• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 8025635
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8866 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม 2550
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1703 , 09:12:05 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากมายอย่างนี้, ต้องไม่มองเฉพาะปัจจัยเงินดอลล่าร์เท่านั้น, แต่ต้องเหลียวไปดูเงินหยวนของจีนและเงินเยนของญี่ป่นด้วย

ตัวเลขอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนล่าสุดที่ยังร้อนแรงถึงร้อยละ ๑๑ ประกอบกับดุลการค้าที่ได้เปรียบอย่างสูงกับประเทศคู่ค้าอื่น และเงินสำรองต่างประเทศที่สูงถึงหนึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (คูณ ๓๕ เข้าไป, จะรู้ว่านี่คือ
เศรษฐีใหม่)

เงินสำรองระหว่างประเทศของจีนที่สูงมากเช่นนี้อย่านึกว่าไม่เกี่ยวกับไทย...ความจริง, หากมองให้ลึกจะเห็นว่าเราต้องเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของจีนในประเด็นอย่างใกล้ชิด

เพราะความร่ำรวยของจีนอาจจะมีผลต่อเงินบาทก็ได้

นักข่าวถามนายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่าของจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเมื่อจีนมีเงินสำรองระหว่างประเทศเต็มกระเป๋าอย่างนี้, จะทำอย่างไรกับเงินทองล้นตู้เซฟอย่างนี้?

เชื่อไหมว่าแทนที่จะคุยโม้โอ้อวดถึงความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีน, นายกฯเวินเจียเป่ากลับตอบอย่างน่าพิศวง (อย่างน้อยก็สำหรับชาวบ้านทั่วไป) ว่า

“นี่แหละเป็นปัญหา...นี่เป็นปัญหาใหม่และปัญหายากสำหรับเรา...”

แปลว่าอะไร? เพราะพอมีเงินเต็มบ้าน, สิ่งที่ต้องห่วงก็คือจะทำอย่างไรคุณค่าของเงินสำรองระหว่างประเทศเยอะ ๆ นั้นจึงไม่เสื่อมราคา?

ตอนยากจน, ไม่มีข้าวกินนั้น, เงินสกุลไหนของใครจะแข็งหรืออ่อนอย่างไรก็เป็นปัญหาของคนอื่น, ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองแต่อย่างไร...แต่พอเริ่มเป็น “อาเสี่ย” แล้ว, ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป, ยิ่งมีเงินคนอื่นเขามาเป็นเงินสำรองของเรา, เวลาเขาไม่สบาย, เสี่ยก็พลอยต้องเดือดร้อนไปด้วย

เป็นที่รู้กันว่าร้อยละ ๗๐ ของเงินสำรองระหว่างประเทศของจีนวันนี้ได้เอาไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ซึ่งแปลว่าจีนจะชอบหรือไม่ชอบนโยบายของประธานาธิบดีจอร์จ ดับบลิว บุชก็ตาม,  ถ้าเงินสกุลดอลล่าร์อ่อนปวกเปียก, ก็จะพลอยทำให้จีนมีปัญหาไปด้วย

จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าหากธนาคารกลางจีนจะเริ่ม “กระจายความเสี่ยง” ด้วยการหันไปซื้อเงินสกุลเยนของญี่ปุ่นมาแทนดอลล่าร์

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร, เพราะธนาคารกลางของหลายประเทศที่เผชิญกับปัญหานี้ก็ได้ดำเนินนโยบายนี้มาแล้วเหมือนกัน...เรื่องอะไรจะไปเอาชีวิตไปแขวนเอาไว้กับมะกันแต่เพียงผู้เดียว?

