาจนถึงรัฐบาลชุดนี้ทั้งที่น่าจะถูกยกเลิกไปแล้ว ก็ต้องตอบว่า
1.เพราะมันยังไม่เคยเริ่มครับ แต่จนถึง ณ วันนี้นะครับ ก็ยังมีการทำงานอยู่เท่าที่แต่ละหน่วยงานจะหางบประมาณได้บนพื้นฐานเดิมครับ คือให้เด็กไทยได้รับประโยชน์สูงสุด และ
2. อีกเหตุผลหนึ่งที่ยังมีการดำเนินการประเมิน ตรวจสอบอยู่ก็เพราะว่าหลังจากที่ทุกทีมได้ดำเนินการศึกษาตรวจสอบในแง่มุมต่างๆ แล้วพบว่าโดย แนวความคิด แล้ว โครงการนี้มี แนวความคิด ที่ดี ผมหมายถึงตัว tool เองนะครับไม่พูดถึงเรื่องธุรกิจ ถ้าเป็นไปได้อย่างที่เจ้าของความคิด (MIT) คิดไว้ ก็จะมีประโยชน์กับเด็ก ไม่เฉพาะแต่กับเด็กไทยเท่านั้น แต่เป็นกับเด็กทั้งโลกครับ จริงๆแล้วถ้าเป็นไปได้ต้องลบภาพคอมพิวเตอร์ laptop ออกไปก่อนครับ (มีการเปรียบเทียบกันมากระหว่าง olpc กับ laptop computer) จริงๆแล้ว olpc เป็น tool ที่ใช้เพื่อการศึกษา มากกว่า laptop computer ขอให้ลืมภาพไปได้เลยนะครับว่าเปิดเครื่องมาแล้วมันจะมีหน้าตาเหมือนอย่างที่ทุกท่านคุ้นเคย ไม่ใช่เลยครับ ตัว tool ถูกออกแบบมาภายใต้หลักการเรียนรู้แบบ constructionism (ไม่แน่ใจว่าจะแปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรแต่ถ้าจะให้พอเข้าใจได้ก็จะเป็นลักษณะการเรียนรู้แบบ child center ที่เน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองโดยมีครูเป็นเหมือนพี่เลี้ยงครับ) ซึ่งในทีมเองก็เกิดคำถามกับการเรียนรู้ในลักษณะนี้และพยายามหาคำตอบว่ามันเหมาะสมกับเด็กไทย หรือไม่อย่างไร เพราะถ้าการเรียนรู้แบบนี้ไม่เหมาะสมแล้ว tool ตัวนี้ก็จะไม่มีความหมายใดๆเลยแม้แต่จะเป็น laptop computer จนถึงเวลานี้เราพบว่าการศึกษาในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กไทยมากหากทำได้จริงในเงื่อนไขของระบบการศึกษาของไทย (ขออนุญาตคร่าวๆในส่วนนี้แค่นี้ก่อนครับ คิดว่าที่ดีที่สุดน่าจะได้มาเห็นมาทดลองใช้และถกเถียงกันต่อหน้ามากกว่าครับ) ซึ่งข้อสรุปจนถึงเวลานี้คือ

+ แนวคิดตัว olpc ดี ถ้าเป็นไปได้ตาม concept ที่คิดไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของเด็กเป็นอย่างมาก
+ tool ยังไม่พร้อม
+ ไม่ควรซื้อตอนนี้
+ ถ้าต้องซื้อ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นประเทศแรกๆที่ซื้อ
+ ถ้าต้องซื้อ ก็ต้องให้เครื่องพร้อมกว่านี้
+ ดำเนินการพัฒนาเพื่อผลิตทั้งในส่วนของ hardware และ software ในประเทศ

คำถามต่อไป
"อีกอย่างเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ไทยเราก็ประดิษฐ์เองซิ เอาแค่ 99 เหรียญก็พอ"

ไม่ใช่ไม่คิดครับ จากเหตุผลที่หากโครงการนี้ดีจริงและต้องมีการจัดซื้อแล้วในปีแรก 4พันล้านบาท ต้องไม่ลืมนะครับว่าเราคงไม่สามารถเอามาจำหน่ายจ่ายแจกปีเดียว แล้วปีต่อๆไปก็ปล่อยเด็กๆไปตามยถากรรม เราต้องลงทุนทุกปีอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านเช่นกัน
ซึ่งด้วยศักยภาพของไทยแล้วผมต้องบอกว่ามีความเป็นไปได้เป็นอย่างมากหากเราจะทำของเราเอง (ติดเทคโนโลยีบางตัวที่เรายังทำไม่ได้ในราคาที่ต่ำแต่คงคุณภาพที่สูงหรือสูงกว่าเอาไว้เช่นจอ LCD) ซึ่งทาง MIT เองก็มีความยินดีหากใคร ประเทศใดสามารถนำแนวความคิดนี้ไปดำเนินการต่อในราคาที่ถูกลงได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาของเด็ก (แม้ว่าทาง MIT กำลังหัวเสียกับ Intel ในเวลานี้ก็ตามที อย่าลืมความแตกต่างระหว่างความเป็น tool เพื่อการเรียนรู้ กับ laptop computer ที่ผมได้เรียนไปตอนต้นนะครับ)

