• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 2711
  • จำนวนผู้ชม : 7704316
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8842 คน
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/black
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2552
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 79351 , 14:25:12 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พรรคพวกส่งจดหมายเวียนผ่านอีเมล์มาให้...บอกว่าเป็น “สูตรแห่งชีวิตประจำวัน” ที่ควรจะส่งต่อไปให้คนที่เรารัก, ห่วงใยและต้องการให้เขาหรือเธอมีความสุขทั้งกายและใจ...ทำนองเดียวกันที่ชาวชีวจิตมีความห่วงหาอาทรต่อกันอย่างไม่ลดละ

เพื่อนเรียกสูตรนี้ว่าเป็น Lifebook หรือเป็น “ตำราแห่งชีวิต” ซึ่งผมคิดว่าเหมาะเจาะกับเนื้อหาและคำแนะนำที่น่าสนใจยิ่ง

ทั้งง่ายและตรงไปตรงมา, ใครจะทำก็ได้, ไม่ทำก็ได้, เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล, ไม่บังคับยัดเยียดกัน, ไม่ต่อว่าต่อขานกัน, แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่นจะทำอะไรให้กับชีวิตของตนเอง, ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริมสนับสนุน

สมควรที่จะให้กำลังใจแก่กันและกันอย่างยิ่ง

สูตรที่ว่านี้มีง่าย ๆ อย่างนี้

๑.   ดื่มน้ำให้มาก

    

๒.   กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น, ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่ยงและตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มีอะไรจะกิน...สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)

๓.  กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน

๔. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ

๕.  หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ

๖.   เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย

๗.  อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา

๘.  นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้

๙.   นอนวันละ 7 ชั่วโมง

๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะกวด, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน

๑๑.ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม

นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร, ชีวิตก็จะแจ่มใส, แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้

วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้

แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้ครับ

๑.  อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง

๒.   อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย

๓.  อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน

๔.  อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก

๕.  อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง

๖.  จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ

๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว

๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ

๙.  ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น

๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ

๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง

๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต

๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น

๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร

แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?

๑.      อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ

๒.    จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน

๓.     จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง

๔.     จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ

๕.     พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน

๖.      คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก  หน่อย

๗.  งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด

และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้

๑.   ทำสิ่งที่ควรทำ

๒.   อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้ง

   ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?

๓.   เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้

๔.  ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน

๕.  ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุก

    จากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน

    ด้วย...get up, dress up and show up.

๖.   สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง

๗.   ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า

    หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย

๘.  เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข

    เสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?

และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

ส่งบทความที่ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
หนูแจ๋ว วันที่ : 13/09/2009 เวลา : 00.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/primj

เพิ่งได้รับจากมิตรใหม่เลยแวะมาทักทาย ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
amorna วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorna

ชอบมากค่ะ เลยส่งต่อให้เพื่อนและศัตรูที่รักทุกคน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
amorna วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amorna

มีทัศนคติต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วยเน้อ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
กระชุ วันที่ : 23/06/2009 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krachu


เรื่องนี้ดีจังค่ะ
ขออนุญาตนำไปกระจายข่าวต่อนะคะ
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ดีเจสีฟ้า วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 20.07 น.

ขออนุญาต เอาไปขยายต่อนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สรร วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา


เพิ่มอีกข้อคือ ไม่สูบบุหรี่นะครับ เพราะบุหรี่ทำให้เสียชีวิตได้อย่างฉับพลัน ...ไม่เชื่อไปดูบล็อกนี้ครับ

http://www.oknation.net/blog/chawetsan/2009/06/02/entry-1

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
หนวดแดง วันที่ : 19/06/2009 เวลา : 13.11 น.