แต่เมื่อลดปัญหาดอลล่าร์, ก็ต้องไปเจอปัญหาเยน...เพราะเมื่อใครต่อใครหันไปซื้อเยนแทนดอลล่าร์, เยนก็แข็งขึ้นเป็นธรรมดา เพราะความต้องการสูงขึ้น

ไม่ต้องแปลกใจเช่นกันถ้าหากเงินสกุลเยนซึ่งเพิ่งเจอกับสภาพอ่อนที่สุดใน ๒๐ ปีเมื่อต้นปีนี้, อยู่ดี ๆ ก็เกิดอาการแข็งปั๋งขึ้นมา

เพราะธนาคารชาติของจีนและประเทศอื่นหันไปซื้อเงินเยนกันมากขึ้นอย่างชัดเจน...(และไม่ว่าจีนจะชอบนโยบายของนายกฯชินโสะ อาเบ้ของญี่ปุ่นคนใหม่หรือไม่ก็ตาม, กระเป๋าสตางค์ใคร, ใครก็ต้องปกปักรักษา)

ที่บอกว่าไทยเราต้องจับความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจจีนอย่างตาไม่กะพริบก็ตรงนี้

เพราะเงินบาทนั้นมักจะ “ขี่” ไปกับเงินเยนเสมอ...พอเยนแข็ง, บาทก็แข็งตาม และนี่คือหนึ่งในหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนผู้ส่งออกร้องจ๊ากกันทั้งเมืองขณะนี้

หากเป็นไปตามคำทำนายของนักวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์หลายคน, เงินสำรองระหว่างประเทศของจีนก็คงจะยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการส่งออกยังคาดว่าจะเฟื่องฟูต่อเนื่อง, ซึ่งก็แปลว่าจีนจะกระจายความเสี่ยงของตัวเองด้วยการลดการถือครองอะไรที่เป็นดอลล่าร์และหันมาซื้อเยน (กับเงินยูโร) มากขึ้น

และหากเป็นไปตามแนวโน้มเดิมที่ผ่านมา, เงินบาทก็จะแข็งตามเงินเยนด้วย

นี่ย่อมตอกย้ำหลักการที่ว่า “ไม่มีข่าวต่างประทศชิ้นไหนไกลตัวคนไทยเลย”...จีนร่ำรวยขึ้น, ข้อดีก็คือเขาจะซื้อของเรามากขึ้นและเมื่อเขามีสตางค์มากขึ้น, ก็จะส่งคนมาท่องเที่ยวมากขึ้น...

แต่เมื่อเขารวยแล้ว, เขาต้องแก้ปัญหาของเขาไม่ให้อิงอยู่กับดอลล่าร์มากขึ้น, พอหันไปตุนเงินเยน, ก็อ้อมมาทำให้เงินบาทแข็งขึ้นตามไปด้วย...ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกลดน้อยลง...และนี่คือวงจรที่ทำให้ทุกอย่างมีความเกี่ยวพันกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในเศรษฐกิจโลกวันนี้, ไม่มีอะไรไม่โยงใยกันอีกต่อไปแล้ว...คนไทยจึงต้องสร้างสังคมความรู้ให้เท่าทันคนอื่น ๆ ทั้งหมด, ชั่วโมงต่อชั่วโมง, วันต่อวัน...

(เข้ามาแสดงความเห็นใน blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 12.44 น.

ต้นทุนเงินบาทก็คงต้องแลกกลับมานั้นแหละครับ แต่กำไรดอกเบี้ยพักไว้นอกประเทศได้ ดูอย่างท่านทักษิณสิเค้าบริหารค่าเงินในมือเค้าตลอด ถึงเวลาเก็งกำไรก็สวมบทฝรั่งหัวดำเ้ข้ามาซื้อหุ้นแล้วก็ออกไป ได้กำไรสองต่อทั้งหุ้นขึ้นแล้วก็ค่าเงินบาทแข็งแลกดอล์กลับได้เยอะขึ้น

ผมว่ามาตรการใหญ่ๆต้องให้ ธปท. นั้นแหละเป็นคนทำ ผู้นำเข้าที่ได้ประโยชน์ช่วงนี้ก็น่าจะเก็บภาษีพิเศษเพื่อไปช่วยผู้ส่งออก เป็นการคอนโทรลภายในกันเอง ไม่ใช่ไปแทรกแซงอุ้มค่าเงินแบบนี้ อุ้มยังไงก็สู้เศษเงินต่างชาติไม่ได้หรอก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
FamilyMan วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 11.43 น.