ตอบความเห็นที่1
ไม่มีความเห็นเรื่อง smart card ครับ


"ส่วนข้อห้าที่ท่านนำเสนอ เลยสงสัยว่าทำไมต้องเป็นแล็ปท็อป เพิ่งได้ยินว่ากระเป๋านักเรียนสมัยนี้หนักจนทำให้สรีระ(กระดูกสันหลัง)ของเด็กเสีย ยังจะเพิ่มแล็ปท็อปเข้าไปอีก"


อย่างที่ตอบไปตอนต้นนะครับ ในการศึกษาโครงการนี้เราได้ทำการวิจัยและเก็บข้อมูลไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของที่ใส่ในกระเป๋านักเรียนทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนและไม่เกี่ยว เรายังได้ทำการศึกษาถึงวิถีการใช้ชีวิตของเค้าด้วย เช่นเด็กบางคนต้องช่วยทางบ้านในไร่ในนาทั้งก่อนและหลังไปโรงเรียน และหากต้องนำอุปกรณ์ตัวนี้ไปด้วยจะทำให้เกิดอุปสรรคข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้างเป็นต้น (อย่าเอาเฉพาะเด็กกรุงเทพฯ หรือเด็กในเมืองใหญ่มาเป็นตัวอย่างนะครับ ผมแทบจะบอกได้เลยว่าโครงการนี้เหมาะสำหรับเด็กที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการเรียนรู้เหมือนอย่างเด็กในเมืองได้รับ ผมเชื่อว่าเด็กในกรุงเทพจำนวนมากจะไม่อยากได้อุปกรณ์ตัวนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเพราะราคาหรือประสิทธิภาพการทำงาน แต่ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเด็กทุกคนต้องมีเพื่อผลทางด้านการเรียนรู้ (เพราะไม่ใช่ laptop computer) ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ)

ตอบเรื่องนำ้หนักที่เด็กต้องแบกนะครับ
olpc มีขนาดเล็ก นำ้หนักเบาครับและถ้ามันสามารถตอบโจทย์เรื่องการเป็นอุปกรณ์การเรียนรู้ได้ เด็กๆก็อาจจะไม่ต้องนำหนังสือไปโรงเรียนก็ได้ครับ (จริงๆแล้วเด็กที่อาศัยอยู่นอกเมืองกระเป๋าจะไม่หนักมากเหมือนเด็กกรุงเทพครับ เด็กต่างจังหวัดบางที่สมุดแบบฝึกหัดยังต้องแบ่งกันอยู่เลยครับ เพื่อนทำการบ้านไม่เสร็จ เราก็ไม่ได้ทำการบ้าน นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าหากolpc ทำงานได้จริงตามที่คาดหวังไว้ เด็กๆสามารถ share แบบฝึกหัดหรืออ่านหนังสือได้จาก olpc โดยไม่ต้องรอกันและยังเป็นการประหยัดงบประมาณในเรื่องของการขาดแคลนตำราเรียน โดยอาศัย mesh network ที่ผมกล่าวไปในตอนต้นครับ)
ขอเพิ่มเรื่องแนวทางการทำงานของทีมอีกนิดครับ
หลักการการออกแบบโดยมนุษย์เป็นศูนย์กลางที่เราใช้ในการเรียนการสอนและการทำงานในโครงการนี้คือการค้นคว้าทำความเข้าใจมนุษย์ในสามเรื่อง
เรื่องที่ 1 ทางด้านกายภาพของตัวผู้ใช้ (physiological human factor) ก็คือการทำความเข้าใจในเรื่องขนาดสัดส่วนต่างๆของมนุษย์(ergonomic) ข้อจำกัดทางด้านกายภาพของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการแบกรับนำ้หนักหรือความทนของร่างกาย
เรื่องที่ 2 ทางด้านจิตวิทยา (psychological human factor) การสื่อสารระหว่างผลิตภัณฑ์และผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย เข้าใจง่าย รวมถึงเรื่องความงามของตัวผลิตภัณฑ์
เรื่องที่ 3 ทางด้านสังคมและวัฒนธรรม (social & culture human factor) เพื่อหาข้อมูลทางด้านการใช้ชีวิต หรือเงื่อนไขทางวัฒนธรรมที่จะมีผลต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ (รายละเอียดเพิ่มเติม www.arch.kmutt.ac.th/redek/hcd.pdf )
เรื่องน้ำหนักที่เด็กต้องแบกก็อยู่ในส่วนของการประเมินครับ

"ไม่ดีกว่าหรือ ที่จะสนับสนุน/อุดหนุนร้านอินเตอร์เน็ต ที่เด็กไปเล่นเกมส์กันเยอะแยะอยู่แล้ว เห็นขึ้นกันทุกหัวมุมเหมือนเซเว่นเลย"

อย่างที่บอกครับว่าเราเห็นภาพเจ้าเครื่องตัวนี้ว่าเป็นอะไร แค่คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สนับสนุนการเรียนรู้

ขออนุญาตเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ หากท่านใดประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ผมต้องรบกวนให้นัดหมายมาที่สำนักงานดีกว่าครับ ผมมีตัวอย่างเครื่องให้ทดลองใช้ และข้อมูลที่ได้จากการทำงานจนถึงวันนี้อยู่เป็นจำนวนมากและพร้อมที่จะแชร์ความคิดเห็นกันครับ

พรเทพ ฉัตรภิญญาคุปต์
pornthep CHATPINYAKOOP
director

Collaborative Development Center (CODE)
King Mongkut's University of Technology Thonburi City Center
231/2 South Sathorn Road, Yannawa,
Bangkok 10120 THAILAND
[T] 662.470.9920-1
[F] 662.673.9433
www.bangkokcode.com

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูคอม วันที่ : 03/06/2007 เวลา : 02.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yongyuth

เรียนคุณฉัตรชัย

1) เมื่อคุณประเมินเสร็จแล้ว สามารถนำเอกสารการประเมินมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้สาธารณะทราบได้ไหมครับ
ถ้าทำทุกอย่างเป็นหลักฐานเปิดเผยได้ ท่านก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องความโปร่งใส
2) การประเมินโครงการดังกล่าวมีคณะบุคคลที่สามที่มาตรวจสอบ double check ไหมครับ เช่นโดยทีมงานจากอาจารย์ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และอีเล็กโทรนิกส์จากหลายๆสถาบัน หรือ สมาคมไฟฟ้าวิชาการ นอกจากทางคณะสถาปัตย์ฯ
3) ไม่ทราบว่าทางสถาปัตย์ ช่วยประเมินเครื่องคอมพิวเตอร์ในแง่มุมไหนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
kengrimsay วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kengrimsay

กระทรวง ict.ถ้าไม่มีทักษิน สมองก็ตีบตัน จะไปถามหาทำไม บัตรสมาร์ทการ์ด เอาแค่บัตรเดิมๆก็ทำยากแล้ว ตอนนี้ บ้านเมืองเรากำลัง ย้อนเวลา หาอดีต แต่จะหาเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NARKA

6สงครามครับ6
ไม่เห็นบอก ระยะเวลาไว้ด้วย
ถ้าเป็นสมัยทักษิณฯมันต้องเสร็จแล้ว
แต่นี่ทอดเวลามาถึง คมช.ยังจะไปทำอยู่ทำไม มันน่าจะถูกยกเลิกเป็นโมฆะไปแล้ว
อีกอย่างเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ไทยเราก็ประดิษฐ์เองซิ เอาแค่ 99 เหรียญก็พอ ไทยเราทำได้ไหมล่ะ?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนมีไฟ วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lightman

ก็ยังดีนะ ที่คุณสุทธิชัย นำมาลงให้ ผมถึงบอกว่าถ้าคุณเอาอคติส่วนตัวไปใส่ในบทความเมื่อไหร่ ความเป็นสื่อคุณมันจบ คุณจะเกลียดทักษิณได้ แต่ถ้าจะทำลายล้างโดยไม่มีเหตุผลคุณก็เป็นได้แค่กระดาษเช็ดก้นดีๆนี้เอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

อยากทราบว่า บัตรสมาร์ทการ์ดไปถึงไหนแล้ว เห็นทางเนคเทคเคยบอกว่า เวอร์ค (เช่นเดียวกับในจีน ที่บริษัทนี้ผลิตให้) แต่ไม่เหมาะกับประเทศไทย เพราะไม่เป็นOpen Platform ที่ใครๆก็สามารถเข้ามาผลิตแทนได้ เลยสงสัยว่า
1.ทำไมต้องเป็น Open Platform ดีกว่ามั้ยในการรักษาความลับถ้าเป็นระบบปิด คนอื่นที่ไม่มีโค๊ดเข้ามาไม่ได้
2.ผู้ผลิต/พัฒนาให้ท่านเป็นรายแรก(ต้องเสียค่าพัฒนา)ได้หรือเสียประโยชน์จากการเป็นOpen Platformที่คนมาทีหลังเข้ามาเสียบได้ โดยไม่มีต้นทุนการพัฒนา
3.ราคาปัจจุบัน ยังไม่ถูกพอที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือจะรอจนไม่มีใครใช้แล้ว ราคาจึงจะถูกสุดๆ
ส่วนข้อห้าที่ท่านนำเสนอ เลยสงสัยว่าทำไมต้องเป็นแล็ปท็อป เพิ่งได้ยินว่ากระเป๋านักเรียนสมัยนี้หนักจนทำให้สรีระ(กระดูกสันหลัง)ของเด็กเสีย ยังจะเพิ่มแล็ปท็อปเข้าไปอีก
ไม่ดีกว่าหรือ ที่จะสนับสนุน/อุดหนุนร้านอินเตอร์เน็ต ที่เด็กไปเล่นเกมส์กันเยอะแยะอยู่แล้ว เห็นขึ้นกันทุกหัวมุมเหมือนเซเว่นเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All