คุณสุทธิชัยพูดเหมือนคำพระสอนเลย
ผมจำคำสั่งสอนของหลวงพ่อมา ท่านพัมสอนคนทุกวันว่า
1. ละเว้นการกระชั่ว?
2. ทำแต่ความดี?
3. ทำจิตใจให้ผ่องใส?
เราเป็นปุตชนคนธรรมดาเราทำได้หรือไม่
ตอบ ทำได้ง่าย
มันอยู่ที่ความคิดก่อนต้องคิดดีก่อน แล้วพูดแต่สิ่งที่ดี และท้ายทำสิ่งที่ดี
การละความชั่ว เช่น
>ไม่ต้องถึงกับฆ่าคนตายหลอด ไม่คิดทำร้ายใครให้เค้าเจ็บป่วยทางกายเจ็บปวดทางใจการสุดยอดแล้ว
>ไม่อยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตน ไม่ฉ้อราษฎรบังหลวง
>ไม่คิดจะมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเรา การรักเดียวใจเดียว ไม่สำส่อนทางเพศ ไม่มักมากในกาม
>ไม่พูดจาโกหกพกลม คนทำดีเราต้องบอดว่าเค้าทำดีส่งเสริมคนดี คนทำไม่ดีเราก็บอกว่าคุณทำไม่ดี เราให้คำแนะนำให้ทำแต่สิ่งที่ดี
>ไม่ติดสิ่งเสพติด เหล้าสุราไวน์ การพนันขันต่อ
ทำความดี เช่น
ให้ทาน ฟังธรรมะ ส่งเสริมคนดี ประกอบอาชีพที่ดี พูดจาดีไพเราะ
ทำจิตใจให้ผ่องใส หลวงพ่อท่านบอกว่า "ขอให้นั่งสมาธิวันละ15-30นาที ทำจิตใจว่าง อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
nu_nink วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nungnink
อย่า หมด ศรัทธา ใน ตน เอง

ยิ้มให้กะตัวเอง และคนรอบข้าง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณค่ะ คุณสุทธิชัย

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จันท์เทศ วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karmut
วันนี้คุณ ยิ้มให้ผมหรือยัง อิอิ

เปลี่ยนเป็นส่งตังส์ได้ด้วยก็จะดีน่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
librarypink วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/librarypink

เป็นบทความที่ดีมากๆเลย โชคดีที่มีโอกาสได้ผ่านมาเจอ
ขอบคุณนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chettapat วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
prampate วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.50 น.

ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาให้รวมทั้งความเห็นที่ 5 ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
prampate วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.50 น.

ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาให้รวมทั้งความเห็นที่ 5 ด้วย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

ถ้าทำได้ทุกข้อ

สุดยอดเลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
komyos วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า

สูตรแห่งความสุข...ตำราชีวิตประจำวัน แต้ๆเจ้า

ขอบพระคุณนักๆเจ้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เป็นวิชาเตือนตนที่ดีมาก ชอบคำนี้ "อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก"
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปยุต วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

แก่แล้ว ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าดีกว่า นั่นคือ

การฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน

๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ทั้งหมดนี้...เป็นอริยสมบัติของบุคคล ในการเข้าสู่กระแสพระนิพพานเป็นเบื้องต้น( โสดาบันและสกิทาคามี ) ซึ่งมาจากการที่ละสังโยชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สำหรับ สักกายทิฏฐิ ในทางปฏิบัติต้องใช้อารมณ์ตามลำดับคือ ใช้อารมณ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุด

อารมณ์ขั้นต้น ให้ใช้อารมณ์แบบเบาๆ คือมีความรู้สึกตามธรรมดาว่า ชีวิตนี้ต้องตาย ไม่มีใครเลยในโลกนี้ที่จะมีชีวิตได้ตลอดกาลคู่ไปกับฟ้าดิน ในที่สุดก็ต้องตายเหมือนกันหมด แต่ท่านให้ใช้อารมณ์ที่สั้นเข้ามาอีกคือ ให้ทำความรู้สึกไว้เสมอว่า ความตายไม่ใช่จะมาถึงเราในวันพรุ่งนี้ ให้คิดว่า เราอาจจะตายวันนี้ไว้เสมอ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นอารมณ์ของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี

อารมณ์ขั้นกลาง ท่านให้ทำความรู้สึกเป็นปกติว่า ร่างกายของคนและสัตว์ตลอดจนวัตถุทุกชนิดเป็นของสกปรกทั้งหมด ร่างกายคนและสัตว์มีสิ่งที่น่ารังเกียจฝังอยู่ก็คือ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เป็นต้น เมื่อมีความรู้สึกตามนี้ ก็พยายามทำอารมณ์ให้ทรงตัว จนเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายทั้งหมด ไม่ยึดถือว่าร่างกายใดเป็นที่น่ารักน่าปรารถนา เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี

อารมณ์สูงสุด ทำให้มีความรู้สึกตามนี้ คือมีความรู้สึกว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา มีอาการวางเฉยในร่างกายทุกประเภท เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์