ขอสอบถามคุณความคิดที่ 2 ครับ คุณสายข่าวอิสระ ถ้าเราเอาดอลลาห์ที่ได้จากการขอยสินค้าแล้วได้เงินดอล ไปซื้อเงินสกุลอื่นกันบาทแข็ง เราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายเงินเดือนไปซื้อวัตถุดิบไว้ผลิตสินค้าครับ หรือมีทางแก้ทางสำหรับต้นทุนในสกุลเงินบาทมั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chaitham วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

ข้อเขียนน่าสนใจ และเข้าใจง่าย น่าจะจัดโครงการณ์
อบรมให้เยาวชนไทย ได้รู้เท่าทัน เริ่มปลูกฝั่งตั้งแต่
วัยเยาว์ จะได้รู้เท่าทัน โลกการเงินที่ผันผวนและแปรผัน
น่าจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจไทยสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และมั่นคง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ล้านเล็กๆ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lan-car-fair


แล้วอย่างนี้ผมควรเลือกกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรของญี่ปุ่น(หรือยุโรป)ได้ไหม๊ครับ .....สงสัยจังว่าเสี่ยงระดับไหนขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
aha99 วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 13.11 น.

แต่คิดดูอีกที ผมเห็นด้วยกับ ค.ห. 7 เพราะในที่สุดแล้ว..ผู้ที่จะชนะก็คือมะกัน...เนื่องจากเขาถือไผ่เหนือกว่าทางการเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี (..และจิตวิทยา)
ทุกวันนี้จีนเติบโตที่ร้อยละ 11 แต่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์เหนือใครคือบรรดาเศรษฐีชั้นนำ และนักปั่นเงินในอเมริกา และยังคงจะเป็นเช่นนี้อีกหลายทศวรรษ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
aha99 วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 12.55 น.

พูดแบบตรงๆ ตอนนี้เมืองไทยหมดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคนี้แล้ว เราควรที่เตรียมตัวจะส่งลูกหลานไปทำงานในจีน ในอินเดีย และในเวียตนาม ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
ผมเห็นความก้าวหน้าในเวียตนามเพียงอย่างเดียว ผลกระทบต่อประเทศไทยก็น่ากลัวมากพอแล้ว..ถ้าจีนก้าวหน้าไปอีก เราก็ไม่ต้องพูดถึงอนาคต...เราจะกลายเป็น
banana republic อย่างแท้จริง
*และไม่ทราบว่าลูกหลานเราจะทำงานสู้ชาวจีน ชาวเวียตนาม หรือชาวอินเดียได้หรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เวลาคุณขาดดุลการค้ามากๆ เงินสกุลของคุณก้ต้องอ่อนไปเป็นธรรมดา หมายความว่า คนในชาติคุณต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้รายรับและรายจ่ายเท่ากัน (เป็นอย่างน้อย)
อย่างจีนกดค่าเงินตัวเองให้ถูกๆ เวลาส่งของไปขายมะกัน จะได้ดอลล่าร์น้อยๆ ดูเป็นสินค้าราคาถูก ขายง่าย แต่ในอีกทางนึง ก็ทำให้แรงงานจีนเหมือนแรงงานทาส คือถูกมากเกินความเหมาะสม ในที่สุดได้ดุลการค้ามากๆก็ต้องเอาดอลล่าร์ส่งกลับไปให้รบ.มะกันกู้ ด้วยการซื้อพันธบัตรหรือซื้อทรัพย์สิน/หุ้นในอเมริกา แบบญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ80 แล้วก็ถูกนักการเงินมะกันปล้นด้วยการทุบตลาดหุ้นเป็นช่วงๆ หรือขาดทุนจากตึกร็อคกี้เฟลเล่อร์ไปเท่าไร
เราเคยเทหมดหน้าตัก ตอน 25บาท/ดอลล่าร์ ไม่ให้เงินบาทอ่อนค่าลงซักบาท หลังลอยค่าเงินไปแล้ว เราใช้เงินจำนวนมาก ตอน 42บาท/ดอลล่าร์เป็นต้นมา กันไม่ให้บาทแข็งขึ้นมาซักบาท ตลกมั้ย และไม่จำว่า ตลาดใหญ่กว่าธ.กลางตั้งเท่าไร วันๆเขาซื้อขายฟอเร็กซ์เกินห้าแสนล้านดอลล่าร์ ของคุณมีเท่าไรครับ โจมตีจริงๆวันสองวันก็หมดหน้าตักแล้ว ยังไม่จำอีก