คำว่าวิจิกิจฉา แปลว่า สงสัย คือสงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระอริยสงฆ์ มีพระอรหันต์เป็นต้น สงสัยว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่จริง ถ้ามีจริงๆ พระพุทธเจ้าน่ะดีไหม คำสอนของพระองค์ดีจริงๆหรือเปล่า นี่สงสัยพระธรรมเลย แล้วสงสัยว่าพระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนานี่มีจริงหรือไม่มีจริง หนักๆเข้าก็เลยคิดว่าไม่มี เพราะตัวสงสัย พระพุทธเจ้าจริงๆก็ไม่มี พระไตรปิฎกที่มีอ่านกันอยู่ ก็เป็นพระไตรปิฎกโกหกมดเท็จ ใครเขียนขึ้นมาก็ไม่รู้ เขียนแบบโกหกขึ้นมาว่าโลกนั้นมี โลกนี้มี ระลึกชาติไม่ได้ จิปาถะกันไป เลยสงสัยพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่เขาบอกว่า พระสงฆ์น่ะเป็นพระสงฆ์จริงๆ หรือว่าเป็นตัวเบียดเบียนประชาชน ทำให้สังคมมีความทุกข์ มีความเร่าร้อน เพราะพระไม่เห็นจะทำอะไร ได้แต่บิณฑบาต แล้วก็กิน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็บิณฑบาต แล้วก็บอกบุญบ้าง ขอบุญบ้างเรี่ยไรกันบ้าง จิปาถะ ไม่เห็นมีอะไรให้เกิดเป็นประโยชน์ นี่ไม่สงสัยนะ ถึงขั้นไม่เชื่อถือเอาเลย ลักษณะอย่างนี้เป็นสังโยชฃน์ข้อที่ ๒ ที่ทำให้คนเราต้องลงอบายภูมิ ขอยืนยันว่า ถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ ต้องลงอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน แน่นอน

สีลัพพตปรามาส คือปฏิบัติในศีลให้ครบถ้วนทุกประการ ด้วยความเต็มใจ การปฏิบัติศีลครบถ้วนสำหรับฆราวาส มีศีล ๕ ใช้ได้แน่นอน ถ้าจะทำให้คนดีจริงๆก็มีกรรมบถ ๑๐ ด้วย ถ้ามีทั้งศีล ๕ มีกรรมบถ ๑๐ อย่างนี้จะมีความสุขอย่างยิ่งทั้งปัจจุบันและสัมปรายภพ ถ้าปฏิบัติตนได้อย่างนี้ องค์สมเด็จพระมหามุนี คือพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า ท่านทั้งหลาย เมื่อตายแล้วจากชาตินี้ก็ดี หรืออีกกี่ชาติก็ตาม จะไม่พบคำว่าอบายภูมิเลย การเกิดเป็น สัตว์นรกก็ดี เป็นเปรตก็ดี เป็นอสุรกายก็ดี เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ดี ไม่มีสำหรับท่าน จะเวียนว่ายตายเกิดเฉพาะ การเกิดเป็นคน เป็นเทวดา หรือพรหมเท่านั้น

ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ท่านพระอริยะเบื้องสูงท่านกล่าวว่า ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น คือเป็นของทำง่ายๆ เพียงแต่มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายๆ เมื่อกล่าวโดย

สรุป พระโสดาบัน มีอารมณ์โดยย่อดังนี้

๑.มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายแน่

๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

๓.ฆราวาสมีศีล ๕ ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติ เมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคงอยู่กับใจจริงๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า องค์ ก็คือ

หนึ่ง ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นคงจริงจัง

สอง มีศีล ๕ บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

สุดท้าย ด้วยคุณบารมี ของพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะ ทั้งสามประการ จงดลบันดาลให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ให้จงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ มี อายุ วรรณะ สุขะพละ และปฏิภาณ ปรารถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น สมความปรารถนาจงทุกประการ ณ กาลบัดนี้ และตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่ พระนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NEC1052 วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NECLINK
 ร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs ยุครวมกันเราอยู่... พัฒนาคน ค้นความคิด ผลิตข่าวสาร ผสานความรู้ ผันสู่ธุรกิจ ...

อ่านแล้วต้องรีบปฏิบัติ...จะได้พบกับความสุขทันที

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุวิริโย วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...


สาธุ........... ขอเจริญพร

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rukbankerd วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ขอบคุณบทความดีดีครับ จริงๆแล้วก็ทำไปหลายข้อแล้วนะนี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
MT-PONG วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

ขอบคุณค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All