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
LunLa วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ทั้งหมดทั้งปวงผู้นำประเทศของเราคือคนสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา นั้นหมายความว่าคณะทำงานของผู้นต้องมีความรู้ความเข้าใจจัดการบริหาร เพื่อให้ประเทศไทยของเรา พัฒนารุดหน้าไปในทางที่ดีขึ้นในทุกๆเรื่อง แต่สภาพประเทศไทยวันนี้อย่างที่เ็ห็นกัน แทนที่จะแก้ปัญหาให้ถูกจุด กลับกลายเป็นไม่มีการพัฒนาใดๆ แถมยังสร้างปัญหาแย่งชิงอำนาจ ...หากเศรษฐกิจของประเทศเราเจริญรุ่งเรือง นั้นหมายถึงปากท้องของคนไทยทั้งประเทศ ตราบใดที่ประเทศของเรายังอยู่ในสภาพนี้ ดิฉันคิดว่า หลายๆอย่างคงถอยหลังลงคลองแน่ๆค่ะ

PS..จริงๆแล้วดิฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก แต่ข้อความที่คอมเมนท์ไปมันคือความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดให้ได้รับรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.52 น.

หลายคนจากประสบการณ์เก่า ชอบบอกให้ธปท. อยู่เฉยๆ มันไม่ใช่หรอก ธปท. ต้องเป็นตัวเซนเซอร์ เก็บข้อมูลให้คนไทย แล้วก็แจ้งทางออกที่ดีกว่าทั้งเพื่อชาติและเพื่อนักลงทุนไทย อยู่เฉยๆปล่อยเค้าใช้เราเป็นบัฟเฟอร์แบบนี้ไม่ได้หรอก เงินอ่อนเราก็ซื้อของแพง เงินแข็งเราก็ขายของได้ถูก ประเทศเรามันเล็กอัตราต่อรองมันน้อย ถ้ามันมีกฏความยุติธรรมค่าเงิน อันนี้ธปท.ไม่ต้องไปแทรกแซงก็ได้ อย่า่งค่าเงินUSอ่อนก็ให้เค้านำเข้าของแพงขึ้นตามกลไกบ้างสิ ทำไมเราต้องขายของได้เงินลดลง ซึ่งหลายคนขาดทุนด้วยซ้ำ ปัญหาของไทยคือเราตามกลไกฝรั่ง นำเข้าระบบต่างของเค้าหมด ดังนั้นเค้าก็ซื้อขายอะไรได้ง่ายและรู้สึกปลอดภัย เพราะเค้าเข้าใจระบบทุกอย่างว่ามีความเสี่ยงและขั้นตอนยังไง ไม่มีหรอกที่เค้าจะกล้าไปเล่นแบบนี้กับ พม่า เขมร ลาว เข้าไปถึงรู้ว่าทำกำไรได้ แต่ก็ไม่รู้ขั้นตอน เค้าก็ต้องไปสร้างระบบในประเทศต่างๆเหล่านี้ก่อน ของเรามีระบบเหมือนนานาชาติ ถ้าเปรียบกับคอมพิวเตอร์ก็เหมือนเค้าให้ แผ่นวินโดว์มาลง แต่ไม่ขายระบบไฟร์วอลล์ ระบบป้องกันไวรัส สแปมต่างๆ ติดมาให้ ให้เรางมหาไฟล์วอลล์ ฆ่าไวรัสกันเอง แต่ระบบเงินทุนเค้าจะมีจ้ำจี้จ้ำไช ว่ายูต้องทำแบบนี้ซื้อขายแบบนี้ต้องมีระบบพันธบัตรแบบนี้ ตลาดหุ้นต้องทำอย่างนี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรัตยา วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

แบบนี้ค่อยสมกับที่เป็นลุงหน่อย สองสามบล็อคก่อนขว้างหยกล่อกระเบื้องหรือไง





ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.43 น.

อยากให้อาหยุ่นพูดออกสื่อเยอะจะได้กระตุ้นให้พวกนักวิชาการตัวจริงที่เค้ารู้แนวทางจริงให้เค้าออกมาทำงาน และพัฒนาระบบ ผมว่าคนไทยเก่งอยู่แล้ว แต่คนเก่งเค้าไม่มีโอกาสแสดงศักยภาพ ไม่มีอำนาจตัดสินใจ เงินมีหลายสกุล แต่ละประเทศก็ไม่อยากให้มีใครมาเก็งกำไรค่าเงินตัวเอง แต่ละคนก็ผลักไปที่คนอื่น จีนยังต้องบัฟเฟอร์ไปที่เงินเยน อย่างอาหยุ่นเล่ามา ตอนแรกทุกชาติที่หัดบัฟเฟอร์ก็จะแค่ขออาศัยแปะเงินพักเฉยๆ เงินก็จะอยู่นาน แต่พออาศัยพักบ่อยๆ เวลาผ่านไปเห็นช่องต่างค่าเงินระหว่างพัก กำไรมากกว่าดอกเบี้ย ก็รีบถอนเพื่อชิงส่วนต่าง นี่แหละจุดที่ทำให้เกิดปัญหา ถ้าจีนมีคุณธรรมไม่ทำกับญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็ไม่ซวยไปด้วย ระบบธุรกิจค่าเงินผันผวนเร็วแบบเงินบาทไทยนี้ ให้เป็นนักธุรกิจที่ไหนก็ทำงานยุ่งยากขึ้น ขอบคุณอาหยุ่นที่แหย่ประเด็นนี้ออกมา ขอให้ซัดต่อไปเรื่อยๆ นักลงทุนไทยจะได้กล้าขึ้น ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายข่าวอิสระ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.34 น.

ผมว่าวิธีแก้ง่ายที่สุดคือ ให้นักลงทุนไทยที่กลัวบาทจะแข็งมากกว่านี้ อยากแลกดอลลาร์สหรัฐเป็นบาท ให้เค้าใช้เงินอื่นเป็นบัฟเฟอร์ เช่น อาจแลกเป็นยูโรสักครึ่งนึง บาทสักครึ่งนึง เพราะไม่มีทางที่นักเก็งกำไรจะถล่มทุกสกุลเงินไปพร้อมกัน และอนาคตอาจตกลงทำสัญญาซื้อเป็นสกุลยูโรแทน หรือจำเป็นก็แลกเป็นดอลลาร์สหรัฐกลับคิดว่าคงดีกว่าจะเห็นค่าเงินบาทแข็งขึ้น ประโยชน์ในการพักเงินในสกุลอื่น จะทำให้บาทมีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ใช่มัวแต่พึ่งพึงดอลลาร์สหรัฐไว้อย่างเดียว ถ้าเงินใครเย็นมากๆ แต่กลัวแลกเป็นเงินไทยแล้วจะขายทุนควรจะเปลี่ยนเป็นทองคำกลับประเทศก็ได้ ถ้ามีการทำบัฟเฟอร์กันอยู่แล้วก็ควรบอกให้นักส่งออกทำมากขึ้น บางทีเราอาจกำไรสองต่อก็ได้ถ้าแลกไปพักหรือไปลงทุนค่าเงินอื่นแทนที่จะโอนกลับประเทศ ซึ่งก็ทำเหมือนกันนักลงทุนต่างประเทศนั้นแหละที่มาลงทุนหุ้นไทยตอนนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเป็นพี่เลี้ยงในการแนะนำข้อมูลและความเสี่ยงของค่าเงิน และตลาดทุนของชาติต่างๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ราษีไศล วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

มาสวัสดียามเช้าคุณสุทธิชัยครับผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All